Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2553
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
13 กรกฏาคม 2553
 
All Blogs
 
ช้างต้น พาเที่ยวนิทรรศน์รัตนโกสินทร์ (Rattanakosin Exhibition Hall)



วันอาทิตย์ที่ 6 มิถุนายน 2553

หลังจากกลับจากพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก ยังพอมีเวลาเหลืออยู่บ้าง ที่หมายต่อไปที่แม่อยากพาช้างต้นไปเที่ยว คือ Rattanakosin Exhibition Hall หรือนิทรรศน์รัตนโกสินทร์ ซึ่งเป็น hall ที่ตั้งอยู่ในอาคารที่เป็นเอกลักษณ์บนถนนราชดำเนิน ฝั่งเดียวกับวัดราชนัดดาที่มีปราสาทโลหะ

ก่อนหน้านี้ผ่านไปผ่านมาเส้นทางนี้ทุกอาทิตย์ สะดุดตากับป้าย bill board ที่เค้าติดไว้ตลอดแนวตึกระหว่างการปรับปรุงอาคาร ยังแอบสงสัยว่าเค้าจะทำเป็นอะไร นึกว่าจะเป็นแหล่ง shopping แห่งใหม่ แต่ไม่ใช่ กลับกลายเป็น exhibition hall ที่ทันสมัยน่าสัมผัส จนเราต้องมาชมเลยล่ะ...พร้อมแล้วไปกันเลยจ้ะ



"กรุงรัตนโกสินทร์" คือนามของราชธานีของไทย ที่เรียนขานกันมาตั้งแต่เริ่มแรกสถาปนาในพุทธศักราช ๒๓๒๕ ซึ่งได้เปลี่ยนแปลงมาเป็น "กรุงเทพมหานคร" ในปัจจุบัน และ "รัตนโกสินทร์" ยังเป็นนามของยุคสมัย นับตั้งแต่สร้างกรุงจวบจนปัจจุบัน

ที่นี่เป็นอาคาร 4 ชั้นที่ชั้นล่างโถงต้อนรับจะมี counter จำหน่ายบัตรเข้าชม (ราคาพิเศษคนละ 100 บาทจนถึงสิ้นปีนี้ ส่วนเด็กน้อยอย่างช้างต้น เข้าชมฟรี) ร้านขายของที่ระลึก ร้านอาหาร ร้านกาแฟ และห้องสมุด ส่วนชั้นที่ 2-3 เป็นส่วนแสดงนิทรรศการ และชั้นที่ 4 เป็นจุดชมทิวทัศน์ มีร้านกาแฟของทรูไว้บริการและมีเก้าอี้ให้นั่งพักด้วย



บริเวณที่จัดแสดงงานนิทรรศการจริง ๆ จะเริ่มที่ชั้น 2 มี 4 ห้องแสดง

ชมห้องแรก: ดื่มด่ำย่านชุมชน
แสดงถึงวิถีชีวิตทำกินและความเป็นอยู่ที่สะท้อนเอกลักษณ์ความเป็นอยู่แบบไทยในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ห้องนี้จะมีจอวิดีทัศน์พร้อมหูฟัง แสงสีเสียงของ 12 ชุมชนบนเกาะรัตนโกสินทร์


ชมห้องที่ ๒: ห้องรัตนโกสินทร์เรืองโรจน์
เป็นห้องที่สร้างความประทับใจแรกสำหรับ exhibition hall แห่งนี้ ห้องนี้จะนำเสนอด้วยสื่อผสม 4 มิติ ทั้งภาพ เสียงและสัมผัส ให้ผู้ชมร่วมย้อนกลับไปสู่เมื่อครั้งแรกเริ่มสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ ห้องนี้สร้างความตื่นตาให้กับเด็กน้อยอย่างช้างต้นได้มากทีเดียว สำหรับสื่อในการนำเสนอ เหมือนนั่งในมินิธีเตอร์ มีลานด้านหน้าให้เด็กเดินเข้าไปดูใกล้ ๆ ได้ด้วย ห้องนี้จัดเป็นรอบ ๆ ให้เข้าไปชมพร้อม ๆ กัน (มัวแต่ตื่นตากับสื่อ 4 มิติ เลยไม่มีภาพในห้องนี้มา post)

ชมห้องที่ ๓: ห้องลือระบิลพระราชพิธี
ห้องนี้นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับพระราชพิธีสำคัญหลายพระราชพิธี รวมถึงพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญด้วย และยังมีโอกาสได้ชมความงดงามของเรือพระที่นั่งในรูปแบบ Magic Vision









ห้องนี้มีช้างต้นจำลองด้วย ทำได้เหมือนมากมายไม่ต่างจากที่พิพิธภัณฑ์ช้างต้น แค่ size เล็กกว่านิ๊ดนุงเท่านั้น เป็นโอกาสอันดีที่จะได้ถ่ายรูปน้องช้างต้นคู่กับช้างต้น เพราะถ้าไปชมที่พิพิธภัณฑ์ช้างต้น ที่นั่นเค้าจะห้ามถ่ายรูป ที่นี่ถ่ายได้


ชมห้องที่ ๔: ห้องสง่าศรีสถาปัตยกรรม
ห้องนี้ชอบมากมาย นำเสนอรูปแบบเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรม วัง วัด และบ้านในกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งมีวิวัฒนาการเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละสมัย รวมถึงการรับเอาศิลปวัฒนธรรมจากจีนและชาติตะวันตกมาปรับใช้ในสถาปัตยกรรมต่าง ๆ ที่ห้องนี้จะมีจอวิดีทัศน์นำเสนอในลักษณะชาววังเล่าเรื่องวิวัฒนาการสถาปัตยกรรมของวังต่างสมัย มีให้เล่นเกมส์ สร้างวัดระบบ Multitouch และเกมเดินทางชมบ้านในเมืองกรุง โดยใช้การเดินทางด้วยรถราง เรือ รถยนต์ มีพวงมาลัย คันโยกให้บังคับแล้วภาพบนจอจะเคลื่อนที่เหมือนเราขับรถอยู่จริง ๆ ช้างต้นเพลิดเพลินกับห้องนี้นานเป็นพิเศษ









ชมห้องที่ ๕: ห้องเกียรติยศแผ่นดินสยาม

ห้องนี้จะรวบรวมหุ่นจำลองพระบรมมหาราชวังที่สมบูรณ์แบบที่สุดในประเทศไทย (ถ้าใครเคยไปในพิพิธภัณฑ์ในพระบรมมหาราชวัง คงเคยเห็นว่าจะมีคล้าย ๆ แบบนี้ แต่ดูโบราณและขลังกว่า ที่นี่ก็สวยไปอีกแบบ ถ้าพูดถึงความสวยงามในรายละเอียด แบบจำลองที่นี่สวยจริง ๆ ค่ะ) และยังมียักษ์เฝ้าประตู ประตูพระบรมมหาราชวัง รวมถึงพระแก้วมรกตในเครื่องทรงครบทั้ง 3 ฤดูให้ดูในคราวเดียว เรียกว่าห้องนี้สมบูรณ์แบบ(จำลอง) จริง ๆ ค่ะ ต้องชมค่ะห้องนี้ไม่ควรพลาดจริง ๆ











ชมห้องที่ ๖: ห้องเรืองนามมหรสพศิลป์

เป็นห้อง 360 องศา เลือกที่นั่งตามใจชอบ จะองศาไหนก็ได้ห้องนี้เน้นว่าต้องนั่งกับพื้น เพื่อให้ได้เห็นแบบ 360 องศาจริง ๆ เสมือนอยู่ท่ามกลางบรรยากาศงานเฉลิมฉลองมหรสพและการละเล่นนานาชนิดของคนไทย เช่น หนังใหญ่ โขน ละคร ฟ้อนรำ และยังมีส่วนที่เป็นหุ่นต่าง ๆ หุ่นเชิด หุ่นกระบอก โชว์หัวโขน เรียกได้ว่าเป็นห้องที่รวบรวมความบรรเทิงของคนไทยยุคสมัยรัตนโกสินทร์ไว้แบบครบทุกองค์เลยค่ะ ห้องนี้ยอดมาก แสง สี เสียง สื่อวิดีทัศน์สุดยอดค่ะ ตื่นตาช้างต้นมากมาย (ไม่ได้ถ่ายรูปในห้อง 360 องศา มาให้ชมนะคะ อยากให้ไปชมเอง ได้อารมณ์กว่าเยอะค่ะ)










ชมห้องที่ ๗: ห้องเยี่ยมยลถิ่นกรุง

ที่ด้านหน้าของห้องนี้จะมีร้านถ่ายรูปแบบย้อนยุค ขอย้ำว่าย้อนยุคจริง ๆ เรียกได้ว่าสมัยคุณพ่อคุณแม่หรือย้อนไปเมื่อ 30 กว่าปีก่อน มีบริการให้เรานั่งถ่ายรูป แล้วเข้าไปนั่งรอชมการ์ตูน Animation ที่ไม่ธรรมดา เพราะเค้าจะเอาหน้าเราใส่ไปในตัวการ์ตูนยิ่งมีหลายคนหลายหน้า ยิ่งสนุก แล้วตัวการ์ตูนเหล่านี้ก็จะท่องเที่ยวไปทั่วเกาะรัตนโกสินทร์ ตามสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมทั่วเกาะ เวลาที่รูปหน้าแต่ละคนขึ้นมาในตัวการ์ตูนก็จะหัวเราะกัน ขำ ๆ น่ารักดีค่ะ

ร้านถ่ายรูปจำลอง ให้อารมณ์ประมาณร้านจำลองที่บ้านพิพิธภัณฑ์ของคุณเอนก เลยล่ะค่ะ ถ้าใครเคยไปจะรู้เลยว่ามันได้อารมณ์ประมาณนั้นจริง ๆ





ภาพ Animation น่ารัก ๆ ที่บอกค่ะ จอใหญ่เหมือนหนังกลางแปลง เทียบกะตัวช้างต้น นี่เด็กน้อยเดินเข้าไปดูใกล้ ๆ ได้เลย ช้างต้นสนุกกับห้องนี้มาก ดู Animation ไปขำไป เพราะหน้าตัวเองขึ้นมาเป็นระยะ ๆ






ออกจากห้องนี้ขึ้นไปที่ชั้น 4 เป็นจุดชมวิวทิวทัศน์ เป็นห้องกระจก ให้ชื่นชมกับกลุ่มสถาปัตยกรรมสุดยอดแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เช่น ภูเขาทอง ป้อมมหากาฬ ลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ วัดราชนัดดารามวรวิหารและโลหะปราสาทในมุมสวยที่สุด (ที่สุดจริง ๆ ด้วยค่ะ ตอนที่ขึ้นไปชั้นบน 5 โมงกว่าแล้ว ถ้าค่ำกว่านี้คงสวยไปอีกแบบ)







ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ เราใช้เวลาอยู่ใน Exhibition hall นี้เกือบ 3 ชั่วโมง นี่ขนาดเดินชมแบบเร็ว ๆ ไม่ละเอียดไม่ได้อ่านเนื้อหาอะไรมากมาย แต่ได้ทั้งความรู้ ความบันเทิง ดูครบทุกห้องแล้วรู้สึกภูมิใจที่ได้เกิดเป็นคนไทย ดีใจที่เกิดมาอยู่ในยุคสมัยคาบเกี่ยวระหว่างปลายยุคกลางกับยุคใหม่ หลายสิ่งที่สัมผัสที่นี่ ในสมัยแม่ทัชเป็นเด็กน้อย ก็ยังเคยได้รับกลิ่นไอได้สัมผัสอารมณ์ปลายยุคกลางอยู่บ้าง แม้จะจำได้ไม่ชัดเจนเพราะยังเล็ก แต่ก็ติดอยู่ในความทรงจำ เพราะตัวเองเกิดในย่านชุมชนคนจีน อาศัยอยู่บนถนนสายแรกของกรุงเทพ อยู่รอบนอกเกาะรัตนโกสินทร์ ทำให้ทุกอย่างดูเหมือนจะอยู่รอบตัวเราไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็ยังสัมผัสความรู้สึกเหล่านี้ได้อยู่ นึกขอบคุณผู้ที่ริเริ่ม Exhibition Hall นี้ในยุคสมัยของเด็ก ๆ อย่างช้างต้น อย่างน้อยวันนี้ ลูกก็ได้ซึมซับวัฒนธรรมและความเป็นมาของชาวกรุงในอดีตมาบ้างไม่มากก็น้อย แม้จะเป็นเพียงสิ่งจำลองก็ยังดีกว่าไม่มีโอกาสได้สัมผัส

จบ blog ตอนนี้แล้วค่ะ อยู่ใกล้บ้านเราแค่นี้ ไว้จะแวะไปบ่อย ๆ เพราะแอบติดใจห้องสมุด แถมที่นี่ยังมี Ice Cream รสไทย ๆ ให้เลือกชิมมากมาย อร่อยด้วยน๊า





รักช้างต้นมากมายจ้ะ / แม่ทัช






Create Date : 13 กรกฎาคม 2553
Last Update : 25 กรกฎาคม 2553 17:02:17 น. 1 comments
Counter : 1186 Pageviews.

 
ตามไปคนด้วยค่ะ น่าไปจังค่ะ


โดย: jany_j วันที่: 17 กรกฎาคม 2553 เวลา:7:20:29 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

angel-touch
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




Welcome to our love Blog...ดีใจจังที่แวะมาทักทายกัน ^_^ ทัชและน้องช้างต้น

pk12th

Friends' blogs
[Add angel-touch's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.