ความรู้คือประทีป
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2553
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
2 สิงหาคม 2553
 
All Blogs
 

จิตรกรรมไทย สมัยรัตนโกสินทร์ ในแดนล้านช้าง ณ วัดล่องคูน..

เมื่อปลายปีที่แล้วมีโอกาสได้ไปเที่ยวเมืองหลวงพระบาง มาครับ ท่านที่เคยไปมาแล้วย่อมต้องทึ่งในความงามของวัดวาอารามศิลปะล้านช้าง ที่พบเห็นได้ทั่วไปในย่านที่เป็นจุดท่องเที่ยวสำคัญๆ ตลอดจนอัธยาศัยและน้ำใจไมตรีของชาวหลวงพระบาง ซึ่งตัวตัวผมเองก็รู้สึกเช่นนั้นเช่นกัน...

แต่วัดที่ผมสนใจเป็นพิเศษในการมาเที่ยวครั้งนั้นกลับเป็นวัดเล็กๆ เงียบๆ ที่ซุกซ่อนตัวอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเมืองหลวงพระบางเพียงแค่ข้ามแม่น้ำโขง วัดที่ผมกำลังพูดถึงอยู่นี้คือ "วัดล่องคูน" ครับ(สะกดตามภาษาลาว)

วัดล่องคูน ตั้งอยู่ในบริเวณเมืองเซียงแมน ซึ่งอยู่คนละฝั่งกับตัวเมืองหลวงพระบาง โดยมีแม่น้ำโขงกั้นกลาง สันนิษฐานว่าสร้างในปี พ.ศ. 2334 ในสมัยพระเจ้าอนุรุทธราช เป็นวัดป่ากรรมฐาน ที่มีความสำคัญเกี่ยวข้องกับเจ้ามหาชีวิตของลาวมากอีกวัดหนึ่ง เนื่องจากถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติว่า ก่อนการครองราชย์นั้นเจ้ามหาชีวิตลาว ทุกพระองค์จะต้องมาปฏิบัติธรรมอยู่ ณ วัดล่องคูน แห่งนี้เป็นเวลา 3 วัน หลังจากนั้นจึงประทับเรือข้ามฟากไปประกอบพิธีราชาภิเษก ณ วัดเซียงทอง ทางฝั่งตรงกันข้าม



ความน่าสนใจของวัดล่องคูนไม่ได้มีเพียงเท่านั้นครับ แต่ที่ผมติดใจอย่างมากคือรูปแบบศิลปะทางสถาปัตยกรรมต่างๆนั้น เป็นการผสมผสานกันระหว่างศิลปะของหลวงพระบางเองและแบบไทย ในสมัยช่วงต้นรัตนโกสินทร์ ภายในพระอุโบสถจะมีภาพจิตรกรรมฝาผนังโดยรอบซึ่งผมจะนำชมต่อไป ด้านหลังสิม หรือ พระอุโบสถนั้นมีสถูปหลายองค์เรียงรายอยู่ครับ

ผม เองขอออกตัวก่อนนะครับว่าไม่ได้เชี่ยวชาญ หรือเรียนมาทางสถาปัตยกรรมไทยเลย ดังนั้นข้อมูลบางส่วนผมจะแทรกความคิดเห็นส่วนตัวไปด้วยนะครับ ตามที่เคยอ่านผ่านตามา ซึ่งถ้าท่านผู้รู้ท่านใดผ่านมาอ่านเจอแล้วพบว่าเป็นข้อมูลที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแก้ไขให้ด้วยนะครับ สำหรับท่านอื่นๆที่เข้ามาอ่านจะได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้องไปครับ

อย่างรูปเจดีย์องค์ใหญ่นี้ ผมดูแล้วเข้าใจว่าเป็นแบบย่อมุมไม้ ที่พบได้ตั้งแต่สมัยอยุธยาเป็นต้นมาครับ



องค์เล็กข้างล่างนี้ก็เป็นแบบย่อมุมไม้เช่นกัน
แต่ไม่ทราบว่าเจดีย์องค์อื่นๆ ในภาพนี้มีชื่อเรียกเฉพาะหรือไม่ครับว่าเป็นแบบใดทรงใด เพราะผมเห็นว่ามีหลากหลายรูปแบบมากครับ




คราวนี้มาดูหน้าบันบ้างครับ เป็นลายเทพนม ใต้ลวดลายนั้นมีอักษรธรรมลาว เขียนกำกับไว้ครับ



มาดูกันใกล้ๆครับ ผมขอขยายข้อความดังกล่าวอีกครั้งนะครับ ท่านใดอ่านได้รบกวนช่วยแปลให้ด้วยนะครับ



ก่อนจะเข้าไปในพระอุโบสถก็มีภาพทวารบาลจีน อยู่ซ้ายขวาครับ ซึ่งดูแล้วน่าจะเป็นศิลปะแบบรัตนโกสินทร์ เพราะวัดอื่นๆในฝั่งหลวงพระบางไม่พบมีลายเช่นนี้ สวยงามมากครับ ลายสลักที่กรอบประตูก็งามไม่แพ้กัน



เรามาดูทวารบาลกันใกล้ๆครับ ท่านนี้อยู่ฝั่งซ้าย



ท่านนี้อยู่ฝั่งขวา ไม่ทราบว่าในมือท่านถืออะไรครับ เหมือนจะเป็นผ้า



จากนั้นเมื่อเข้ามาก็จะเจอองค์พระประธานครับ ไม่ทราบว่าพระพุทธรูปนี้เป็นศิลปะแบบใดครับ ล้านช้างหรือเปล่า?



นอกจากบริเวณฐานพระประธานก็มีภาพวาดบนแผ่นไม้ดูเก่าแก่และสวยงามดีครับ



อุโบสถวัดล่องคูนนี้ไม่ได้กว้างมากมายครับ เมื่อผมมองไปยังผนังรอบๆ แล้วรู้สึกขนลุกซู่เลยครับเพราะจิตรกรรมต่างๆ ดูราวกับภาพวาดในวัดสำคัญๆหลายวัดในกรุงเทพฯ เลยหละครับไม่มีเค้าร่างของศิลปะล้านช้างเลย เรื่องราวที่เขียนส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องทศชาดก และพุทธประวัติ

จากภาพมุมขวาบนเป็นภาพจากเรื่องพระหาชนกครับ ตอนเรือแตก
ส่วนมุมซ้ายบน เป็นภาพจากเตมียชาดก ครับ



มาดูความงามของภาพกันใกล้ๆครับ



ภาพนี้น่าจะเป็นเรื่องราวของพระเวสสันดร ในกัณฑ์แรกๆ ที่มีพราหมณ์มาขอช้างปัจจัยนาเคนทร์ จากพระเวสสันดร



ส่วนภาพนี้เป็นกัณฑ์มัทรี ตอนที่พระนางมัทรี ออกหาผลไม้ แล้วตอนจะกลับอาศรม เทพารักษ์ได้แปลงกายเป็นสัตว์ร้าย มาขวามทางเพื่อเป็นการถ่วงเวลาให้พระนางกลับไปถึงอาศรมช้า เพราะพระเวสสันดรได้ประทาน กัณหา และ ชาลีให้แกพราหมณ์ชูชกไป



ส่วนภาพนี้จากสุวรรณสามชาดกตอนที่ พ่อและแม่ของสุวรรณสามถูกงูพ่นพิษทำให้ตาบอด สุวรรณสามจึงใช้เชือกผูก ระหว่างทางกับอาศรมไว้ เพื่อให้พ่อและแม่เดินไปไหนมาไหนได้สะดวก



ภาพนี้ก็น่าจะมาจากเรื่องสุวรรณสามเช่นกัน น่าจเป็นตอนที่กษัตริย์มาแจ้งข่าวการตายของสุวรรณสามกับพ่อและแม่



นอกจากนี้ก็มีภาพจากทศชาติเรื่องอื่นๆเช่นภาพนี้จากเตมียชาดก



ภาพนี้จากพระจันทกุมารชาดก(บน) และ พระภูริทัตชาดก(ล่าง)



นอกจากนี้มีเรื่องราวพุทธประวัติ เช่นตอนที่เจ้าชายสิทธัตถะ หนีออกจากวังเพื่ออกผนวช ตอนกลางคืนขณะที่ทรงบรรทมกับพระราหุล ที่อยู่บนหลังคาน่าจะเป็นเจ้าชายสิทธัตถะครับ



ภาพนี้จากชากดกเรื่องวิธุรบัณฑิตชาดก ตอนที่ปุณณกยักษ์มาท้าพระเจ้าธนัญชัยโกรัพยะเล่นสกา จะเห็นกระดานสกาอยู่ใกล้ๆ



ออกมาข้างนอกพระอุโบสถกันบ้าวครับ ก็เจอกับกุฏิ ซึ่งสร้างอย่างดงามทีเดียว



และมีป้ายเกี่ยวกับการบูรณะวัดนี้ครับ ท่านใดอ่านภาษาลาวและฝรั่งเศสได้ รบกวนแปลด้วยครับ



และนี่ก็เป็นเรื่องราวที่ที่ผมอยากแบ่งปันให้ทุกท่าน ได้ชมกันครับ พอกลับมาไทยผมหาข้อมูลเพิ่มเติมทำให้ถึงบางอ้อว่า ที่วัดแห่งนี้มีจิตรกรรมที่เป็นแบบไทยนั้นเพราะว่า วัดนี้เคยได้รับการบูรณะโดยทหารไทยเมื่อครั้งที่เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี ยกทัพมาปราบฮ่อ และทัพไทยมาตั้งบริเวณนี้ และแผ่นดินฝั่งเซียงแมนนี้ ก็เคยอยู่ในการปกครองของไทยในอดีต ก่อนจะมาเสียให้ฝรั่งเศษไป ดังนั้นวัดนี้ถึงเป็นอีกวัดที่น่ามาเที่ยมชมครับ แต่น่าเสียดายที่ภาพต่างๆในวัดเริ่มเลือนลางไปมากแล้วเนื่องจากความชื้น และอีกอย่างก็คือไม่อยู่ในบริเวณที่ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก จึงไม่ได้รับการดูแลเท่าทีควร

ผมเลยมีความคิดเห็นว่าเป็นไปได้ไหม ที่ทางกรมศิลปากรจะยื่นมือเข้าไปช่วยบูรณะวัดแห่งนี้ เพราะถึงแม้ว่าจะอยู่ฝั่งลาวแต่ศิลปกรรมต่างๆก็สรรค์สร้างจากฝีมือคนไทย และอีกอย่างไทยและลาวก็นับว่าเป็นเพื่อนบ้านมานมนาน และเราก็ช่วยเหลือในการพัฒนาต่างๆในลาวอยู่บ้างพอสมควรครับ ไม่ทราบว่าท่านอื่นคิดเห็นกันอย่างไรครับ

ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามครับผม



ป.ล. ขอขอบคุณ คุณปลาทองสยองเมือง, คุณชื่นชอบนิยาย^^, คุณakkarachai และคุณวังเหนือ ด้วยครับที่ช่วยให้ข้อมูลเพิ่มเติม

ที่มา: //walker.siam2web.com//?cid=268180
//www.bloggang.com/mainblog.php?id=tonglengcha&month=12-05-2006&group=15&gblog=4

free counters




 

Create Date : 02 สิงหาคม 2553
8 comments
Last Update : 2 สิงหาคม 2553 20:36:01 น.
Counter : 6924 Pageviews.

 

สวยมากครับมีโอกาศอยากไปดูของจริงด้วยตา

 

โดย: Apc Music IP: 125.25.244.32 3 สิงหาคม 2553 16:59:56 น.  

 

ล้านช้างหรอคะ ว้าว
สวยมากจริงๆ
โอเค อ่านๆดูแล้วน่าไป อยากเห็นบ้างค่ะ มีโอกาสกลับไทยครั้งหน้าคิดว่า อยากจะเยือนสักครั้ง

 

โดย: ทิพย์ (Siriporn&Flemming ) 7 สิงหาคม 2553 20:32:45 น.  

 

สนุกมากค่ะ ขอขอบคุณที่มีภาพให้เราสึกษา

 

โดย: ใบเฟิร์น IP: 223.206.99.10 15 พฤศจิกายน 2553 20:29:26 น.  

 

ได้มีโอกาสไปเที่ยวมาแล้ว เป็นวัดหนึ่งในลาวที่น่าสนใจ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง ตอนที่ไปมา สภาพวัดค่อนข้างทรุดโทรมมาก ตั้งใจไว้ว่าหากมีโอกาสจะไปอีก

 

โดย: เหน่ง IP: 182.53.42.87 21 ธันวาคม 2553 15:22:27 น.  

 

 

โดย: linglingkame9 25 กันยายน 2554 18:59:20 น.  

 

 

โดย: lalular (lalular ) 28 ตุลาคม 2554 18:23:47 น.  

 

ไม่มีตอนปลายหรอ ?

 

โดย: 555 IP: 182.52.158.200 14 กุมภาพันธ์ 2555 23:10:25 น.  

 

สุขสันต์วันปีใหม่ครับ.


 

โดย: เจียวต้าย 31 ธันวาคม 2558 14:28:29 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


Oceanophila
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




อดีตคือรากฐานของปัจจุบัน... ปัจจุบันคือรากฐานของอนาคต..
Friends' blogs
[Add Oceanophila's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.