Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2550
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
7 มิถุนายน 2550
 
All Blogs
 
ย้อนรอย รำลึกถึงวันแรก ที่เราพบกัน (My Little Prince, welcome to the world)


สวัสดีช้างน้อยของแม่ (แล้วเราก็ได้พบกัน)

วันศุกร์ที่ 10 มีีนาคม 2549 (19.00 น.)



วันนี้แม่นัดกับคุณกอล์ฟที่ขายเสื้อผ้าเด็กในบ้านแปลนไว้ตอนทุ่มกว่า พอแม่ออกไปเอาเสื้อผ้าให้ช้างแล้วเดินกลับบ้าน แม่เริ่มรู้สึกเจ็บท้องนิด ๆ แต่ก็ไม่แน่ใจว่าใช่เจ็บจริงรึเปล่า เพราะรู้สึกว่ายังพอทนได้ แต่ระหว่างที่เฝ้าดูอาการ มันก็เริ่มเจ็บทุก 15 นาทีอย่างที่หมอบอก สองทุ่มก็เลยไปโรงพยาบาลดีกว่า

พอไปถึงคุณหมอตรวจภายในให้แล้วบอกแม่ว่าตอนนี้ปากมดลูกเปิดประมาณ 1.75 ซม. แล้ว ให้ admit เลย น่าจะคลอดคืนนี้ ความรู้สึกแม่ตอนนั้นเหรอ ยังไม่ตื่นเต้นนะ แต่กลัวมากกว่า ว่าในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า นอกจากเราจะได้พบกันแล้ว แม่ยังจะต้องเจอกับอะไรบ้าง

หลังจากที่อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า และทำความสะอาดแล้ว คุณพยาบาลให้แม่นอนอยู่ในห้องรอคลอด ตอนนั้นแม่อยู่คนเดียว เพราะคุณพ่อของช้างยังทำงานอยู่ ส่วนคุณยายและพี่มายด์ที่ตามมาส่ง แม่ให้กลับบ้านไปก่อน แต่แม่ให้คุณยายพยายามโทรติดต่อคุณพ่อให้ตามมาเร็ว ๆ เพราะแม่กลัวที่จะอยู่คนเดียว ถ้ามีคุณพ่อมาอยู่ข้าง ๆ แม่คงมีกำลังใจมากขึ้น

สามทุ่มกว่า แม่เริ่มเจ็บท้องถี่ขึ้น ทุก 10 นาที แม่ว่ามันเจ็บกว่าเวลาที่เราปวดท้องตอนเป็นประจำเดือนซะอีก คุณพยาบาลสอนเทคนิคการหายใจเวลาเจ็บท้องให้ แม่ก็พยายามทำตาม ก็ช่วยได้บ้าง ตอนนี้คุณหมอเอาเครื่องตรวจวัดการบีบตัวของมดลูกและเครื่องดูจังหวะการเต้นของหัวใจของลูก มาติดไว้ที่พุงกลม ๆ ของแม่ แม่ก็ปวดท้องไปนอนมองตัวเลขที่แสดงจังหวะการเต้นของหัวใจลูกไป ก็เพลิน ๆ ดีแต่ปนเจ็บท้องเป็นระยะ ตอนนี้ยังเจ็บแบบพอทนได้ ยังมีสติ ยังไม่ร้องเสียงดัง

ประมาณห้าทุ่มครึ่ง คุณพ่อของช้างก็มาถึง แม่เริ่มมีกำลังใจเพิ่มมากขึ้น อาการเจ็บท้องคลอดก็ถี่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย แม่บอกคุณพ่อของช้างตลอดเวลาว่าให้อยู่เป็นเพื่อนแม่ อย่าทิ้งให้แม่อยู่คนเดียว คุณพ่อสัญญาว่าจะอยู่เป็นเพื่อนแม่จนกว่าจะเข้าห้องคลอด หลังจากนั้นแม่เริ่มเจ็บท้องมากขึ้นเรื่อย ๆ จนเหมือนจะทนไม่ได้ ตอนนี้ปากมดลูกเปิดมา 2 ซม. กว่าเท่านั้นเอง คุณพยาบาลบอกว่าต้องให้เปิดถึง 5 ซม. แล้วหลังจาก 5 ซม. ปากมดลูกจะเปิดเร็วขึ้นและต้องรอให้เปิดถึง 10 ซม. จึงจะทำคลอดได้ แม่นอนมองนาฬิกา เฝ้ารอเวลานั้น ด้วยใจหนึ่งก็อยากให้ทุกอย่างผ่านไปเร็ว ๆ ให้แม่และช้างได้พบกัน แต่ความกลัวก็ยังมีอยู่ ตลอดเวลาที่เจ็บท้องถี่ขึ้นเรื่อย ๆ แม่ร้องเสียงดังจนพยาบาลวิ่งเข้าวิ่งออกบ่อย ๆ มาคอยปลอบและให้กำลังใจ แต่แม่แทบจะทนไม่ได้ คุณพยาบาลจึงฉีดยาระงับปวดให้ แต่เหมือนจะช่วยอะไรแม่ไม่ได้ เพราะแม่ก็ยังเจ็บท้องมากอยู่ดี ตอนนี้แม่ไม่ลืมตาแล้วลูก อาจเป็บเพราะฤทธิ์ของยาที่ฉีดเข้าไปด้วย คุณพ่อบอกว่าแม่เจ็บท้องมากจนร้องเสียงดัง แต่ก็ยังไม่วายที่จะร้องไป ขอโทษพี่ ๆ พยาบาลไป ที่ต้องร้องเพราะปวดมากจริง ๆ พยาบาลที่นี่ก็ดีมาก เค้าไม่ว่าแม่ซักคำ บอกว่า "ร้องออกมาเลยถ้าปวด ไม่เป็นไร พี่ไม่ว่า" แม่ได้ยินทุกคำพูด และรู้สึกว่าเค้าบีบมือแม่ด้วย แม่ได้ยินเสียงของทุกคนรอบ ๆ ตัวแม่ แต่แม่ลืมตาไม่ได้


วันเสาร์ที่ 11 มีนาคม 2549

เวลาล่วงเลยไปกี่ชั่วโมงแม่ก็ไม่แน่ใจ เพราะตาลืมไม่ขึ้น แม่เหมือนกึ่ง ๆ รู้สึกตัวและไม่ีรู้สึกตัว ในที่สุดแม่ก็ได้ยินคุณหมอบอกว่าช่องคลอดเปิดถึงเกือบ 10 ซม. แล้ว เรากำลังจะไปห้องคลอดกันนะ แม่ก็บอกคุณหมอตลอดเวลาว่าปวดมาก ๆ จนอยากจะเบ่งแล้ว หลังจากนั้นเหมือนทุกอย่างจะผ่านไปเร็วมาก นาทีนั้นทั้งเจ็บท้องทั้งอยากเบ่ง ที่เคยกลัวเรื่อผ่าฝีเย็บอะไรนั่น แม่ลืมมันไปหมดแล้ว รู้แต่อยากจะเบ่งอย่างเดียวเลยลูก แม่เหมือนไม่มีสติ รู้แต่แม่พยายามทำทุกอย่างที่คุณหมอและพยาบาลบอก บอกให้หายใจลึก ๆ ลูกจะได้มีออกซิเจน บอกให้เบ่งอยู่ไม่กี่ครั้ง ความเจ็บปวดทั้งหมดที่แม่ต้องเผชิญมาตลอดหลายชั่วโมง หายไปแบบปลิดทิ้งจริง ๆ

02.45 น. ของวันเสาร์ที่ 11 มีนาคม 2549 แล้วแม่ก็ได้ยินเสียงร้องของลูกเป็นครั้งแรก ลูกร้องเสียงดังจริง ๆ ทุกคนในห้องคลอดบอกแม่ว่าได้ลูกชายนะคะ (แม่รู้อยู่แล้ว ก็แอบดูช้างตั้งหลายครั้ง แถมคุณหมอทองทิศก็ยืนยันนั่งยันขนาด print ภาพที่ ultrasound ไว้ให้เป็นหลักฐาน) คุณพยาบาลบอกให้แม่พยายามลืมตาขึ้นมาดูลูก แล้วเค้าก็วางลูกไว้บนท้องแม่ แม่เห็นลูกเพียงลาง ๆ เท่านั้น หลังจากนั้นพยาบาลคงพาลูกไปทำความสะอาด ส่วนแม่ต้องคลอดรกและนอนอยู่ในห้องคลอดเพื่อดูอาการอีก 2 ชั่วโมง พอทุกอย่างสงบลง แม่เริ่มได้สติ คุณหมอเย็บฝีเย็บเรียบร้อยแล้ว แม่เสร็จสิ้นภารกิจที่สำคัญที่สุดในชีวิตไปอีกหนึ่งอย่าง นั่นคือการให้กำเนิดน้องช้างตัวน้อย ๆ ของแม่

ไม่นาน คุณพยาบาลก็เข็นเด็กชายตัวน้อย ๆ มาในเปล แล้วเค้าก็อุ้มช้างไว้ข้าง ๆ แม่แล้วกระซิบบอกแม่เหมือนจะชมว่า "คุณแม่เบ่งเก่งจริง ๆ ลูกแข็งแรงร้องเสียงดังพอ ๆ กับคุณแม่เลย" (ที่ว่าแม่ร้องเสียงดังคงเป็นตอนเจ็บท้องคลอด เพราะคุณพ่อบอกว่าแม่ร้องลั่นแผนกจนเสียงดังออกไปถึงข้างนอกโน่น) แต่ตอนนี้ลูกกำลังหลับ ครั้งนี้แม่เห็นช้างน้อยของแม่เต็ม ๆ ตา แม่ดีใจที่ลูกแข็งแรง น่ารัก ผมดกมาก ๆ ดูหล่อและน่ากอดจัง แม่มองช้างแล้วน้ำตาคลอ ความรู้สึกในตอนนี้คือแม่รักช้างมากที่สุด แม่เคยคิดว่าแม่รักคุณพ่อของช้างมากที่สุดแล้ว ตอนนี้ผู้ชายอีกคนที่แม่รักเท่า ๆ กับคุณพ่อก็คือลูก

คุณพยาบาล พยายามปลุกให้ช้างดูดนมแม่เพื่อกระตุ้นน้ำนม ช้างก็ทำได้ดี แม่รู้ถึงความพยายามของลูก แต่พยาบาลให้ดูดเดี๋ยวเดียวเอง แล้วก็พาหนูกลับไป ตอนนี้คุณพยาบาลอีกคนเดินมาบอกกับแม่ว่าคุณพ่อของลูกเพิ่งจะกลับไป หลังจากที่อยู่รอแม่คลอดและรู้ว่าเราสองคนปลอดภัย ตอนนี้เป็นเวลาตีสี่กว่าแล้วล่ะ หลังจากนั้นเค้าก็ย้ายแม่ไปไว้ที่ห้องพัก

ในที่สุด เวลาที่คุณพ่อและแม่เฝ้ารอวันที่เราจะได้พบกันก็มาถึง และหลังจากวันนี้ไป คุณพ่อกับแม่ไม่ได้รักและมีกันเพียงสองคนเหมือนก่อนอีกแล้ว แต่เราจะมี "น้องช้าง" เป็นสมาชิกใหม่ เป็นคนที่มาเติมคำว่า "ครอบครัว" ให้สมบูรณ์ คุณพ่อและแม่ยังมีภารกิจที่สำคัญพอ ๆ กับการที่แม่ให้กำเนิดลูก ก็คือการเลี้ยงช้างน้อยของแม่ให้เติบโตเป็นหนุ่มน้อยที่อบอุ่น อ่อนโยน สุภาพและเป็นสุภาพบุรุษ เหมือนกับคุณพ่อของลูก


รักลูกที่สุด / พ่อปอนด์ - แม่ทัช





Create Date : 07 มิถุนายน 2550
Last Update : 31 สิงหาคม 2550 15:35:22 น. 2 comments
Counter : 312 Pageviews.

 


โดย: เดี๋ยวขอนึกก่อนนะ วันที่: 7 มิถุนายน 2550 เวลา:17:14:30 น.  

 
อ่านแล้วพลอยทำให้นึกถึงตอนที่จะคลอดน้องทอเลยอ่ะ

อิชั้น ปากน้องช้างในรูปกับตอนนี้ไม่เปลี่ยนเล

หลานอิชั้นหล่อใช่เล่นนะเนี่ย


โดย: จ๊ะเอ๋(แม่น้องทอ) IP: 124.120.111.160 วันที่: 8 มิถุนายน 2550 เวลา:19:27:08 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

angel-touch
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




Welcome to our love Blog...ดีใจจังที่แวะมาทักทายกัน ^_^ ทัชและน้องช้างต้น

pk12th

Friends' blogs
[Add angel-touch's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.