Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2549
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
3 มิถุนายน 2549
 
All Blogs
 

คิดถึง 'ทรราช' กันไหมทุกท่าน?

แม้คำว่า 'ทรราช' ในความหมายของคนทั่วไปคือ ผู้ปกครองบ้านเมืองที่ใช้อำนาจสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนก็ตาม แต่ไม่ใช่ว่าภาพลักษณ์ของทรราชนั้นจะต้องมีแต่ความชั่วร้ายฉ้อฉลเสมอไป

ทรราชที่แท้จริงย่อมมีสองภาพปรากฎต่อสาธารณะในเวลาเดียวกัน ภาพแรกคือภาพของผู้นำอันประเสริฐเลิศแท้ อัศวินม้าขาวขวัญใจประชาชน ส่วนอีกภาพหนึ่ง เป็นภาพของประชาชนที่ไม่ไว้วางใจในตัวผู้นำ จนถึงขั้นต้องออกมาขับไล่อย่างไม่จบสิ้น

มีบางสิ่งบางอย่างจะเกิดขึ้น ในยามที่บ้านเมืองเผชิญวิกฤตปัญหา ที่ไม่สามารถใช้กลไกอำนาจรัฐจัดการกับวิกฤตที่เกิดขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นภายในหรือภายนอกของรัฐก็ตาม

เมื่อประชาชนเกิดความท้อแท้ที่จะอยู่ต่อไปแล้ว จึงต้องนึกโหยหาสิ่งที่เหนือธรรมชาติ เป็นอัศวินม้าขาว ที่มีความสามารถเหนือกว่าผู้อื่น หวังที่จะเข้ามาช่วยเหลือพวกเขา

ด้วยภาพลักษณ์เช่นนั้น จึงมีคนบางคนถือกำเนิดขึ้นท่ามกลางความสิ้นหวังในชีวิตของประชาชน เพียงแค่ชูศักยภาพ และแนวคิดที่แปลกใหม่ก็ทำให้คนบางคนมีที่ยืนในปัจจุบัน เพียงเพราะคนที่สร้างคนๆ นั้นขึ้นมาคือประชาชน

การสร้างความชอบธรรมตามธรรมชาติของทรราชก็คือ มักจะสร้างระบบการปกครองที่เข้มแข็ง มีประสิทธิภาพในการใช้อำนาจ ดังนั้นสถานการณ์หรือวิกฤติที่เกิดขึ้น อาจอาศัยเหตุที่เกิดขึ้นจริง หรือถูกสร้างขึ้นเพื่อสร้างในความชอบธรรม ในการปกครองแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดก็ได้

การเร่งสร้างตัวเลขผลงานมากๆ ให้เกิดภาพในเชิง 'การตลาด' ไปพร้อมๆ กับการจัดตั้งนโยบาย ที่ถือเป็นการเอาใจประชาชนระดับล่างลงมา แม้จะพบว่าประชาชนส่วนใหญ่ให้ความเห็นชอบ ด้วยความเชื่อที่ว่า อัศวินม้าขาวผู้นั้นจะสามารถแก้ปัญหาต่างๆ ในสังคมให้ลุล่วงไปได้

แต่ในความชอบของคนส่วนมากนั้น เมื่อมองลึกๆ แล้วจะพบว่า มีคนส่วนน้อยที่มองว่าสิ่งที่กระทำอยู่นั้นไม่ถูกต้อง เพราะด้วยอำนาจของคนส่วนมากมักจะ 'รวมศูนย์' อำนาจมาตกอยู่ที่ฝ่ายบริหาร โดยยินยอมที่จะให้มีการละเมิดหลักการแบ่งแยกอำนาจ ระหว่างอำนาจบริหาร ตุลาการ และนิติบัญญัติ

ซึ่งโดยแท้จริง อำนาจตุลาการและนิติบัญญัติจะเป็นคนตัดสินใจ 'ชี้ขาด' ในลำดับสุดท้ายอยู่แล้ว แต่ทำไปทำมา กลับกลายเป็นว่าอำนาจบริหารเป็นฝ่ายที่เข้ามา 'ตัดตอน' อำนาจที่มีอยู่ ถือเป็นการลัดขั้นตอนอย่างที่ไม่ต้องอธิบาย

แม้จะใช้หลักกฎหมายเสมือนเกราะกำบัง แต่กฎหมายใช่ว่าจะเป็นสิ่งที่ถูกต้องเสมอไป ถ้าผู้ใช้กฎหมายมีจิตใจที่ไม่ชอบธรรม เปรียบเสมือนร่างกายที่ไร้วิญญาณนั่นเอง

คนที่เห็นว่าเขาทำดี เป็นอัศวินม้าขาวที่เข้ามากอบกู้แผ่นดิน คนแบบนี้เป็นถึง 'รัฐบุรุษ' ก็ได้ แล้วทำไมคนบางคนถึงมองว่า เขาผู้นั้นสมควรที่จะเป็น'ทรราช' ?

คำตอบของคนที่มองว่าเขาเป็น 'ทรราช' เพราะเขาผู้นั้นในจิตใจมีแต่ 'ความโลภ' และ 'ตัณหา' ซึ่งไม่เคยลดละที่จะต่อสู้กับอำนาจเหตุผล

จะเห็นได้ว่า คนที่มีอำนาจอยู่ในมือ จะกลายเป็นเครื่องต่อรองกับคนที่เป็นเสียงข้างน้อย ซึ่งเสียงข้างมากของสังคมส่วนใหญ่ต้องเข้าใจด้วยว่าเป็นคนที่มีความคิดในชนชั้นล่าง

คนที่มีความคิดในชนชั้นล่างนั้น ไม่จำเป็นที่จะเป็นคนจน ถึงคนที่มีฐานะอยู่บ้าง หรือจัดว่าเป็นคนร่ำคนรวย ก็อาจจะมีความคิดในชนชั้นล่าง ด้วยความที่ยอมตกเป็น 'เบี้ยล่าง' ของอำนาจทั้งหมดในตัวผู้นำ

ข้อสังเกตง่ายๆ ของชนชั้นล่างก็คือ อย่างแรก หลอกง่าย แค่ผู้นำชี้แจงก็คิดเป็นตุเป็นตะถึงความน่าเชื่อถือ ปราศจากการไตร่ตรองทางความคิดทั้งปวง จะไปหวังให้เขาคิดอะไรไกลๆ ไปมากกว่านี้คงไม่ได้

อย่างต่อมา อยากได้อะไรที่มันง่ายๆ เร็วๆ พูดง่ายๆ คือนิสัย 'มักง่าย' ซึ่งมักจะคิดตามวัน โดยไม่เหลียวหลังแลหน้าว่า สิ่งที่ได้มาอาจจะเบียดเบียนผู้อื่นหรือไม่ หรือสร้างความเดือดร้อนในวันข้างหน้าหรือเปล่า

อย่างสุดท้าย ผู้นำที่มีอำนาจถือว่า 'ชนชั้นล่าง' เป็นกำลังหลักสำคัญ ในการปกครองสมัยก่อนคนที่มีอำนาจสูงสุด ต้องมาจากสภาสูง หรือชนชั้นสูง ในเมื่อชนชั้นสูงทุกคนอยากเป็นก็เลยต้องมีการเลื่อยขาเก้าอี้กัน

แต่มาสมัยนี้ ชนชั้นล่างที่เมื่อก่อนอาจจะไม่สำคัญ สิ่งที่ผู้นำที่มีอำนาจใช้กลยุทธ์ก็คือ ดึงชนชั้นล่างมาเป็นพวกเพื่อขับไล่ชนชั้นสูง เพราะตามธรรมชาติ ชนชั้นล่างมักจะเกลียดและอิจฉาชนชั้นสูงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

เพราะฉะนั้น ทรราชพวกนี้จึงมักมาเล่นการเมืองในระดับรากหญ้า เสมือนกับผู้ใหญ่หลอกเด็กตัวเล็กๆ ไปข่มขืน โดยการเอาขนมหรือเศษเงินมาล่อ ให้เหยื่อตายใจ แล้วกระทำชำเราจนสำเร็จความใคร่

ซึ่งพ่อแม่จะไม่รู้ว่าเด็กถูกข่มขืน กว่าจะรู้ก็ต่อเมื่อมีความผิดปกติตามธรรมชาติที่ผู้ปกครองสังเกตเห็น เช่น เลือดไหลในช่องคลอด หรือเด็กเกิดอาการไม่สบาย จับไข้ ซึ่งพ่อแม่ถึงกับต้องซักถาม จึงจะยอมเปิดปาก

ไม่มีเด็กตัวเล็กๆ คนไหนบอกกับพ่อแม่ว่า "หนูเพิ่งถูกข่มขืนมา" กันหรอก...

(คำว่าข่มขืน เด็กตัวเล็กๆ อ้อแอ้อ้อแอ้ ยังไม่รู้เรื่อง กว่าจะรู้ก็ต่อเมื่อเด็กพวกนี้ขึ้น ป.3-ป.4 ขึ้นไป หรือเรื่อยไปจนกระทั่งเข้าสู่วัยสาว จึงจะรู้ เพราะคำว่าข่มขืนไม่ใช่คำที่พูดๆ กันอยู่ในชีวิตประจำวัน)

คนทั่วไปที่ไม่รู้ธาตุแท้ของผู้นำ ส่วนใหญ่เมื่อมองเห็นภาพลักษณ์ที่ดี มักจะมองไปว่า เขาทำดีในสายตาพวกเขา และทำสิ่งดีๆ กับประชาชนเสียงส่วนใหญ่ (ซึ่งเสียงส่วนใหญ่ไม่ต้องพูดว่าเป็นคนชนชั้นไหน) เห็นแบบนี้ ถึงได้ออกมาเชียร์และด่าทอ ไปจนกระทั่งทำร้ายทำลายคนที่เป็นเสียงส่วนน้อยอยู่วันยังค่ำไง...

ในปัจจุบันจะเห็นได้ว่า 'ผู้นำทรราช' ในสายตาที่ผมนึกถึง (อาจจะแตกต่างกับอีกพวกหนึ่ง ที่มองว่าพวกเขาเป็นวีรบุรุษของคนจน) พยายามข่มเหงเสียงส่วนน้อยของพวกเขา โดยมีเสียงส่วนมากที่ทำให้เกิดอาการ "ย่ามใจ" จนใช้อำนาจอธิปไตยไปในทางที่ผิดอยู่แล้ว ...

และเราได้เห็นว่า ไม่มีทรราชคนไหนจะยอมลาออกจากตำแหน่ง และสละอำนาจของตนโดยง่ายดาย เพียงแค่เขากลับคำพูด ตระบัดสัตย์เพียงนิด เขาก็ไม่ได้ทำให้เขาจบชีวิตทางการเมืองแต่อย่างใด

เคยมีประโยคอยู่ตอนหนึ่ง ในจดหมายเปิดผนึกที่ทรราชท่านหนึ่งได้เรียนแก่พี่น้องประชาชน (โดยเฉพาะประชาชนจากชนชั้นล่าง) ระบุว่า "ขอได้โปรดเห็นใจว่า ผมขอยอมตายดีกว่าจะทำชั่ว และผมจะไม่ยอมทำลายความไว้วางใจที่ประชาชนมอบให้ผม"

การกระทำที่ผ่านมาของเขามักจะสวนทางกับคำพูดประโยคด้านบนนี้มาตลอด และจะเห็นได้ว่าการกระทำต่างๆ เอื้อประโยชน์ให้ชนชั้นล่างเป็นหลัก นี่แสดงว่า ... หรือคนๆ นี้จะ 'กลัวตาย' กันแน่

การต่อสู้กับทรราช จึงไม่ใช่แค่เพียงการชวนเชื่อเสียงส่วนใหญ่ หรือจัดตั้งกลุ่มให้ก่อตัว แต่เราควรที่จะ 'ล้างสมอง' ความเชื่อที่ผ่านมาแบบเดิมๆ ของเสียงจากคนชั้นล่างให้เกิดความตื่นรู้ โดยที่ทุกวันนี้ปัญหาบ้านเมือง ไม่ใช่เป็นเรื่องที่คิดเรื่อยเปื่อย หรือมักง่ายตามผู้นำ แต่ควรที่จะมีอะไรที่แตกต่าง หักล้างอย่างจริงจัง

ในขณะเดียวกัน ควรชู 'ความแตกต่าง' ถึงผลเสียจากสิ่งที่ทรราชได้กระทำ นำมาเป็นจุดขายเพื่อสร้างความตื่นตัว ให้เห็นว่าสิ่งที่ทรราชได้กระทำมีข้อบกพร่องที่ไม่อาจจะปฏิเสธ และควรที่จะหาทางตอบโต้ หรือป้องกัน ในส่วนที่มีกระแสฝ่ายตรงข้ามตอบโต้ หรือรุกไล่ก็ตาม

อ้อ ... ฝากระวัง 'พวกเถื่อน-พวกถ่อย' โดยเฉพาะปากห้อยๆ หัวเกรียนๆ ที่สิงสถิตในกรมกร๊วกไว้ด้วยก็ดีเหมือนกันนะ (ฮา...)




 

Create Date : 03 มิถุนายน 2549
0 comments
Last Update : 3 มิถุนายน 2549 19:01:13 น.
Counter : 1286 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


Aloha007
Location :
สมุทรสาคร Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




นับตัวเลข








Friends' blogs
[Add Aloha007's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.