lozocat
ห้องของเล่นลูกห้องหนังสือลูกห้องท่องเที่ยวเรื่องของลูก450D Gallery
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2551
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
12 มิถุนายน 2551
 
All Blogs
 

วันร้าย คืนร้าย วันดี วันดีที่สุด

วันร้าย

เช้าจรดเย็นของเสาร์ที่ 22 กันยายน 2550 น้องแจ่มแจ่มเล่นกับพี่ชื่นใจอย่างสนุกสนานที่บ้านคุณตาคุณยาย ไม่มีวี่แววของอาการป่วยเลย ตอนเย็นหลับไปตั้งแต่ 19.00 น. พอ 21.30 น. น้องแจ่มตื่นมาบอกว่า หนาว ตัวสั่นไปหมด มือเย็น เท้าเย็น ตัวเย็นเฉียบ ขนลุก แนนตกใจมาก รีบโทร.บอกพ่ออ้าย แล้วพ่ออ้ายก็โทร.บอกให้คุณปู่คุณย่ามารับพี่ชื่นใจไปนอนด้วย ส่วนแนนก็รีบขับรถพาน้องแจ่มไปโรงพยาบาล... ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้าน ก่อนออกจากบ้านก็ทั้งใส่เสื้อหนาว กางเกงขายาวและห่มผ้าให้ลูก ระหว่างทางน้องแจ่มอาเจียนออกมา ก็เช็ดหน้าเช็ดปากให้น้องแจ่ม ตอนนั้นเริ่มรู้สึกว่าน้องแจ่มตัวร้อนมาก แต่ก็ยังมีสติดี พูดจารู้เรื่อง

ไม่เกิน 30 นาที ก็ถึงโรงพยาบาล ระหว่างทางแนนโทร.บอกที่รพ.ไว้แล้วว่า น้อง... จะมารพ.ด้วยอาการหนาวสั่น มือเย็น เท้าเย็น พอมาถึงก็เข้าไปรอหมอที่ห้อง แป๊บเดียวหมอเวรก็มา ตอนนั้นน้องแจ่มตัวร้อนมาก พยาบาลจัดยาลดไข้มาให้ แนนรีบป้อนยาน้องแจ่ม และพยาบาลไปเตรียมน้ำมาเช็ดตัว แต่ไม่ถึงนาทีถัดมา น้องแจ่มเริ่มชัก และชักอย่างรุนแรง หมอตะโกนบอกพยาบาลให้พาน้องเข้าห้องฉุกเฉินทันที

แนนตกใจมาก รีบโทร.บอกพ่ออ้าย และโทร.บอกคุณยาย คุณยายก็ไปปลุกคุณตา แป๊บเดียวพ่ออ้ายก็มาถึงโรงพยาบาล แต่ระหว่างนั้น แนนร้องไห้เหมือนคนไม่มีสติ มองไปหน้าห้องที่น้องแจ่มเข้าไปแล้วปวดใจเหลือเกิน ห้องนั้นติดป้ายหน้าห้องว่า “ห้องช่วยฟื้นคืนชีพ” แล้วทั้งพยาบาล ผู้ช่วยพยาบาล วิ่งเข้าวิ่งออกห้องนั้นตลอดเวลา แนนบอกอ้ายให้ไปถามอาการน้องแจ่มให้ที อ้ายกลับมาบอกว่า “น้องแจ่มยังหายใจ แต่ความดันต่ำลงเรื่อย ๆ” ณ วินาทีนั้น เพิ่งเข้าใจถึงคำว่า “ใจจะขาด” มันมีอาการอย่างไร

สักพักหนึ่ง คุณตาคุณยายนั่งรถแท็กซี่มาถึงรพ. คุณตารีบเข้าไปในห้องนั้นทันที (คุณตาเป็นหมอ เค้าก็เลยอนุญาตให้เข้าไปได้) คุณตาหายไปนานมาก ๆๆๆๆๆ ในความรู้สึกของแนนขณะนั้น คุณยายก็บอกให้ใจเย็น ๆๆๆ อ้ายก็บอกว่า ให้คิดถึงน้องแจ่มในทางที่ดี ยิ่งคิดถึงน้องแจ่มในทางที่ดีเท่าไหร่ ใจมันยิ่งจะขาดมากขึ้นเท่านั้น อ้ายบอกว่า สวดมนต์ให้ลูก ทุกบทสวดที่แนนรู้จัก แนนสวดไปหมด จบบ้างไม่จบบ้าง ครบบ้างไม่ครบบ้าง สิ่งศักดิ์สิทธิ์ หลวงพ่อทุกองค์ ให้มาช่วยน้องแจ่มด้วย

จนกระทั่งคุณตาออกมา คุณตาบอกว่า แนนทำใจดี ๆ น้องแจ่มใส่เครื่องช่วยหายใจเรียบร้อยแล้ว แนนมารู้ทีหลังว่า น้องแจ่มชักอย่างรุนแรง 10 นาที แล้วหยุดหายใจ พอกลับมาหายใจได้ใหม่ ก็เริ่มชักอีกครั้ง

แล้วคุณตาก็บอกว่า แผนก ER ไม่มี Tube (ท่อช่วยหายใจ) ของเด็ก ตอนที่คุณตาเข้าไป เค้าพยายามจะใส่ Tube ของผู้ใหญ่ให้น้องแจ่ม แนนก็มารู้ทีหลังว่า ต้องไปเบิก Tube ของเด็กจากชั้น 18 ซึ่งเป็นวอร์ดเด็ก (ซึ่ง พญ.สุรีรัตน์ พงศ์พฤกษา หมอประจำตัวน้องแจ่มบอกทีหลังว่า จะเช็คให้อีกครั้ง เพราะที่นั่นจะต้องเตรียมพร้อมทุกขนาดตั้งแต่ New Born จนถึงผู้ใหญ่)

จากนั้น แพทย์เวรก็เรียกแนนกับอ้ายเข้าไปคุย แนนเริ่มยอมรับทุกสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วได้บ้างแล้ว แพทย์เวรบอกว่า หมอต้องคิดถึงสิ่งที่รุนแรงที่สุดก่อน ตั้งแต่เยื่อหุ้มสมองอักเสบ, ลมบ้าหมู แล้วจากอาการที่เกิดขึ้น ฟื้นมาจะเป็นเจ้าหญิงนิทราหรือเปล่า ต้องดูอีกครั้ง แต่ละอย่างที่รับรู้ มันทำให้ใจของคนเป็นแม่มันสลายไปทั้งสิ้น

เพื่อพิสูจน์ว่าเป็นเยื่อหุ้มสมองอักเสบหรือไม่ ก็ต้องทำ CT Scan (เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์) ซึ่งก็ทำกันเดี๋ยวนั้น ทางรพ.ย้ายเตียงน้องแจ่มไปอีกแผนกนึง แนนกับอ้าย พร้อมคุณยาย วิ่งตามเตียงน้องแจ่ม ซึ่งเข็นอย่างรวดเร็ว ในมือพยาบาลก็บีบลูกโป่งพลาสติก เพื่อให้ออกซิเจนเหมือนในทีวีหรือภาพยนตร์ไม่มีผิด (ขณะนั้น คุณตาความดันขึ้นสูงมาก เพราะพ่อเป็นความดันสูงอยู่แล้ว ก็เลยนั่ง+นอนพักอยู่ที่เตียงในห้องฉุกเฉิน)

พอเสร็จเรียบร้อยก็ย้ายน้องแจ่มเข้าห้อง ICU (Intensive Care Unit) ที่ชั้น 18 ระหว่างที่ย้ายน้องแจ่ม น้องแจ่มเกิดรู้สึกตัวดิ้นและขัดขืน พยาบาลและผู้ช่วยพยาบาลรุมล้อมรอบเตียงเต็มไปหมด แนนทนเห็นภาพแบบนั้นไม่ได้ เดินหนีมานอกห้อง ยืนร้องไห้แบบเสียสติอีกรอบ พยาบาลที่ชั้นเด็กมาพาไปนั่งที่โซฟา แล้วเอาน้ำเปล่ามาให้ดื่ม ก็เริ่มรู้สึกดีขึ้น

คืนร้าย

ตลอดคืนนั้นทั้งคืน ทั้งคุณตา คุณยาย อ้ายและแนน ไม่มีใครนอนหลับสักคนเดียว เพราะเสียงจากเครื่องวัดความดัน เครื่องวัดชีพจร จังหวะการเต้นของหัวใจ ฯลฯ ดังแผดเสียงประหลาด ๆ ไม่ซ้ำกันตลอดคืน ทางชั้น 18 เค้าเปิดประตูห้องติดกับห้อง ICU. ให้ญาติพักผ่อน สำหรับคุณตาเตียงหนึ่ง คุณยายเตียงหนึ่ง และแนนอีกเตียงหนึ่ง แต่ไม่มีใครนอนหลับสักคนเดียว ส่วนอ้ายนั่งเฝ้าอยู่ในห้องที่น้องแจ่มนอน พยาบาลมาบอกทีหลังว่า พอเครื่องดังทีไร หันไปข้างหลังเห็นคุณตายืนอยู่ทุกครั้ง ตอนนั้น แนนเริ่มเป็นห่วงคุณตาอีกคน เพราะความดันคุณตาจะสูงทุกครั้งที่เสียงของเครื่องต่าง ๆ ที่ว่าส่งเสียงดัง (คุณตาบอกทีหลังว่า ก็พ่อรู้ว่าเสียงเหล่านั้นหมายถึงอะไร) ตลอดคืน พอน้องแจ่มรู้สึกตัวทีไร จะขัดขืนและดิ้นตลอดเวลา อ้ายซึ่งแข็งแรงมาก ยังจับขาสองข้างของน้องแจ่มที่ฟาดสลับไปมาไม่ได้เลย แนนไม่อยากเห็นภาพแบบนี้ แล้วยังมีสายอะไรไม่รู้เต็มตัวน้องแจ่มอีก ทั้งปาก จมูก หน้าอก หน้าท้อง และที่เท้า แต่ก็อยากให้น้องแจ่มรับรู้ว่า แม่อยู่ข้าง ๆ ก็จะยืนที่หัวเตียงและพูดตลอดเวลาว่า “แม่แนนอยู่นี่ลูก แม่แนนอยู่กับน้องแจ่มตลอดเวลา พ่ออ้าย คุณตา คุณยาย ก็อยู่ที่นี่ลูก” พูดแบบนี้ ซ้ำไปซ้ำมา หวังเพียงแค่ให้น้องแจ่มรับรู้บ้าง

วันดี

ทุกคนนอนและลุก สลับไปสลับมาจนถึงรุ่งเช้า พอน้องแจ่มรู้สึกตัว แนนรีบพุ่งเข้าไปหา บอกว่า น้องแจ่ม รู้มั้ยแม่รักหนู น้องแจ่มพยายามเอื้อมมือขวาที่ถูกมัดไว้กับขอบเตียงมาจับหน้าแนน อ้ายก็รีบบอกทันที พ่ออ้ายอยู่นี่ลูก น้องแจ่มยกมือซ้ายที่ถูกมัดเช่นกัน ชูกำปั้นขึ้นมาเหมือนจะชกพ่ออ้าย (ปกติ พ่อลูกเค้าเล่นชกกันแบบนี้) แนนน้ำตาไหลทันที เพราะรู้ว่า น้องแจ่มจำทุกคนได้แน่นอน

น้องแจ่มชี้ไปที่เครื่องช่วยหายใจ ที่มีสายเยอะแยะและมีขนาดใหญ่เหลือเกิน คงสงสัยว่าอะไร แล้วทำไมต้องมัดหนูไว้แบบนี้ แนนรีบบอกว่า หนูป่วยหนักมาก ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ พี่ ๆ พยาบาลทุกคนกำลังช่วยหนู เค้าไม่ได้มาทำอะไรหนูนะคะ หนูสัญญามั้ยลูก ถ้าแม่ให้พี่เค้าแก้มัดที่มือออก หนูจะไม่ดึงสาย ดึงอะไรออกจากตัวหนู น้องแจ่มพยักหน้า พี่พยาบาลก็เลยแก้ผ้าที่มัดมือซ้ายและขวาออก น้องแจ่มก็เอามือลูบสายต่าง ๆ แต่ไม่ดึงออก

ช่วง 7 โมง มีคุณหมออีกท่านนึงมาดูน้องแจ่ม แล้วบอกว่า น่าจะถอดเครื่องช่วยหายใจได้ แต่ยังต้องใส่หน้ากากครอบปากและจมูก เพื่อให้ออกซิเจนอยู่ เพราะยังหายใจเบาอยู่

พอสัก10 โมงกว่า คุณหมอสุรีรัตน์ หมอที่ดูแลรักษากันเป็นประจำกับลูก ๆ หลาน ๆ บ้านแนน ก็มาถึง คุณหมอน่ารักมาก เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ตอนเที่ยงคืน คุณตาให้ทางรพ.โทร.หาคุณหมอที่บ้าน คุณหมอก็กรุณาวินิจฉัยโรคและรับปากว่า วันอาทิตย์จะมาดูอาการให้ ทั้ง ๆ ที่เป็นวันหยุดของท่าน คุณหมอตรวจดูอาการน้องแจ่ม แล้วบอกว่า น้องแจ่มเป็นหูอักเสบ แต่มีอาการไข้ขึ้นสูงอย่างรวดเร็ว และชักรุนแรง อยากให้อยู่ ICU อีกคืน แล้วค่อยย้ายไปห้องธรรมดาวันพรุ่งนี้

วันนี้ พี่ชื่นใจ คุณปู่ คุณย่า อาแก้ว อาเชน ป้าปาน ลุงเต๋า น้องใบตอง (พี่เตยไปเรียนพิเศษ) มาเยี่ยมน้องแจ่มด้วย

วันดีที่สุด

วันนี้ น้องแจ่มได้ย้ายมาอยู่ห้องธรรมดา ไม่มีอาการของคนป่วยหนักเลย เพียงแต่ยังอ่อนเพลีย หลับทุกครั้งที่กินยา คุณหมอบอกว่า อาการดีขึ้นมาก ไม่มีอาการไข้สูงแล้ว อีก 2 วันออกจากโรงพยาบาลได้

พอเริ่มฟื้นตัว น้องแจ่มก็เริ่มพูด ๆๆๆ ตลอดเวลา ทุกคนที่ได้อยู่กับน้องแจ่มในคืนวันเสาร์ มาสอบถามอาการน้องแจ่มกันตลอด เพราะวันนั้น อาการหนักมาก จนหลาย ๆ คนเป็นห่วง แต่พอได้รู้ว่า หายดีเป็นปกติแล้ว ทุกคนดีใจด้วยกันทั้งนั้น

แนนถามน้องแจ่มว่า หนูจำได้มั้ย คืนก่อนแม่บอกว่า แม่อยู่กับหนู พ่ออ้าย คุณตา คุณยายก็มาอยู่ด้วย น้องแจ่มบอก หนูจำไมได้ค่ะ หนูจำได้แค่ หนูไม่สบาย แล้วแม่แนนพาหนูมาโรงพยาบาล (แม่นึกในใจว่า ดีแล้วลูก อย่าจำอะไรในคืนนั้นไว้เลย)

คุณตา คุณยาย ลุงใหญ่ และคุณย่าพาพี่ชื่นใจ มาเยี่ยมน้องแจ่มทุกวัน พี่ชื่นใจน่ารักมาก นอนกับคุณปู่คุณย่า และไม่มีปัญหาใด ๆ เลย อาบน้ำ แปรงฟันเองด้วย มีเหตุผลที่สุด รู้ว่า พ่อกับแม่ต้องอยู่โรงพยาบาลคอยดูแลน้องแจ่ม แล้วชื่นใจจะคอยดูแลคุณย่าเอง

ตอนที่ลุงโตกับป้าเหน่ง มาเยี่ยมน้องแจ่ม ลุงโตเล่าให้ฟังว่า น้องลูกไม้ ตอนอายุ 3 เดือน ก็เป็นโรคผื่นดอกกุหลาบ หรือโรคหัดกุหลาบ มีอาการตัวร้อน แต่เท้าเย็น

คุณครูอิ๋ว คุณครูประจำชั้นน้องแจ่ม ก็กรุณาโทร.มาถามอาการน้องแจ่ม และให้ไปสอบปลายภาคหลังจากโรงเรียนปิดเทอมแล้วได้ ส่วนคุณครูศรี คุณครูที่สอนพิเศษน้องแจ่มทุกวัน ก็กรุณาโทร.มาสอบถามอาการ แล้วบอกว่า จะติวให้น้องแจ่มก่อนไปสอบกับครูอิ๋ว

คุณหมอวินิจฉัยอาการว่าเป็น “หูชั้นกลางอักเสบฉับพลันและไข้สูงชักอย่างรุนแรง” ส่วนสาเหตุนั้น ไม่เกี่ยวกับการสระผมแล้วน้ำเข้าหู (อย่างที่แม่กังวลใจ) แต่เป็นเพราะเชื้อโรคที่อยู่ในอากาศต่างหาก อันนี้เป็นสิ่งที่เราไม่รู้จะป้องกันได้อย่างไรเลย

บทสรุป

สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด ทำให้แนนได้เรียนรู้ว่า ควรปฏิบัติแต่สิ่งที่ดีที่สุดกับลูก เพราะทุกวินาทีที่เค้าอยู่กับเรา เป็นสิ่งที่มีค่ายิ่งกว่าสิ่งใดในชีวิต.




 

Create Date : 12 มิถุนายน 2551
12 comments
Last Update : 12 มิถุนายน 2551 0:28:38 น.
Counter : 4295 Pageviews.

 

อ่านไป ลุ้นไป อวยพรให้น้องแจ่มหายเร็วๆนะคะ ว่าแต่หูอักเสบนี่เนื่องจากสาเหตุอะไร อยากให้เล่านิดน่ะค่ะ เผื่อจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆคนอื่นได้บ้างน่ะค่ะ

 

โดย: นมเปรี้ยวของหนู 12 มิถุนายน 2551 10:16:32 น.  

 

ยินดีด้วยนะคะที่น้องไม่เป็นไรมาก เป็นอาการเดียวกับลูกต้นว่านเลย มีไข้สูงมากถึง 40.5 จะมีอาการชักเกือบเสียชีวิตตาเหลือกขึ้นหมด ให้ออกซิเยน แต่น่าจะน้อยกว่าของน้องนะคะ อ่านแล้วน้ำตาซึมเลย นึกถึงลูกสาว

 

โดย: แม่ต้นว่าน IP: 210.213.4.18 12 มิถุนายน 2551 12:09:43 น.  

 

ไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นเลย ขอให้น้องแจ่มหายไวๆนะค่ะ เป็นเด็กแข็งแรง สุขภาพดีค่ะ

 

โดย: phety talon 12 มิถุนายน 2551 12:14:08 น.  

 

คุณนมเปรี้ยวของหนูคะ ขอบคุณมากค่า ตอนนี้ น้องแจ่มหายดีแล้วค่ะ น้องป่วยตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว แนนเขียนบันทึกไว้นานแล้ว แต่เพิ่งมีโอกาสเอามาลงค่ะ

"หูอักเสบ" เกิดจากติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียค่ะ คุณหมอบอกว่า เกิดจากเชื้อโรคที่อยู่ในอากาศที่เข้าไปในหูน่ะค่ะ (น่ากลัวเนอะ เพราะไม่รู้จะป้องกันอย่างไร) น้องแจ่มไม่มีอาการอะไรบอกเลยค่ะ เด็กคนอื่นจะปวดหู หรือมีไข้สูงบอกอาการ แต่น้องแจ่ม อยู่ ๆ ก็ไข้สูงอย่างรวดเร็ว จนเกิดเหตุการณ์อย่างที่เขียนเลยค่ะ

คุณแม่ต้นว่านคะ ขอบคุณที่แวะมาค่า ไม่ทราบว่า ลูกต้นว่านอายุกี่ขวบแล้วคะ เพราะคุณหมอบอกว่า เด็กที่เคยมีประวัติชัก จะชักซ้ำเมื่อไข้สูงค่ะ แต่ถ้าอายุเกิน 6 ขวบแล้ว จะมีอาการปวดหัวมากมาแทนค่ะ

หลังจากนั้น น้องแจ่มก็เคยป่วยอีกค่ะ แต่ครั้งนี้ แนนรู้แล้ว ว่าหากลูกหนาว ตัวสั่น มือเย็น เท้าเย็น นั่นคือ อาการไข้สูง ที่ใกล้จะชักแล้ว พยาบาลสอนว่า ควรถอดเสื้อผ้าน้องออกให้หมด เอาผ้าขนหนูคลุมตัวไว้ แล้วเอาน้ำอุ่นให้แช่เท้า แช่มือ จากนั้น พอหายหนาว หายสั่น ตัวจะเริ่มร้อนขึ้นอย่างรวดเร็ว น้องแจ่มแตะ 39.5-40 ทุกครั้งเลย แล้วก็รีบเช็ดตัวตามปกติค่ะ

แนนเห็นลูกเป็นแบบนี้ที่บ้านไม่ไหวค่ะ กลัวเกิดเหตุการณ์แบบเดิม พอไข้สูง ก็ขอคุณหมอนอนโรงพยาบาลเลยค่ะ

คุณ phety talon ขอบคุณมากค่ะ ตอนนี้ น้องแจ่มกลับมาซนเป็นปกติแล้วค่ะ แต่ก็ต้องคอยระมัดระวังเมื่อมีไข้ค่ะ (แม่ถึงกับพกยากันชักติดกระเป๋าถือเลยค่ะ)

 

โดย: อัญชนา 13 มิถุนายน 2551 10:26:14 น.  

 

มาเยือนมาคำชวนค่ะ ขอบคุณนะคะที่แวะไปทักทายที่ gotoknow ดีใจด้วยอย่างมากที่น้องแจ่มสบายดีแล้ว

 

โดย: รสสุคนธ์ มกรมณี IP: 61.91.172.246 13 มิถุนายน 2551 12:54:44 น.  

 

แนนเขียนดีมากเลยค่ะ อ่านทีไรเหมือนอยู่ในเหตุการณ์ด้วยเลยค่ะ ขอให้ไม่มีวันร้ายคืนร้ายอีกแล้วค่ะ

 

โดย: chinging 14 มิถุนายน 2551 0:34:42 น.  

 

ลุ้นตามไปด้วยเลย..
เวลาที่มีคนเจ็บป่วยในบ้าน..ก็มักจะเป็นกันแบบนี้..

ชีวิตดูยุ่งเหยิงไปหมดเลยนะคะ..

โชคดีที่ผ่านออกมาได้ค่ะ..

ขอบคุณที่แวะไปหากันนะคะ

 

โดย: ว่าน 14 มิถุนายน 2551 5:32:58 น.  

 

ขอให้น้องแข็งแรงนะคะ แล้วก็ไม่มีวันที่ร้ายๆ แบบนี้อีกตลอดไป

อ่านแล้วน้ำตาจะไหลถ้าเป็นลูกเราจะทำยังไง พี่แนนเข้มแข็งมากๆ เลยค่ะ

 

โดย: PORBUA 18 มิถุนายน 2551 10:35:56 น.  

 

อ่านแล้วน้ำตาซึมคะ เข้าใจความรู้สึกของคนเป็นแม่ดีคะ ดีใจด้วยนะคะที่น้องหายดีแล้ว

 

โดย: sugarhoney 26 มิถุนายน 2551 11:25:45 น.  

 

อ่านแล้วรู้สึกเศร้าจัง
น้ำตาซึมเลยค่ะ
หัวอกคนเป็นแม่ตอนนั้นคงใจแทบสลายนะคะ
ขอให้สิ่งร้ายๆผ่านไป
และให้สิ่งดีๆเข้ามานะคะ

 

โดย: พี่สาว (พอที ) 30 มิถุนายน 2551 20:33:54 น.  

 

บทสรุปของคุณแนนโดนใจเรามากเลยค่ะ

ขอบคุณนะคะที่มีข้อมูลดีๆมาแบ่งปัน

ขอให้น้องๆสุขภาพกายและใจแข็งแรงตลอดไปค่ะ

 

โดย: แม่น้องซัน IP: 124.120.222.167 15 สิงหาคม 2551 11:05:04 น.  

 

แล้วตอนนี้เด็ก ๆ สบายดีนะคะ
ช่วงที่น้องแจ่ม เข้าโรงบาล
ปีที่แล้ว..ใกล้ ๆ กับช่วงที่น้องม่อน
เข้าโรงบาล(เกือบแย่)เหมือนกันค่ะ

ลูกชายของเพื่อนอายุ เท่าไม้สลัก
7-8 ขวบ
ก็เพิ่งเป็นเยื่อหุ้มสมองอักเสบค่ะ
ตอนนี้พ้นขึดอันตรายแล้ว
แต่น่าเศร้าที่ไม่สามารถพูด และรับรู้เรื่องใดได้อีกแล้ว
นอกจากวิ่งและหัวเราะ
พี่นายไปเยี่ยมมาเมื่อวันก่อน
ไม่รู้จะปลอบใจเพื่อนยังไง ต้องรีบกลับ
เหตุเพราะกลั้นน้ำตาไม่อยู่
รีบมาร้องไห้อยู่บนรถ สงสารเพื่อนค่ะ

ใช่เลยที่น้องแนนบอกว่า
"สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด ทำให้ได้เรียนรู้ว่า
ควรปฏิบัติแต่สิ่งที่ดีที่สุดกับเขา เพราะทุกวินาทีที่เค้าอยู่กับเรา
เป็นสิ่งที่มีค่ายิ่งกว่าสิ่งใดในชีวิต"

นึกถึงและเป็นห่วงเสมอค่ะ

 

โดย: malarn cha 18 สิงหาคม 2551 2:24:47 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


อัญชนา
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




`๏’- ลูกสอง สามีดุ `๏’-

: จำนวนผู้เข้าชมบล็อค
Friends' blogs
[Add อัญชนา's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.