Live another day...
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2551
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
24 พฤศจิกายน 2551
 
All Blogs
 
หมอหมากับยาใจ ตอน 5.ลับหลัง

5.ลับหลัง

เวลาผ่านไปสองสัปดาห์ ช่อม่วงสนุกกับการทำงานมากขึ้นเรื่อย ๆ แม้หน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจะทำให้เธอหัวหมุนบ่อย ๆ ก็ตาม


“เฮ้อ เหนื่อยชะมัด”

เธอบ่นออกมาดัง ๆ เมื่อนั่งอยู่คนเดียวในห้อง ช่อม่วงหันไปมองรอบตัว ภายในห้องทำงานที่มีความกว้างยาวด้านละสองเมตร ดูจะไม่เพียงพอสำหรับการบอกขอบเขตความรับผิดชอบ กว่าสองสัปดาห์มาแล้วที่เธอต้องวุ่นวายเรื่องการประสานงานกับแผนกต่าง ๆ ถ้าเทียบกับงานที่บริษัทเดิม งานที่นี่หนักกว่ามาก

“ทำยังไงได้ เราเลือกเองนี่นา”

คำพูดปลอบใจตัวเองหลุดออกมาอีกคำรบ บนโต๊ะมีเอกสารหนาสองร้อยหน้ารอให้ตรวจทาน ช่อม่วงมองงานแล้วถอนใจเบา ๆ จากนั้นก็ตั้งหน้าตั้งตาทำงาน ผ่านไปเพียงไม่กี่นาที โทรศัพท์ก็ดังขึ้นที่โต๊ะของเธอ

“สวัสดีค่ะ ช่อม่วงกำลังพูดค่ะ” หญิงสาวกรอกเสียงลงไปทันที ในมือถือปากกาและเตรียมกระดาษเปล่าสำหรับจดงานไว้พร้อมแล้ว

“คุณช่อคะ ปุ๊กจากลูกค้าสัมพันธ์นะคะ ออเดอร์ของสามล็อตใหญ่ตอนนี้ถึงหรือยังคะพี่ ลูกเค้าเร่งยิก ๆ เลยค่ะ”

“คุณสุนทรฝ่ายผลิตบอกว่าของจากโรงงานจะมาส่งพรุ่งนี้เช้าค่ะ แล้วจะรีบส่งไปทำหีบห่อก่อนนำส่งตอนบ่ายค่ะ”

อีกฝ่ายรีบพูดด้วยน้ำเสียงร้อนรน

“อุ๊ย พรุ่งนี้บ่ายเชียวเหรอคะ จะไม่ทันน่ะสิคะพี่ เนี่ย ปุ๊กโดนต่อว่ามาตั้งเยอะ ขอเร็วกว่านั้นได้ไหมคะ ลูกค้ากลัวจะไม่ทันน่ะค่ะ”

“พรุ่งนี้บ่ายไม่ได้เหรอคะ พอได้ของแล้วช่อจะรีบให้ฝ่ายจัดส่งรีบเอาไปลูกค้าทันทีเลยค่ะ” ช่อม่วงบอกอย่างใจเย็น พยายามควบคุมอารมณ์ให้ปกติที่สุด

“โอ๊ย สงสัยจะไม่ได้ค่ะพี่” เสียงแหลมเล็กพูดสวนมาอย่างรวดเร็ว “เนี่ย ปุ๊กรับหน้าไปเยอะแล้วนะคะ ลูกค้าทวงเช้าทวงเย็นเลยค่ะ ยังไงปุ๊กคงต้องรบกวนให้พี่ช่วยไปตามงานกับฝ่ายผลิตให้ทีนะคะ พวกนี้ทำใจดีไม่ได้หรอกค่ะ อะไรก็อ้างว่าทำไม่ทัน ต้องส่งตามกำหนดที่บอกไว้ คุณช่อแข็ง ๆ ใส่เขาหน่อยสิคะ เขาจะได้เกรงใจ พวกนี้ถ้าเราไม่เร่งไป เขาก็ไม่เร่งงานให้หรอกค่ะ”

เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้เข้าไป ช่อม่วงถึงกับนิ่งอึ้ง เธอยังใหม่สำหรับที่นี่ และกับหน้าที่นี้ก็เป็นการรับหน้าที่เป็นครั้งแรก ถือว่ายังอ่อนประสบการณ์อยู่มาก
“ค่ะ ๆ ช่อจะลองบอกทางฝ่ายผลิตนะคะ”

“อุ๊ย ขอบคุณมากค่ะคุณช่อ รบกวนด้วยนะคะ”

น้ำเสียงเคร่งเครียดของปุ๊กเปลี่ยนเป็นสดใสขึ้นมาทันที พอเห็นท่าว่าจะเคลียร์เรื่องงานได้ หล่อนก็รีบฉอเลาะต่อ

“อ้อ อีกอย่างนะคะ ขนมที่พี่เอามาอร่อยมากเลยค่ะ ขอบคุณมากนะคะ”

“ยินดีค่ะ” ช่อม่วงนั่งยิ้มหน้าบาน รู้สึกภูมิใจแทนคนทำ รสมือของแม่อร่อยคงเส้นคงวามาหลายปีแล้ว จึงยังมีลูกค้ามาอุดหนุนขนมของแม่อย่างสม่ำเสมอ

“งั้นปุ๊กไม่รบกวนแล้วค่ะ ฝากด้วยนะคะ”

“ค่ะ จะลองเร่งดูนะคะ”

ช่อม่วงวางโทรศัพท์อย่างเบามือ เธอถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ พยายามรวบรวมสติก่อนต่อโทรศัพท์ไปยังฝ่ายผลิต การกล่อมให้คุณสุนทรเร่งงานไม่ใช่เรื่องง่าย หล่อนรู้ฤทธิ์ผู้จัดการคนนี้ดี

“สวัสดีค่ะ ขอเรียนสายคุณสุนทรค่ะ”

“ครับ ผมสุนทรกำลังพูดอยู่ครับ”

น้ำเสียงเคร่งขรึมที่ตอบกลับมาทำให้ช่อม่วงอดหวั่นไม่ได้ ด้วยเนื้อเสียงแบบนี้ แทบจะเดาได้ทันทีว่าเจ้าตัวคงกำลังไม่สบอารมณ์เท่าที่ควร

“เอ่อ ช่อจะสอบถามเรื่องออเดอร์ของล็อตใหญ่ที่คุณสุนทรบอกว่าจะเสร็จพรุ่งนี้น่ะค่ะ ไม่ทราบว่าพอจะเร่งให้เร็วกว่านี่ได้หรือเปล่าคะ ทางลูกค้าถามมาค่ะ” ช่อม่วงพูดอย่างระมัดระวัง ไม่ให้อีกฝ่ายรู้สึกว่าเป็นเธอที่อยากเร่งงานเสียเอง

“อะไรกันคุณ ผมบอกแล้วไงว่าพรุ่งนี้ก็พรุ่งนี้สิ ของมันรู้ ๆ กันอยู่ว่าจะทำเสร็จภายในห้าวันหลังรับออเดอร์ นี่อะไร เพิ่งผ่านมาสามสี่วันก็จะมาเร่งแล้ว คุณทำงานเป็นรึเปล่า !?”

ราวไอร้อนพวยพุ่งออกมาจากกระบอกโทรศัพท์ ช่อม่วงหน้าชา ลำคอตีบตันขึ้นมากะทันหัน ทั้งที่เตรียมใจไว้แล้ว แต่เมื่อต้องคุยกันจริง ๆ เธอก็ยังตั้งรับอารมณ์ร้ายของชายคนนี้ไม่ได้อยู่ดี

“อันนั้นช่อเข้าใจค่ะ แต่เห็นลูกค้าถามมา ช่อเลยอยากทราบว่าคุณสุนทรพอจะเร่งให้ได้หรือเปล่าน่ะค่ะ”

“หึ...” อีกฝ่ายหัวเราะใจลำคอก่อนกระแทกเสียงตอบกลับมาว่า “แล้วไง คุณจะให้ผมสั่งให้พนักงานทำโอทีเหรอ พนักงานตั้งสามร้อยคน ผมไม่มีปัญญาจ่ายค่าจ้างพิเศษให้เขาหรอกนะ ถ้านายไม่สั่งมา ผมก็ไปสั่งพวกนั้นไม่ได้ หรือถ้าคุณช่ออย่างเร่งงานจริง ๆ ล่ะก็ ควักทุนส่วนตัวของคุณมาสิ เอามาจ่ายเป็นค่าโอที ถ้าคุณจ่ายได้ ผมก็สั่งคนของผมให้ได้ แต่ถ้าทำไม่ได้ก็เลิกคุยกัน อ้อ แล้วฝากไปถึงนังคนที่มันให้คุณมาเร่งงานผมด้วยนะ บอกมันไปเลยว่าถ้าไม่มีคำสั่งจากนาย ผมไม่ทำ !”

บทสนทนาถูกบังคับให้จบลงด้วยเสียงกระแทกโทรศัพท์เต็มแรง ความดังของมันทำให้ช่อม่วงสะดุ้งโหยง หล่อนหันไปมองกระบอกโทรศัพท์อย่างไม่อยากจะเชื่อว่า ผู้ชายอย่างสุนทรจะกล้าทำแบบนี้ได้

“นี่มันบ้าอะไรกัน ชั้นมาทำงานนะ ทำไมต้องมาตะคอกใส่กันด้วย !”

ช่อม่วงพูดออกมาด้วยความหงุดหงิดไม่แพ้กัน มือขวากำหมัด มือซ้ายกำโทรศัพท์แน่น หมายจะกระแทกมันเหมือนอย่างที่สุนทรทำ ทว่า ชะงักมือไว้ได้ทัน นัยน์ตาของเธอเป็นประกายกร้าวขณะมองมือตัวเองค่อย ๆ วางโทรศัพท์ลง...

.
“อูย...ย...ย เด็ดมากค่ะคุณน้อง ดีแล้ว คุณผู้จัดการคนใหม่เธอจะได้รู้ฤทธิ์หมอนั่นซะบ้าง ทีนี้ล่ะคงจะเข็ดไปอีกนาน” สาวใหญ่ชุดแดงแปร๊ดพูดอย่างมันปาก

“แหม คุณพี่ขา ใจคอคุณพี่จะไม่สงสารเขาเลยเหรอคะ ปากคอนายสุนทรน้อยอยู่เมื่อไหร่ ตอนนั้นปุ๊กแทบจะร้องไห้เลยค่ะ โดนมันด่าซะหน้าหงาย ขนาดด่าผ่านโทรศัพท์นะพี่ หน้างี้ชาอย่างกับโดนมันชี้หน้าด่าต่อหน้ายังไงอย่างงั้นเลย”

“แบบนี้สิคะ รสชาติของชีวิต”

ทั้งสองพากันหัวเราะคิกคัก พนักงานสาวอีกคนที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ จึงค้อนขวับเข้าให้

“นี่ ให้มันน้อย ๆ หน่อยนะพวกเธอ มานั่งนินทาเขาแบบนี้ เดี๋ยวเถอะ เกิดเจ้าตัวได้ยิน ได้อดกินของฟรีแน่”

สาวสองต่างวัยพร้อมใจกันทำท่าเหมือนตกใจ และเป็นหญิงชุดแดงที่เอ่ยขึ้นอย่างเจ็บแสบว่า

“ต๊าย ของพรรค์นั้นน่ะเหรอคะ ถ้าไม่เอามาให้ฟรี ๆ จ้างให้พี่ก็ไม่กินหรอกค่ะ ของตลาด ๆ พื้น ๆ สะอาดหรือเปล่าก็ไม่รู้ นี่ถ้าไม่กลัวว่าเขาจะเสียน้ำใจ พี่ก็ไม่รับหรอกนะคะ อ้อ บอกตรง ๆ นะ พี่ไม่เคยกินเลย ไอ้ที่บอกว่าอร่อยน่ะ โกหกทั้งนั้นแหละ ไม่อยากพูดความจริง กลัวเค้าจะเสียใจ”

“อ้าว ถ้าไม่กินแล้วเอาไปไหนล่ะคะ เอามาให้ปุ๊กก็ได้นะคะ ปุ๊กชอบของฟรี”
สาวใหญ่ยิ้มอย่างมีเลิศนัย เพื่อนร่วมงานอีกคนจึงรีบเข้ามาฟังใกล้ ๆ

“...พี่จะเอาไปทำอะไรล่ะคะ ก็เอาไปให้ไอ้ตูบที่บ้านกินน่ะสิ ดีนะ มีของว่างให้มันกินทุกอาทิตย์ ไม่ต้องเสียเงินซื้อเอง ประหยัด คุ้ม”

“กรี๊ด ตายแล้ว ถึงกับเอาไปให้หมากินเลยเหรอคะ ใจร้ายจัง” ปุ๊กประสานมือไว้เหนืออก กระพริบตาถี่ ๆ แกล้งทำเหมือนเสียใจแทนช่อม่วงทั้งที่รู้สึกสะใจมากกว่า

“นั่นสิคะคุณพี่ เขาอุตส่าห์เอามาให้กิน ไม่อยากกินก็บอกไปตรง ๆ สิคะ”

สาวใหญ่ยักไหล่ สะบัดหน้าอย่างไม่ยี่หระ

“ก็ช่างสิคะ อยากเอามาให้เองนี่นา คิดว่าของแค่นี้จะซื้อน้ำใจพี่ได้เหรอคะ ไม่มีทางหรอกย่ะ”

สองสาวที่นิ่งฟังพากันปรบมือชอบใจ

“เด็ดจริง ๆ ค่ะพี่ขา แต่เขาก็พยายามมากเลยนะคะคุณพี่ เอาขนมไปเซ่นพี่เพ็ญทุกอาทิตย์เลย ไม่รู้ว่าพี่เพ็ญจะใจอ่อนยอมให้ผ่านงานหรือเปล่าน่ะสิคะ ปุ๊กล่ะกลัวใจจริง ๆ”

“กลัวเขาจะได้บรรจุหรือคะคุณน้อง”

พนักงานอีกคนถามแทรกขึ้นมา ปุ๊กส่ายหน้า บอกชัดถ้อยชัดคำว่า

“เปล่าค่ะ เรื่องนั้นปุ๊กไม่ห่วงหรอก แต่ปุ๊กไม่อยากทำงานกับคนแบบนั้นนี่คะ ลูกสาวแม่ค้าร้านตลาด ลูกเต้าเหล่าใครก็ไม่รู้ หัวนอนปลายเท้าเราก็ไม่รู้จัก ขืนให้มาทำงานร่วมกับนักเรียนนอกอย่างพวกเรา มีหวังชีได้หัวสูงตัวลอยจนลืมกำพืดตัวเองแน่ ๆ เลยค่ะ”

“อุ๊ย จริงด้วย ๆ” คนฟังรีบเออออทันที

จังหวะนั้น ช่อม่วงเดินออกมาจากห้องทำงานพอดีเพราะได้เวลาพักแล้ว สามสาวที่กำลังตั้งกลุ่มนินทารีบสงบปากโดยพลัน ต่างบุ้ยใบ้ให้หันไปมองว่าบุคคลในหัวข้อสนทนากำลังมาทางนี้

“ไปทานข้าวเหรอคะพี่” ปุ๊กเอ่ยทักขึ้นก่อน เพื่อนร่วมงานอีกสองคนพากันฉีกยิ้มกว้าง

ช่อม่วงมองทั้งสามแล้วยิ้มตอบ

“ค่ะ กำลังจะไปทานมื้อกลางวันค่ะ”

ปุ๊กหันไปมองหน้าเพื่อนอีกสองสาว ทั้งสามพยักหน้าให้กัน จากนั้นปุ๊กก็หันไปถามช่อม่วงด้วยน้ำเสียงไพเราะ ใบหน้ายิ้มแย้ม

“ไปทานด้วยกันไหมคะ ?”

.
ช่อม่วงยังคงสนุกกับการทำงานของเธอ แม้จะปวดหัวไปบ้าง แต่หน้าที่คือหน้าที่ เธอพยายามแยกเรื่องงานและทัศนคติส่วนตัวออกจากกัน

“สวัสดีค่ะคุณสุนทร”

เธอเอ่ยทักทายผู้จัดการฝ่ายผลิตด้วยสีหน้าและน้ำเสียงปกติ หากสิ่งที่ได้รับกลับมาคือใบหน้าบึ้งตึงและน้ำเสียงห้วนกระชาก

“สวัสดี”

หญิงสาวมองตามร่างหนุ่มใหญ่ที่เพิ่งเดินผ่านตนไป ไม่เข้าใจว่าทำไมผู้ชายคนนี้ถึงแสดงกิริยาแย่ ๆ กับเพื่อนร่วมงานทุกคน จะมีที่พอยิ้มให้บ้างก็เฉพาะคนที่ยกมือไหว้เขาเท่านั้น

“...เจ้ายศเจ้าอย่างจริง ๆ ...”

เธอพึมพำอยู่คนเดียวขณะเดินไปยังห้องทำงานของตน ไม่ทันไร ปุ๊กก็มาถึง หล่อนรีบรี่เข้าไปทักช่อม่วงทันทีที่เห็น ตาจ้องอยู่ที่ถุงขนมที่ช่อม่วงถือติดมาด้วย

“สวัสดีค่ะพี่ช่อ เพิ่งมาถึงเหมือนกันเหรอคะ”

มือที่กำลังจะไขกุญแจเข้าไปในห้องทำงานชะงัก ช่อม่วงหันไปยิ้มให้เลขานุการของเจ้านายพร้อมกับเอ่ยทักทาย

“ค่ะ คุณปุ๊กมาเช้าเหมือนกันนะคะ” หญิงสาวเหลือบมองนาฬิกาที่อยู่ด้านหลัง อีกไม่ถึงห้านาทีจะเป็นเวลาเจ็ดโมงเช้า ซึ่งถือว่าเร็วมากสำหรับคนทำงาน

“ไม่เช้าหรอกค้า แหม เป็นเลขาฯ นี่คะ ก็ต้องมาเช้าเป็นพิเศษ เผื่อมีใครจะติดต่องานตอนเช้าจะได้ไม่พลาดไงคะ”

“ขยันจังค่ะ”

ปุ๊กแกล้งทำเป็นจะหันหลังเดินไปทางอื่น ก่อนหันกลับยังไม่วายตวัดสายตาไปยังถุงขนม พอเห็นแบบนั้นช่อม่วงจึงรีบเรียกไว้

“เดี๋ยวค่ะคุณปุ๊ก เอาขนมไปทานสิคะ ช่อเอามาฝาก”

“อุ้ย เอามาฝากอีกแล้วเหรอคะ ปุ๊กยังไม่ได้อุดหนุนเลย เขินจัง...” ว่าแล้วสาวปุ๊กก็บิดซ้ายบิดขวาพอเป็นพิธี

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ช่อตั้งใจเอามาฝาก รับไปนะคะ” หญิงสาวยิ้มพร้อมกับส่งถุงขนมหวานไปให้ ในนั้นมีทั้งทองหยอด เม็ดขนุน และขนมชั้น มากพอให้คนรับแบ่งไว้ทานได้หลายหน

“อุ้ย ขอบคุณมากค่ะ” ปุ๊กรีบรับถุงขนมอย่างรวดเร็ว “ขอบคุณมากนะคะ”

“ไม่เป็นไรค่ะ”

ทั้งสองยิ้มให้กัน ช่อม่วงแยกเข้าไปในห้อง พอประตูปิดสนิท ปุ๊กก็วิ่งรี่ไปหาพี่สนิทของตน

“คุณพี่คะ มาแล้วเหรอคะ นี่ค่ะ ๆ ลาภปาก” ปุ๊กยกถุงขนมให้เห็น อีกฝ่ายตาวาว แต่ยังวางมาดเหมือนไม่สนใจ

“อะไรคะคุณน้อง มีอะไรตื่นเต้นเหรอคะ เสียงดังเชียว” หล่อนเดินนวดนาดไปนั่งที่เก้าอี้ของตนโดยมีปุ๊กวิ่งตามหลัง

“นี่ไงคะ ได้มาอีกแล้วค่ะ ของฟรี”

“อุ้ย แม่นั่นเอาขนมมาล่ออีกแล้วเหรอคะ แหม ไม่เคยพลาดเลยนะคะ...”

“ไม่ได้สิคะคุณพี่ขา มีของมาประเคนให้ถึงที่ก็ต้องแบ่ง ๆ กันทานสิคะ เดี๋ยวปุ๊กจะแบ่งให้พี่อ้อโต๊ะหน้าหน่อย เห็นบ่น ๆ ว่าคราวที่แล้วได้กินนิดเดียว โดนเพื่อนโต๊ะข้าง ๆ แย่งไปกินหมด”

“ดีค่ะ แบ่งกันให้ทั่ว ๆ นะคะ ว่าแต่ แม่คนนั้นจะรู้ไหมคะว่าพวกเราอิ่มหมีพีมันแค่ไหน”

ปุ๊กนั่งลงที่เก้าอี้อีกตัว ก่อนจะพูดออกมาอีกว่า

“รู้ก็ช่างสิคะ ไม่เห็นจะสนใจเลย อยากโง่เอามาให้กินฟรีเองนี่นา จ้างให้ปุ๊กก็ไม่ซื้อหรอก รอกินฟรีแบบนี้นี่แหละ”

“ฮะ ฮะ ดีค่ะคุณน้อง อย่าให้ลูกสาวแม่ค้ามันได้ใจนะคะ เดี๋ยวจะตีเสมอพวกเรา”

สองคู่หูสุดซี้นั่งหัวเราะกันเป็นที่สนุกสนาน จึงไม่ทันสังเกตว่าประตูห้องทำงานของช่อม่วงแง้มออกมาตั้งแต่เมื่อไหร่ สิ่งที่ได้ยินกับหูทำให้เธอถึงกับนิ่งงัน ประตูถูกปิดอย่างเชื่องช้าและแผ่วเบา...

เธอทรุดนั่งที่เก้าอี้ หยดน้ำใสไหลออกมาจากหางตาโดยไม่รู้ตัว...

.
“ช่อ จะเอาขนมอะไรไปฝากเพื่อนบ้างจ๊ะ เดี๋ยวแม่จะได้ทำเผื่อ” ปลายหันไปถามลูกสาวในวันที่เธอกลับบ้านช่วงหยุดสุดสัปดาห์

“ไม่ต้องก็ได้ค่ะแม่ ช่อว่าจะไม่เอาไปฝากแล้วล่ะ” ช่อม่วงตอบโดยไม่ต้องคิด

“อ้าว ทำไมล่ะลูก เพื่อน ๆ เขาไม่ชอบของที่แม่ทำเหรอ” แววตาของปลายเต็มไปด้วยความผิดหวังระคนสงสัย

“เอาไปให้บ่อย ๆ เดี๋ยวเขาจะเบื่อกันซะก่อนน่ะค่ะ ไว้ให้เขาสั่งซื้อเองดีกว่า เอาไปให้กินฟรี เดี๋ยวจะไม่เห็นค่า”

“หือ แต่เราไม่ได้ขายเขาไม่ใช่เหรอลูก ที่เอาไปให้ก็แค่น้ำใจเล็ก ๆ น้อย ๆ เอง ไม่ได้มีอะไรพิเศษสักหน่อย ใช่ไหม” ปลายย้อนถามช่อม่วง อยากแน่ให้ใจว่าบุตรสาวคิดเหมือนกับนาง

ช่อม่วงยิ้มบาง ๆ ที่ริมฝีปาก เธอกอดแม่ไว้หลวม ๆ พยายามข่มความนึกคิดภายในก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“ค่ะแม่ ช่อว่าบางครั้ง คนอื่นอาจจะไม่ได้คิดหรือมองแบบเราก็ได้นะคะ บางอย่างเราคิดว่าเราทำดีแล้ว แต่คนอื่นอาจแปรเจตนาของเราเป็นตรงกันข้ามก็ได้”

“อืม...” ปลายหันไปมองหน้าลูกสาวคนรอง อารมณ์เข้มข้นที่ปรากฏในสายตาช่อม่วง ทำให้พอเดาได้ว่าต้องมีบางอย่างเกิดขึ้น และปัญหานั้นก็อาจจะมาจากความมีน้ำใจของช่อม่วงนั่นเอง

“งั้นก็ตามใจนะลูก ถ้าอยากให้แม่ทำอะไรเผื่อก็บอกแล้วกันนะ”

“ขอบคุณค่ะ”

ช่อม่วงนิ่งไปครู่หนึ่ง เธอใช้ความคิดขณะที่ยังเอนศีรษะกับบ่าของแม่ กระบวนความคิดประมวลผลอย่างรวดเร็ว ที่สุดหญิงสาวก็เงยหน้าขึ้น คำถามง่าย ๆ หลุดออกมาจากริมฝีปาก

“แม่คะ แม่จะว่าอะไรหรือเปล่าคะ ถ้าช่อจะกลับมาอยู่บ้านให้แม่ขายขนมเลี้ยง”

ปลายมองหน้าลูกอย่างสงสัย พลางเอื้อมมือมาลูบศีรษะช่อม่วงด้วยความนุ่มนวล

“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ แม่ก็เลี้ยงหนูกับพี่พุดมาตั้งนานแล้วนี่ ลูกแม่ทั้งคนทำไมแม่จะเลี้ยงไม่ได้”

“แม่ไม่เสียใจใช่ไหมคะ ถ้าช่อจะไม่ได้ทำงานในบริษัทใหญ่โตเหมือนอย่างลูกบ้านอื่น”

คำถามนี้เสมือนกุญแจไขไปสู่ปริศนาทั้งหมด ปลายขยับตัวเล็กน้อยเพื่อมองใบหน้าลูกสาวให้เต็มตา

“ไม่หรอกลูก แม่ไม่เคยเอาลูกตัวเองไปเปรียบเทียบกับลูกบ้านอื่นหรอกนะ คนอื่นก็ส่วนคนอื่นไปสิ เขาไม่ได้มาเดือดร้อนอะไรกับเราสักหน่อย เราจะมีกินมีใช้มันก็เรื่องของเรา จะสุขจะทุกข์ก็เรื่องของเรา เวลากลุ้มใจเสียใจ ไม่มีใครมาแบกความทุกข์แทนเราได้หรอก... เอาเถอะนะ ถ้างานที่ทำอยู่ทำให้หนูไม่สบายใจล่ะก็ กลับมาอยู่บ้านเราเถอะ แม่กับพี่พุดเป็นห่วงลูกเสมอนะ พี่เขาอาจจะไม่พูด แต่ดูก็รู้ว่าเขาก็เป็นห่วงช่อไม่แพ้แม่หรอก กลับมาอยู่ใกล้หูใกล้ตาแม่ก็ดี แม่จะได้ไม่ต้องห่วงมากไงล่ะ”

“ค่ะแม่ ขอบคุณนะคะ”

ยังมีคำพูดอีกมายมายที่ช่อม่วงอยากพูดออกไป นัยน์ของเธอเปล่งประกายกร้าวขึ้นเมื่อนึกถึงการตัดสินใจขั้นสุดท้าย

“แม่คะ ทำขนมเผื่อช่อด้วยนะคะ ช่อจะเอาไปฝากคนที่ทำงาน”

แม้จะแปลกใจกับคำพูดของลูก แต่ปลายก็รับปากโดยไม่ซักถามเหตุผล

“ได้จ้ะ แล้วแม่จะทำเผื่อนะ ให้แม่ทำเผื่อทุกอย่างเลยไหม แล้วลูกก็เอาไปอย่างละนิดละหน่อย”

“ดีเหมือนกันค่ะ ขอบคุณนะคะ”

หญิงสาวเอนศีรษะซบกับบ่าของแม่ตามเดิม ดวงตาส่องประกาย สะท้อนความคิดบางอย่าง เธอตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจะทำมันอย่างแน่นอน...

.
ช่อม่วงมาถึงที่ทำงานตอนเช้าตรู่ กะเวลาให้ตัวเองไปถึงก่อนเลขานุการของนายจ้าง หญิงสาวอมยิ้มเมื่อเป็นไปตามความคาดหมาย หากไม่นับแม่บ้านกับพนักงานรักษาความปลอดภัย เธอก็เป็นคนแรกที่เดินทางมาถึง

ทุกโต๊ะที่เดินผ่าน ช่อม่วงจะวางขนมหวานถุงเล็ก ๆ เอาไว้ในตำแหน่งที่ทุกคนจะเห็นได้ทันทีที่เดินเข้ามา

“ถุงนี้ไว้ตรงนี้ ส่วนสองโต๊ะนี้ต้องนี่เลย ฝอยทอง เหมาะมาก เสียดายไม่มีถั่วเน่า ไม่งั้นจะยิ่งเหมาะเข้าไปใหญ่” หญิงสาวอมยิ้มอย่างมีเลศนัยขณะวางถุงขนมลงบนโต๊ะของปุ๊กกับคู่ซี้จอมนินทา

เธอเลือกขนมวางบนโต๊ะอย่างสนุกสนาน จังหวะนั้นแม่บ้านของบริษัทผ่านมาเห็นจึงเอ่ยทัก

“อ้าว สวัสดีค่ะคุณช่อม่วง มาเช้าจังนะคะ เอ๊ะ นั่นเอาขนมมาฝากเพื่อน ๆ อีกแล้วเหรอคะ ใจดีจังนะคะคุณ” แม่บ้านนางนั้นเอาไม้ถูกพื้นไว้แนบลำตัว แล้วยืนคุยกับช่อม่วงอย่างเป็นกิจจะลักษณะ

“ค่ะป้า ป้าเอาไปทานด้วยสิคะ ช่อเอามาเผื่อด้วยนะ” แล้วเธอก็หยิบขนมถุงหนึ่งออกมา “นี่ค่ะ แม่ช่อทำเองหมดเลยนะ รับรองว่าอร่อยแน่นอนค่ะ”

“ขอบคุณมากนะคะคุณ ดีจัง คุณมีน้ำใจกับป้าด้วย คนที่นี่ไม่ค่อยมีใครนึกถึงป้าหรอกค่ะ ถือตัวกันจะตาย”

“ยังไงเหรอคะ”

“อืม จะว่ายังไงดีล่ะคะ...” แม่บ้านนางนั้นหันไปมองรอบ ๆ เพื่อดูให้แน่ว่าไม่มีใคร แล้วจึงหันมาพูดต่อ “ก็คุณ ๆ ที่นี่เขาเรียนจบกันสูง ๆ ทั้งนั้นเลยนี่คะ ใครที่เรียนน้อยกว่าเค้า เค้าไม่แลตามองหรอกค่ะ ยิ่งคนความรู้น้อยอย่างป้าด้วยนะ แทบจะไม่มองหน้าเลยด้วยซ้ำ ป้าก็ได้แต่ทำตัวลีบ ๆ เล็ก ๆ ทำยังไงได้ล่ะคะ เรามันไม่มีความรู้ ใครเขาจะสั่งอะไรก็ต้องทำ เป็นแค่แม่บ้าน ยังไงก็ต้องเจียมตัว...”

ถ้อยคำตัดพ้อของหนึ่งในเพื่อนร่วมงานทำให้เธอมองเห็นภาพของบุคคลในสถานที่แห่งนี้ชัดขึ้น หญิงสาวมองหน้าคู่สนทนาแล้วถามบางสิ่งออกไป

“แล้วคุณเพ็ญล่ะคะ”

“โอ๊ย คุณเพ็ญน่ะเหรอคะ รายนั้นไม่สนใจใครหรอกค่ะ ขอให้ได้คนมีความรู้ดีทำงานให้บริษัทได้ แกจ้างหมดล่ะค่ะ ดูอย่างคุณสุนทรสิคะ นิสัยแย่จะตาย โดนร้องเรียนไม่รู้กี่ที ไม่เห็นคุณเพ็ญจะทำอะไรเลย อย่างมากก็เรียกประชุมแล้วบอกว่า ‘เรื่องงานกับเรื่องส่วนตัว ขอให้แยกกันให้ออกนะคะ เราทำงานร่วมกันก็ต้องมีปัญหากันบ้าง แต่อย่าให้กระทบกับงานของบริษัทนะคะ เพ็ญไม่อยากได้คนไร้ประสิทธิภาพมาร่วมงานค่ะ’ นี่ค่ะ เธอพูดแบบนี้ แล้วใครที่ไหนจะกล้าโวยวายล่ะคะ พวกที่แย่ ๆ เลยได้ใจใหญ่เลย ถือว่าตัวเองทำงานไม่ขาดตกบกพร่อง นิสัยส่วนตัวจะเป็นยังไง เจ้านายเค้าก็ไม่สนอยู่แล้ว”

ความรู้สึกอัดอั้นในใจถูกระบายออกมาทั้งหมด พอได้ฟังแล้วช่อม่วงก็ต้องถอนใจ หายสงสัยแล้วว่าทำไม ‘เสียงนินทา’ ถึงดังทันทีที่เธอคล้อยหลัง
“แล้วป้าไม่คิดจะเปลี่ยนงานใหม่เหรอคะ”

อีกฝ่ายส่ายหน้าทันที

“สงสัยจะไม่ไหวล่ะ ป้าอายุเยอะแล้ว คงต้องทนจนกว่าลูกจะเรียนจบน่ะค่ะ ลูกสาวป้าเรียนมหาวิทยาลัยปีสองแล้วนะคะ เหลืออีกแค่สองปีก็จะจบแล้วค่ะ ถึงตอนนั้นป้าคงจะออกจากงานกลับไปอยู่บ้านที่ต่างจังหวัดแล้วให้ลูกหาเลี้ยงแทนแล้วล่ะ”

แม่บ้านนางนี้พูดอย่างมีความสุข ความฝันและความหวังของเธอขึ้นอยู่กับความสำเร็จของลูกสาวเท่านั้น

.
หลังช่อม่วงมาถึงแล้วราวครึ่งชั่วโมง พนักงานคนอื่น ๆ จึงเริ่มทยอยมากันทีละคนสองคน ปุ๊กมาถึงพร้อมคู่ซี้สุดแสบของตน ครั้นพอเห็นถุงขนมวางบนโต๊ะก็รี่เข้าไปหยิบมาดูทันที

“โห คุณพี่ขา ดูสิคะ วันนี้มีฝอยทองด้วย ว่าแต่ถุงมันเล็กลงนะคะ สงสัยยายแม่ค้านั่นจะเริ่มงกขึ้นมาแล้ว”

“เอ ได้กันทุกโต๊ะนะคะคุณน้อง แต่รู้สึกจะมีแต่เราสองคนมั้งคะที่ได้ฝอยทอง” สาวรุ่นใหญ่พูดขึ้นหลังจากสำรวจด้วยสายตาเรียบร้อยแล้ว
เลขานุการฝีปากดีเริ่มหันไปมองบ้าง

“จริงด้วยค่ะ แบบนี้ก็แปลว่าเจาะจงให้พวกเราน่ะสิคะ”

“นั่นสิ มันจะมีความหมายอะไรพิเศษหรือเปล่าคะคุณน้อง”

“คงไม่หรอกมั้งคะ พวกเราอาจจะคิดมากไปเองก็ได้ ว่าแต่หนนี้คุณพี่เก็บไว้ทานหรือจะเอาไปฝากน้องหมาที่บ้านอีกล่ะคะ”


สายตาของอีกฝ่ายเป็นประกายวิบวับ พูดออกมาอย่างไม่กลัวว่าใครจะได้ยิน

“แน่นอนสิคะ พี่ต้องเอาไปฝากน้องหมาที่บ้านแน่ ๆ ค่ะ คุณน้องก็รู้นี่คะว่าพี่ไม่ทานของแบบนี้”

เวลาเดียวกันนั้น เพ็ญมาถึงอย่างเร่งรีบ สองสาวพากันยกมือไหว้นายจ้างที่เดินผ่านไป เพ็ญเดินตรงไปที่ห้องของช่อม่วง ก่อนที่หล่อนจะถึงประตู ช่อม่วงก็เปิดมันออกมาพอดี

“สวัสดีค่ะพี่เพ็ญ”

“สวัสดีค่ะน้องช่อ น้องช่อคิดดีแล้วเหรอคะที่ตัดสินใจแบบนั้น” สีหน้าของผู้ถามดูเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด เปล่า หล่อนไม่ได้กังวลว่าช่อม่วงจะรู้สึกอย่างไร แค่ห่วงว่างานของบริษัทจะสะดุดเพราะขาดคนประสานงานต่างหาก
ช่อม่วงยิ้มเยือกเย็น สีหน้าราบเรียบไร้ความกังวล

“ค่ะ ช่อตัดสินใจดีแล้วค่ะพี่ ขอโทษด้วยนะคะที่บอกให้ทราบกะทันหันไปหน่อย”

เพ็ญเม้มปาก คิดว่าตนคงไม่จำเป็นต้องกล่อมช่อม่วงแล้ว ท่าทางหญิงสาวจะไม่ยอมเปลี่ยนใจง่าย ๆ

“โอเคค่ะ พี่ตามใจน้องนะคะ งานทางนี้คงไม่กระทบอะไรมาก เพราะพี่เพิ่งเซ็ทงานของน้องขึ้นมาใหม่ ในเมื่อน้องไม่แฮปปี้กับที่นี่ พี่ก็ไม่ว่าอะไรค่ะ ขอให้โชคดีนะคะ”

“ขอบคุณมากค่ะ”

ทุกคนที่ได้ยินต่างตกตะลึงไปตาม ๆ กัน ไม่มีใครคาดคิดว่าช่อม่วงจะลาออกกะทันหันอย่างนี้ โดยเฉพาะปุ๊กซึ่งทำงานสบายขึ้นนับตั้งแต่เพ็ญรับช่อม่วงเข้ามา หากไม่มีช่อม่วง งานทั้งหมดก็จะกลับมาอยู่ที่เธอดังเดิม

“คุณช่อลาออกเหรอคะ ทำไมล่ะคะ ทำงานที่นี่ไม่สนุกเหรอ” ปุ๊กรีบตรงเข้าไปถาม

ช่อม่วงอมยิ้ม ใบหน้าสงบนิ่ง เธอพูดด้วยน้ำเสียงเนิบนาบ ทว่า หนักแน่นในอารมณ์

“ค่ะ ช่อคิดว่าตัวเองไม่เหมาะกับที่นี่ ที่ช่อควรทำคือกลับไปช่วยแม่ขายของมากกว่า อาชีพทำขนมขายอาจจะไม่ได้มีรายได้มากนักก็จริง แต่ช่อคิดว่ามันทำให้ช่อสบายใจมากกว่าการใส่หน้ากากเข้าหากันค่ะ”

เธอหันไปมองรอบ ๆ เมื่อเห็นทุกคนรอฟังจึงพูดต่อ

“ช่อเห็นว่าตัวเองคงไม่เหมาะที่ร่วมงานกับพี่ ๆ เพื่อน ๆ หรอกค่ะ เพราะช่อเรียนมาน้อย จบปริญญาตรีแค่ใบเดียว แถมยังจบจากมหาวิทยาลัยเปิดซะอีก ความรู้คงจะเทียบไม่ได้กับพี่ ๆ ที่จบจากเมืองนอกหรอกค่ะ อีกอย่างนะคะ ความเป็นแม่ค้ามันอยู่ในสายเลือดของช่อเต็มตัวค่ะ จะให้ทาสีใส่หน้ากากยังไงก็หนีกำพืดตัวเองไม่พ้น...”

ปุ๊กกับคนอื่น ๆ ที่เคยรวมตัวกันว่าร้ายเรื่องชาติตระกูลของเธอถึงกับอึ้ง เมื่อทุกคำพูดจี้จุดลงไปบนต่อมผู้ดีของคนเหล่านั้น

“อุ้ย มีคนกล้าว่าคุณช่อด้วยเหรอคะ ใครกันคะ ปุ๊กไม่เห็นเคยได้ยิน”

สีหน้าท่าทางของปุ๊กดูจะไม่สะทกสะท้านใด ๆ กับสิ่งที่ตนเคยทำไว้ ช่อม่วงมองหน้าหล่อนนิ่ง สงบจิตสงบใจ เพราะอย่างไรนี่ก็เป็นวันสุดท้ายแล้วที่เธอจะอยู่ที่นี่

“คุณปุ๊กคะ คนบางคนเขาก็ไม่ได้มาพูดอะไรร้าย ๆ ต่อหน้าเรานี่คะ แต่พอคล้อยหลังเราเท่านั้นล่ะ อะไรที่ไม่เคยพูดหรือทำให้เห็นต่อหน้า มันก็ออกมาทุกอย่าง... เอาล่ะค่ะ ยังไงช่อก็ขอขอบคุณทุกคนมากนะคะที่ทำให้ช่อรู้จักชีวิตมากขึ้น ขอบคุณค่ะ”

เธอหันไปยกมือไหว้เพ็ญ และหันไปไหว้ทุกคน จากนั้นก็เดินจากไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่แม้แต่จะหันไปมองเลยสักนิดเดียว

ช่อม่วงยิ้มให้กับตัวเอง ยิ้มให้กับชะตาชีวิต

และยิ้มให้กับคำว่า...

“ลูกสาวแม่ค้า”


Create Date : 24 พฤศจิกายน 2551
Last Update : 24 พฤศจิกายน 2551 11:20:45 น. 0 comments
Counter : 286 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

อัญชา
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




วันนี้ ::
:: ... อัญชา ยินดีต้อนรับค่ะ ... :: counter hit make

Friends' blogs
[Add อัญชา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.