เมษายน 2553

 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
25
26
27
28
29
30
 
 
ความจริงทางธรรมชาติ

Smileyการปฏิบัติธรรม
(การแก้ไขความเป็นธรรมชาติของตนเอง)

มีความเป็นเบื้องต้น,ท่ามกลาง,และบั้นปลาย




Smiley..........ในเบื้องต้นเราอาจจะใช้ความเป็นเหตุผลที่เป็นตรรกะ


เช่นกุศล,อกุศล,บุญ,บาป,ความดี,ความชั่ว,ความถูกต้อง,ความไม่ถูกต้อง,คุณธรรม,จริยะธรรมฯลฯ


แต่เหตุผลเหล่านี้จะแก้ไขความเป็นสัญชาตญาณทางธรรมชาติขอ
เราได้ในระดับหนึ่งเท่านั้นเพราะแท้จริงกายของเราเป็นธรรมชาติ


แต่เหตุผลทางสังคมเป็นการสมมุติทางสังคมมันไม่เป็นความจริงทางธรรมชาติ การแก้ไขมันต้องแก้ไขการทำงานของมันคือแก้ไขความเป็นสัญชาต


ญาณทางธรรมชาติของกาย  มันจึงเป็นที่มาของความเป็นศาสตร์
คือการใช้เหตุผลทางธรรมชาติเข้าไปแก้ไขสัญชาตญาณของตนเองนั่นเองเพราะ


ความจริงตัวเราเป็นธรรมชาตินั่นเอง   แต่เราหลงว่ามันเป็นตัวเรา


จึงเกิดความไม่เข้าใจตนเองว่ามันเป็นการทำงานตามธรรมชาติของมัน   การแก้ไขตนเองได้จึงต้องใช้เหตุผล


ทางธรรมชาติเข้าไปแก้ไข




Smileyซึ่งพระพุท
ธเจ้าก็ยืนยันว่ามันเป็นวิชชา     ไม่ใช่เรื่องปาฏิหารย์แต่เป็นศาสตร์


ที่เราจะต้องเรียนรู้เพื่อการเข้าใจตนเอง   มันจึงเป็นอีกศาสตร์หนึ่ง การทำความ


เข้าใจจึงต้องใช้ความเป็นเหตุผลทางธรรมชาติมาอธิบาย เพราะเหตุว่ามันเป็นเพียงธรรมชาติเราจึงไม่อาจจะควบคุมมันได้จึงทำได้เพียงเข้าใจความจริงของมันเท่านั้น
.......ดังพุทธพจน์นี้..

ดูกรภิกษุทั้งหลาย .....
....ถ้าสังขารเหล่านี้จักได้เป็นอัตตาแล้วสังขารเหล่านี้ไม่พึงเป็นไปเพื่ออาพาธ และบุคคลพึงได้ในสังขารทั้งหลายว่า สังขารทั้งหลายของเราจงเป็นอย่างนี้เถิด สังขารทั้งหลายของเราอย่าได้เป็นอย่างนั้นเลย. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็เพราะสังขารทั้งหลายเป็นอนัตตา ฉะนั้น สังขารทั้งหลายจึงเป็นไปเพื่ออาพาธ และบุคคลย่อมไม่ได้
ในสังขารทั้งหลายว่า สังขารทั้งหลายของเรา จงเป็นอย่างนี้เถิด สังขารทั้งหลายของเราอย่าได้
เป็นอย่างนั้นเลย.


 


Smileyการรู้จักเข้าใจตนเองในความเป็นธรรมชาติ.....เราจึงนำมาใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้  มีสติรู้ตัวเอง(ตามระดับของเรา)













Create Date : 24 เมษายน 2553
Last Update : 25 พฤษภาคม 2553 15:04:46 น.
Counter : 1361 Pageviews.

31 comments
  
แท้จริงกายของเราเป็นธรรมชาติ


เห็นด้วยค่ะ ใครที่ไม่เข้าใจธรรมชาติก็ไม่เข้าใจตัวตน ไม่คิดหาทางไปสู่นิพพาน หรือ กลับคืนสู่ธรรมชาติ

โดย: Chillout Cafe' วันที่: 24 เมษายน 2553 เวลา:11:13:49 น.
  
โดย: thanitsita วันที่: 24 เมษายน 2553 เวลา:14:50:59 น.
  


การที่จิตสัมผัสกับความจริงได้ มันจะอธิบายว่าไม่มีอะไรที่จะจริงมากกว่านี้อีกแล้ว ที่ปรากฎอยู่จึงเหมือนการสมมุติทางความรู้สึกอยู่เท่านั้น เป็นที่สุดของคำอธิบาย
โดย: ไพรสณฑ์ (ไพรสณฑ์ ) วันที่: 24 เมษายน 2553 เวลา:21:36:41 น.
  
รูปสวย glitter emoticon comment

แวะมาทักทายตอนที่อากาศยังไม่ร้อนนัก ตอนบ่ายกะว่าจะไปซื้อของใช้ที่โลตัสอยุธยาและพาลูกศิษย์ไปดูหนังกัน เด็กๆเขาอยากดู ๙ วัดกันค่ะ คุณไพรสณฑ์สบายดีนะคะ
โดย: เกศสุริยง วันที่: 25 เมษายน 2553 เวลา:9:33:54 น.
  




ความเป็น "ตัวตน" เป็นสิ่งสมมุติทางความรู้สึก
คือความจริงทางธรรมชาติ ที่เราจะต้องทำความเข้าใจ
โดย: ไพรสณฑ์ (ไพรสณฑ์ ) วันที่: 26 เมษายน 2553 เวลา:9:58:52 น.
  




ถ้าจะศึกษาตัวเราทางกายภาพ ก็คงตั้งคำถามขึ้นมาว่าความเป็น “ตัวเรา” ที่แท้จริงคือส่วนไหนจะพบว่ามันคือความรู้สึกที่เกิดอยู่นั่นเอง

..........และความรู้สึกนั้นเกิดขึ้นอย่างไร







ซึ่งในอภิธรรม อธิบายไว้อย่างนี้

ปรมัตถ์ธรรมมี ๔ ประเภท คือ จิต เจตสิก รูป นิพพาน

๑.จิต เป็นสภาพธรรมที่รู้สิ่งที่ปรากฏ เช่น เห็น ได้ยิน เป็นต้นจิตทั้งหมดมี ๘๙ ประเภทหรือจิต ๘๙ ดวงโดยพิเศษ มี๑๒๑ประเภท

๒.เจตสิก เป็นสภาพธรรมอีกประเภทหนึ่งที่เกิดร่วมกับจิตรู้สิ่งเดียวกับจิต ดับพร้อมจิต และเกิดที่เดียวกับจิต เจตสิกได้แก่ ความโกรธ ความรัก ความสุข ความทุกข์ ความตระหนี่ ความริษยา ความเมตตา ความกรุณา เป็นต้น

เจตสิกปรมัตถ์มี ๕๒ ประเภทหรือเรียกว่า ๕๒ ดวง


๓.รูป เป็นสภาพธรรมที่ไม่ใช่สภาพรู้ เช่น สี เสียง กลิ่น รส เป็นต้น รูปทั้งหมดมี ๒๘ รูป



.......สภาวะรูปที่เราต้องทำความเข้าใจคือ.......

“ชีวิตินทริยรูป” ทำหน้าที่ยึดมั่นกลุ่มกลาปะ(อนุภาค)ให้รวมกลุ่มกัน ทุกๆกลาปรูปจะต้องมี ชีวิตินทริยรูป เกิดร่วมด้วยทุกกลาปะ ชีวิตินทริยรูป รักษารูปที่เกิดร่วมกันในกลาปหนึ่ง ๆ ให้เป็นรูปที่ดำรงชีวิต
๔.นิพพาน เป็นธรรมที่ดับกิเลส ดับทุกข์ นิพพาน ไม่มีปัจจัยปรุงแต่งให้เกิดขึ้น นิพพานจึงไม่เกิดดับ

นิพพานปรมัตถ์ โดยปริยายแห่งเหตุมี ๒ อย่าง คือ
สอุปาทิเสสนิพพานธาตุ ๑
อนุปาทิเสสนิพพานธาตุ ๑



.......อภิธรรม....เป็นการแจกแจงสภาพธรรมออกเป็นหมวดหมู่ตามลักษณะทางธรรมชาติจากสิ่งที่ปรากฏ ไปสู่รายละเอียดต่างๆ(เช่นเดียวกับที่นักวิทยาศาสตร์แยกย่อยมวลสาร)จึงเห็นว่ามันก่อตัวจากสิ่งเล็กๆที่เรียกว่ากลาปะ(อนุภาค,อะตอม) ที่เป็นเหตุทำให้สิ่งต่างๆปรากฏขึ้นมาเพราะการรวมกลุ่มของมัน ซึ่งความเป็นตัวเราที่เกิดขึ้นก็เป็นลักษณะการรวมตัวกันจากธาตุต่างๆ (ธาตุ ดิน,น้ำ,ลม,ไฟ) ที่ทำให้มีลักษณะเฉพาะเกิดขึ้น แต่เมื่อแยกลักษณะตามการทำงานของมันจึงแยกสภาพธรรมออกได้เป็นสี่ประเภท โดยมีจิตที่มีความเป็นพลังงานเป็นองค์ประกอบในการรับรู้สิ่งที่มากระทบ เมื่อมันปรุงแต่งกับสิ่งที่มากระทบ(รูป)จึงเกิดเป็นความรู้สึก(ต่างๆ)เกิดขึ้น คือเกิดเป็นเจตสิก เมื่อมันไม่ปรุงแต่งอยู่มันก็จะมีสภาพที่ว่างอยู่(นิพพาน) ความรู้สึกว่าเป็นตัวเราคือผลการปรุงแต่งที่มีชีวิตินทริยรูปเป็นตัวยึดมั่นของสิ่งที่มีชีวิตที่ทำให้มันต่างไปจากสิ่งที่ไม่มีชีวิต การยึดมั่น(ชีวิตินทริยรูป)ที่แสดงเป็นลักษณะทางสัญชาตญาณ ที่ทำให้เราตกอยู่ในอำนาจทางธรรมชาติเพราะเราไม่รู้เหตุการณ์เกิดของมันจึงแก้ไขตัวเองไม่ได้ เหตุเพราะมีลักษณะการยึดมั่นทางธรรมชาตินั่นเองทำให้เราไม่เข้าใจมันเพราะมันแสดงเป็นตัวเราอยู่ ดังนั้นเราจึงต้องมาเรียนรู้องค์ประกอบทางธรรมชาติของเราเอง ว่าการยึดมั่นมันทำงานอยู่อย่างไร ซึ่งเราจะต้องสังเกตจากตัวเราเองเพื่อให้เห็นลักษณะการยึดมั่นนั้นเราจึงจะควบคุมมันได้คือ...ไม่ให้มีการยึดมั่นเกิดขึ้นในความรู้สึกของเราต่อสิ่งต่างๆ...คือรู้ความจริงของมันอยู่นั่นเอง ซึ่งอาจจะเรียกว่าปกติมันมีปฏิกิริยาต่อสิ่งต่างๆอยู่ซึ่งมันเป็นลักษณะสัญชาตญาณทางธรรมชาติ เมื่อเรารู้ลักษณะของมัน(จากการสังเกตตัวเอง) เราก็ควบคุมมันได้คือไม่ให้อาการหรือความรู้สึกที่ไม่พึงประสงค์นั้นเกิดขึ้น(ซื่งในทางปฏิบัติต้องขัดเกลา) เมื่อควบคุมมันได้เราจึงเห็นการหลุดพ้นไปจากลักษณะสัญชาตญาณทางธรรมชาตินั้นได้ .............


ซึ่งอาจจะมีการขยายความเพิ่มเติมอีก.......เช่น

การจำแนก กายออกเป็นส่วนๆหรือเป็นโหมดต่างๆคือขันธ์ห้า คือรูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ(โดยสรุปคือกายกับจิต ปรุงแต่งให้เกิดเป็นความรู้สึกต่างๆ โดยมีความจำ(สัญญา)ทำหน้าที่เหมือนซอร์พแวร์ วิเคราะห์สิ่งที่สัมผัส แล้วปรุงแต่งกับวิญญาณ(ความรู้สึก)ให้เกิดเป็นอารมณ์ต่างๆ(เวทนา)ตามเรื่องราวที่มีการจำไว้ให้เกิดเป็นเรื่องราวขึ้นมา ซึ่งมันก็คือการทำงานของธรรมชาติที่ประกอบเป็นตัวเรานั่นเอง


****แต่สิ่งที่พิเศษคือการที่เรารู้มันตามจริงว่าความเป็นตัวเราทำงานอยู่อย่างไร คำตอบคือ เพราะขันธ์ห้าร่วมกันทำงานอยู่นั่นเองคือความจริงทางธรรมชาติในความเป็นตัวเราทีทำให้เราเกิดความรู้สึกว่าเป็นตัวเราอยู่ซึ่งเรื่องนี้มีอธิบายไว้ในหมวดอภิธรรม****










โดย: ไพรสณฑ์ (ไพรสณฑ์ ) วันที่: 28 เมษายน 2553 เวลา:12:04:41 น.
  

สงสารประเทศไทย เหลือเกิน เมื่อไรจะสงบ เสียที............
สร้างกริตเตอร์

วันนี้ติดตามข่าวทางทีวีทั้งวัน รู้สึกหดหู่ใจน้ำตาไหลโดยไม่รู้ตัวเมื่อรู้ว่าคนไทยกำลังเดินถอยหลัง คุณไพรสณฑ์คิดเหมือนกันไหม?
โดย: เกศสุริยง วันที่: 28 เมษายน 2553 เวลา:20:59:58 น.
  



การเอาใจเขามาใส่ใจเราน่าจะทำให้เกิดแนวทางที่ชัดเจนในการแก้ปัญหา ว่าสิ่งที่เขาต้องการนั้นคืออะไร
โดย: ไพรสณฑ์ IP: 125.27.53.37 วันที่: 29 เมษายน 2553 เวลา:10:10:42 น.
  
Comment Hi5 Glitter
แวะมาทักทายช่วงอากาศเริ่มคลายร้อน วันนี้อัฟblogอีกแล้วนะคะ เหตุจากว่างทั้งวัน โทรทัศน์ก็ไม่อยากดู ระลึกถึงเสมอค่ะคุณไพรสณฑ์
โดย: เกศสุริยง วันที่: 30 เมษายน 2553 เวลา:20:45:49 น.
  
"การรู้จักเข้าใจตนเองในความเป็นธรรมชาติ.....เราจึงนำมาใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้ มีสติรู้ตัวเอง(ตามระดับของเรา)"

ได้ข้อคิดที่ถูกใจมากๆ
ขอบคุณจริงๆค่ะ
โดย: Ably วันที่: 3 พฤษภาคม 2553 เวลา:11:07:43 น.
  

จะไปเที่ยวเชียงราย ในวันพรุ่งนี้ ฝากบ้าน สัก๒-๓วันนะคะ เกศสุริยง
สร้างกริตเตอร์

กลับมาจะรีบแวะมาทักทายเลยค่ะ มีความสุขมากๆนะคะคุณไพรสณฑ์
โดย: เกศสุริยง วันที่: 4 พฤษภาคม 2553 เวลา:17:06:17 น.
  



เที่ยวให้สนุกเลยครับ แล้วจะไปดูบ้านให้ (ไปดูโขนด้วย)
โดย: ไพรสณฑ์ IP: 125.25.43.174 วันที่: 5 พฤษภาคม 2553 เวลา:9:32:33 น.
  
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...
ยามเย็นแม้จะไม่เย็นแต่ก็ไม่ร้อน นึกถึงนะคะคุณไพรสณฑ์
โดย: เกศสุริยง วันที่: 10 พฤษภาคม 2553 เวลา:18:15:57 น.
  




มากับความคิดถึงค่ะ
ช่วงนี้อาจจะร้อนกายสาหัส
แม้จะไม่ถูกใจนักแต่ก็ต้องทำใจยอมรับให้ได้ ….เพราะนี่เป็นสิ่งที่ธรรมชาติให้มา


มีความสุขกับใจที่อิ่มเย็นนะคะ


ขอบคุณความทุกข์ ที่ทำให้เรารู้ค่าของความสุข


โดย: ร่มไม้เย็น วันที่: 11 พฤษภาคม 2553 เวลา:10:17:09 น.
  
โดย: นาฬิกาสีชมพู วันที่: 11 พฤษภาคม 2553 เวลา:22:04:20 น.
  

อากาศร้อนๆ มาเชิญไปชมระบำ 'สุรฉธานีศรีอันดามัน' กันค่ะ...เกศสุริยง
สร้างกริตเตอร์

แวะมาทักทายกันก่อนเข้านอนค่ะคุณไพรสณฑ์ วันนี้อ่างทองฝนตก ค่อยคลายร้อนลงหน่อย ฝันดีนะคะ
โดย: เกศสุริยง วันที่: 11 พฤษภาคม 2553 เวลา:23:44:50 น.
  
แวะมาทักทายค่ะ
โดย: นาฬิกาสีชมพู วันที่: 13 พฤษภาคม 2553 เวลา:10:29:59 น.
  




สวัสดีในวันที่สวรรค์ยังไม่มีคำตอบค่ะคุณไพรสณฑ์
ปรากฏการณ์นี้จะมองว่าอย่างไรดี ?????


ช่วงนี้ป้าไม่ได้อยู่ที่บ้าน........
สวรรค์ส่งมาติดแหง็กอยู่ที่แฟลตดินแดงค่ะ ...........555



คนส่วนใหญ่มักใส่ใจกับผลได้ระยะสั้นเท่านั้น
แต่คนฉลาดจะมองไกลไปถึงอนาคต



โดย: ร่มไม้เย็น วันที่: 16 พฤษภาคม 2553 เวลา:14:35:15 น.
  



มีแนวโน้มว่าผู้ชุมนุม ต้องการเจรจา รัฐบาลควรจะรับฟังนะครับ เขาเรียกร้องให้ถอนทหารกลับกรมกอง รัฐบาลควรจะตกลงถ้าถอนแล้วจะเลิกชุมนุม แล้วเข้าสู่ขบวนการยุติธรรม และแนวทางปรองดอง

ถ้าต้องการประชาธิปไตย ก็กลับไปสู่การเลือกตั้ง

........ผมคิดว่าทางออกน่าจะเป็นอย่างนี้ คือถอยกันคนละก้าว
โดย: ไพรสณฑ์ IP: 125.25.248.16 วันที่: 16 พฤษภาคม 2553 เวลา:20:22:27 น.
  
ใช่ค่ะ ควรถอยคนละก้าว

แต่...มีใครถอยหรือไม่คะ
โดย: Ably วันที่: 17 พฤษภาคม 2553 เวลา:16:59:17 น.
  
Comment Hi5 Glitter
เฝ้าแต่ติดตามข่าวทีวี........สมองอื้อไปหมด?????คุณไพรสณฑ์สบายดีนะคะ
โดย: เกศสุริยง วันที่: 19 พฤษภาคม 2553 เวลา:11:06:48 น.
  



ไม่ค่อยสบายเท่าไหร่ ครับ เพราะบ้านเมืองวุ่นวาย

แต่ก็หวังว่าคงกลับคืนสู่ความปกติได้
โดย: ไพรสณฑ์ (ไพรสณฑ์ ) วันที่: 19 พฤษภาคม 2553 เวลา:16:26:10 น.
  
Comment Hi5 Glitter
ดูจากทีวีเห็นคนไทยช่วยกันทำความสะอาด กทม.แล้วชื่นใจจังนะคะที่คนไทยกลับมารักกัน สามัคคีกัน
อัฟblogแต่เมื่อวานไม่มีเวลาเม้นท์เลย วันนี้ก็ไปทำธุระที่big c ลำลูกกามา คุณไพรสณฑ์มีความสุขมากๆนะคะ
โดย: เกศสุริยง วันที่: 23 พฤษภาคม 2553 เวลา:19:48:17 น.
  
ร่มเย็นมากเลยค่ะ บ้านนี้

ทักทายยามมืด
โดย: Ably วันที่: 24 พฤษภาคม 2553 เวลา:19:43:28 น.
  
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...
สวัสดียามเย็น วันนี้อากาศชุ่มชื้นทั้งวัน ระลึกถึงเสมอค่ะคุณไพรสณฑ์
โดย: เกศสุริยง วันที่: 26 พฤษภาคม 2553 เวลา:17:40:19 น.
  

วันวิสาขบูชา หมายถึง การบูชาในวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 วันวิสาขบูชาเป็นวันสำคัญ ที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธเจ้า 3 ประการ คือ เป็นวันประสูติ ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า และปรินิพพาน
สร้างกริตเตอร์

เย็นนี้ไปเวียนเทียนกันนะคะคุณไพรสณฑ์
โดย: เกศสุริยง วันที่: 28 พฤษภาคม 2553 เวลา:12:27:42 น.
  
Comment Hi5 Glitter
เวลาอากาศเย็น ก็ทำให้ใจเราเย็นด้วย อ่างทองฝนตกทุกวัน อากาศดีค่ะ ระลึกถึงเสมอค่ะคุณไพรสณฑ์
โดย: เกศสุริยง วันที่: 29 พฤษภาคม 2553 เวลา:19:15:10 น.
  


ไปทำบุญเลี้ยงพระที่ลพบุรีครับ แต่ไม่ได้ไปเวียบเทียน
โดย: ไพรสณฑ์ IP: 125.25.13.156 วันที่: 30 พฤษภาคม 2553 เวลา:7:23:48 น.
  
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...
สวัสดียามเช้าสายๆค่ะ คุณไพรสณฑ์ มีความสุขมากมายนะคะ
โดย: เกศสุริยง วันที่: 4 มิถุนายน 2553 เวลา:9:40:24 น.
  

ละครในราชสำนัก เปิดการแสดงแล้วค่ะ เกศสุริยง....
สร้างกริตเตอร์

สวัสดียามเย็น คุณไพรสณฑ์สบายดีนะคะ
โดย: เกศสุริยง วันที่: 7 กรกฎาคม 2553 เวลา:18:41:38 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

ไพรสณฑ์
Location :
อำนาจเจริญ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]



การปฏิบัติธรรม...
คือการมีสติรู้ความจริงของชีวิต

ชีวิตคือความเป็นธรรมชาตินั่นเอง
การมองชีวิตในมุมกลับจึงเห็นความจริงว่ามันคือการเกิด-ดับของความเป็นธรรมชาตินั่นเองที่เป็นอยู่คือการยึดมั่น...

...การเห็นความจริงนี้จึงเป็นการเห็น"สัจจะธรรม"จึงพบคำตอบเกิดขึ้นว่าพวกเรามาทำธุระอะไรกันอยู่บนโลกใบนี้. แท้จริงมันคือการเกิด-ดับของความเป็นธรรมชาติเท่านั้น...คือความจริงที่จะต้องทำความเข้าใจ เพราะการเข้าใจว่าเป็น "ตัวเรา"มันเป็นการหลงอยู่ในการปรุงแต่งของความเป็นธรรมชาติเท่านั้น.


...การเข้าใจมันตามจริง.... จึงเห็นความเป็นเหตุผลเกิดขึ้น..."ตัวเรา"เป็นเพียงการสมมุติของธรรมชาติเท่านั้น จึง เกิดความวิเวก วังเวง เพราะมันเป็นความจริงนั่นเอง
New Comments