Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2553
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
15 มิถุนายน 2553
 
All Blogs
 
พาช้างต้นเที่ยวพิพิธภัณฑ์ใกล้บ้าน "พิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก" (Bangkokian Museum)



วันอาทิตย์ที่ 6 มิถุนายน 2553

แม่ทัชรู้จักพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอกจาก website และแผ่นพับเที่ยวพิพิธภัณฑ์ รวมทั้งจากนิตยสาร Real Parenting ฉบับเดือนพ.ค. หลังจากที่เข้าไปดูใน blog ที่เพื่อน ๆ เคยไปมาแล้วมา review ภาพไว้น่าสนใจมาก ๆ ทำให้อยากพาช้างต้นไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์แห่งนี้บ้าง

วันนี้ครอบครัวเรายังไม่มี plan ไปไหนก็จะไป start ที่บ้านอากงที่ตลาดน้อย เลยมีโอกาสได้ไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์นี้ มีเจ๊มายด์ น้องช้าง แล้วก็แม่ทัช ส่วนพ่อปอนด์ไปทำธุระ





พิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก ตั้งอยู่ในซอยเจริญกรุง 43 ตรงข้ามกับไปรษณีย์กลางบางรัก เป็นสถานที่ ๆ แสดงถึงวิถีชีวิตของชาวบางกอกครอบครัวหนึ่งที่มีฐานะปานกลางในช่วงก่อนและหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 (พ.ศ.2480-2500) หรือ ค.ศ. 1937-1957

ด้านหน้าประตูทางเข้าพิพิธภัณฑ์ฯ


พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ไม่เก็บค่าเข้าชม แต่มีให้ลงทะเบียนผู้เยี่ยมชมที่หน้าทางเข้า ภายในบริเวณบ้าน ต้นไม้เยอะร่มรื่น สะดุดกับอาคารไม้ 2 ชั้น ซึ่งเป็นอาคารหลังที่ 1 ที่เราเข้าชม หลังคาทรงปั้นหยามุงกระเบื้องว่าวสีแดง ผนังอาคารสร้างด้วยไม้ทาสีเลียนแบบผนังก่ออิฐถือปูน ฝีมือช่างชาวจีนเป็นผู้ก่อสร้าง เรียกกันว่าทรงปั้นหยารุ่นปลาย โดยลวดลายฉลุที่ชายคา เป็นอาคารที่มีลักษณะสถาปัตยกรรมซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากตะวันตก ซึ่งเป็นที่นิยมในยุคนั้น ตอนนั้นใช้งบประมาณในการก่อสร้าง 2,400 บาท และต่อมาได้มีการก่อสร้างเพิ่มเติมภายหลังอีกในปี พ.ศ. 2503



บริเวณโถงชานบ้านด้านหน้าจัดเป็นเก้าอี้หวายไว้นั่งสบาย ๆ ก่อนเดินเข้าสู่โถงกลางล่าง




ห้องรับแขกอยู่ทางซ้ายมือ ห้องนี้มีเปียโน (ช้างต้นกดดูเสียงยังใสกังวาน) จัดวางไว้รวมกับโซฟา และชุดโต๊ะเก้าอี้





ห้องหนังสืออยู่ตรงข้ามกับห้องรับแขก ติดกับห้องนี้เป็นห้องน้ำที่จัดแสดงเครื่องสุขภัณฑ์ของดั้งเดิม ฝารองนั่งเป็นไม้





นอกจากนี้ชั้นล่างนี้ยังมี ห้องอาหาร ที่พักบันได และจากโถงกลางล่างจะเชื่อมต่อไปด้านหลังของเรือน เป็นชานพักเรือนไม้ มีบ่อน้ำร่มเรือน เด็ก ๆ ใช้เวลาอยู่ตรงนี้นานกว่าทุกจุดเพราะนั่งสบาย โล่ง ๆ โปร่ง ๆ

เจ๊มายด์ กะ ช้างต้น (มัยหลานสาวช้านอ้วนจังฟระ)


ช้างต้นกับแม่ทัชบ้าง


บริเวณชานไม้ด้านหลังนี้ไม่ได้มีอะไรเด่นมากนัก แต่ก็เป็นอีกมุมหนึ่งที่เราชอบมากมาย และเป็นมุมที่ถ่ายรูปเยอะที่สุด เดี่ยวช้างต้นทั้งนั้น





รู้สึกตัวเองถ่ายรูปช้างต้นแบบเอาจริงเอาจังมากมาย ประมาณว่าถ้าไม่ได้ feel แบบที่ช้านต้องการจะไม่เลิกถ่ายประมาณนั้นเลย

สลับบ้าง เดี๋ยวเบื่อ






กลับมาเดี่ยวคุงลูกชายอีกที




เวลาลูกยิ้ม ดูกี่ทีก็ไม่เบื่อ เข้าข่ายหลงลูกเล็กน้อย



หลังจากที่เพลินอยู่ตรงชานบ้านด้านหลังนานพอสมควร ก็พากันขึ้นไปชั้น 2 ของเรือน ระหว่างที่พักบันไดมีเครื่องอัดผ้า อัดผ้านุ่ง เพิ่งจะมาเคยเห็นของจริงที่นี่ โบราณดีแท้


ชั้นบนมีห้องนอนคุณยาย ห้องแต่งตัวแบบยุโรป ห้องบรรพบุรุษ และห้องนอนใหญ่


จากอาคารหลังที่ 1 เดินมาที่อาคารหลังที่ 2 ที่อยู่ด้านหลัง เป็นเรือนไม้สัก ให้ความรู้สึกคนละอย่างกับหลังแรก สวยคนละแบบ บรรยากาศก็ต่างกัน ที่เรือนหลังนี้รู้สึกสงบกว่า หลังแรกจะรู้สึกเหมือนอบอุ่น ทันสมัย และสมัยที่เจ้าของบ้านยังพักอาศัยอยู่ ก็น่าจะคึกคักกว่าหลังนี้ อันนี้เป็นความรู้สึกส่วนตัวที่สัมผัสได้นะคะ ส่วนอาคารหลังที่ 2 ไม่ค่อยได้ถ่ายรูปเพราะค่อนข้างมืด เค้าไม่ได้เปิดไฟอ่ะค่ะ

ข้อมูลสำหรับอาคารหลังที่ 2 นี้ เดิมปลูกที่ทุ่งมหาเมฆ ซอยงามดูพลี มีรูปแบบสถาปัตยกรรมใกล้เคียงกับหลังแรก สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2472 จุดประสงค์ที่สร้างขึ้นเพื่อนใช้ชั้นล่างเป็นคลีนิกของคุณหมอฟรานซิส คริสเตียน ชาวอินเดีย ศัลยแพทย์จากอังกฤษ บ้านหลังนี้สร้างเสร็จยังไม่ทันเข้าอยู่ คุณหมอก็ล้มป่วยและเสียชีวิต จึงไม่ได้ใช้อยู่เอง ต่อมาได้รื้อบ้านมาจัดสร้างไว้ที่บริเวณเดียวกับเรือนหลังแรก โดยมีขนาดย่อส่วนลงจากเดิม ตกแต่งบ้านด้วยสิ่งของเครื่องใช้ต่าง ๆ ของคุณหมอฟรานซิส ชั้นบนจัดเป็นห้องนอน และห้องทำงาน





ด้านข้างของบ้านหลังที่ 2 จะเป็นอาคารหลังที่ 3 ชั้นล่างไว้จัดแสดงข้าวของเครื่องใช้และเอกสารต่าง ๆ จำลองห้องครัว ส่วนชั้นบนเป็นนิทรรศการ

หินโม่แป้ง เกิดมาเพิ่งเคยเห็นของจริง


เตาแบบนี้เกิดทันเห็นนะ จำได้


เนียนมั้ย เหมือนพิมพ์เป็นจริง ๆ



อันนี้เหมือนเครื่องส่งโทรเลข (รึป่าว ไม่แน่ใจ)


อัยที่จับต้องไม่ได้ ก็ได้แต่ยืนมอง ชะเง้อมอง อะไรกันไปตามประสาเด็ก ๆ


โต๊ะชงชา


ใน zone นิทรรศการไม่ได้ถ่ายรูปเพราะปิดไฟมืดสนิท คงเพราะไม่ค่อยมีคนมาเยี่ยมชมมากนัก เพราะตอนที่เราไป เราไม่เจอใครเลย เดินกันอยู่ 3 คน กับเจ้าหน้าที่มองบอกเล่าเรื่องราวให้เราฟัง



ชมเสร็จครบทุกหลัง อยากจะนั่งไทม์เมชีนย้อนอดีตไปสมัยที่บ้านแห่งนี้ยังเต็มไปด้วยผู้พักอาศัย อยากเห็นวิถีชีวิตจริง ๆ ของคนสมัยปู่ย่าตายาย อยากสัมผัสเสน่ห์ของบางกอกสมัยที่ความเจริญยังไม่คืบคลานเข้ามาถึงเหมือนทุกวันนี้ ขอบคุณท่านเจ้าของท่านค่ะที่สละทรัพย์สินส่วนตัวเพื่อเป็นที่ให้ความรู้กับเรา ให้ช้างต้นได้มีโอกาสสัมผัสกับวิถีชีวิตที่แตกต่างจากที่เค้าอยู่ในปัจจุบัน เพราะเราคาดหวังว่าการพาลูกมาเยี่ยมชมที่แห่งนี้ ลูกคงซึมซับวิถีบางกอกไปบ้างไม่มากก็น้อย แต่ที่แน่ ๆ เค้าสนุกกับการได้เห็นสิ่งของแปลก ๆ ที่หาดูที่ไหนไม่ได้ เด็กน้อยมีคำถามตลอดเวลา

รักช้างต้นมากมายจ้ะ / แม่ทัช





Create Date : 15 มิถุนายน 2553
Last Update : 19 มีนาคม 2554 15:26:53 น. 1 comments
Counter : 1179 Pageviews.

 
เห็นแล้วอยากพาลูกไปเที่ยวบ้าง เกิดมาจนป่านนี้เพิ่งรู้ว่ามีพิพิธภัณฑ์นี้ด้วย
เสียค่าเข้าชมไม๊คะ


โดย: พี่ติ๊ก IP: 124.122.83.66 วันที่: 4 กรกฎาคม 2553 เวลา:15:00:11 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

angel-touch
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




Welcome to our love Blog...ดีใจจังที่แวะมาทักทายกัน ^_^ ทัชและน้องช้างต้น

pk12th

Friends' blogs
[Add angel-touch's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.