 |
 |
 |
 |
 |
|
 |
 |
|
|
| | 1 | 2 | 3 | 4 | 5 |
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | |
|
|
| |
|
 |
| 9 มกราคม 2551 |
|
 |
 |
|
|
 |
|
|
| |
|
 |
 |
 |
 |
|
 |
 |
 |
 |
| |
Melbourn 17 # อีก 1 วัดป่า (วัดป่าสังฆโลกะ) และเที่ยวตามรอยไดโนเสาร์
อย่าเพิ่งเบื่ออ่านกันนะคะที่ช่วงนี้ชวนกันไปแต่วัด ไปวัด ก็นะ..เราคนไทย..พอมีเวลาว่างก็ไม่รู้ไปไหนก็ไปวัดนั่นแหละ ถ้าอยู่เมืองไทย ร้อนตับแล่บขนาดนี้คงหนีไปหัวหิน พัทยา หรือไม่ก็บางแสนแล้ว ...อยู่ที่นี่ร้อนขนาดนี้ถ้าไปทะเลก็โดนเผาเป็นหมูหันแน่ๆ เพราะแดดที่นี่มันแรง ฝรั่งตัวขาวๆยังตัวแดงเถือกไปเลย เราตัวเหลืองๆจะไปเหลืออาไร้ หมด SPF 40 ไปหลายกระปุกก็ป้องกันมะเร็งผิวหนังไม่ได้ร็อก ....ก็เลยเอาเป็นว่า..ทั้งร้อนกาย ร้อนใจแบบนี้ ...เข้าสู่ที่สงบ กันดีกว่า นั่นก็คือวัดนั่นเอง......แล้วขากลับถ้ามีที่เที่ยวก็ค่อยเที่ยวต่อ ถ้าไม่มีก็กลับบ้านไปเล่น PSP กันต่อ ตาม slogan PSP family หุ หุ 
วันเสาร์ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2551 สามีชวนไปใส่บาตรกัน เราก็ชอบอยู่แล้ว ตอนแรกคิดว่าในเมลเบิร์นมีวัดไทยทั้งหมด 3 วัด ไปมาแล้ว 2 วัด วันนี้ขอเพิ่มอีก 1 ให้เป็น 4 วัดในวิคตอเรีย วัดเมลเบิร์น ที่ Box Hill วัดป่าโพธิวัน ที่ Warburton วัดธรรมรังษี ที่ Springvale อีกแห่งที่ยังไม่ไป วัดสังฆะโลกะ ที่ Kallista (วันนี้จะพูดถึงวัดนี้ค่ะ) 
ตอนแรกกะว่าจะไปวัดธรรมรังสี เพราะไม่ไกลมาก เพียงแต่เพื่อนที่เคยไปบอกว่าถ้าไม่มีรถก็จะไปลำบากหน่อยนึง ...แต่ถ้าใจมันไป..ลำบากแค่ไหนก็ไม่ใช่อุปสรรคหรอกค่ะคุณขา..... เราสองคนคุยกันไปคุยกันมา นึกถึงคุณลุง คุณป้า ชาวมาเลเซียน ที่เจอที่วัดป่าโพธิวัน แล้วคุยกันถูกชะตา ภาษาธรรมะก็เรียกว่าเจอกัลยาณมิตรอีกแล้ว แนะนำวัดป่าอีกที่หนึ่งให้ ท่านบอกว่าพระเป็นต่างชาติแต่พูด อ่าน เขียนไทยได้ ท่านก็ให้ที่อยู่ของวัดไทยอีกที่หนึ่งมาอยู่แถว ๆ Dandenong สรุปว่าเราก็เลยตกลงกันว่า โอเค ครั้งนี้เราไปวัดนี้ก่อนนะเจ้าคะ ตัวเราเองพยายามหาข้อมูลวัดนี้เพิ่มเติม เพราะคุณลุงคุณป้าท่านให้แต่ที่อยู่ แต่ไม่มีชื่อวัด อืม..ขอบอกว่าไม่มีข้อมูลเลย หาเจอกี่แห่งวัดไทยในวิคตอเรียก็มีแค่ 3 ที่ที่กล่าวมา ..search หาเจาะลึกเข้าไปเรื่อยๆ ก็พบข้อมูลวัดที่มีที่อยู่ตรงกันเป๊ะ แต่ข้อมูลก็แค่ชื่อวัด และ ที่อยู่เท่านั้น ...เอ่อ..แล้วมันช่วยอะไรเพิ่มเนี่ย..แต่ก็เอาน่า..อย่างน้อยได้ชื่อวัดมาแล้วเราไม่งง ก็ถือว่ามีประโยชน์กับตนแล้ว...สาธุ. .แอบมีงอนคุณ BlackPSP เล็กๆว่าตัวเองเป็นคนชวนไป แต่ตัวเองไม่หาข้อมูลเล้ย แล้วจะไปถูกมั๊ยเนี่ย...
ให้ข้อมูลคุณๆที่อยากไปไว้ที่นี่เลยนะคะ วัดป่าสังกะโลฆะ (Sanghaloka Forest Hermitage ) 29 Perrins Creek Road , Kallista , Victoria 3791 การเดินทาง
ขับเส้น Burwood Hwy ตรงไปเรื่อยๆ จนไปถึง Monbulk Rd ก็วิ่งเข้าส้นนี้ ผ่านวงเวียนก็วิ่งเส้นนี้ต่อ ขับไปไม่ถึง 5 นาทีจากวงเวียนเล็ก จะมีป้ายบอกชื่อ Perrins Creek Rd. อยู่ซ้ายมือ ขับลงไปเลยค่ะ ตามทางไปเรื่อยๆไม่ถึง 3 นาที ก็จะเห็นป้ายเขียนบอก Sanghaloka Forest Hermitage ติดอยู่ที่ต้นไม้ใหญ่ ด้านขวามือ (เก็บภาพมาให้ดู ...แล้วที่เห็นเป็นวงกลมๆ คงไม่ใช่จตุคามรามเทพนะคะ แต่น่าจะเป็นผงฝุ่นที่ปลิวฟุ้งตอนเราขับเข้าไปน่ะค่ะ ...เอ..หรือว่ามีใครขอมารับบุญกับเราด้วยนะ ก็ขออนุโมทนาให้รับไปเลยจ้ะ ) ก็เลี้ยวเข้า ไปเลยค่ะ (พวกเราขับเลยทางเข้า Perrins Creek ไปอย่างไม่ทันตั้งตัว...ถ้าใครเคยขับเที่ยวภูเขา ก็จะรู้ว่ามันเป็นทางโค้ง โค้งไปเรื่อยๆไม่มีที่ให้กลับรถหรอก ....เอาไงดีฟระ..ก็เลยตัดสินใจขับเข้าบ้านคนที่อยู่บนเขานั่นแหละ ไปกลับรถแถวๆหน้าบ้านเค้า.. เจ้าของบ้านคงงงๆ เอ..ใครมาหว่า..กำลังจะแต่งตัวออกมาต้อนรับ..มันก็ขับรถออกไปซะแล้ว ...ทีหลังมาคงเจอยิงทิ้งแน่เลยอะ..ซี้ซั้วเข้าบ้านคนอื่น ฮี่ ฮี่ ) )....ใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 50 นาที ขับไปเรื่อยๆเพราะมีเด็กนั่งมาด้วย คนอื่นๆอาจจะทำเวลาได้ดีกว่านี้ค่ะ ขับให้ระวังๆนะคะ เพราะเป็นป่าจริงๆ ป่า Dandenong ค่ะ อุณหภูมิข้างนอกร้อน แต่พอเข้าเขตป่าก็เย็น
   
จะเตรียมอาหารอย่างไร ? จะมีหลวงพ่อเจ้าอาวาส 1 รูป เท่านั้น เป็นลูกศิษย์หลวงปู่ชา 4 รูปสุดท้าย อยู่เมืองไทย ปฏิบัติธรรมจนพูด อ่าน เขียน ไทยได้ ท่านไม่ใช่ vegetarian ดังนั้นไม่ต้องกลัวค่ะว่าจะต้องทำแต่อาหาร vegetarian ไปแล้วท่านไม่ฉัน อาหารที่จะไปใส่บาตรไม่ต้องทำไปเยอะ แค่คิดว่าถวายวัด 1 รูป แล้ว เผื่อแผ่เพื่อนท่านอื่นที่อาจมาในวันนั้นอีกสัก 2-3 คนก็พอ เพราะปกติไม่ค่อยมีใครมา แต่จะมีโยมอุปัฐฐาก คอยจัดตารางกันใส่บาตรท่านทุกวัน ของถวายสังฆทานก็ไม่ต้องซื้อหามากมายให้เปลืองเงินทอง เพราะท่านอยู่รูปเดียว ใช้ไปก็ไม่หมด เป็นภาระท่านเปล่าๆ
ประสบการ์ณครั้งแรกกับวัดป่าสังโฆโลกะ ด้วยมาครั้งแรกก็ยังงงๆ เพราะเงียบมากๆๆ ไม่มีรถซักคัน ฝ่ายชายเดินนำหน้าไปก่อน ฝ่ายหญิงเมียงๆมองๆ จดๆจ้องๆอยู่ข้างนอก ...ก็ไม่รู้ว่าทำไมไม่เข้าไปพร้อมกัน.ทำอย่างกับว่าจะมาปล้นบ้านใครซะงั้น... ...ฝ่ายชายออกมาบอกว่าไม่มีใครเลย แต่มีธูปจุดอยู่ น่าจะมีพระอยู่ แต่ไม่เห็น...เราเข้าไปดู ....อืม ประทับใจกับภาพรุกขเทวดาที่อยู่ประจำประตูซ้ายขวาจังเลย เปิดประตูเข้าไป ก็มีภาพ portrait ของพระพุทธเจ้า สวยมากๆ เข้าไปในตัวอาคาร จะรู้สึกเย็นมาก ..ชอบค่ะ ..เดินจนทั่วก็ไม่มีใครจริงๆ เวลานั้นเป็นเวลา 10.15 เราสองคนก็ให้กำลังใจกัน เอาน่า พระท่านอยู่แน่นอน ..ระหว่างนั้นไอ้ตัวเล็กเค ก็วิ่งสำรวจไปทั่วบริเวณ ..ขอโทษค่ะคุณ พื้นเป็นพื้นไม้ บางส่วนมีพรม บางส่วนไม่มี ไอ้ลิงมันวิ่ง เสียงดัง ตึงๆ ตึงๆ ไปทั่วเลยค่ะ คือถึงไม่มีกริ่งให้กดเรียกเจ้าบ้าน พระท่านคงตื่นจากสมาธิเพราะเสียงไอ้ลิงมันวิ่งนี่แหละค่ะ ...บอกว่าให้เดินเบาๆ ก็เดินไม่เป็นอีก. แถมยังส่งเสียงเจี๊ยกๆ > เอ๊ย..เสียงดังไปรอบอาคารเพิ่มอีก..เอากะมันสิ... สงสัยมันนี่แหละ..มารศาสนาตัวจริง ...ฮี่ ฮี่ ตอนเจอหลวงพ่อก็โดนหลวงพ่อเอ็ดเอาอีกเพราะซนจับนู่น นี่ นั่นไม่อยู่สุข แต่ไอ้ที่โดนน่ะพ่อค่ะ พ่อ อันนี้เรียกว่าพ่อแม่ไม่สั่งสอนของจริง หุ หุ สำนึก ๆ
   
สักพัก...ก็เห็นคุณลุงคุณป้า 2 ท่านนั้นหิ้วของเข้ามา ...โอย...เราดีใจเหมือนเจอพ่อแม่เราไม่ปาน...ก็ไม่รู้จะดีใจอะไรนักหนา...ที่ดีใจก็เพราะอย่างน้อยก็รู้ว่าพระท่านอยู่แน่และอีกอย่างดีใจที่ได้เจอ 2 ท่านนั้นอีก ถือว่าเราทำกรรมดีมาร่วมกันจริงๆ ...ลุงกับป้าบอกว่าส่วนใหญ่คนเรื่มมาตอน 10.30 น. พระท่านฉันประมาณ 10.45 น. และจากจำนวนคนส่วนใหญ่ที่ท่านบอก ก็คือคนไม่เกิน 10 คนค่ะ ส่วนวันธรรมดา ก็จะมีแต่โยมอุปปัฐฐาก เท่านั้น
ที่นี่จะมีการนั่งสมาธิทุกวันอาทิตย์ ตั้งแต่ 5 pm 7 pm ใครอยากมาเชิญได้นะคะ มีส่วนที่ทำไว้เพื่อเดินจงกรมอยู่ 2 จุด ก็กะไว้ว่าถ้าวันไหนอยากมาอีก ก็จะมานั่งที่นี่บ้างค่ะ ค่อยเป็นค่อยไป
วันนี้โยมที่มา มีเราครอบครัวเดียวที่เป็นคนไทย นอกนั้นก็มีลุงป้า และมีครอบครัวจีนอีก 1 ครอบครัวเล็กๆมาพร้อมกับเพื่อนฝรั่ง ที่หนีบเอาลูกชายมาด้วย น่าจะรุ่นราวคราวเดียวกับพี่เคนของเรา เราก็สังเกตุว่าคุณแม่ถึงจะเป็นฝรั่งแต่ก็สำรวมกิริยาได้ดีเท่ากับคนนับถือศาสนาพุทธอื่นๆ คิดว่าน่าจะเคยไปวัดไทยมาบ้าง แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกของที่นี่ ...แต่เจ้าหนูลูกชาย ไม่รู้จะทำตัวอย่างไ เพราะเด็กฝรั่งถูกเลี้ยงมาด้วยความเป็นตัวของตัวเอง ดังนั้นตอนแม่ยกกับข้าวถวายพระ พ่อหนุ่มน้อยก็นอนกลิ้งเกลือกอยู่ใกล้ๆ ขอเอามือไปแตะขาแม่ พอเป็นอันเสร็จพิธี ..ย้อนมาดูเด็กไทยอย่างพี่เคนบ้าง ...สมควรแล้วที่เราพาเข้าวัดตั้งแต่เล็กๆ เพราะพี่เคนถวาย 2 มือ แล้วก็กราบท่าน จากนั้นก็ถอยกหลังเข่าออกมา ...อืม..ภูมิใจ
ถึงคนจะมาน้อย...แต่ทุกคนยิ้มแย้มค่ะ พูดกันเสียงเบาๆ ช้าๆ ไม่เร่งรีบ ...บางครั้ง..เวลาไปวัดเราจะเห็นคนไทยด้วยกันเนี่ยแหละที่คุยกันโหวกเหวก น่าจะทราบดีนะว่าอย่ไหนวัดควรต้องสำรวม พูดถึงเรื่องนี้มีประสบการ์ณอยากแฉ..เอ๊ย..แชร์เหมือนกันค่ะ ..
  

ประสบการณ์แอบอายๆในวัดไทย มีอยู่ครั้งหนึ่งเมือไม่นานมานี้ ขณะที่พวกเรากำลังช่วยงานเตรียมของใส่บาตร มีผู้หญิงไทยแต่งหน้าสวยงาม เดินเข้ามาบอกพวกเราเป็นภาษาอังกฤษ ที่มีทั้งคนไทย อินเดีย จีนที่ช่วยงานกันอยู่ว่า ข้าวของฉัน กับข้าวของฉันเตรียมมา คนอื่นอย่ามายุ่งนะ อย่ามาจับนะ เพราะของฉัน ฉันถวายเอง อย่าไปปนกับใคร ...ตอนนั้นพวกเรากำลังช่วยเอาข้าวของทุกคน ทุกหม้อตักมารวมกันในแต่ละจาน หลายสิบจานเพื่อเตรียมให้คนที่มาใส่บาตร ....พวกเราทุกคนพยายามใส่ข้าวของทุกคนที่นำมา....เพราะรู้ว่าเค้าตั้งใจมาใส่บาตร...ไม่เลือกว่าใครมากใครน้อย....ดังนั้น พวกเราก็เลยตักข้าวจากหม้อของคุณพี่ท่านนี้ด้วย ...เธอไม่พูดเปล่า..เธอก็เอาข้าวสวยของเธอที่พวกเราตักใส่จานไปแล้ว ตักกลับเข้าไปในหม้อหุงข้าวของเธอตามเดิม เธอไล่ตักกลับจนหมดทุกจาน....แถมบ่นเป็นภาษาไทยชนิดที่เราฟังแล้วเราอายจัง...... พวกเราก็เหวอและรู้สึกอายจัง ที่ไปยุ่งอาหารของเค้า... พวกเรามองหน้ากัน...ยิ้มให้กัน เหมือนกับจะบอกกันและกันว่าอโหสิกรรม เธอคนนั้นไปนะ แล้วอย่าไปยุ่งของเธอเลย...เรามาทำงานของเราต่อกันเถอะ ...มันเป็นสายตาแบบนั้นจริงๆ ...ไม่ได้โม้ .... ไม่มีใครพูดอะไร ทำงานต่อไป .... แต่เราเองก็รู้สึกอายหน้าม้านเหมือนกันในฐานะที่เป็นไทยเหมือนกัน ... อโหสิ...อโหสิ

ไปเที่ยวกันต่อ ย่ำรอยไดโนเสาร์ เมื่อ 300 ล้านปีที่แล้ว : Grants Picnic Grounds (Dandenong National Rages Park) พอกินข้าวเสร็จ คุณลุงคุณป้า ใจดีบอกที่เที่ยวให้อีก 3 จุด ซึ่งไม่ไกล แต่วันนี้เห็นว่า คงไปได้ที่เดียว ห่างจากวัดแค่ 5 นาที ชื่อ Grants Picnic Grounds
ที่นี่เด็กๆชอบมาก เพราะจะมีนกป่าบินมากินเมล็ดพืชที่เราถือไว้ในมือ ถ้ามันเผลอๆ มันก็จะค่อยๆมาเกาะบนมือเรา เด็กๆก็ชอบมาก ไม่แต่เด็กๆ ชอบกันไปจนถึงผู้เฒ่า ผู้แก่กันเชียว ...แล้วจะมีท่าฮิต ที่แอบถ่ายมา...เราเรียกว่าท่าขอพรจากพระเจ้า ...เค้าจะยื่นมือเหยียดตรงออกไปด้านข้าง เหมือนกางปีก แล้วในฝ่ามือก็มีเมล็ดพืชให้นกมาเกาะกิน บนแขนของพวกเค้า แล้วถ่ายรูป...เค้าทำกันได้โดยไม่เขินเลย...หวังว่าพระเจ้าจะอวยพรในสิ่งที่เค้าขอ...
    
นอกจากเลี้ยงนก แล้วก็มีเดินป่าเข้าไปข้างใน มีหลายจุดมาก เป็นป่าที่เค้าบอกเลยว่าพยายามอนุรักษ์เอาไว้ เป็น rain forest ซึ่งเมื่อ 300 ล้านปีที่แล้ว ต้นไม่รุ่นลูกรุ่นหล่นก็เติบโตต่อๆกันมา ก็พาเคนกับเค เข้าไปดูให้เห็นบ้าง เนี่ย..ถ้าเป็นสาวโสดก็จะเดินป่าคนเดียวแล้ว...มันเย็นแล้วทำให้เรารู้สึกสงบ เป็นตัวของตัวเองอีกครั้ง ..หลังจากทำบทบาทอื่นอยู่ตลอดเวลา ..ฮี่ ฮี่
     พี่เคนบอกว่า พรุ่งนี้ขอมาอีกนะครับ.... ฮือๆๆ...เหนือยอะ...แค่นี้ก็ตัวดำเมี่ยมขึ้นมาอีก 30 เท่า เท่ากับที่ทาครีมกันแดด SPF 30 เลยทีเดียว....โอเค....เจ้านกทั้งหลาย....พรุ่งนี้เจอกัน... 
    
    
วันรุ่งขึ้น ยังมาเที่ยวอยู่ใน Mt Dandenong เพราะพี่เคนอยากเลี้ยงนกอย่างที่บอก แต่แวะ Visitor Information Center เพื่อจะถามถึงการเที่ยวรถไฟ Puffin Billy คุณป้าอธิบายยืดยาว สรุปว่าเราไม่ไปเพราะมันแพงอะ ตั้ง AUD 75 ต่อคน ก็เลยว่าไปเลี้ยงนกที่ Grants Picnic Ground แล้ว ก็ไปต่อที่ Sky High
โชคดีที่วันนี้ไม่ร้อนเท่าเมือวาน มีลมเย็นๆ ให้เรายะเยือกเล่นๆ วันนี้เตรียมตัวมาดี เตรียมอาหารกลางวันจากบ้านมาเรียบร้อย ใครคิดจะมาเป็นกลุ่มคณะ ขอแนะนำให้เตรียมา BBQ ที่นี่ได้เลย ที่นี่เป็นแหล่งยอดฮิตเหมือนกัน เราปูเสื่อตรงจุด picnic กินเสร็จเด็กๆ ก็เลี้ยงนกต่อ เราก็นอนอ่านหนังสือไป จนกระทั้งหนังสืออ่านเราตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้ ..ฮี่ ฮี่ ลมสบายๆ แดดอ่อน ๆ ท้องอิ่มๆ หลับสบายไปเลย..และนกป่าที่นี่ก็ไม่บินมากินอาหารคน พวกมันกินแต่เมล็ดพืชที่เราเตรียมไปหรือซื้อที่ร้านแถวนั้น .เด็กๆใช้เวลาอยู่ที่นี่ 2 ชั่วโมง
จากนั้นเรากับขับตามเส้นทางไปเรื่อยๆ ถ้าไม่มีเด็กมาด้วย ...คุณก็จะสามารถแวะได้หลายที่มาก เราขับผ่าน Sassafras แล้วอดไม่ได้ที่จะหยุดแวะ
    

SassafrasSassfras เป็นถนนเล็กๆที่มีร้านอาหารน่ารักๆ ร้านขายของน่ารักๆ ยาวเกือบตลอดทาง ถ้าเป็นคนชอบดูวิถีชีวิตนักท่องเที่ยวก็แนะนำให้เดินเล่นที่นี่ พี่เคนติดใจร้าน puppet workshop เป็นร้านหุ่นชักใย มีของอะไรให้ดูน่ารักๆ แล้วก็มีมุมที่เข้าไปเจอร้านขนมครก ค่ะวิธีทำเหมือนขนมครกเลย เราแม่ลูกเลยชะโงกไปดูใกล้ๆ อ้อ เป็น mini pancake นี่เอง 19 ชิ้น AUD 3.5 ก็ซื้อให้พี่เคนกินเอาประสบการณ์ ว่าไม่ได้แตกต่างจากที่กินทุกเช้าเล้ย ....แต่ได้บรรยากาศไง ...ระหว่างที่รอป้าแกทำอยู่ ...ก็มองไปรอบๆบริเวณนั้นด้วยความชื่นชม เจอกระถางใบใหญ่โตมาก เผาอะไรอยู่ เราก็เฮ้ย...ที่นี่มีไหว้เจ้าเหมือนคนจีนเลย มีเผากระดาษเงิน กระดาษทองด้วย ก็เลยเดินเข้าไปดูใกล้ๆ เค้าเขียนว่าให้เผา mashmellow กินได้เลยคนละ 1 อันฟรี ใช้ไม้ที่เค้าให้มาเสียบ ปิ้งลงไปในนั้นแหละ yum..yum
อร่อยมากๆ ถ้าใครมีเวลาเดินแนะนำให้เดินเล่นทุกร้าน ไม่ว่าจะร้านทำเทียน ร้านขายลูกกวาด ร้านตุ๊กตา puppet ฯลฯ คุณจะเพลิดเพลินทีเดียวล่ะ ...ถ้าไปช่วงหน้าร้อนแบบนี้ ..แนะนำว่าไปช่วงเช้าจะดีกว่า ตอนบ่ายแดดเผาจนเกินไป
   
   
   

Sky High Mount Dandenong
ขับเลย Sassafras ไปเล็กน้อยก็เจอป้าย Sky High Mount Dandenong ขับเข้าไปเกือบ 3 กิโล ก็เจอทางเข้า เก็บเงินค่าเข้า AUD 4 ต่อคันค่ะ มองลงไปก็จะเห็นเมืองทั้งเมือง ไกลไปถึงในตัวเมืองเมลเบิร์น ใครอยากมานั่ง BBQ ชมวิว ก็เตรียมมาด้วยนะคะ แล้วก็มีสวนแบบต่างๆ ให้เราเดินชม ถ้าพูดไปแล้วก็น่าจะคล้ายๆ สวนหลวง ร.9 บ้านเรา แต่ของไทยสวยกว่า อาจเพราะเนื้อที่ใหญ่กว่า ที่นี่จุดเด่นก็ตรงมองเห็นเมืองทั้งหมดเพราะอยู่บนยอดเขา จุดที่เราชอบอีกจุดคือ English garden ที่ชอบคือชอบประติมากรรมน่ารักๆ และมี Wishing tree ให้เด็กๆปีนลอดผ่านลำต้นของต้นไม้ ซึ่งต้นนี้ก็มีตำนานตามชื่อที่ถูกตั้งนั่นแหละ ว่ามีเด็กชายคนหนึ่งหายไปจากหมู่บ้าน ทุกคนช่วยกันค้นหาก็ไม่เจอ คุณพ่อเลยอธิษฐานกับต้นไม้ พออธิษฐานเสร็จแล้วมองลอดต้นไม้ออกไปก็เจอลูกชายอยู่ที่ลำธาร อันนี้เป็นเรื่องเล่ามานะจ๊ะ ขอบอก..จริงไม่จริงก็ไปลองลอดกันดูนะจ๊ะ ถ้าคำอธิษฐานใครเป็นจริงก็มาบอกด้วยแล้วกันนะเจ้าคะ อ้อ..วันนั้นมีจัดงานแต่งงานที่นั่นด้วยค่ะ ฝรั่งก็ตามไปมุงตบมือให้กำลังเจ้าบ่าว เจ้าสาว ยิ่งกว่าไทยมุงซะอีก ฮี่ ฮี่ 
ครั้งนี้ก็น่าจะครบถ้วนสถานที่ที่ไปมา ยังมีอีกมากมายที่เรายังไม่ไป ต่อไปก็จะพยายามพาเด็กๆท่องเที่ยวไปเรื่อยๆ ..ไม่อยากบอกเลยว่า ในตัว city เองยังไม่ได้เที่ยวที่ไหนเล้ย หุ หุ 
   
จุดนี้เป็นจุดที่ชอบส่วนตัว ชอบประติมากรรมแสดงความรักของหญิงและชาย มีสะพานแห่งวามรักทอดยาวให้คนสองคนเดินร่วมกัน แต่ที่ไหนมีรักที่นั่นก็มีทุกข์ เป็นสัจธรรมของโลก ...
   
ขอฝากถามอีกอย่างค่ะ ระหว่างขากลับ เราเห็นรถมีลูกโป่งๆแบบนี้ ใครรู้ว่าคืออะไรช่วยบอกพวกเราทีนะคะ จะเห็นเฉพาะที่จุดก่อสร้างเท่านั้นค่ะ 

| Create Date : 09 มกราคม 2551 |
| Last Update : 10 มกราคม 2551 17:35:39 น. |
|
11 comments
|
| Counter : 2062 Pageviews. |
 |
|
|
โดย: มิสเตอร์ฮอง วันที่: 9 มกราคม 2551 เวลา:21:26:48 น. |
|
|
|
| โดย: pimsopit IP: 58.107.164.58 วันที่: 10 มกราคม 2551 เวลา:9:57:38 น. |
|
|
|
| โดย: PinkPSP IP: 202.7.176.130 วันที่: 10 มกราคม 2551 เวลา:14:00:16 น. |
|
|
|
โดย: airely วันที่: 10 มกราคม 2551 เวลา:14:17:30 น. |
|
|
|
| โดย: P.June (TSA) IP: 202.183.129.26 วันที่: 14 มกราคม 2551 เวลา:16:35:21 น. |
|
|
|
| โดย: P' Jar / TSA IP: 203.151.53.134 วันที่: 23 มกราคม 2551 เวลา:18:11:11 น. |
|
|
|
| โดย: moojija@yahoo.com IP: 58.64.79.68 วันที่: 1 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:20:37:12 น. |
|
|
|
โดย: airely วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:10:04:33 น. |
|
|
|
| โดย: UL IP: 58.64.86.74 วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:19:53:06 น. |
|
|
|
| โดย: haloo!!! IP: 144.134.105.179 วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:14:54:23 น. |
|
|
|
| |
| |
|
 |
 |
 |
 |
|
|