ความรู้คือประทีป
Group Blog
 
 
เมษายน 2551
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
16 เมษายน 2551
 
All Blogs
 
เปิดประตูสู่อดีตอันรุ่งเรืองของ“Singora” เมืองใหญ่สองทะเล

"Singora" (ซิงกอร่า) ชื่อนี้อาจจะฟังดูไม่คุ้นหูนักสำหรับใครหลายๆคน แต่หากบอกไปว่าปัจจุบันเมืองชื่อแปลกหูนี้คือเมือง "สงขลา" อันเป็นหัวเมืองปักษ์ใต้ชายฝั่งตะวันออกขอบเขตแดนประเทศไทย เมืองท่าที่ถูกโอบล้อมไปด้วยผืนทะเลอันอุดมสมบูรณ์ถึงสองทะเลอันได้แก่ทะเลสาบสงขลา และทะเลนอกในน่านน้ำอ่าวไทย และเมืองโบราณที่มีประวัติศาสตร์อันรุ่งเรืองนับเนื่องเป็นร้อยปี



แม้ว่าวิถีชีวิตทุกวันนี้ของชาวเมืองสงขลาจะได้เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาที่หมุนเวียนไป แต่ก็ยังได้ทิ้งร่องรอยความเจริญอันยิ่งใหญ่เมื่อครั้งอดีตแทรกตัวให้เห็นอยู่ทั่วไปทุกมุมเมือง บ้านช่องห้องแถว หลังคาเก๋งมุงกระเบื้องดินเผาที่เรียงลดหลั่นกันเป็นระเบียบตามแบบฉบับจีนโบราณ



หรือจะเป็นอาคารลูกผสมสไตล์ชิโน-โปรตุกีส สีสันสดใส ประดับกรอบหน้าต่างโค้งด้วยลายปูนปั้นแบบยุโรป อันบ่งบอกถึงความสัมพันธ์จากการติดต่อค้าขายกับชนนานาชาติเมื่อครั้งอดีต ที่ต่างอาจหาญอวดความเก่าแก่กันกับตึกรามบ้านช่องหรูหราสมัยใหม่อย่างไม่เคอะเขิน



บ้านเก่าบางหลังยังคงมีเจ้าของอาศัยคอยดูแลรักษาราวกับต้องการให้เรื่องราวในอดีตยังคงมีชีวิตและดำเนินอยู่ต่อไป




บางหลังอาศัยโดยผู้มาใหม่ก็ได้ถูกปรับเปลี่ยนไปเป็นร้านค้า ร้านอาหาร หมุนเวียนกันไป





และบางหลังก็ทรุดโทรมถูกปิดตายอย่างแน่นหนาด้วยโซ่และแม่กุญแจราวกับไม่มีใครมาแยแสมาเนิ่นนานแล้ว



วันเวลาของอดีตและปัจจุบันเหล่านี้ล้วนมาบรรจบซ่อนตัวอยู่บริเวณถนนนครนอกที่ลัดเลาะไปตามชายฝั่งทะเลสาบสงขลา และถนนนครในอันเป็นย่านเก่าแก่เมื่อคราแรกตั้งเมืองสงขลาแห่งนี้




เอาหละครับเรามาย้อนเดินดูความงดงามของอดีตกันในย่านเมืองเก่าสงขลากันดีกว่าครับ

บ้านเรือนในย่านนครนอก- นครในนั้น สามารถแบ่งคร่าวๆออกได้เป็น 3 รูปแบบ

แบบแรกเป็นสไตล์จีนโบราณยุคแรกๆ คาดว่ามีการสร้างในช่วงรัชกาลที่3 ราว พ.ศ. 2379 ซึ่งเป็นช่วงที่มีการติดต่อค้าขายกับชาวจีน และมีการหลั่งไหลของชาวจีนเข้ามาตั้งรกรากในเมืองไทยเป็นจำนวนมาก ลักษณะเด่นคือมักจะสร้างชั้นเดียว หรือชั้นครึ่งถึงสองชั้น กระเบื้องมุงหลังคามีลักษณะเป็นกระเบื้องดินเผาแบบจีนโบราณคล้ายกาบกล้วย เรียงซ้อนกันเป็นแถวคว่ำและหงายสลับกันไป อาจมีลายปูนปั้นแบบจีนประดับ บริเวณหลังคา และหน้าจั่ว




บ้านหลังข้างบนนี้ว่ากันว่าเป็นหลังที่เก่าแก่ที่สุดในย่านนี้สร้างราวช่วงรัชกาลที่2 ถึง รัชกาลที่สาม 3 เจ้าของเดิมได้เสียชีวิตไปแล้วแต่ก็ได้สั่งเสียไว้ว่ามิให้มีการทุบทำลายทิ้ง ได้แต่เพียงซ่อมแซมให้แข็งแรงและอยู่ในสภาพเดิมมากที่สุดเท่านั้น จะเห็นได้ว่าภายนอกมีความทรุดโทรมพอสมควร ทั้งนี้เนื่องจากได้รับผลกระทบจากระเบิดในช่วงสงครามโลกนั่นเอง



ลักษณะเด่นอีกประการหนึ่งคือจะมีการเจาะรูหน้าต่างขนาดเล็กเท่านั้น ไม่นิยมทำกันสาดที่หน้าต่าง แต่อาจสร้างกรอบไม้ไว้ที่ขอบบน บ้านบางหลังในปัจจุบันก็ได้ปรับปรุงไปเป็นร้านรวงต่างๆ อย่างหลังนี้ก็กลายเป็นร้านซ่อมมอเตอร์ไซด์




ลักษณะแบบที่สองเป็นสไตล์ที่เรียกว่า ชิโน-โปรตุกีส (Chino-Portuguese) อันเป็นลักษณะที่ผสมผสานระหว่างศิลปะตะวันออกกับตะวันตกนั่นคือ จีน+ โปรตุเกส ซึ่งเป็นชาติยุโรปที่เข้ามาและมีอิทธิพลในเมืองไทยเป็นชนชาติแรกๆ บางครั้งอาจเรียกกันว่าสไตล์ ชิโน-ยูโรเปียน (จีน + ยุโรป) บ้านลัษณะนี้น่าจะได้รับอิทธิพลมาจากทางเมืองปีนัง และมะละกา ในมาเลเซีย บางครั้งอาจจะเรียกว่าสถาปัตยกรรมแบบอาณานิคม หรือ อาคารแบบโคโลเนียล(Colonial Style) ซึ่งอาจเป็นเพราะเป็นช่วงที่ชาติตะวันตกเข้ามายึดหลายประเทศในแถบคาบสมุทรมาลายูเป็นอาณานิคมนั่นเอง (ติดตามอ่านเรื่องราวและชมรูปภาพ เรื่องเล่าจากเมืองมะละกาได้ในบล๊อกของผมนะครับมีรูปให้เปรียบเทียบเยอะทีเดียว) ลักษณะตึกแบบ ชิโน-โปรตุกีส นี้คาดว่าเริ่มมีการสร้างในช่วงปลายรัชกาลที่ 3 และเด่นชัดมากขึ้นในช่วงรัชกาลที่สี 4 ถึงรัชกาลที่ 5 อันเป็นช่วงที่ศิลปะและวิทยาการต่างๆ ของชาวตะวันตก หลั่งไหลเข้ามาในสยามประเทศ




ตัวบ้านมักจะสร้างเป็นตึกสูงสองถึงสามชั้น มีลายปูนปั้นแบบกรีกหรือยุโรป ประดับอยู่ทั่วไป กรอบหน้าต่างมักทำเป็นรูปโค้ง ตัวหน้าต่างมักทำเป็นเกล็ดๆ บางหลังก็เป็นหน้าต่างยาว บางครั้งพบประดับด้วยกระจกสี





นอกจากที่สงขลาแล้วตึกรามบ้านช่องสไตล์นี้สามารถพบเห็นได้ที่ภูเก็ต ตรัง พังงา ครับ แต่หากจะโฟกัสในทางภาคใต้ฝั่งตะวันออกแล้วสามารถพบได้อีกในตัวเมืองปัตตานีและที่จังหวัดนครศรีธรรมราชครับ หากใครสนใจติดตามอ่านเพิ่มเติมได้จากวิทยานิพนธ์ของคุณธนรัชต์ ถาวโรจน์(2547) ครับมีรูปภาพประกอบบ้านแถบนี้เกือบทุกหลังพร้อมรายละเอียดที่ได้ความรู้มากทีเดียว




สไตล์นี้พบได้หลายหลังเช่นกันในย่านนี้



และแบบสุดท้ายเป็นแบบเรือนแถวสมัยใหม่ที่มีในยุคหลังจนถึงปัจจุบันเป็นสถาปัตยกรรมในคริสต์ศตวรรษที่ 20 เข้าใจว่าสร้างขึ้นในช่วงรัชกาลที่ 7แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ไม่ปรากฏลวดลายประดับมากมายนักเหมือนในยุคแรกๆ กระเบื้องเป็นลอนโค้งแบบที่เราพบเห็นกันทั่วๆไป นั่นเองครับ แต่อย่างไรเสียสำหรับเด็กรุ่นใหม่ๆ ก็ยังนับว่าดูแล้วคลาสิคไปอีกแบบหนึ่ง ผมชอบภาพนี้เป็นการส่วนตัวครับดูแล้วนึกถึงหนังเรื่อนแฟนฉันยังไงไม่รู้สิครับ



เอาหละครับคงจบสำหรับส่วนของเนื้อหาเชิงวิชาการเพียงเท่านี้แล้วกันนะครับ ขอออกตัวไว้ก่อนนะครับว่าตัวผมเองไม่ได้มีความรู้หรือจบมาทางด้านสถาปัตยกรรม หรือทางโบราณคดีแต่อย่างใด หากแม้นว่ามีข้อความผิดพลาดหรือคลาดเคลื่อนประการใด รบกวนท่านผู้รู้ทั้งหลายให้คำแนะนำด้วยครับผม

ส่วนต่อมาเป็นภาพเก็บตกที่ไปถ่ายมาครับ

ภาพแรกเลยคิดว่าทุกคนที่ผ่านไปมาย่านนครนอกคงคุ้นตากันดีกับอาคารสีแดงสดบาดตา " หับ โห้ หิ้น" ที่อยู่เกือบสุดถนนนครนอกหลังนี้นะครับ






จากสภาพภายในดูคล้ายกับเป็นแพปลามากครับ




แต่ผมมาสะดุดตากับไอ้เจ้าปล่องสูงๆ บนหลังคาเนี่ย คุ้นๆเหมือนเคยเห็นโรงสีข้าวแถบเมืองปากพนัง และเวลานั่งรถไฟผ่านพัทลุง ตกลงแล้ว หับ โห้ หิ้น แห่งนี้คือแพปลาหรือโรงสีกันแน่ครับเนี่ย สับสนสับสน ???



ปิดท้ายกันด้วยตรอกซอกซอยที่มีอยู่อย่างมากมายตัดไปตัดมาระหว่างถนนนครนอก นครใน และถนนนางงาม




อ้างอิง

ธนรัชต์ ถาวโรจน์.2547.การศึกษาตึกแถวบริเวณย่านการค้าเก่าในเมืองท่าชายฝั่งทะเลตะวันออกของคาบสมุทรภาคใต้ ประเทศไทย.วิทยานิพนธ์.สาขาวิชาประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรม, ภาควิชาศิลปสถาปัตยกรรม, มหาวิทยาลัยศิลปากร.

( //radiothailand.prd.go.th/songkhla/oldhouse.htm )

(//th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B9%82%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B8%AA)

free counters


Create Date : 16 เมษายน 2551
Last Update : 3 มิถุนายน 2553 0:39:16 น. 25 comments
Counter : 3285 Pageviews.

 
เห็นแล้วคิดถึงบ้านที่ปัตตานี
ย่านหัวตลาดปัตตานีจะคล้ายกับนครนอก นครใน สงขลา
ขอบคุณสำหรับสิ่งดีๆที่นำมาให้ชมครับ


โดย: CVTบ้านโป่ง วันที่: 17 เมษายน 2551 เวลา:8:08:54 น.  

 
เห็นแล้วคิดถึงบ้านที่ปัตตานี
ย่านหัวตลาดปัตตานีจะคล้ายกับนครนอก นครใน สงขลา
ขอบคุณสำหรับสิ่งดีๆที่นำมาให้ชมครับ


โดย: CVTบ้านโป่ง วันที่: 17 เมษายน 2551 เวลา:8:08:54 น.  

 
เห็นแล้วคิดถึงบ้านที่ปัตตานี
ย่านหัวตลาดปัตตานีจะคล้ายกับนครนอก นครใน สงขลา
ขอบคุณสำหรับสิ่งดีๆที่นำมาให้ชมครับ


โดย: CVTบ้านโป่ง วันที่: 17 เมษายน 2551 เวลา:8:08:54 น.  

 
ขออภัยมันมาเองเป็นชุดครับ


โดย: CVTบ้านโป่ง วันที่: 17 เมษายน 2551 เวลา:9:28:21 น.  

 
อยากไปกิน ข้าวเหนียวมะม่วง ที่อร่อยที่สุดในโลกตรงถนนนางงามอีกอ่ะ

ว่าง ๆ ไปกันอีกเนอะ

ถ่ายรูปสวยจัดเลย

ทริปหน้าไปเกาะหมาก เอาสวย ๆ กว่านี้เลยนะ


โดย: Cédric IP: 222.123.178.237 วันที่: 17 เมษายน 2551 เวลา:12:40:51 น.  

 
ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชมครับ

ตอนนี้มีไอเดียใหม่อยากถ่ายภาพพบ้านสไตล์ชิโน โปรตุกีส แถบคาบสมุทรมลายู เก็บไว้เป็นcollection เพราะว่ามีภาพชุดมะละกาแล้ว สิงหานี้ก็กำลังจะไปปีนัง สงขลาก็มีแล้ว ที่เหลือคงเก็บตกง่ายในเมืองไทย เพราะคงไปที่ภูเก็ต ปัตตานี แล้วก็ตรัง ยังไงช่วยสมทบทุนค่าเดินทางด้วยนะครับบ อิอิอิ


โดย: Oceanophila IP: 202.12.73.5 วันที่: 17 เมษายน 2551 เวลา:14:01:16 น.  

 
ภาพสวยเลยแวะมาดู


โดย: ฟ้าลั่น IP: 58.181.152.146 วันที่: 17 เมษายน 2551 เวลา:15:47:06 น.  

 
เนื้อหาแน่น ภาพสวย...

แม๊กเอาดีทางด้านนี้ได้น้า ....


โดย: Halimeda lover IP: 118.173.149.19 วันที่: 19 เมษายน 2551 เวลา:23:29:37 น.  

 
ทามเป็นหนังมือดีก่าเทอเราว่านะ.....


โดย: น้องมุกน่ารัก IP: 124.120.233.153 วันที่: 19 เมษายน 2551 เวลา:23:39:25 น.  

 
แวะมาเยี่ยมครับ



โดย: Oceanophilic IP: 58.147.4.190 วันที่: 14 พฤษภาคม 2551 เวลา:11:07:16 น.  

 
ว้าววว ถ่ายรูปแนวจัดเลย เยี่ยม!


โดย: มู๋ฟาง IP: 119.42.86.166 วันที่: 17 กันยายน 2551 เวลา:16:18:05 น.  

 
สวยดีค่ะ เหมาะแก่การเก็บรักษา


โดย: นู๋ดี IP: 118.173.144.250 วันที่: 7 มิถุนายน 2552 เวลา:21:31:14 น.  

 
ขนาดเห็นอยู่บ่อยๆๆ.แต่พอแวะเข้ามาดูอีกทีบางมุม..สวยงามมากค่ะ


โดย: แม่วาด IP: 118.173.127.5 วันที่: 6 ตุลาคม 2552 เวลา:10:23:04 น.  

 
ภาพสวยครับ อย่าลืมไปกินไอติมยิวนะครับนครใน


โดย: พี่ตี้ IP: 222.123.179.94 วันที่: 7 มกราคม 2553 เวลา:21:58:20 น.  

 
ไม่พลาดครับคุณพี่ตี้ ไปทุกทีก็กินเกือบทุกที เคยไปถามเจ้าของร้านแกว่าร้านนี้เปิดมาประมาณ 70 ปีแล้วครับเท่ากับอายุป้าแก เพราะแม่แกเปิดในช่วงที่แกเกิดพอดี


โดย: Oceanophila วันที่: 24 มกราคม 2553 เวลา:1:05:50 น.  

 
ขอบคุณมากครับ ที่ช่วยเก็บประวัติศาสตร์เมืองสงขลาไว้ด้วยภาพถ่าย


โดย: หม่องวิน มอไซ IP: 158.108.194.164 วันที่: 25 มกราคม 2553 เวลา:9:05:38 น.  

 
https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=siamart-today&month=18-05-2010&group=1&gblog=1
ลองดูครับ


โดย: siamart วันที่: 18 พฤษภาคม 2553 เวลา:22:04:32 น.  

 
ขออนุญาตนำบล๊อกไปแอ๊ดใน FB นะครับ ติดตามได้ที่

//www.facebook.com/photo.php?pid=241716&id=118056198228608#!/songkhla.asia?ref=ts


โดย: ภาคีคนรักเมืองสงขลา IP: 113.53.11.115 วันที่: 3 สิงหาคม 2553 เวลา:8:31:15 น.  

 
ยินดีครับผม เพราะผมก็ติดตาม FB ของภาคีคนรักสงขลาอยู่นานแล้วครับ และขอชื่นชมคณะทำงานทุกท่านครับ


โดย: ocenophila IP: 172.28.9.32, 202.12.73.100 วันที่: 3 สิงหาคม 2553 เวลา:11:11:40 น.  

 
I love the pictures! Keep up the good work!


โดย: James IP: 10.30.2.153, 202.28.66.25 วันที่: 3 สิงหาคม 2553 เวลา:14:57:31 น.  

 
สงขลาแต่แรก


โดย: ปูเน่า IP: 192.168.0.86, 61.19.22.210 วันที่: 4 สิงหาคม 2553 เวลา:16:05:21 น.  

 
ชอบมาก ขอชื่นชม ทำเหรยตะ


โดย: ล.ลิง IP: 203.146.113.18 วันที่: 26 สิงหาคม 2553 เวลา:15:09:02 น.  

 
ไม่เคย คอว่า ทีๆ เคยอยู่เคย นอน ช่างมีประวัติศาตร์ที่มากมาย น่าค้นคว้า ศึกษา...


โดย: จอม นาทวี IP: 182.52.161.81 วันที่: 30 มิถุนายน 2554 เวลา:15:13:52 น.  

 
เรียน ท่านผู้รู้
ผมมีคำถามจะสอบถามเกี่ยวกับชื่อเก่าของเมืองสงขลาครับ ผมได้รับติดต่อจากอาจารย์ชาวต่างประเทศที่อ้างถึงผลการศึกษาในอดีต ว่าเกิดขึ้นใกล้ทะเลสาบในเมือง Singgore (คาดว่าจะเป็นพื้นที่แถบทะเลสาบสงขลา)
ผมพยายามลองหาดูพบว่ามีแต่คำว่า Singora (สิง-ขะ-ระ) แต่ไม่เจอคำว่า singgore ครับ แกให้เหตุผลกลับมา (ดังข้อมูลด้านล่างนี้ครับ) รบกวนพี่ๆ น้าๆ ที่พอจะทราบเกี่ยวกับเรื่องนี้ช่วยให้ความกระจ่างด้วย
ขอบคุณมากครับ/
คนเขารูปช้างทำงานเมืองคอน

….
Singgore is not Dutch, the person that found the slugs was English. I think that he got the name from a local.
Several Asians cannot pronounce the r, thus Singola can be Singora. Wen the end letter is week it will pronounced as e or u.
In Korea I got every lice as meal, in Thailand it is usually pronounced as rice but near Pattani they say nassy.
Google every time tried to change it into Singapore, but et the end I got a good result. I do not know if the change in name is a political question.
The problem with translating Thai words in our letters is that Thai seems to use more characters…..



โดย: คนเขารูปช้างทำงานเมืองคอน IP: 49.228.124.216 วันที่: 1 มีนาคม 2555 เวลา:11:19:22 น.  

 
ขอบคุณครับพี่คนเขารูปช้างสำหรับข้อมูล

เรื่องชื่อเมืองสงขลา ในความคิดเห็นของผม ผมว่าอย่างไรเสีย ชื่อสงขลา ต้องไม่ได้มาจาก Singora แน่นอนครับ เพราะ ชื่อบ้านนามเมือง อย่างไรเสียต้องเป็นภาษาท้องถิ่น ที่คนไทยฟังแล้วเข้าใจ ผมให้น้ำหนักไปทาง ชื่อง สิงขร หรือ สิงขะระ ตามภูมิประเทศของเมืองสงขลา ที่มีถูเขาเป็น landmark อยู่เวลาล่องเรือมา
ส่วนความลักลั่นในการเขียนชื่อเป็นภาษาอังกฤษนัน้ พบว่ามีการสะกดชื่อเมืองเป็นอีกหลายแบบครับ เท่าที่พบเช่น Sungora (แผนที่ของ ครอว์เฟิด 1856) หรือ Singor ( ใน Le Petit Atlas Maritime, 1764 และ ในแผนที่รถไฟคาบสมุทรมลายู ปี 1920) หรือ Singora (ในแผนที่ของฝรั่งเศสสมัยพระนายณ์ครับ/ และแผนที่ของฝรั่งเศสในสมัยรัชกาลที่ 5)


โดย: Oceanophila IP: 110.164.182.42 วันที่: 14 พฤษภาคม 2556 เวลา:16:14:38 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Oceanophila
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




อดีตคือรากฐานของปัจจุบัน... ปัจจุบันคือรากฐานของอนาคต..
Friends' blogs
[Add Oceanophila's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.