Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2551
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
29 มิถุนายน 2551
 
All Blogs
 
พาช้างต้น ย้อนรอยสยามประเทศ @ Museum SIAM







วันเสาร์ที่ 28 มิถุนายน 2551

วันนี้พ่อและแม่มี plan พาลูกไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์มิวเซียมสยาม (Museum Siam) นับเป็นพิพิธภัณฑ์แรกที่เราพาลูกไปทำความรู้จัก เพราะในกรุงเทพฯ ยังมีพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจอีกเพียบ เหตุผลที่เลือกที่นี่เพราะความใหม่และสด ของการ set up รวมถึงการจัดกระบวนการเรียนรู้ สื่อการนำเสนอที่คิดว่าวัยอย่างช้างต้น (2 ขวบนิดๆ) คงจะไม่เบื่อและได้สนุกกับการเที่ยวพิพิธภัณฑ์ครั้งแรก เพราที่นี่ต่างจากที่อื่น ๆ ตรงที่ รูปแบบการนำเสนอ นอกจากดูด้วยตาแล้ว ผู้ชมสามารถสัมผัสและจับต้องสิ่งของได้อีกด้วย ช่วยให้การเรียนรู้ไม่น่าเบื่อ มีการนำเอา presentation แสง สี เสียงมาเป็นตัวกระตุ้นการเรียนรู้ มี interactive ที่สามารถโต้ตอบกับผู้ชมได้ด้วย เห็นมั้ยล่ะว่าที่นี่เป็นสถานที่แห่งการเรียนรู้ที่ต่างจากที่อื่นจริง ๆ และแม่คิดว่าช้างต้นก็น่าจะซึมซับประสบการณ์ ณ ที่แห่งนี้ติดกลับไปได้บ้างไม่มากก็น้อย ทั้งหมดนี้ คือข้อมูลที่แม่ได้มาพอสมควรก่อนที่จะตัดสินใจเลือกสถานที่นี้เป็นแห่งแรก เพื่อพาลูกย้อนรอยอดีตไปพร้อม ๆ กัน ไปสู่ต้นกำเนิดของความเป็นไทย

อย่างที่บอกว่า "มิวเซียมสยาม" ทั้งใหม่และสด เพราะเพิ่งเปิดตัวเมื่อประมาณเดือนเมษายน 51 ที่ผ่านมา (ถ้าจำจากที่อ่านไม่ผิดนะลูก) โดยสถานที่จัดพิพิธภัณฑ์เป็นอาคารของกระทรวงพาณิชย์เก่า เฉพาะตัวคารก็ทำให้แม่อยากไปแล้วล่ะ เพราะลึก ๆ แล้วเป็นคนที่หลงใหลในความงามของสถาปัตกรรมปูนปั้นและสิ่งก่อสร้างในอดีต (อย่าแรง) ส่วนเวลาการเดินทางจากบ้านไปพิพิธภัณฑ์ก็แป๊บเดียว เพียง 20 นาทีเท่านั้น

ต่อไปเล่าเรื่องด้วยภาพละนะ
12.30 น. ครอบครัวเรามาถึงพิพิธภัณฑ์มิวเซียมสยามแล้ว ต้องถ่ายรูปตัวอาคารไว้เป็นที่ระลึก เห็นในหนังสือมาหลายเล่มแล้ว วันนี้ขอชักภาพเองซักหน่อย ถ่ายออกมาได้ไม่ต่างจากที่เคยเห็นในหนังสือ อาคารสวย ๆ ใครถ่ายก็สวยเน๊อะ อิอิ (เห็น 2 คนที่ยืนอยู่ใต้ประติกรรมลิบ ๆ นั่น ช้างต้นกับพ่อปอนด์เองจ้ะ)


ที่เห็นโค้ง ๆ อยู่หน้าตัวอาคารเป็นประติมากรรมรุ้ง เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของพิพิธภัณฑ์ที่นำเสนอถึงความอุดมสมบูรณ์ของสยามประเทศตั้งแต่อดีต


เหมือนเอาก้อนหินมาลอยไว้ จริง ๆ เป็นประติกรรมก้อนกลม ๆ นั่นแหละ (ทำซะเหมือน) ใคร ๆ มาก็จะมา act ท่าเหมือนแบกก้อนหินแล้วก็ถ่ายรูปกัน ช้างต้นยังเด็ก เลยมิสามารถ act ได้เนียน ๆ ก็เลยไม่ได้ถ่าย 555 ถ่ายแบบยืนธรรมดาแทน (เหมือนหินลอยอยู่บนหัวซะงั้น 55 )


...ตัวอาคารด้านบน ชือตึกชัด ๆ อีกซักรูป...


เดี่ยว "ช้างต้น" ที่ลานสนามหญ้าหน้าพิพิธภัณฑ์ฯ


วันนี้ช้างต้นอารมณ์ดี ยิ้มแทบทุกรูป ส่วนคนข้าง ๆ ยืนพุงย้วยแย้ว อิอิ


...ตามช้างต้น กะพ่อ เข้าไปในตัวอาคารกันนะ...


...ประโยคสั้น ๆ แต่กินใจจริงๆ ...
ป้ายนี้ตั้งอยู่ในโถงหน้าห้องที่เป็นจุดเข้าชม เป็นคำกล่าวของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ


ก่อนเข้าชมจะได้รับ stickerสัญลักษณ์ของพิพิธภัณฑ์ คนละ 1 ดวง ให้ติดที่เสื้อ โดยสัญลักษณ์หรือ logo ของที่นี่จะเป็นรูปคน (ดูออกป่าว อิอิ)


logo ชัด ๆ รูปจากเว็บของพิพิธภัณฑ์ (ขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ค่ะ)


ราวบันไดทางขึ้นชั้นบนของตัวอาคาร เป็นบันได 2 ฝั่งซ้าย-ขวา สวย สง่า classic เหมือนหลุดเข้าไปอีกยุค


หลาย ๆ รูปที่จะ post อาจไม่สามารถบรรยายได้เพราะยอมรับว่าไม่ได้อ่าน ต้องรีบเดินตามช้างต้น เพราะรายนั้นไม่หยุดนิ่งเยย เดินสำรวจไปเรื่อย วิ่งตามลูกด้วย ถ่ายรูปไปด้วย เยยได้แต่รูปมาให้ดู
....การเที่ยวพิพิธภัณฑ์ให้ได้ความรู้ครบถ้วนและสมบูรณ์ ไม่เพียงแสง สี เสียง ที่ช่วยให้ความรู้เท่านั้น แท้จริงแล้วการอ่านของผู้เข้าชมนับว่ายังสำคัญอยู่มาก รอบหน้าจะไปแก้ตัว ไปเองคนเดียวแล้วค่อย ๆ เดินซึมซับประวัติความเป็นมาของสยามไปเรื่อย ๆ รอบนี้ถือเป็นรอบ survey ละกาน 555


ภาพถ่ายตัวอาคารนี้ ในอดีต น่าจะเป็นช่วงที่สร้างเสร็จใหม่ ๆ มั้ง


ที่ชั้น 1 จะมีห้องชม slide presentation เรื่องราวเกี่ยวกับประวัติของตัวอาคาร และภาพถ่ายชีวิตในอดีต ออกจากห้องนี้ ห้องข้าง ๆ จะเป็นการจัดให้display รวบรวมสิ่งที่สื่อความเป็นไทย เช่น บรรยากาศงานวัด ชิงช้าสวรรค์ แม่ค้าหาบเร่ รถตุ๊ก ตุ๊ก รถเข็นขายของ ป้ายร้านรวงต่าง ๆ ใช้สื่อแสง สี เสียงในการนำเสนอ ให้ทุกคนค้นหาคำตอบของตัวเองว่าอะไรคือไทยแท้ ซึ่งคำตอบไม่จำเป็นต้องเหมือนกันทุกคน และก็ไม่มีคำตอบที่ผิดด้วย สนุกดีจ้ะ และช้างต้นก็ชอบห้องนี้มาก ๆ ยืนดูอยู่นานทีเดียวจ้ะ


สองคนพ่อลูก จูงมือกันย้อนรอยอดีต (สงสัยอยากไปงานวัด 555)


ช้างต้น กะ ตุ๊ก ตุ๊ก อีกหนึ่งของสีสันและ highlight ของห้องนี้


ชั้นที่ 1 อีกฟากหนึ่งของตัวอาคาร เป็นห้องขายของที่ระลึก สนนราคาสูงทุกอย่าง เลยไม่ได้อะไรติดมือกลับมาเยย ด้านหน้าระเบียงทางเดินมีโต๊ะเก้าอี้ให้นั่งพัก สั่งเครื่องดื่มของ black canyon มานั่งดื่มเย็น ๆ ใจพร้อมกับซึมซับกลิ่นไอของอดีตของสถานที่แห่งนี้


....ช้างต้น ฟองน้ำที่แม่พามาดูดซับอดีตของสยามประเทศ....
(อารมณ์ดีเพราะแม่ใจดี สั่งโกโก้เย็น+วีปครีมให้ 1 ที่อิอิ)


ช้างต้นเดินอยู่บนแผ่นอะคริลิกใส ซึ่งใต้แผ่นที่ว่าโชว์โครงสร้างไม้และพื้นห้องสมัยอดีต เพื่อให้ผู้ชมเปรียบเทียบกับปัจจุบัน ตอนแรกช้างต้นก็กลัว ๆ ไม่กล้าเดิน จะค่อย ๆ ก้าวเท้าขึ้นไปยืน แล้วค่อย ๆ ก้าวอย่างระวังทีละก้าว (สงสัยกลัวตก 555) แต่พอชินและรู้ว่าเดินแล้วไม่ตก คราวนี้ก็เดินก้าวคล่องปร๋อ แถมหยุดดูด้วยว่าใต้นั้นมันมีอะไรหว่า


ทางเดินบริเวณโถงชั้น 2 ของอาคารพิพิธภัณฑ์


อีกมุมมองหนึ่ง จากชั้น 2 ของตัวอาคาร


บริเวณห้องจัดแสดงชั้น 2 มีหลายส่วน ตั้งแต่เปิดตำนานสุวรรณภูมิ ส่วนใหญ่ห้องนี้จะต้องอ่านและอ่าน ถึงจะได้ความรู้ ให้สื่อแสง สี เสียงเป็นหลัก ไม่ค่อยมีวัตถุให้สัมผัส ช้างต้นเลยเดินผ่านห้องนี้ไปอย่างรวดเร็ว

ชุดแสดงข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ บางส่วนที่นำมาจัดแสดงเพื่อบ่งบอกว่าการมาตั้งรกรากของคนหลากหลายเชื้อชาติ ที่เข้าในสยามประเทศ ต่างก็นำพาวัฒนธรรมของตนเองเข้ามาด้วย ทำให้เกิดความหลากหลายทั้งเชื่อชาติและวัฒนธรรมที่มาอยู่ด้วยกันได้อย่างลงตัว







ลัดเข้าสู่ห้องถัดไปเป็นรุ่งอยุธยาและธนบุรี จะมีการจำลองนาข้าว ตั่งท้ายนา มีรวงข้าวของจริง มีหุ่นไล่กาและอีกหลายอย่างที่สื่อถึงยุคที่เจริญรุ่งเรืองในด้านการเกษตร ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว เป็นสยามประเทศที่อุดมสมบูรณ์ด้วยอู่ข้าวอู่น้ำ ช้างต้นก็สนใจบ้างไม่ยังไม่มากมายนัก ได้แต่มอง ๆ เดินดูตรงนั้นที ตรงนี้ที



ไม้แกะสลักวิถีชีวิตคนไทยในยุคสมัยรุ่งเรืองด้านเกษตรกรรม


หุ่นไล่กาจำลอง


ตู้ไปรษณีย์จำลอง ในแต่ละยุคสมัย


ถ่ายกับตู้ไปรษณีย์ยุคแรก ๆ ที่การติดต่อสื่อสารเริ่มเฟื่องฟู ประชาชนนิยมส่งจดหมายถึงกันและกัน


มาถึงยุคสมัยที่โทรศัพท์เริ่มเข้ามามีบทบาทในการติดต่อสื่อสารบ้าง
ช้างต้น กับโทรศัพท์ยุคแรก ๆ classic ชะมัดเยยอ่ะลูก
(โทรศัพท์นี้ วางไว้ที่โต๊ะทำงานให้สัมผัสของจริง ๆ แบบไม่ต้องเกรงใจ จะหมุน จับ ยก วางได้ตามใจชอบ ไม่มีตู้กระจกมาใส่ปิดกั้นองค์ความรู้ให้เสียอารมณ์)


..."พ่อ อันนี้มันใช้โทรหาสาวได้ป่าวคร๊าบบบ"...


..."เด๋วลองโทรหาน้อง 1st น้องบัว น้องทอ จิ๊ ติดป่าวหว่า"


Model จำลองบ้านเรือนและถนนสายแรกของกรุงเทพฯ


แผนที่กรุงเทพในอดีตยุคแรก ๆ




zone ถัดไปโชว์พวก poster โบราณ ในยุคที่เริ่มมีการโฆษณาต่าง ๆ มีวิทยุโบราณตั้งให้สัมผัส จับต้องไว้ แถมมันยังใช้งานได้จริง ๆ ซะด้วย ช้างต้นลองหมุนหาคลื่นเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา สนุกสนาน




...ถ่ายกะวิทยุโบราณซะโหน่ย ...




ช่วงยุคถัดไปเรียกว่าเป็นยุคของคุณตาคุณยายของช้างต้นก็ได้นะ เพราะคงเป็นช่วงที่ท่านจะเป็นวัยรุ่นกัน ประมาณยุค 50 to 60 วัฒนธรรมตะวันตกเริ่มจะเข้ามามีบทบาทกับชีวิตคนไทยมากขึ้น แม่ได้ฟังเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ ที่กินที่เที่ยว เพลง ภาพยนตร์จากอากงกับอาแปะ ที่มักจะเล่าให้แม่ฟังทุกครั้งที่แวะเวียนมาหาแม่ที่บ้าน ท่านจะเล่าเปรียบเทียบให้ฟังถึงยุคของท่าน(ซึ่งก็คือยุคที่เรากำลังจะเดินเข้าไป ถัดจากห้องนี้แหละลูก)
กับยุคของแม่


จะว่าไปแล้ว แม่ก็ซึมซับกลิ่นไอยุค 60 จากอากงและอาแปะที่เพียรเล่าสารพัดวิถีชีวิตวัยรุ่นสมัยนั้น เลยไม่ต้องแปลกใจหากแม่จะชอบเพลง Elvis ซึ่งเป็น King of rock ในยุค 60 เลยก็ว่าได้ แถมยังติดตามภาพยนตร์ที่ Elvis แสดงด้วย มีช่วงนึงที่ fever สุด ๆ แม่สะสมทั้ง poster ภาพถ่าย เทป ซีดี เพลงและภาพยนตร์ รวมถึงหนังสือรวมเพลงและ stamp Elvis ด้วยและทุกครั้งที่ได้คุยเรื่องเพลงและความดังของนักร้องคนนี้ อากง อาแปะและแม่จะมีความสุขทั้งคนฟังก็คือแม่และคนเล่าเรื่องก็คือ 2 ท่านนั้น เพราะทำให้เค้ามีโอกาสได้รำลึกความหลังกัน

ก้าวแรกที่เดินเข้ามาให้ zone นี้ ขอกระซิบบอกว่าโดนใจแม่มาก ๆ ชอบสุด ๆ เลยอ่ะ เพราะห้องนี้จัดแสดงได้ดีมาก ๆ สิ่งที่แสดงในห้องนี้ เชื่อมต่อกับเรื่องเล่าต่าง ๆ ที่แต่ได้รับฟังจากอากงและอาแปะเลยล่ะ

ห้องนี้บอกถึงเรื่องราวเกี่ยวกับวัฒนธรรมตะวันตกที่เข้ามาในสยามประเทศ มีรถเก๋งสุดฮิปสีแดงแปร๊ด มีผับจำลอง (แต่เหมือนจริงสุดๆ) มีตู้เพลงที่ใช้งานได้จริงด้วยนะ เข้าไปแล้วคิดถึงกลิ่นไอของอดีตยุค 60 เหมือนที่อาแปะเล่าไม่มีผิด (ลืมบอกว่าอากงกับอาเหล่าแปะของช้างต้นน่ะ ตอนวัยรุ่น 2 คนนี้ชี้ปึก เป็นวัยรุ่นขาบานส้นตึก กินดื่ม เที่ยวผับและจีบหญิงกันเก่ง ๆ ทุกคนเชียวล่ะ)



เล่ามาซะยาว ไปดูรูปต่อดีกว่าเน๊อะ...
ช้างต้นยืนเลียนแบบ stand รูปสาวสวย เกาะฝากระโปรงรถ




ชอบผับนี้มาก ๆ ขอลงรูปพาลูกเที่ยวผับแบบ unlimit ซะโหน่ยเถอะ 555


ช้างต้นเห็นโทรศัพท์เป็นไม่ได้ ต้องยกหูแย้วหมุนหาสาวทุกทีเยย สงสัยจะชวนสาวมาเที่ยวผับด้วยกัน 555


ท่าทางช้างต้นจะหลงเสน่ห์ของผับยุค 60 เหมือนแม่นะเนี่ย enjoy เหมือนได้เที่ยวผับจริง ๆ เลยอ่ะ อิอิ


อีกซักรูป


ที่ข้าง ๆ counter Bar มีช่องโชว์รถเหล็กสารพัดแบบ ถูกใจช้างต้นมาก ๆ หยิบเล่นได้ทุกคัน

ขอแม่ทัชเดี่ยว ๆ ในมุมบาร์ซักภาพ


อีกมุมหนึ่งในผับจำลอง
ในผับยุค 60 กลิ่นไอเรโทรสุด ๆ เบาะนั่งสีแดงโค้ง wallpaper กราฟฟิค earth tone ภาพตกแต่งและนาฬิกาแขวนผนังเรือนโต บ่งชี้ได้ดีถึงช่วงเวลาที่ผ่านมาในอดีตว่าการเที่ยว กินดื่มในผับแบบนี้ในยุคนั้น จะต้องสนุกมาก ๆ แน่ ๆ เลย (คิดแย้วอยากขอยืม time machine ของ Doraemon ย้อนอดีตไปยุคนั้นจริง ๆ)


สรุปว่าเราใช้เวลาอยู่ในห้องนี้นานมาก ๆ ของทุกชิ้นทุกอย่างในที่นี้สามารถหยิบจับ ทดลอง ได้หมด ไม่มีรั้วเชือกกั้น ไม่มีตู้กระจกกั้นขวาง ทุกอย่าง open ให้สำรวจ และค้นหาที่มาที่ไปของทุกสิ่งได้แบบไม่อั้น และเรียกได้ว่าทุกคนที่เข้ามาห้องนี้ก็วนเวียนอยู่ในห้องนี้นานเหมือนครอบครัวเราเลยนะ

ส่วนช้างต้นกับพ่อก็ไปวนเวียนอยู่กะรถเก๋งที่จอดอยู่หน้าผับ ถ่ายรูปกันอีกแระ 555






ออกจากห้องสีสันตะวันตกมา เจอกับห้องกรุงเทพวันนี้ ที่เห็นเป็นโคมขาว ๆ เยอะ ๆ เป็นจอทีวี ที่กำลังฉายจากแต่จะช่อง คล้าย ๆ กับจะบ่งบอกให้รู้ว่าเป็นยุคของข่าวสาร ฉับไว ทันสมัย ประมาณนั้นอ่ะ โดยรวมไม่ค่อยมีอะไร


ถัดมา เป็นห้องที่มีผนังสีขาว ด้านหน้ามีจอ touch screen 3 จอตั้งอยู่ ถ้าจำไม่ผิดเหมือนกับจะให้เขียนว่าหากท่านเป็นนายกอยากจะทำอะไร ประมาณนั้นมั้ง แต่ไม่มีใครเขียนบรรยายร้อก ส่วนใหญ่เขียนชื่อตัวเอง เมื่อกดส่งข้อความ ข้อความที่เขียนจะไปปรากฎอยู่บนผนังนิ่ง ๆ เพียง 5 วินาที หลังจากนั้นข้อความจะค่อย ๆ เลื่อนขึ้นไปและหายไปในที่สุด ห้องนี้สนุกดี ตอนเขียนชื่อช้างต้น แทนที่ข้อความจะขึ้นที่ผนังด้านหน้าเครื่อง ดันไปขึ้นที่ผนังอีกฟาก ส่วนของคนอีกฟากก็มาขึ้นฝั่งของเรา ต่างคนต่างวิ่งกันวุ่นเพื่อจะไปยืนด้านหน้าผนังคู่กะชื่อตัวเองแล้วถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ช้างต้นกับพ่อวิ่งไปเกือบไม่ทัน ได้รูปแบบชื่อลอย ๆ มาอ่ะ ทุกคนสนุกและหัวเราะกันใหญ่เพราะเขียนเสร็จต้องเล็งแระว่าชื่อเรามันจะไปขึ้นหน้าเครื่องไหนหว่า 555


เราใช้เวลาอยู่ที่พิพิธภัณฑ์มิวเซียมสยาม ประมาณ 3 ชั่วโมง ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่พ่อและแม่ได้พบเห็นและได้ความรู้เพิ่มขึ้น แต่ยังไม่ได้ทั้งหมด เพราะเราไม่ได้หยุดอ่าน หรือใช้ interactive ที่เค้ามีให้เลยซักจุดเดียว ก็อย่างที่บอกว่าต้องวิ่งตามช้างต้น แต่สื่อต่าง ๆ ที่ทางพิพิธภัณฑ์จัดไว้ก็ทำให้เราได้ความรู้เพิ่มบ้างแม้จะไม่มากเท่ากับการอ่านรายละเอียดของแต่ละสิ่งแต่ละยุค ส่วนช้างต้นเองก็เที่ยวเพลิน สนุกสนานและอารมณ์ดีตลอดเพราะมีอะไรให้เล่นเยอะ

ทุกครั้งที่สนใจอะไรก็ตาม ณ ที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ช้างต้นจะยืนนิ่ง ๆ หยุดดู วันนั้นเราได้เห็นทีท่าแบบนี้ของลูกตลอดเวลาที่เดินเที่ยวอยู่ในพิพิธภัณฑ์ และหากสนใจมาก ๆ จะเข้าไปสัมผัส จับต้องและก็มีคำถาม หากรู้จักก็จะบอกว่าสิ่งนั้นคืออะไร
(อีกหนึ่งอริยาบทที่พบเห็นตลอดเวลาที่เดินอยู่ในพิพิธภัณฑ์ สงสัยกำลังเก็บประสบการณ์ใหม่ลงลิ้นชักความจำมั้ง อิอิ)


.....แม่ตัดสินใจไม่ผิดเลย ที่เลือกพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ให้เป็นก้าวแรกของลูกที่จะได้เพิ่มเติมองค์ความรู้เผื่อให้ลูกได้ต่อยอดต่อไปในอนาคตอันใกล้...


.....อาทิตย์หน้า เราจะไปไหนกันดีจ้ะ.....
รักช้างต้นมากมาย / แม่ทัชจ้ะ ^_^




Create Date : 29 มิถุนายน 2551
Last Update : 23 กรกฎาคม 2551 15:48:41 น. 7 comments
Counter : 3653 Pageviews.

 
อ๋อ ที่นี่เอง เราก็อยากพาน้องทอไปเหมือนกันอ่ะ น่าไปมากๆ เลยอ่ะ

รองเท้าน้องช้างสีสวยจัง


โดย: จ๊ะเอ๋(แม่น้องทอ) IP: 125.24.146.29 วันที่: 30 มิถุนายน 2551 เวลา:9:36:34 น.  

 
อิอิ พาน้องทอไปดิเอ๋ หนุกโพด ๆ เยยอ่ะเพื่อน ไว้จะไปเมื่อไหร่ โทรนัดกานนะเพราะทัชก็อยากไปอีกเหมือนกัน 555


โดย: แม่ทัชจอมซ่าส์ กะช้างต้นจอมซน (angel-touch ) วันที่: 30 มิถุนายน 2551 เวลา:9:56:56 น.  

 

ช้างต้น .. แม่ทัชกะป้านกใจตรงกันม๊ากๆ (แต่แม่ทัชเร็วกว่า) ป้านกเพิ่งคุยกับเพื่อนมะคืนเอง ว่าถ้าเดือนนี้มากรุงเทพฯ จะพาไปเที่ยวที่นี่อะ .. ดีเลยมีที่ปรึกษา เดี๋ยวจะโทรไปถามรายละเอียดแม่ทัชเค้าซะหน่อย ..


โดย: ป้านก IP: 58.9.93.170 วันที่: 30 มิถุนายน 2551 เวลา:13:13:38 น.  

 
ด้วยความยินดี แต่จะคิดค่าปรึกษาด้วยนะ ฮี่ๆๆ


โดย: แม่ทัชจอมซ่าส์ กะช้างต้นจอมซน (angel-touch ) วันที่: 30 มิถุนายน 2551 เวลา:13:33:59 น.  

 
น้องช้างต้นท่าทางชอบมากเลยนะคะ สงสัยคุณพ่อและคุณแม่ต้องพาไปทุกวีคเอนแล้วล่ะค่ะ ได้ความรู้ด้วยเนอะ


โดย: เจ้าหญิงของแม่ IP: 90.199.129.22 วันที่: 30 มิถุนายน 2551 เวลา:17:03:10 น.  

 
ป้าก็ได้ไปเที่ยวด้วยกะช้างต้นนะเนี่ยหนุกเชียวพาป้าไปอีกนะครับ


โดย: ป้าปิ๋ว IP: 66.188.138.207 วันที่: 10 กรกฎาคม 2551 เวลา:3:04:55 น.  

 
wow! พี่ปิ๋ว ขอบคุณค่ะที่แวะมา comment กลับมาไทยเมื่อไหร่ ไว้ชวนกันไปเที่ยวที่นี่นะคะ เป็นสถานที่ ๆ ดีมาก ๆ เลยค่ะ พี่ปิ๋วสบายดีป่าวคะ คิดถึงมากมายเลย จะกลับเมืองไทยเมื่อไหร่ อย่าลืมส่งข่าวนะคะ จุ๊บๆๆ


โดย: แม่ทัชจอมซ่าส์ กะช้างต้นจอมซน IP: 58.9.103.121 วันที่: 10 กรกฎาคม 2551 เวลา:9:47:47 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Valentine's Month


 
angel-touch
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




Welcome to our love Blog...ดีใจจังที่แวะมาทักทายกัน ^_^ ทัชและน้องช้างต้น

pk12th

Friends' blogs
[Add angel-touch's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.