กรกฏาคม 2551
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
16 กรกฏาคม 2551

กลุ้มใจลดน้ำหนักทำไมมันมีอุปสรรคเยอะแบบนี้ เลิกดีกว่าไหม?

ลดน้ำหนักทำไมมันมีอุปสรรคเยอะแบบนี้ เลิกดีกว่าไหม?
ที่จั่วหัวข้อไว้แบบนี้เพราะเมื่อสักครู่ผมพึ่งทะเลาะกับทางบ้าน ก็เรื่องเดิมๆนั้นแลครับ เกี่ยวกับการลดความอ้วนนี้แล เป็นหัวข้อที่ทะเลาะกันมาตลอด

ผมเป็นคนอ้วนมาตั้งแต่จำความได้ น้ำหนักเกินมาโดยตลอด ถ้าจำไม่ผิดสมัยประถม 5 ผมก็หนักมากถึง 70 กิโลกรัมแล้ว พ่อผมก็เฝ้าบ่นเสมอว่าลดความอ้วนหน่อยเถิด จนเมื่อผมผ่านเกณฑ์ทหารด้วยเพราะว่าโดนคัดออกเนื่องจากน้ำหนักเกิน (ตอนนั้นอายุ 21 หนัก 137 kg ชั่งปุ๊บ คุณหมอทหารก็เรียกไปบอกว่า คุณไม่ผ่านเกณฑ์การตรวจร่างกาย ไม่ต้องรอจับใบดำใบแดง กลับบ้านไปได้เลย) หลังจากนั้นพ่อผมก็บีบเค้นหนักขึ้นว่า ลดน้ำหนักหน่อยเถิด สารพัดหว่านล้อม เราทะเลาะถกเถียงกันบ่อยๆเรื่องน้ำหนักของผม ในที่สุดผมก็ยอมลดแบบเสียไม่ได้ ก็ทานน้อยลงนิดหน่อยแลครับ จากเดิมมื้อละ 3 จานเหลือมื้อละ 1 มั่ง 2 มั่ง และไปเดินแบบเซ็งๆสัปดาห์ละ 2-3 ครั้งแก้เบื่อ มันก็ได้ผลบ้างน้ำหนักผมลดจาก 137 kg มาเหลือ 100 kg ต้นๆภายใน 1 ปีเศษๆ และก็คงๆอยู่แถวๆนั้นราวๆ 3 ปีกว่าๆ

พ่อกับแม่ผมก็บ่นบ่อยๆว่า น่าจะลดลงได้อีก แต่ผมไม่มีใจจะทำก็ทำหูทวนลมไปมั่ง เถียงข้างๆคูๆ ผลัดวันประกันพรุ่งไปเรื่อยๆ จนมาเมื่อต้นปี 2551 นี้แลครับที่ิผู้ใหญ่ท่านหนึ่งที่ผมเคารพเสียไปเพราะโรคเบาหวานในวัยแค่ 40 กว่าปีด้วยเพราะท่านน้ำหนักมากเกินไป นั่นอาจจะจุดประเด็นเล็กๆทำให้ผมเริ่มอยากลดน้ำหนักขึ้นมา (เพราะความกลัวและกังวลเรื่องชีวิตตนกระมัง) ประกอบกับรู้สึกว่าตัวเองอายุเริ่มจะมากขึ้นเข้าสู่เบญจเพศแล้ว เลยทดลองลดน้ำหนักอย่างจริงๆจังดู ตอนนั้นคือช่วงกลางเดือนมีนาคม ปีนี้แล ผมหนัก 103 kg เศษๆ แรกๆก็คิดว่าตัวเองคงจะฟิตทำได้อย่างเก่งก็ 1-2 สัปดาห์แล้วก็คงเลิกไปตามระเบียบ แต่พอเริ่มทำแล้วทางครอบครัวผมสนับสนุนโดยดีมากๆ พ่อกับแม่ก็ดีใจที่ผมพยายามลดน้ำหนัก ประกอบกับตัวเองไปลั่นวาจากับเพื่อนๆว่าจะลดน้ำหนักก็มีแต่คนให้กำลังใจ ผมเลยทำจริงๆจังๆขึ้นมา (ตอนแรกก็ว่าเอาเดือนเดียวให้เหลือต่ำกว่า 100 kg ก็เลิก ทำไปทำมาชักจะมันส์ เห็นน้ำหนักตัวเองลดลงเรื่อยๆ เสื้อผ้าเก่าๆก็หลวมขึ้นเรื่อยๆ ทุกคนก็บอกว่าดูผอมลง มันกลายเป็นแรงบัดดาลใจให้ผมฮึด ตั้งเป้าลดให้ได้มากขึ้นและยืดเป้าหมายการลดน้ำหนักของตนเองออกไปเรื่อยๆ) จนปัจจุบันผมหนัก 71 kg แล้ว

ทีนี้แลครับ ปัญหาตามมา ช่วงหลังๆมานี้ ชักจะมีคนทักว่าผมเกินไปหรือเปล่า เหลือแต่กระดูกแล้ว หน้าตาดูโทรมๆ ทำไมจับมือแล้วตัวเย็นๆ บลาบลาบลา สารพัดสารเพจะมาบั่นทอนกำลังใจ และเริ่มมีญาตมิตรสหายที่เดิมเคยสนับสนุนให้ผมลดน้ำหนักทั้งหลาย พร้อมใจกันบอกว่า ผมผอมเกินไปแล้ว เลิกลดได้แล้ว (ทั้งๆที่ BMI ของผมยังเกิน 23 อยู่เลย เนี่ยนะผอม) ทำให้พ่อกับแม่ของผมเริ่มเอาเรื่องน้ำหนักมาถกเถียงกับผมบ่อยขึ้นเรื่อยๆว่าให้หยุดลดน้ำหนักได้แล้ว แต่ผมที่ลั่นวาจาเอาไว้แล้วว่าไม่ถึง 67 kg นั้นไม่เลิก แถมอดทนทำมาได้ตั้ง 4 เดือนกว่าๆจะให้ล้มเลิกง่ายๆ ผมก็ไม่ยอมเหมือนกัน ผมกับพ่อแม่เถียงกันบ่อยขึ้นเรื่องน่้ำหนักของผมอีกรอบ แต่คราวนี้ไม่ใช่ให้ลดแต่ให้เลิกลด (ซึ่งผมก็พยายามยกเอาตัวเลขทางวิชาการว่า BMI ของผมยังเกินมาตรฐานคนเอเชียที่ 23 อยู่ ผมอยากจะมีหุ่นแบบคนปกติบางหลังจากอ้วนมา 26 ปี)


การทุ่มเถียงของผมกับครอบครัวมาระเบิดเอาในวันนี้แลครับ เนื่องจากผมนึกสนุกไปขอพ่อวัดความดัน (สมัยตอนอ้วนๆ ผมเคยวัดได้ บน 170 ล่าง 130 หัวใจ 110 ครั้ง ซึ่งถือว่าสูงเอามากๆเลย ตอนนั้นก็โดนบ่นบ่อยๆว่า ความดันมากไป) ความดันที่วัดออกมาได้นั้นค่อนข้างต่ำทีเดียว ตัวบนออกมาที่ 81 ตัวล่างออกมาที่ 50 และหัวใจเต้น 39 ครั้ง วัดหลายรอบ เปลี่ยนคนวัดแล้วก็ให้ผลคล้ายๆนี้ ซึ่งพอจะสรุปได้ว่า ความดันต่ำ และหัวใจเต้นช้าไปหน่อย ผมก็พยายามบอกว่า ที่ความดันต่ำเพราะวันนี้ผมทำ lowcarb เดี๋ยวพรุ่งนี้ทานปกติก็กลับมาปกติเอง ส่วนหัวใจเต้นช้านั้นเพราะผมออกกำลังกาย จากการทดลองพบว่าคนที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอหัวใจจะเต้นช้ากว่าคนที่ไม่ได้ออกกำลังซึ่งเป็นเหตุปกติอยู่แล้ว

แต่ไม่มีใครฟังผมเลย เขายืนยันเด็ดขาดว่าให้ผมหยุดโปรแกรมลดน้ำหนัก (เขาเรียกว่าโปรแกรมบ้าๆ) ทิ้งไปซะ เลิกตื่นตี 5 ไปวิ่งทุกวันกลับมาเหงื่อโชกตัวได้แล้ว ช่วยทำอะไรให้เหมือนคนปกติเขาหน่อยเถอะ บลาบลาบลา สารพัดจะพูดไป เราทะเลาะกันหนักพอสมควรทีเดียว จนผมก็เลยเบื่อบอกไปว่า ผมจะเลิกลดน้ำหนักก็ได้.............................................


ซึ่งจริงๆ ผมก็ยังไม่อยากเลิกครับ ผมไม่อยากกลับไปหนัก 100 kg เหมือนเดิมอีกแล้ว ผมกลัวว่าหากผมหยุดโปรแกรมต่างๆลง ออกกำลังกายน้อยลง ในไม่กี่เดือนผมก็จะโยโย่กลับไปหนัก 100 kg เหมือนเดิมแน่นอน ผมจะมีหนทางอย่างไรในการโน้มน้าวให้พ่อกับแม่เชื่อว่า ผมต้องการจะลดน้ำหนักจริงๆ และสามารถอดทนผ่านโปรแกรมนี้ไปถึงจุดหมาย 67 kg ได้ และทำตามโปรแกรมต่อไปเพื่อควบคุมน้ำหนักหน่ะครับ

กลุ้มใจมากๆ




 

Create Date : 16 กรกฎาคม 2551
14 comments
Last Update : 9 สิงหาคม 2551 11:14:17 น.
Counter : 1149 Pageviews.

 

สู้ ๆ นะคะ อย่าเพิ่งท้อค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคร๊า

ปล พ่อแม่คุณ Digimontamer ท่านคงเป็นห่วงคุณน่ะค่ะ

 

โดย: แม่เอเธนส์ (frau ) 17 กรกฎาคม 2551 1:38:07 น.  

 

เข้าใจคุณอุ้ยนะคะ พี่ก็เป็นคนนึงที่อ้วนไปก็ถูกบ่น
ผอมไปก็ถูกว่า เอาใจไม่ถูก
แต่การลดน้ำหนักติดต่อกันเป็นเวลานานมันดูผอมและโทรมจริง ๆ นะคะ
ออกกำลังแต่ทานให้เยอะกว่านี้ดีกว่าไหมคะ
หรือพักสักเดือนแล้วเริ่มสตาร์ทกันใหม่ดีกว่า
ตอนนี้มาเป็นที่ปรึกษาให้พี่ก่อนยังดูแคลลอรี่ไม่เป็นเลย
เป็นห่วงนะคะ

 

โดย: beautystone 17 กรกฎาคม 2551 2:05:17 น.  

 

เป็นห่วงคุณอุ้ยจังเลยค่ะ

ปะการังอ่านผลที่วัดมาแล้วไม่ปลื้มเท่าไหร่นะคะ ปะการังว่ามันผิดปกติ แต่อยากให้ปรึกษาหมอดูก่อน ปะการังลอง search เรื่อง heart rate ดู เจอว่าคนปกติจะมีอัตราการเต้นของหัวใจประมาณ 80-100 ดูไปดูมาเจอหน้านี้ //en.wikipedia.org/wiki/Bradycardia ที่พูดถึง heart rate ที่ต่ำกว่าปกติ เค้าตั้งเกณฑ์ไว้ว่าไม่ควรต่ำกว่า 60 ครั้งต่อนาที ถ้าต่ำกว่า 50 ครั้งต่อนาทีจะเริ่มมีอาการผิดปกติ ซึ่งส่อถึงการทำงานผิดปกติของร่างการต่างๆ เช่นระบบการเผาผลาญและระบบฮอร์โมนผิดปกติ โดยเฉพาะการทำงานไม่เต็มที่ของต่อมไทรอยด์ ถ้าต่ำกว่า 35 ครั้งต่อนาทีเรียกว่าอันตรายมาก ต้องเข้าโรงบาลให้แพทย์ตรวจวัดอย่างใกล้ชิด hypotension(ความดันต่ำ) และ bradycardia(หัวใจเต้นช้าผิดปกติ) เป็นอาการสำคัญของโรค Anorexia นะคะ และเป็นอันตรายต่อร่างกาย สาเหตุการตายของ anorexia คือหัวใจเต้นช้า จนกลายเป็นเต้นจังหวะผิดปกติ และล้มเหลวในที่สุด

จริงอยู่ว่าคนออกกำลังกายมักจะชีพจรต่ำ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเพราะกล้ามเนื้อหัวใจเค้าแข็งแรงขึ้น สามารถสูบฉีดเลือดได้แรงเท่าคนปกติ โดยที่ไม่ต้องเต้นบ่อยเท่าคนปกติ เพราะฉะนั้น แม้ว่าหัวใจจะเต้นช้า ก็ยังเต้นแรง และมีความดันเลือดปกติ อีกอย่างคนที่มีชีพจรต่ำกว่าปกติเหล่านี้คือคนที่เทรนหนัก เป็นนักกีฬาอาชีพ เหมือนนักฟุตบอล ที่วันทั้งวัน วิ่งๆซ้อมๆ ตลอดเวลา คนปกติออกกำลังกายอย่างเราๆท่านๆ อัตราการเต้นของหัวใจไม่ต่ำขนาดนั้นค่ะ

ปะการังว่าคุณอุ้ยมาไกลมากแล้วนะคะ จาก 137 ถึง 70 นี่ ลดไปเกือบครึ่งตัวเลยนะ ปะการังคิดว่า ประสบความสำเร็จมาก และมีรูปร่างพอเหมาะแล้วนะ สำหรับผู้ชาย ถ้าจะมีหุ่นเหมือนคนธรรมดา ดูที่กล้ามเนื้อดีกว่า BMI นะคะ Brad Pit ยัง BMI ตั้ง 28 จัดเป็นคนอ้วนมาตรฐานเมกาเหมือนกัน แต่ยังหุ่นเท่เริ่ดขนาดนั้น ปะการังเกรงว่า กว่าจะถึง 67 นี่ หัวใจจะลงต่ำไปถึงไหนแล้วก็ไม่รู้ ถ้าสุขภาพเสียไปอย่างแก้ไขไม่ได้ จะทำไงคะ คงไม่ถึงกับต้องหยุดปล่อยตัวตามใจแล้วกลับไปกินเท่าเดิมจนอ้วนเท่าเดิมหรอกค่ะ แต่ต่อไปนี้น่าจะเปลี่ยนเป้าหมาย ให้น้ำหนักเป็นเรื่องรอง สุขภาพเป็นเรื่องใหญ่ ค่อยๆเพิ่มแคลอรีที่กินจนกระทั่งถึงจำนวนที่คุณต้องการต่อวัน ออกกำลังกายเพื่อรักษาสุขภาพให้แข็งแรงและรักษาน้ำหนักปัจจุบัน ถ้าดูแลดีๆ ไม่โยโย่หรอกค่ะ และที่ผ่านมาก็คงยืนยันแล้ว ว่าคุณอุ้ยเป็นคนมีวินัย มีแรงใจที่จะดูแลตัวเองได้

ปะการังอยากเตือนมานานแล้ว นี่คนในครอบครัวถึงกับช่วยกันเตือน ไม่มีใครรักคุณอุ้ยเท่าพวกเค้าหรอกนะคะ ไม่จำเป็นต้องเลิก ไม่จำเป็นต้องโยโย่ แต่มารักษาความผอมอย่างสุขภาพดีกันเถอะค่ะ

 

โดย: ปะการังเรืองแสง 17 กรกฎาคม 2551 7:00:35 น.  

 

คุณปะการังเรืองแสงพูดถูกนะคะคุณอุ้ย ไม่จำเป็นต้องเลิก แต่ให้ควบคุมให้น้ำหนักคงที่ กินอาหารที่มีสุขภาพ แล้วก็ยังออกกำลังกายเหมือนเดิมหน่ะค่ะ ลดหน่ะไม่ยากเท่ากับควบคุมหรอกนะคะ ลองนึกซะว่าเป็น challenge อันใหม่แล้วกันนะคะว่าจะทำไงดีให้น้ำหนักคงที่ หรือว่าให้รูปร่างดีขึ้น อย่างงี้คุณอุ้ยอาจจะเบิร์นน้อยลง แต่เล่นเวทมากขึ้นหน่ะค่ะ จะได้มีกล้ามเนื้อที่สวยงามนะคะ เด๋วจะถามเทรนเนอร์มาให้ว่าควรเบิร์นอาทิตย์ละกี่ครั้ง ถ้าจะแค่รักษาน้ำหนักให้คงที่ แล้วต้องเล่นเวทอมทิตย์ละกี่ครั้ง แล้วนุ่นจะมาแจ้งนะคะ

ป.ล. พักผ่อนเยอะๆ บ้างนะคะ

 

โดย: petite lilliput 17 กรกฎาคม 2551 7:38:24 น.  

 

คิดเหมือนคุณปะการังเลยค่ะ
เป็นห่วงสุขภาพคุณอุ้ยมานานนับจากวันที่เข้ามาอ่านบล็อกนี้
หวังดีต่อคุณมากจริงๆ รักษาสุขภาพนะคะ

 

โดย: banoffi IP: 58.8.166.233 17 กรกฎาคม 2551 8:10:20 น.  

 

เข้าใจคุณอุ้ยนะคะ แล้วก็เข้ามาห่วงคุณอุ้ยไปพร้อมๆกับคุณปะการังและเพื่อนทุกคนคะ และก็เข้ามายืนยันอีกครั้งนะคะว่าน้ำหนัก 71 ของคุณอุ้ยนี่ดูดีแล้วนะคะ ^^
รักษาสุขภาพด้วยน๊า

 

โดย: jorjaejaa 17 กรกฎาคม 2551 9:05:00 น.  

 

สู้ครับ 71 กก หรับผู้ชายสูง 175 ก็เหมาะสมแล้ว แค่เพิ่มกล้ามเนื้อให้ดูเฟิร์ม ไม่ถึงกับต้องเลิกแต่คุมอาหารและออกกำลังให้เหมาะสม ไม่ต้องรีบร้อน และเรื่องที่บ้านห่วงก็คงเพราะคุณอุ้ยลงเร็วเกิน มันดูโทรมจนหลายคนทัก ยิ่งวัดความดัน แล้วมันต่ำกว่าปกติ เขาก็ยิ่งห่วง...แต่ยังไงสู้ต่อไปนะครับ

 

โดย: ทีโอดอร์ 17 กรกฎาคม 2551 9:41:05 น.  

 

ใจเย็นเย็นค่ะ ชีวิตคนเรามันก็มีอุปสรรคตลอดแหละค่ะอย่าเพื่งไปล้มเลิกนะคะ ที่คุณทำมาทั้งหมดนั้นเป็นทางที่ถูกที่สุดแล้ว อาจเป็นเพราะว่า 1. มองในแง่ดีนะคะว่าทางบ้านอาจจะรู้สึกตกใจและไม่เชื่อว่าน้ำหนักเป็นร้อย ๆ มันจะลดลงได้ขนาดนี้ และท่านคงชินกับการเห็นคุณตัวอ้วน ๆ มาตั้งนาน พอตัวคุณเล็กลงผิดกว่าที่เคยมาก ก็เลยเป็นห่วง 2. และลองมองดูนิดนึงค่ะว่าตั้งแต่ลดน้ำหนักกิจกรรมที่ทำร่วมกันหรือการพูดคุยกันลดลงไปบ้างหรือเปล่า ท่านก็เลยรู้สึกแปลก ๆ
***คุณอุ้ยคะ พยายามสู้ต่อไปนะคะ อย่าเครียด ให้นึกถึงความสุขที่มีตอนชั่งน้ำหนักแล้วตัวเลขลดลงขนาดนี้ นึกถึงกางเกงตัวเก่าหลวมจนใส่ไม่ได้ หรือความกระฉับกระเฉงที่มาแทนความเฉื่อยเนือยตอนที่อ้วน
คุณยังโชคดีมากนะคะที่ความพยายามจะสู้กับน้ำหนักร้อยกว่าโลสำเร็จ บัวยิ้มเองก็ท้อมาก ๆ อุปสรรคมีตลอดเวลา นี่ก็ยังไม่รู้ว่าน้ำหนักจะถึง 100 ถ้วนหรือเปล่าด้วยซ้ำ แต่ต้องพยายามต่อไปค่ะ เพราะทั้งหมดทั้งสิ้นก็เพื่อตัวเราเองทั้งนั้น สวัสดีค่ะแล้วจะมาทักทายใหม่ หวังว่าจะได้อ่านไดอารี่ของคุณต่อนะคะ

 

โดย: บัวยิ้ม 17 กรกฎาคม 2551 10:57:34 น.  

 

ทุกอย่างน้องปะการังเหมาไปหมดแล้ว ทำอย่างที่ปะการังบอกเถอะค่ะ ...

ยายหนูเข้าใจหัวอกคนที่เป็นพ่อเป็นแม่นะคะ เพราะยายหนูก็เสียลูกชายคนโตไปเมื่อตอนที่เขาอายุได้เพียง 19ปี วันนี้พออ่านกระทู้ที่คุณอุ้ยตั้ง อึ้ง...ยายหนูไม่ได้สงสารคุณอุ้ย แต่สงสารพ่อแม่ของคุณอุ้ยต่างหาก เพราะเท่าที่อ่านตั้งแต่คุณอุ้ยเริ่มเขียนบล็อกรู้สึกตกใจที่คุณอุ้ยลดได้มากขนาดนั้น แต่ไม่กล้าพูด

น้ำหนักที่เราสามารถลดลงได้มากสุดแค่เดือนละ 4กิโลเท่านั้น....ต่อไปนี้ ถ้าเห็นใครทานน้อย ยายหนูจะท้วงล่ะ โกรธเป็นโกรธกัน...
ดูแลสุขภาพนะอย่าคิดมาก เดี๋ยวจะไม่สบาย...

 

โดย: ยายหนูAK 17 กรกฎาคม 2551 11:15:46 น.  

 

เห็นด้วยกับคุณทีโอดอร์ แค่ควบคุมก็พอแล้วค่ะคุณอุ้ย
ที่พ่อแม่บ่นคงเพราะเป็นห่วงคุณอุ้ยนะค่ะ เป็นกำลังใจให้นะค่ะ

 

โดย: กุ้งนึ่งมะนาว 17 กรกฎาคม 2551 11:17:48 น.  

 

คุณอุ้ยค่ะ คุณพ่อคุณแม่เป็นห่วงคุณอุ้ยนะค่ะ ยังงัยก้อยว่าถือโอกาสนี้ไปเช็คสุขภาพก็ดีนะค่ะ ท่านจะได้สบายใจค่ะ ตัวคุณอุ้ยจะได้สบายใจด้วยค่ะ อย่าลืมเล่าให้คุณหมอฟังด้วยนะค่ะ ว่าช่วงที่ผ่านมาเราทำอะไร คุณหมอจะได้มีข้อมูลประกอบการวิฉัยค่ะ
เป็นห่วงคุณอุ้ยนะค่ะ ก้อยคิดว่าเพื่อนๆทุกคนเป็นห่วงคุณอุ้ยเหมือนกันค่ะ

 

โดย: แม่น้องโกโก้ 17 กรกฎาคม 2551 12:05:23 น.  

 

มาให้กะลังใจค่ะ พี่ชายเราก็น้ำหนัก 100 กว่าเหมือนักัน คุณอุ้ย ลดได้ขนาดนี้ถือว่าเยอะมากกกแล้วนะคะ อีกอย่าง คือความดันต่ำจนน่ากลัวจรงิๆ ค่ะ ยังที่คห.บนๆ ว่าไว้หมดเลยค่ะ พ่อกับแม่ท่านคงเป็นห่วงจริงๆ หล่ะค่ะ
ยังไงอย่าลืมไปพบคุณหมอนะคะ คงจะได้คำตอบที่แน่ใจได้กว่า ส่วนเรื่องลดน้ำหนัก นู๋ว่าถ้าคุณอุ้ยกลัวโยโย่ นู๋ว่า ลองเปลี่ยนเป็นควบคุมแทนดีไหมคะ เป็นกำลังใจให้อีกหนึ่งเสียงค่ะ ^ ^~

 

โดย: เด็กน้อยบ่มีอ่หยั่ง 17 กรกฎาคม 2551 12:14:33 น.  

 

ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณทุกๆท่าน ทั้งคุณปะการังที่ช่วยชี้แนะ คุณทีโอดอร์ คุณยายหนู คุณ petite lilliput คุณ jorjaejaa คุณ แม่น้องโกโก้ คุณช้าง และทุกๆท่านมากๆครับผม

เมื่อวานผมใจร้อนเกินไปและรั้นเกินไปเองหล่ะครับ เมื่อคืนและเมื่อเช้าไปนั่งๆนอนๆคิดมาให้ใจเย็นและถี่ถ้วนมากขึ้นแล้ว และลองคุยกับพ่อแม่แบบใจเย็นๆกันทั้งสองฝ่ายดู

ข้อสรุปก็คือ ผมจะหยุดการลดน้ำหนักลงชั่วคราวก่อน โดยสัปดาห์หน้าที่ผมจะเริ่มมีชั่วโมงเรียนคาบเช้านั้น ผมจะงดการไปวิ่งตอนเช้าลง แต่จะไปฟิตเนสตอนบ่ายแทน โดยจะทำ cardio สลับกับ weight traning แบบวันเว้นวันไป และจะมีวันพัก 1 วันต่อสัปดาห์เสมอๆ

ส่วนเรื่องการทานอาหารนั้น ก็ตามโปรแกรมเดิมคือรักษาการกินอย่างน้อยๆที่ 1300 kcal ต่อวันจนครบ 2 สัปดาห์แล้วค่อยๆเพิ่มขึ้นทีละ 100 kcal ใน 14 วันถัดไปเรื่อยๆ เป้าหมายก็เพื่อปรับปรุงระบบร่างกายแบบช้าๆ แต่จะไม่เน้นไปที่การลดแคลอรี่เพื่อลดน้ำหนักหรือทำ lowcarb อีกแล้ว อีกทั้งใน 1 สัปดาห์จะทำการ overfeeding 1 วันเพื่อปรับสภาพร่างกายให้รวดเร็วขึ้นอีกหน่อยตามไปด้วย


พรุ่งนี้คาดว่าจะนัดกับพ่อให้พาไปตรวจร่างกายแบบคร่าวๆที่โรงพยาบาลดูหน่ะครับ ทางเขาจะได้สบายใจกันทั้งสองฝ่าย

ขอบคุณทุกๆท่านมากๆอีกครั้งที่ให้กำลังใจเสมอมาครับผม

 

โดย: digimontamer 17 กรกฎาคม 2551 13:56:05 น.  

 

มาให้กำลังด้วยจ้า สู้ สู้

 

โดย: tunya IP: 118.173.114.137 24 สิงหาคม 2551 15:45:23 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


digimontamer
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]




[Add digimontamer's blog to your web]