Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2553
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
28 ตุลาคม 2553
 
All Blogs
 
งานมหกรรมหนังสือตุลา 53

ทิ้งบล็อกไปนานตามเคย
กระทั่งต้องมีคนไปตามมาให้เปิดกระทู้ใหม่
ต้องขออภัยจริง ๆ ค่า ช่วงนี้ยุ่งหัวฟูมาก มีเรื่องต่าง ๆ เข้ามาให้จัดการมากมาย แต่ดูจะขลุก ๆ ขลัก ๆ ไปหมด งานการก็ไม่มีเวลาทำ 555
เอาเป็นว่าเปิดกระทู้แล้วแวบหายตามเดิม
อ้อ...ช้อปหนังสือให้สนุกนะคะ
งานตุลาปีนี้ไปสองวันคือวันเสาร์และวันอาทิตย์
วันเสาร์ไปประมาณสามโมงครึ่งหรือช้ากว่านั้นเพราะต้องไปอีกงานก่อน
และอยู่ไม่ดึกนัก อาจจะได้แค่หกโมงเท่านั้นนะคะ
ส่วนวันอาทิตย์อาจจะไปได้เร็วและกลับได้ดึกกว่าวันเสาร์หน่อยค่ะ



Create Date : 28 ตุลาคม 2553
Last Update : 28 ตุลาคม 2553 23:14:08 น. 99 comments
Counter : 2096 Pageviews.

 
ปีนี้ไม่ได้ซื้อหนังสือใหม่พี่ปุ้ยเลย แงๆ


โดย: แมวหูหงิกๆ IP: 124.121.221.2 วันที่: 28 ตุลาคม 2553 เวลา:23:52:38 น.  

 
ว่าจะไปเก็บตกหนังสือที่ออกหลัง ๆ ในวันอาทิตย์นี้พอดี

แล้วจะแวะไปทักที่บูทอมรินทร์นะคะคุณปุ้ย ^__^


โดย: โอ-พิน IP: 115.87.155.109 วันที่: 29 ตุลาคม 2553 เวลา:1:07:23 น.  

 
ขอบคุณพี่ปุ้ยมากค่ะที่มาตั้งกระทู้ให้ใหม่ ท่าทางจะยุ่งมากแฮะ.......ไงก็ดูแลตัวเองหน่อยนะคะคุณพี่ที่รัก

สวัสดีคุณใบเขียวจากกระทู้เก่าค่ะ เดี๋ยวนี้สนพ.ลดกันไม่ค่อยเยอะค่ะ เราจึงชอบซื้อที่เจเจมากกว่า แต่ที่บู้ทดวงตะวันนี่ต้องยอมเพราะอยากได้ลายเซ็นต์นักเขียนและอยากได้หนังสือแถมค่ะ อิอิ

ปลายกระทู้ที่แล้วแนะนำเรื่องอาชญากรยอดรัก ของ ฟองคลื่น คืนจันทร์ พันดาว ไปค่ะ ด้วยความชอบมาก อยากมีเวลามากกว่า 24 ชม. อยากอ่านอีกหลายเล่มที่ซื้อมาจังเลยค่ะ

สวัสดีพี่โอพินด้วยค่ะ


โดย: ดุจจันทร์ IP: 110.49.193.146 วันที่: 29 ตุลาคม 2553 เวลา:6:40:31 น.  

 
***ฝากหัวใจไว้ที่เคนทักกี้ ของ มิตรสินี***

เมื่อเจ็บช้ำน้ำใจอย่างหนักจากความผิดหวังในความรักกับคนรักชาวไทยที่คบหากันมานานหลายปีทำให้ปณาลีตัดสินใจย้ายถิ่นฐานไปยังอีกฟากของอเมริกา เธอหลบหนีแผลใจไปถึงเคนทักกี้รัฐทางใต้ที่เต็มไปด้วยฟาร์มเกษตร

ความที่ปณาลีไม่ค่อยตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทางเฉกเช่นชาวอเมริกันทั่วไป ทำให้ขากลับจากการเดินทางไปช้อปปิ้งต่างเมืองต้องประสบปัญหาเมื่อเธอหลงเข้าไปในเส้นทางที่ไม่คุ้นเคยในวันที่ฝนตกหนัก และโชคร้ายที่รถของเธอดันเกิดมาเสียกลางทาง แต่ในความโชคร้ายก็ยังมีโชคดีเมื่อเจ้าของบ้านที่รถของเธอไปจอดตายที่หน้าของเขานั้น ช่างมีน้ำจิตน้ำใจอันแสนดีให้ความช่วยเหลือเธออย่างมีน้ำใจ ทั้งยังให้ที่พักพิงเพื่อผ่านคืนนั้นแถมยังติดต่ออู่ซ่อมรถให้และเขายังใจดีให้เธอยืมรถของเขาเอาไปใช้ช่วงที่รถของเธอกำลังซ่อมอีกด้วย

ทั้งหมดที่ทำลงไปนั้นนอกเหนือจากคำว่ามนุษยธรรมแล้วเนธานรู้ตัวว่าหัวใจของเขาที่มันเคยปิดตายเพราะเจ็บช้ำมาจากรักแรกก็กำลังสั่นไหว แต่ด้วยความแตกต่างที่มีอยู่
ทำให้เนธานไม่มั่นใจนักว่าเธอจะมองเขาที่เปลือกกายภายนอกว่าเป็นเพียงแค่คนขับรถส่งนมเป็นเกษตรกรกระจอกๆ เหมือนกับคนรักเก่าหรือไม่ แต่เขาก็ยินดีที่จะเสี่ยงและ
เปิดใจรับความรักครั้งใหม่นี้ เช่นเดียวกับปณาลีที่เธอก็คิดว่าชีวิตใหม่ของฟ้าหลังฝนนั้นมันก็สดสวยงดงามไม่เบา ซึ่งมันก็คงจะยังคงเป็นเช่นนั้น หากว่าคนรักเก่าของเนธาน
จะไม่ย้อนกลับมาอีกครั้ง

^______^

ก่อนอื่นต้องบอกว่าตอนที่เห็นปอม (ผู้เขียน) มาบอกว่านิยายเรื่องนี้จบแล้วและจะได้วางขายในงานหนังสือเราดีใจมาก เพราะนิยายเรื่องนี้เป็นหนึ่งในโปรเจคอันยาวนาน
ของผู้เขียนที่สำเร็จลงเป็นรูปเล่มได้เสียที ดีใจมากๆ

สำหรับฝากหัวใจไว้ที่เคนทักกี้นั้น (เข้าใจว่าชื่อเรื่องเปลี่ยนไปเพราะเดิมไม่ได้ตั้งชื่อเรื่องนี้) ต้องเรียกว่าเป็นนิยายรักที่ให้อารมณ์รักสัมผัสให้เห็นได้ชัดเจนมากขึ้นจากผลงานเล่มก่อนหน้านี้ ซึ่งทั้งสองเรื่องก่อนนั้นผู้เขียนติดอารมณ์ชิกลิทออกสไตล์ฝรั่งมากกว่านิยายรักแบบไทยๆ เรื่องนี้เนื้อเรื่อง ฉาก และสถานที่ เกิดขึ้นที่อเมริกาทั้งหมด ซึ่งผู้เขียนก็เล่าถึงสภาพชีวิตและบรรยากาศของเมืองในท้องเรื่องได้เห็นภาพ และสามารถนึกภาพตามได้ไม่ยากอาจเพราะส่วนหนึ่งผู้เขียนใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นด้วยก็ได้

เรื่องราวและการดำเนินเรื่องเป็นไปแบบราบเรียบไม่มีจุดพีคสูงสุดของอารมณ์หรือมีจุดพลิกผันหรือหักมุมจนเปลี่ยนอารมณ์คนอ่าน เนื้อหาจะเป็นไปในลักษณะให้ตัวละครเกิด
การเรียนรู้และทำความเข้าใจกับประสบการณ์หรืออดีตที่ผ่านมาของตนเพื่อก้าวต่อไปอย่างมั่นคงและมั่นใจ

สิ่งที่เราชอบและคิดว่าผู้เขียนทำได้ดีคือเรื่องของสำนวนภาษา เราชอบภาษาที่ปอมเขียนนะ เราคิดว่ามันสละสลวย อ่านเพลิน ไม่มีสะดุด เรียบลื่นยังกับนั่งรถไปบนถนนซุปเปอร์ไฮเวย์อย่างไรอย่างนั้น

หากมีเรื่องที่จะคอมเมนท์ก็คือบทบาทคนรักเก่าของพระเอกที่แทรกเข้ามานั้น บางช่วงบางตอนมันก็ดูจะแย่งชิงพื้นที่ของนางเอกไปพอดูเหมือนกัน จนบทของคอร์ทนีย์ดูเด่นมากกว่าบทของปณาลีนางเอกในช่วงท้ายๆเรื่องพอสมควรนะ ตรงนี้ก็ต้องระวัง

ก็ขอฝากนิยายของเพื่อนรักไว้อีกหนึ่งเล่มนะคะ สำหรับนักอ่านที่ไม่นิยมนิยายหวือหวาแต่ต้องการเสพงานที่ค่อยๆคิดค่อยๆเรียนรู้และเติบโตไปด้วยกัน ก็อยากแนะนำเรื่องนี้
ฝากหัวใจไว้ที่เคนทักกี้ค่ะ


โดย: ดุจจันทร์ IP: 110.49.193.146 วันที่: 29 ตุลาคม 2553 เวลา:6:45:24 น.  

 
ได้หนังสือ สาวน้อยเกวลิน เล่ม 1-2 มาแล้วค่ะ จากบูธนายอินทร์ ตรงหนังสือของ แพรวเยาวชน ถ้าจำไม่ผิด



โดย: latics1 วันที่: 29 ตุลาคม 2553 เวลา:9:30:22 น.  

 
สนเรื่อง *ฝากหัวใจไว้ที่เคนทักกี้ ของ มิตรสินี* ของสำนักพิมพ์อะไรคะ เก๋จะไปตามเก็บอีก ไม่เสาร์ก็อาทิตย์
ตามเก็บตามคุณหน่อย ไม่ผิดหวังเลย


โดย: เก๋ IP: 61.90.64.49 วันที่: 29 ตุลาคม 2553 เวลา:11:39:51 น.  

 
หน่อย ขอบคุณมาก ๆ ที่รีวิวหนังสือเรา คำวิจารณ์ของหน่อยเป็นคำวิจารณ์ที่สร้างสรรค์มาก อย่างที่เรียกว่า ติเพื่อก่อจริง ๆ เรื่องนี้เราเปลี่ยนชื่อจากเดิมด้วยเหตุผลหลาย ๆ อย่าง เนื้อหาดำเนินแบบเรียบเรื่อยจริง ๆ แต่เราก็ดีใจว่า เราได้สื่อในสิ่งที่เราคิด และอยากบอกเล่าแก่ผู้อ่าน เขียนเรื่องนี้แล้วทำให้เรานึกถึงชีวิตและบ้านที่เคนทักกี้ด้วย :)

ขอบคุณมาก ๆ จ๊ะ

- คุณเก๋คะ ฝากหัวใจไว้ที่เคนทักกี พิมพ์กับสำนักพิมพ์ยาหยี-ยาใจค่ะ ในงานก็อยู่บูธเดียวกับ ณ บ้านวรรณกรรมค่ะ ขอบคุณมากนะคะที่จะอุดหนุน


โดย: ปอมปอมเกิร์ล วันที่: 29 ตุลาคม 2553 เวลา:21:26:12 น.  

 
ตามที่ปอมบอกไว้ค่ะคุณเก๋ ฝากหัวใจไว้ที่เคนทักกี้ ขายอยู่ที่บู้ท ณ บ้านวรรณกรรมค่ะ ขอบคุณที่ช่วยอุดหนุนนิยายเพื่อนนะคะ ฮ่าๆๆๆๆ


โดย: ดุจจันทร์ IP: 110.49.193.44 วันที่: 30 ตุลาคม 2553 เวลา:7:28:52 น.  

 
***รักเธอ...ไอยรา ของ หนึ่งลิปดา***

ในวันที่ตัดสินใจเตะผ่าหมากเจ้านายชีกอที่จ้องจะลวนลาม ไอยรา Office Girl สาวผู้มาดมั่นก็พร้อมจะลาออกจากงานที่ทำทันที แต่ที่เธอไม่ได้เตรียมใจมาก่อนก็คืออุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับเจ้ารถเต่าคู่ชีพ โชคดีที่คู่กรณีคือเพื่อนรุ่นพี่ที่เธอรู้จัก เขาเลยให้เธอนำรถไปซ่อมที่อู่ที่เขามีหุ้นส่วนแต่ไอยราต้องทำงานที่อู่แลกกับค่าซ่อมเจ้ารถแก่ของเธอแทน

วายุเจ้านายใหม่หมาดของเธอที่อู่นี้เขาก็เป็นเพื่อนรุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัยเดียวกันกับเธอมาก่อนนั่นเอง แม้ว่าต่างคนจะต่างเคยเห็นหน้ากันมาบ้างแต่ก็ไม่สนิทสนมกัน เมื่อต้องมาทำงานร่วมกันวันแรก ไอยราก็ได้รู้ว่าวายุหวงรถของเขาที่สุด ใครหน้าไหนก็ตามห้ามแตะรถของเขาเด็ดขาด และเขาก็สั่งห้ามเธอสูบบุหรี่ในห้องทำงานหรือบริเวณอื่นในอู่ด้วย แต่ไอยราก็หาทางสูบจนได้น่ะแหล่ะ จนวายุต้องประกาศ
ชัดเจนว่าถ้าเธอสูบเขาจะจูบ

ความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ก็เป็นไปเรื่อยเพราะวายุเองก็มีแฟนแล้วแถมแฟนของเขาก็มาแวะคุยกับไอยราบ่อยๆ แต่นับจากวันที่วายุต้องมีเหตุให้รับส่งไอยราเข้าบ่อยๆ ความสัมพันธ์ที่เคยคิดว่าธรรมดามันก็เลยกลับไม่ธรรมดาขึ้นมาเสียงั้น

^_________^

เล่มนี้เป็นอีกหนึ่งผลงานของฟีลิปดาซึ่งใช้อีกนามปากกาค่ะ เป็นนิยายที่ผู้เขียนบอกไว้ในคำนำว่าเป็นเรื่องสั้นขนาดยาว ซึ่งก็จริงเพราะอ่านแป๊บเดียวจบแล้ว สั้นจังเลย

แต่ถึงแม้จะสั้นแต่เรารู้สึกว่าเรื่องราวมันสนุกดีนะคะ นางเอกมั่นมากทั้งกินเหล้า สูบบุหรี่ชอบสังสรรค์ เฮฮา ไปไหนไปนั่น เพื่อนเยอะ แต่ก็หวงตัวไม่ยอมง่ายๆ จนแฟนเก่า
ต้องหนีไปแต่งงานกับเพื่อนก่าของตัวเอง

พระเอกเป็นพวกพูดน้อย ต่อยหนัก แต่บทจะยียวนก็เอาเรื่องเหมือนกัน ความที่พระเอกพูดน้อยและค่อนข้างยึดมั่นใจจุดยืนของตนเอง บางทีก็อดรู้สึกไม่ได้ว่า พระเอกเย็นชา
ไปหน่อยหรือเปล่า โดยเฉพาะตอนที่ยังคบกับแฟนอยู่ขณะที่ตัวเองก็มีอะไรในใจกับนางเอก จนถึงวันที่บอกเลิกกับแฟน เราว่าพระเอกก็ใจร้ายเหมือนกันนะ

ถึงกระนั้นเรารู้สึกว่าผลงานในระยะหลังของฟีลิปดา ที่ใช้นามปากกาสปันงาและหนึ่งลิปดานั้นเราชอบสำนวนการเขียนนะคะ อ่านแล้วสนุก ชวนติดตาม ไม่มีการเปิดปมของเรื่องเอาไว้มากมายแล้วปิดไม่หมดเหมือนกับชุดแรกๆ อย่าง ดั่งไฟรัก ดั่งไฟพิศวาส และ คลื่นทราย...ใต้แสงดาว ที่อ่านแล้วยังมีคำถามค้างคาใจมากมาย เล่มนี้เหมาะกับคนที่ชอบอ่านนิยายเล่มไม่หนานักและไม่ต้องใช้เวลาอ่านนานมากค่ะ แนะนำ


โดย: ดุจจันทร์ IP: 110.49.193.44 วันที่: 30 ตุลาคม 2553 เวลา:7:31:29 น.  

 
*** หวานใจ ของ แมกไม้***

พยับเมฆ หรือ เมฆ ชายหนุ่มวัยยี่สิบหก เริ่มต้นงานบริหารโรงแรมของครอบครัววันแรกด้วยการขับรถสาดน้ำข้างทางเข้าใส่ ดวงยิหวา พนักงานสาวร่างอวบของโรงแรมเข้าให้อย่างจัง แถมยังมาพูดจากวนประสาทจนทำให้เธอเกิดความรู้สึกไม่ชอบหน้าเขา รวมไปถึงบุคลิกอันยียวน กวนโอ๊ย ที่เธอแอบเรียกเขาว่า นายขี้เก๊ก ส่วนเมฆนั้นก็ขยันหมั่นหาเรื่องดวงยิหวาเช่นกันเพราะเธอไม่เคยลงให้กับเลย
แม้ว่าเขาจะเป็นถึงน้องชายเจ้าของโรงแรมก็ตาม

เมฆเลยหาทางให้เธอมาเป็นเลขาของเขาเสียเลยเมื่อไม่อยากเห็นหน้าเขาก็จะจัดให้ได้มาทำงานด้วยกันทุกวันเห็นหน้ากันทุกวันดูซิว่าเธอจะทนเขาได้แค่ไหน ซึ่งเมฆไม่รู้หรอกว่าดวงยิหวาต้องใช้ความอดทนอย่างมากที่ต้องทำงานกับเขา หากเพราะไม่ต้องการเงินเพื่อเอาไปรักษาพ่อที่กำลังป่วยแล้ว เธอคงไม่อดทนขนาดนี้แน่นอน

เมฆแอบได้ยินดวงยิหวาคุยโทรศัพท์กับที่บ้านครั้งหนึ่งในบทสนทนานั้นเธอพูดถึงเขาอย่างดี เธอไม่บอกที่บ้านเลยว่าที่จริงแล้วเจ้านายใจดีคนที่เธอพูดถึงกับแม่นั้นกลั่นแกล้งเธอสารพัด มันทำให้เมฆรู้สึกตื้อในอก และจากวันนั้นเขาก็
หาทางพาตัวเองเข้าไปใกล้ชิดกับเธอมากขึ้น จนถึงขั้นไปที่บ้านของเธอ

^______^

งานของแมกไม้เล่มนี้ออกมาเล่มล่าสุด แต่น่าจะเขียนไว้นานแล้ว เพราะผู้เขียนต้องใช้เวลาในการรีไรท์ค่อนข้างมาก ซึ่งก็คงจะจริงเพราะวิธีการเล่าเรื่องก็ยังคงเป็นเอกลักษณ์ของแมกไม้นั่นคือเล่าเรื่องผ่านสรรพนามบุรุษที่หนึ่งฝ่ายชาย

เรื่องนี้นางเอกเป็นฝ่ายเก็บความรู้สึก คล้ายๆกับสาปหัวใจเล่มที่เราชอบมากที่สุดของนามปากกานี้ แต่อารมณ์ของเรื่องยังไม่หนักหน่วงเท่า มันมีบีบหัวใจบ้างแต่ก็ยังไม่ถึงขั้นจี๊ดนัก อาจเป็นเพราะบุคลิกนางเอกที่แข็งๆ ตรงๆ ไม่ยอมพระเอกง่ายๆด้วยก็เลยทำให้ คนอ่านซึ่งติดตามเรื่องราวผ่านมุมมองของพระเอกพลอยเกิดความหมั่นไส้นางเอกไปด้วย ทั้งที่จริงแล้วนางเอกเป็นคนขยัน กตัญญู และรักพ่อแม่

จะมีแปลกๆไปบ้างก็ตรงที่นางเอกขอให้พี่ชายของพระเอกเข้ามามีส่วนร่วมในแผนการของนางเอก ซึ่งตรงนี้ไม่ค่อยเข้าใจนัก รวมถึงแผนการในช่วงท้ายใกล้จบด้วย เราคิดว่าพระเอกเรื่องนี้แสดงความรู้สึกชัดแจ้งและชัดเจนมากนะว่าเขารู้สึกอย่างไรกับนางเอกเรียกว่าไม่ต้องมาพิสูจน์กันอีกแล้ว เราคิดว่ามันน่าจะพิสูจน์ความรู้สึกฝั่งนางเอกมากกว่า เพราะเก็บความรู้สึกเก่งเหลือเกิน

ก็เป็นอีกเล่มนะที่อ่านจบได้ในเวลาอันรวดเร็ว และหวังใจว่าผลงานต่อไปของผู้เขียนจะเปลี่ยนแปลงวิธีการเล่าเรื่อง จากเล่าผ่านพระเอกมาเป็นการเล่าเรื่องผ่านมุมมองผู้เขียน
บ้าง เพื่อเป็นการพัฒนาการเขียนอันจะเป็นประโยชน์กับผู้เขียนเองต่อไป จะได้ไม่ถนัดและชินกับการเขียนรูปแบบเดิมๆ ก็ฝากถึงเปิ้ลไว้ด้วยนะคะ


โดย: ดุจจันทร์ IP: 110.49.193.44 วันที่: 30 ตุลาคม 2553 เวลา:7:38:58 น.  

 
ขอบคุณนะคะ แล้วจะตามเก็บ


โดย: เก๋ IP: 58.9.105.15 วันที่: 30 ตุลาคม 2553 เวลา:11:04:58 น.  

 

สวัสดีค่ะ พี่ดุจจันทร์

ขวัญแวะมาทักทายค่ะ ^_^ สั่งซื้อรักเธอไอยราไปแล้ว แต่ยังไม่ได้อ่าน (ที่จริงขวัญเคยอ่านตอนพี่ฟีลิปดาลงในเว็บ) ขวัญชอบสำนวนงานเขียนของพี่ฟีลิปดาทุกเล่มค่ะ ชุดดั่งไฟรักนั้นก็ชอบ กำลังรอเรื่องของโรเจอร์กับฟ้าอยู่ค่ะ อยากอ่านที่สุดเลย ขวัญตามรีวิวของพี่ดุจจันทร์มาสักพัก เหมือนว่าจะอ่านแนวคล้ายๆกัน อย่างจดหมายรักจากปลายฟ้า ของ เซลลาดอน ตอนนี้เป็นหนังสือในดวงใจไปแล้วค่ะ นิยายแบบเรื่อยๆมาเรียงๆ แต่สนุกแบบวางไม่ลง และข้อมูลแน่นดีจังค่ะ

ป.ล. แล้วจะแวะมาอ่านรีวิวอีกนะคะ กำลังรอรีวิวหนังสือในงานสัปดาห์หนังสือแล้วค่อยสั่งซื้อผ่านเว็บทีเดียว ขี้เกียจไปแบกในงานน่ะค่ะ ^_^



โดย: ขวัญ IP: 124.120.101.113 วันที่: 30 ตุลาคม 2553 เวลา:12:29:19 น.  

 
หน่อย ฝากกระซิบพี่ปุ้ยนิดหนึ่งนะ ว่าเราส่งข้อความหลังไมค์ไปหาพี่ปุ้ย ขอบคุณจ้า


โดย: ปอมปอมเกิร์ล วันที่: 30 ตุลาคม 2553 เวลา:21:18:35 น.  

 
***หอมกลิ่นมณฑา ของ พิมพ์พลอย ***

เพื่อต้องการประชดชีวิตจากการรับรู้ว่าตัวเองถูกชายคนรักหักอกและหลอกลวงเงินทองไปถึงสี่แสนบาทเพียงเพื่อให้เขาเอาไปใช้เพื่อแต่งงานกับสาวอื่น ทำให้มณฑาทิพย์ตัดสินใจไปเที่ยวผับกับเพื่อนๆ ขณะที่กำลังเมาได้ที่มณฑาทิพย์ก็พบกับผู้ชายคนหนึ่งที่นอกจากจะหน้าตาดีแล้วลักษณะท่าทางของเขาก็ยวนใจของเธอไม่น้อย ก็ในเมื่อเธอเป็นสาวอวบค่อนไปเกือบอ้วน ตัวดำ ใส่แว่นจนใครต่อใครเรียกยัยแว่น ตัดผมหน้าม้า หาความสวยงามตรงไหนก็ไม่ได้ จนแฟนเก่าบอกทิ้ง เมื่อฤทธิ์ของอัลกอฮอล์ผสมกับความขาดสติยั้งคิด ทำให้มณฑาทิพย์ตัดสิในใจเดินไปบอกกับชายคนนั้นว่าเขาจะนอนกับเธอคืนนี้ได้ไหม

เหตุผลที่ทำให้คงไคยตัดสินใจตกปากรับคำสาวแว่น ร่างอวบก็เพราะความเศร้าในดวงตาของเธอประกอบกับทรวดทรงที่อกเป็นอกเอวเป็นเอวมาเป็นแรงเสริม และเมื่อได้พบว่าผู้หญิงที่ไม่มีอะไรชวนต้องใจชายนั้น แท้จริงแล้วซ่อนความยั่วยวนใจและมีเสน่ห์เกินห้ามใจ คงไคยก็ตกบ่วงรักบ่วงสวาทของยัยแว่นเข้าให้เสียแล้ว หากแต่เธอกลับหนีเขาไปโดยที่ยังไม่ได้ทำความรู้จักกันเลยแม้แต่ชื่อเสียงเรียงนาม

แต่เมื่อเขาต้องไปตรวจงานที่บริษัทแห่งหนึ่งในที่สุดเขาก็ได้พบเจอเสียทีนางฟ้าของเขาพร้อมๆกับที่ข่าวลือเรื่องที่เธอถูกแฟนเก่าหลอกเงินกำลังกะหึ่มไปทั่วบริษัทเอก

^_____^

เรื่องนี้พล็อตก็คุ้นๆกันโดยทั่วไป นางเอกประชดตัวเองก็เลยออกมาเที่ยวแล้วก็มาเสียสาวให้กับพระเอก แล้วนางเอกก็หนีพระเอกไปไม่ทิ้งหลักฐานอะไรให้พระเอกตามตัวเจอ แต่ก็มีเหตุบังเอิญให้พระเอกต้องได้มาเจอนางเอกเข้าจนได้และพระเอกก็จับนางเอกไม่ปล่อยอีกต่อไป และแล้ว
ทั้งสองก็ครองรักกันอย่างมีความสุขตราบนานเท่านาน

หมอกลิ่นมณฑาก็ดำเนินเรื่องไปตามนั้นเป๊ะๆเลยค่ะ เพียงแต่มีตัวละครคู่รองที่เป็นน้องสาวของนางเอกเข้ามาเป็นตัวเสริม พร้อมกับฉากรักร้อนแรงที่ต้องเรียกว่าแรงจริงๆ เตือนว่าเวลาอ่านให้ช่วยเปิดแอร์หรือเปิดพัดลมแรงๆ ไม่งั้นได้มีเลือดกำเดาไหลหมดตัวแน่ อิ อิ

เรื่องราวก็สนุกดีค่ะอ่านได้รวดเดียวจบ เพลินๆ


โดย: ดุจจันทร์ IP: 110.49.205.186 วันที่: 30 ตุลาคม 2553 เวลา:21:50:01 น.  

 
ปอมถ้าได้เจอพี่ปุ้ยจะบอกให้นะ

น้องขวัญคะแนวการอ่านหรือรสนิยมมันก็ของใครของมันจริงๆค่ะ ถือเป็นเอกสิทธิ์ส่วนบุคคลพี่ก็ดีใจที่แนวการอ่านของเราไปในทางเดียวกัน ถือว่ามีเพื่อนร่วมทางมากขึ้นนิ

เฮ้อ!!! พี่อั้ม-อธิ ธาราหิมาลัย หล่อจังเลย เท่จริงๆ พิมพ์ไปดูหน้าพี่อั้มไปสมาธิแตกกระสานซ่านเซ็นไปหมดแแย้ววววววว


โดย: ดุจจันทร์ IP: 110.49.205.186 วันที่: 30 ตุลาคม 2553 เวลา:22:01:15 น.  

 
ขั้นแรกต้องขอขอบคุณคอมเม้นท์งามๆ หลายๆ บทของคุณดุจจันทร์มากๆ นะคะ เป็นไกด์นำทางได้อย่างดีมากๆ เลย หวานเย็นก็เป็นคนหนึ่งที่ชอบงานของคุณแมกไม้ แต่พอได้อ่านคอมเม้นท์เรื่อง หวานใจ เรื่องใหม่ล่าสุดของคุณแมกไม้แล้ว หวานเย็นก็...ขอถอยก่อนดีกว่า
ฉะนั้น หวานเย็นต้องขอขอบคุณคุณดุจจันทร์มากๆ คะ


โดย: หวานเย็น IP: 58.9.220.53 วันที่: 30 ตุลาคม 2553 เวลา:23:37:39 น.  

 
ต่อมอิจฉากำลังทำงานค่ะ งานปีนี้เรายังไม่มีเวลาไปเดินเลย วันอาทิตยืนี้สงสัยต้องไปปิดงานสักหน่อยแล้ววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววว


โดย: odet IP: 168.153.0.97 วันที่: 30 ตุลาคม 2553 เวลา:23:53:32 น.  

 
รอพี่หน่อยรีวิวทีไร ใจเต้นตึกตักทุกที อิอิ


โดย: พิมพ์พลอย IP: 78.49.15.198 วันที่: 31 ตุลาคม 2553 เวลา:15:10:55 น.  

 
เมื่อวานไปเจอพี่ปุ้ยถูกแฟนคลับรุมล้อม af/เดอะสตาร์หรือจะมาสู้ได้ 555+


โดย: jinniez IP: 27.130.77.59 วันที่: 31 ตุลาคม 2553 เวลา:17:40:01 น.  

 
แกลบกินจริงๆละ มานั่งดูหนังสือที่ซื้อมาก็งงว่าซื้อเข้าไปได้ไงเนี่ย

ซื้อของเพิร์ลนี่กลุ้มใจเอามากๆ กินงบเข้าไปเยอะที่สุดเลย แล้วตอนแรกเห็นโปรแค่ตัวกระเป๋าลายปริศนาวงกตกุหลาบก็คิดในใจว่าอีกแล้วเรอะ ปีก่อนก็ได้ใบนี้ เตรียมใจเอาไว้ว่าเดี๋ยวน้องคนขายคงจะยุให้ซื้อถึง5,000อีกเหมือนปีก่อนที่ยุให้เอากระเป๋าลาก ปรากฏว่าน้องไม่ยักจะถาม แต่ได้กระเป๋าใบใหญ่สีดำแบบสะพายมาแทน ก็ไม่รู้ว่าปีนี้โปรเพิร์ลเขามีอะไรให้ ไม่เห็นโฆษณาเลย 555

เสียดายที่ไม่ได้ซื้อเรื่องชุดของนักสิบกาลิเลโอที่อมรินทร์เอามาพิมพ์ เพราะพอไปถึงที่บูธปรากฏว่าเหลือเล่มเดียว แต่เมื่อวานเย็นโทรคุยกับเพื่อน เพื่อนเลยบอกว่าจะให้ยืมมาอ่านก่อน เพราะได้ฟรีมาจากเพื่อนที่เป็นคนแปลมา-/\\-

แล้วก็ปีนี้ไปซื้อของแจ่มใสช้า อะไรๆก็เลยหมด เรื่องไฟแค้นแผนร้ายของคุณปราณธรก็เลยไม่ได้ แล้วกว่าจะได้ซื้อคงต้องรอเงินเดือนรอบหน้าออก เพราะแกลบเอาจริงๆแล้ว กลัวว่าถ้าผ่านไปร้านหนังสือแล้วจะตบะแตกทนไม่ได้ขนซื้อมาเยอะอีก จะไม่มีอะไรกินเอา


โดย: เฟิง IP: 58.8.149.173 วันที่: 31 ตุลาคม 2553 เวลา:18:44:17 น.  

 
ร้องไห้ โฮ ๆๆ
เสียดายจัง...ไปไม่เจอพี่ปุ้ย ซะเนี่ย คลาดได้ไงหนอ...
เดินจนเมื่อย มาก คนเยอะ จริง ๆ เหนื่ยมาก ๆ


โดย: นู๋ซี IP: 118.175.21.2 วันที่: 1 พฤศจิกายน 2553 เวลา:16:19:01 น.  

 
พี่ดุจจันทร์คะ...

ขวัญอ่านหัวใจสองภาคจบแล้วค่ะ และฟ้าหนาวด้วย

หัวใจสองภาคสนุก สนุกว่าละครเยอะๆเลยค่ะ ตอนจบเนี่ย...ทีแรกขวัญไม่ชอบเลย ไม่ชอบที่จบด้วยประโยคแบบนั้น แต่ตอนเช้ามา (อ่านตอนกลางคืน) มาคิดๆดู ก็เห็นว่าจบแบบในหนังสือแหละดีแล้ว มันทำให้เราไปคิดต่ออีกค่ะ

ส่วนฟ้าหนาว...แหม...มันสะเทือนซางได้อีกเรื่องนี้ และตอนจบก็เหมือนกัน เหมือนเป็นสไตล์ของม.มธุการีรึเปล่าก็ไม่รู้ คือชอบจบแบบให้เอาไปนอนคิด จินตนาการกันไป ทั้งสองเรื่องเป็นนิยายที่ดีมากๆค่ะ อ่านแล้วอิ่มจริงๆ

ขวัญขอขอบคุณพี่ดุจจันทร์นะคะที่แนะนำหัวใจสองภาคให้ค่ะ ^_^


โดย: ขวัญ IP: 124.122.134.208 วันที่: 2 พฤศจิกายน 2553 เวลา:22:59:09 น.  

 
หนูหน่อยจ๋า...รีวิวของหนูทำให้พี่ต้องกลับไปสั่งนิยายอีกหลายเรื่องกับทางเว็บเพราะไม่ได้เก็บมาจากงานหนังสือ ขอบอกว่าไม่ใช่แค่รีวิวอย่างเดียวแต่หลักการที่หน่อยใช้ในการรีวิวพี่ทิพต้องขอยกนิ้วโป้ง 2 นิ้วให้เลย...แบบว่า...มันสร้างสรรค์น่ะจ้ะน้องจ๋า
รู้สึกว่าคุณเธอจะอ่านเร็วเกินหน้าอิฮั้นไปหลายเรื่องเทียวนะเนี่ย สงสัยจะใช้ซูเปอร์เทอร์โบสปีดอ่านมั้ง 5555 ตั้งแต่งานหนังสือมาพี่เพิ่งอ่านจบไป 2 เรื่องเองง่ะ



โดย: tippawan IP: 58.10.170.123 วันที่: 5 พฤศจิกายน 2553 เวลา:11:00:21 น.  

 
กวนนิดนึงนะจ๊าาาาา

มีใครติดต่อคนขายหนังสือที่ชื่อ ขวัญเรือน (นามสกุลเป็นฝรั่งๆ น่ะค่ะ) รบกวนให้ติดต่อกลับโอด้วยนะคะ มีหนังสือส่งผิดมาที่โอน่ะค่ะ


โดย: ใกล้รุ่งoh IP: 124.120.177.51 วันที่: 5 พฤศจิกายน 2553 เวลา:13:22:31 น.  

 
คุณใกล้รุ่งลองติดต่อไปที่ book for fun ดูนะค่ะ

หากว่าใช่คุณ ขวัญเรือน เลอบลอง

มือถือ 089-8114365 (ขวัญ), 087-0771019 (นิ่ม)
หรือที่
booksfor_fun@yahoo.com
หวังว่าจะช่วยได้บ้างนะค่ะ


โดย: ลั่นทม IP: 202.129.49.28 วันที่: 5 พฤศจิกายน 2553 เวลา:16:48:02 น.  

 
พี่โอขา เผลอไปสั่งแล้วลืมป่ะคะ


โดย: odet IP: 124.122.205.59 วันที่: 5 พฤศจิกายน 2553 เวลา:21:11:33 น.  

 
ตามมาหานิยายอ่านตามรีวิวคุณดุจจันทร์ค่ะ

ขอบคุณค่ะ


โดย: cooni IP: 58.11.78.92 วันที่: 6 พฤศจิกายน 2553 เวลา:9:55:17 น.  

 
ไม่ได้สั่งแน่ๆ คร่าาาา น้องโอ ..

เค้าจ่าหน้าถึง ใกล้่รุ่ง กลมกูล ... เล่นเอาที่บ้านงงกันเป็นแถวว่า โอไปเปลี่ยนนามสกุลตั้งกะเมื่อใด ... คริ คริ

ถ้าเป็น ใกล้รุ่ง กลมกลิ้ง ละ่ก้อ ..ยึดไว้เรยยยแน่ เพราะแทนตัวได้มั่กๆๆๆ....คริ คริ


โดย: ใกล้รุ่งoh IP: 124.121.221.251 วันที่: 6 พฤศจิกายน 2553 เวลา:21:31:33 น.  

 
***บุษบาพ่าย ของ พิมพ์พลอย & ประวาชิณี***

จอมพลหนุ่มใหญ่วัยใกล้สี่สิบมือขวาคู่ใจของภัสดาเจ้าของบ่อนกาสินโนรายใหญ่ในปอยเปตมีเหตุให้ต้องรับเอาการะเกดลูกสาวคนสวยของลูกหนี้รายสำคัญมาไว้เป็นตัวประกัน ด้วยความสวยงามและด้วยความเจียมเนื้อเจียมตัวของสาวน้อยวันยี่สิบทำให้หัวใจของจอมพลค่อยๆอ่อนนุ่มลงทีละนิด ไปๆมาๆเขาชักไม่อยากคืนตัวประกันแสนสวยรายนี้เอาเสียแล้วสิ

ภัสดาตั้งใจมั่นว่าจะไม่ยอมเป็นสมภารกินไก่วัดเด็ดขาด แต่เมื่อวันหนึ่งต้องรับผิดชอบดูแลสาวน้อยบุญราณีที่ตัวเองช่วยเหลือมาจากนักเลงกลุ่มหนึ่งด้วยเหตุผลที่ว่า
สาวน้อยคนนี้สวมใส่เครื่องแบบของบ่อนของเขา และด้วยสิ่งที่สาวน้อยเผชิญนั้นก็ทำให้เขาไม่อาจวางใจให้เธอไปอยู่ไกลหูไกลตาของเขาได้ด้วยเพราะพวกนั้นกำลังวางแผนโกงบ่อนของเขาโดยเอาพี่ชายของบุญราณีเป็นตัวประกัน แผนการของบ่อนดำเนินไปแผนการหัวใจก็เริ่มขึ้นโดยที่ภัสดาไม่รู้ตัว

^______^

เรื่องนี้ซื้อมาเพราะเหตุผล "โคแก่เคี้ยวหญ้าอ่อน" พระเอกกินเด็กทั้งคู่ค่ะเป็นนิยายของสองนักเขียน เขียนถึงพระเอกคนละคนกัน ประวาชิณีเขียนถึงจอมพลและการะเกด ส่วนพิมพ์พลอยเขียนถึงภัสดาและบุญราณี

เราค่อนข้างชอบคู่ของภัสดามากกว่าคู่ของจอมพลค่ะ เหตุผลคือเรื่องราวของจอมพลมันมีความรุนแรงไป คงเพราะอาชีพของเขาที่มีหน้าที่ทวงหนี้ให้กับลูกหนี้ของบ่อน
ซึ่งวิธีการของจอมพลเรามองถึงภาพพระเออกไม่ค่อยเจอเพราะโหดไป และเหี้ยมไปด้วย อ่านแล้วรู้สึกว่าถ้าลดโทนลงมานุ่มนวลกว่านี้หน่อยจะชอบได้มากกว่านี้

ส่วนคู่ของภัสดานี่ออกแนวกุกกิ๊กน่ารัก นางเอกเรียกพระเอกว่าลุงดูตลกดีพระเอกแม้เป็นถึงเจ้าของบ่อนแต่ก็ดูใจดีกว่าลูกน้องจอมพลนะคะ อ่านคู่นี้แล้วเราโอเค จะมีไม่โอเคก็ตรงชื่อนางเอกนี่ล่ะที่ไปพ้องกับชื่อของภริยาท่านผู้นำประเทศเพื่อนบ้านเวลาอ่านไปก็เลยอดนึกหน้าถึงท่านผู้หญิงไปไม่ได้อ้ะค่ะ...


โดย: ดุจจันทร์ IP: 110.164.237.51 วันที่: 7 พฤศจิกายน 2553 เวลา:17:17:34 น.  

 
***เงารักซ่อนใจ ของ ติญญา***

เมื่อรู้ตัวว่าแอบชอบผู้ชายคนเดียวกับพี่สาวปลายฝันก็หลีกตัวเองออกมาจากคนทั้งคู่ทั้งที่วายุและปลายฝนต่างก็เรียนที่เดียวกันกับเธอ แต่เขาก็รู้จักเธอแค่เพื่อนร่วมหาวิทยาลัย
คนหนึ่งเท่านั้น แต่สิ่งหนึ่งที่ปลายฝนไม่เคยได้ล่วงรู้ก็คือในวันที่ปลายฝนเลิกลากับวายุเพื่อไปแต่งงานกับหนุ่มที่มีฐานะทางสังคมและเศษฐกิจดีกว่านั้น เธอบอกกับเขาว่าเธอต้องการเงินเพื่อช่วยเหลือครอบครัวโดยเฉพาะช่วยเหลือปลายฝันให้ได้เรียนยังต่างประเทศและได้จับจ่ายใช้สอยข้าวของมีค่าตามที่ปลายฝันต้องการ

นั่นเองจึงเป็นเหตุผลที่เมื่อปลายฝันได้กลับมาเจอวายุอีกครั้งในฐานะช่างภาพและนางแบบวายุจึงแสดงทีท่ารังเกียจและดูถูกเหยียดหยามเธอตลอดเวลา ซึ่งปลายฝันก็มีคำถามว่า "ทำไม" ตลอดเวลาเช่นกัน

^________^

ผลงานล่าสุดของติญญาเรื่องนี้ไม่มีคราบไคลของนิยายเล่มโปรดอีกต่อไป ขอแสดงความยินดีด้วยค่ะที่ผู้เขียนมีเส้นทางเป็นของตนเองแล้ว และเริ่มฉายภาพความสามารถเฉพาะตัวของตัวเองได้เด่นขึ้นเรื่อยๆ นั่นคือติญญาเขียนนิยายแนวบีบอารมณ์บีบหัวใจและบีบความรู้สึกได้ดีไม่แพ้รุ่นพี่ๆแล้วล่ะค่ะ

เรื่องนี้สงสารนางเอกนะ เพราะต้องเป็นคนที่เก็บความรู้สึกอยู่ตลอดเวลา เป็นฝ่ายแอบรักแอบชอบเขาฝ่ายเดียวแถมเจ้าตัวเขาก็ไม่เคยรู้อีกต่างหาก นางเอกเป็นเหมือนเงาที่ไม่เคยมี่ตัวตน ชอบมากเลยค่ะ อ่านแล้วสะเทือนใจดี แต่ก็ชอบตรงที่นางเอกก็สู้ไม่ยอมแพ้ง่ายๆเช่นตอนที่ลุยกับเพื่อนเพื่อขอเป็นฝ่ายดูแลพระเอกตอนที่กำลังเมา หรือตอนที่เอาคืนพระเอกก็ชอบสะใจคนอ่านดี แต่นางเอกเอาคืนพระเอกน้อยไปหน่อย ถ้ามากกว่านี้อีกนิดคนอ่านจะซ่านหัวใจมาก ฮ่าๆๆๆๆๆ

ส่วนพระเอกนี่ก็หูเบาไปหน่อย งี่เง่าไปนิดที่เชื่ออะไรโดยที่ไม่ยอมไตร่ตรอง ซึ่งกว่าที่เขาจะเข้าใจและยอมรับในความผิดพลาดของตัวเองเหตุการณ์รายๆก็เกิดขึ้นแล้ว ก็ต้องตามแก้ไขกันต่อไป

คนที่เราไม่ชอบมากที่สุดก็คือปลายฝนพี่สาวของนางเอก คนที่พยายามทำตัวเป็นคนดีอยู่ตลอดเวลา แต่ก็สามารถที่จะทำร้ายคนอื่นได้ตลอดเวลาด้วยเช่นกันภายใต้หน้ากากความสวยงามอ่อนหวานที่ตนเองมี เราชอบที่นางเอกต่อว่าพี่สาวเมื่อเห็นว่าพี่สาวทำร้ายจิตใจพระเอกจากการประกาศเรื่องมีลูกนางเอกดูใจเด็ดและเข้มแข็งดีจัง ตรงนี้ชอบมากเลยค่ะ

ยังพบว่ามีการใช้คำซ้ำ "หนักหนา" "นักหนา" ถี่ๆนิดหน่อยช่วงปลายเรื่องๆ แต่สำนวนภาษาก่อนหน้านั้นก็ถือว่าโอเค สละสลวยแล้ว เป็นอันว่าเราชอบนิยายเล่มนี้นะคะ อยู่ในแนวบีบอารมณ์ นางเอกแอบรักพระเอกมากๆฝ่ายเดียวแต่ต้องเเก็บเอาไว้ในใจ แนวโปรดของเราค่ะ


โดย: ดุจจันทร์ IP: 110.164.237.51 วันที่: 7 พฤศจิกายน 2553 เวลา:17:38:20 น.  

 
***ฤาหัวใจมีไว้เพียงเธอ ของ bigger***

เมื่อภรรยาตัดสินใจหนีตามคนรักเก่าทำให้ตฤณตรัยชายหนุ่มที่หยิ่งผยองในตัวเองมาตลอดนั้นไม่อาจสามารถยอมรับความพ่ายแพ้นี้ได้ โดยเฉพาะคนที่ฌาณิช์กาภรรยาของเขาหลบหนีไปด้วยก็คือกวีกานต์คนที่เคยทำร้ายจิตใจและร่างกายเธอแท้งบุตรเกือบตายมานั้น ก็ยิ่งทำให้ตฤณตรัยทนไม่ได้เข้าไปอีก แน่นอนว่าเขาต้องแก้แค้นคนที่บังอาจมาท้าทายอสูรอย่างเขา

ช่อแก้วหลานสาวของพงษ์คนสนิทของกวีกานต์ถูกดึงเข้ามาในวังวนแห่งการแก้แค้นโดยไม่รู้ตัวทั้งที่ตัวเธอต้องการแค่เพียงได้ทำไร่ปลูกองุ่นบนที่ดินที่เจ้าของเดิมเขายังไม่ยอมมาดูแลเธอแค่อยากมีอาชีพและเลี้ยงตัวเองและลูกน้องคนงานได้เท่านั้น ต่อให้ลำบากต้องเรียนไปด้วยทำงานไปด้วยเธอก็ไม่เคยระย่อ หากแต่การที่ต้องถูกจับตัวมาอยู่ในบ้านหลังใหญ่ กับผู้ชายที่เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายแบบนี้ช่อแก้วไม่ขอยอมแพ้เด็ดขาด ยังไงเธอก็จะหนีออกไปให้ได้

ความตรงไปตรงมาและไม่ยอมแพ้ต่ออะไรง่ายๆของช่อแก้วประทับใจตฤณตรัยโดยไม่รู้ตัว ที่สำคัญเธอสามารถมองทะลุเข้ามายังหัวใจที่เขาแอบซ่อนเร้นความรู้สึกลึกๆเอาไว้ หากแต่ความรู้สึกพิเศษนี้มันจะพัฒนาไปได้ไกลกว่านี้ได้อย่างไร ในเมื่อเขายังมีภรรยาตามกฎหมาย และช่อแก้วเองก็ไม่ยอมเป็นเมียน้อยใครเด็ดขาด

^_________^

นิยายเรื่องนี้เป็นการนำเอาเรื่องเก่ามารีไรท์ใหม่เรื่องเก่าเป็นอย่างไรเราไม่ทราบค่ะเพราะว่าไม่ได้อ่านก็เลยไม่สามารถเปรียบเทียบอะไรกันได้ แต่กับความรู้สึกที่ได้อ่านฉบับที่รีไรท์ใหม่แล้วก็คิดว่าสนุกดี แม้ว่าจะงงๆกับเรื่องราวและตัวละครในช่วงแรกไปบ้าง กับพบว่ามันยังมีอะไรบางอย่างของเนื้อหาที่รู้สึกว่ามันจะสะดุดๆไปนิด เข้าใจว่าน่าจะเป็นช่วงที่ผู้เขียนกำลังผลักดันภาพของตฤณตรัยให้ขึ้นมาเป็นพระเอกแทนฉบับพิมพ์ครั้งก่อนที่ได้ยินมาว่าเขาเป็นแค่พระรองเรื่องราวที่มันต้องอธิบายการกระทำต่างๆของตัวละครช่วงที่สวิทช์กันนี้ก็เลยอ่านแล้วมีตะกุกตะกักบ้างแต่ก็ถือว่าผ่านไปแบบพอโอเคค่ะ

เรื่องนี้หวานชื่นเอาการนะคะตอนที่พระเอกนางเอกเข้าใจกันแล้วและมีใจตรงกัน พระเอกค่อนข้างเก็บอาการหื่นของตัวเองได้ดีแต่พอถึงตอนที่แบบว่าไม่ไหวแล้วนี่ พระเอกร้ายสุดๆเลยค่ะ เล่นเอานางเอกสะบักสะบอม ฮ่าๆๆๆ

ตอนที่ชอบอีกตอนคือตอนพิเศษส่งท้ายเรื่อง เราชอบเวลาที่พระเอกคุยกับลูกสาวจังเลยค่ะ แต่แปลกใจนิดนึงว่าพอถึงตอนที่พูดถึงลูกชายมันดูห้วนและสั้นมากๆก็เลยชักสงสัยว่าจะมีเรื่องราวของลูกชายคนโตของพระเอกต่อไปอีกหรือเปล่า เพราะมันจบแบบชวนให้คิดต่อเอามากๆ


โดย: ดุจจันทร์ IP: 110.164.237.51 วันที่: 7 พฤศจิกายน 2553 เวลา:17:58:12 น.  

 
***อุ่นรักฉบับอนุบาล ของ ชมบุหลัน***

เพราะถูกปะป๊าและมะม้าเริ่มยื่นคำขาดให้หางานทำให้ได้เสียทีไม่งั้นก็ต้องเข้ามาทำงานให้กับธุรกิจค้าวัสดุก่อสร้างของครอบครัว หลังจากที่ตระเวณหางานมาเกือบปีหลังจากจบการศึกษา เมื่อหมดหนทางแล้วอารดาหรือกุ๊กก็จำต้องยอมรับคำชวนของพัฒน์เพื่อนสนิทที่ตอนนี้เป็นครูพิเศษสอนดนตรีให้กับโรงเรียนอนุบาลกลางใจมาสมัครเป็นครูอนุบาลแทนครูเดิมที่ลาออก นับเป็นอาชีพที่สวนทางกับคณะวิชาที่เรียนมาโดยสิ้นเชิง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งสวนทางกับความรักเด็กที่มีอยู่เล็กน้อยต่ำต้อยเรี่ยติดดินอีกต่างหาก

กุ๊กเริ่มงานวันแรกของการเป็นครูและวันแรกของการเปิดเทอมด้วยการแต่งชุดแม่ไก่ไปยืนรับเด็กอนุบาลพร้อม
กับจันทร์เพื่อนครูเข้าใหม่วัยเดียวกัน จากชุดที่สวมใส่ทำให้เด็กๆที่พากันเห็นพร้อมใจกันเรียกกุ๊กเสียใหม่ว่า
"ครูกุ๊กไก่" ทั้งที่เธอก็เพียรแก้ไขความเข้าใจผิดของเด็กว่ากุ๊กนี้หมายถึงคนทำกับข้าวแต่เธอก็ยังเป็นครูกุ๊กไก่ของเด็กๆอยู่ดี รวมถึงเป็นครูกุ๊กไก่ของลอนผู้ปกครองเด็กหญิงกีรณาด้วยที่ครูกุ๊กเข้าใจผิดว่าเขาเป็นคุณพ่อทั้งที่เขาเป็นแค่น้าชาย แถมเขายังชอบหาเหตุมาพูดจาให้เสียดหูเธอเข้าอีก คงเพราะเกิดจากที่เขาดันไปเห็นกุ๊กไก่ปลอบประโลมครูพัฒน์ที่เพิ่งถูกคนรักหักอกมานั่นเอง ซึ่งความเข้าใจผิดนี้ก็ยังคงอยู่กับคนทั้งคู่มานานจนกระทั่งถึงวันที่เอ๊ดพี่ชายคนเดียวของเธอได้มีโอกาสเข้าไปทำร้านให้กับลลนาคุณแม่ของหนูกี กว่าที่กุ๊กจะรู้ว่าตัวเองไม่ได้แอบชอบคุณพ่อของลูกศิษย์และไม่ได้แอบชอบสามีของคนอื่นกุ๊กก็ต้องสวดมนตร์และคัดศีลข้อที่สามไปตั้งนานหลายวัน

^_____^

ขอแนะนำนิยายใสๆสะอาด อ่านแล้วมองโลกด้วยหัวใจที่สดชื่นเอาไว้ด้วยความนิยมชมชอบมากๆอีกเรื่องค่ะ เรื่องนี้น่ารักมากๆค่ะ เรื่องราวเกี่ยวกับการตามหาความฝันของตัวละครซึ่งก็คือนางเอกและหน้าที่ความรับผิดชอบของคำว่าอาชีพ "ครู"

ผู้เขียนสร้างฉากและสถานการณ์ภายในโรงเรียนอนุบาลได้ดีทีเดียวค่ะ โดยเฉพาะการเล่าถึงพฤติกรรมของเด็กๆ ซึ่งกับเด็กบางคนเราอ่านแล้วก็พลอยสะเทือนใจไปด้วยไม่ได้ บางคนก็อยากหยิกแก้มแกมหอมแก้มด้วยไม่ได้

ที่สำคัญอ่านแล้วคิดถึงตัวเองที่ครั้งหนึ่งก็เลยเป็นครูสอนเด็กๆทั้งตอนที่เป็นนักศึกษาฝึกสอนและที่ออกมาเป็น
ครูจ้างสอนช่วงสั้นๆที่โรงเรียนสาธิตฯชื่อดังแห่งหนึ่ง เราคิดว่าคนที่เคยเป็นครูหรือกำลังเป็นครูอ่านนิยายเรื่องนี้จะอดนึกภาพตามไม่ได้นะคะ เพราะคำว่าครูมันสำคัญและก็ชวนให้ภาคภูมิใจเอามากๆ โดยเฉพาะเวลาที่ลูกศิษย์เจอเราข้างนอกโรงเรียนและเข้ามายกมือไหว้ มันเป็นอะไรที่บรรยายไม่ถูกนะ จึงนึกเข้าใจและซาบซึ้งที่สุดที่ครูประยงสอนครูกุ๊กว่าการเป็นครูนั้นไม่ได้เป็นแค่ 8 ชั่วโมงทำงานเท่านั้น แต่มันต้องเป็นครูตลอด 24 ชั่วโมงอาชีพนี้จึงเป็นอาชีพที่มีเกียรติ และต้องเสียสละเพื่อต้องเป็นแบบอย่างที่ดีของเด็กๆและของสังคม

สำหรับประเด็นการไล่ตามความฝันของวัยเยาว์นั้น เราคิดว่าหลายคนทีเดียวที่ขณะนี้ประกอบอาชีพที่ไม่ตรงกับสาขาวิชาที่ร่ำเรียนมา อย่างเราเป็นต้นจบครูแต่ก็ทำงานบริษัทฯ เหมือนกับกุ๊กที่จบนิเทศศาสตร์และก็พยายามที่จะหางานทำในสาขาวิชาที่เรียน แต่ที่สุดแล้วก็มาเป็นครูและสุดท้ายก็รู้ตัวว่านี่เป็นอาชีพที่ตัวเองชอบและรัก ก็อยากบอกว่าในโลกของความเป็นจริง และในโลกของการทำงาน ไม่ว่าคุณจะสำเร็จการศึกษาระดับไหนจากมหาวิทยาลัยชื่อดังชั้นนำได้เกียรตินิยมมามากมายเท่าไหร่ก็ตาม แต่ถ้าหากคุณไม่สามารถทำงานร่วมกับคนอื่นได้ หากคุณไม่สามารถเป็นทีมและมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี มีน้ำจิตน้ำใจช่วยเหลือคนอื่นได้ คุณก็ไม่ได้มีคุณค่าอะไรมากมายเหมือนกับสิ่งที่คุณร่ำเรียนมาเลย เพราะคุณจะขาดการยอมรับนับถือจากเพื่อนร่วมงานทั้งระดับบน ระดับเดียวกัน และระดับล่าง แต่ถ้าคุณสามารถทำงานกับคนอื่นได้ดี ทำงานด้วยสติปัญญาความสามารถของตัวคุณรู้จักกาละเทศะ และมีสัมมาคาระวะ เราเชื่อว่าคุณจะไปได้ดีในอาชีพของคุณ แม้ว่าอาชีพนั้นจะไม่ใช่วิชาชีพที่คุณร่ำเรียนมาก็ตาม เพราะยุคสมัยนี้เราทุกคนต้องรู้จักบูรณาการวิชาความรู้และแสวงหาความรู้รอบตัวเพื่อพัฒนาความสามารถของเราให้เป็นไปในลักษณะรู้รอบมากกว่ารู้ลึก ซึ่งนิยายเรื่องนี้บอกกล่าวและเล่าให้เราฟังถึงประเด็นเหล่านี้ค่ะ

นอกจากนั้นแล้วผู้เขียนยังเล่าถึงเรื่องราวความรักความผูกพันในครอบครัว ปัญหาของชีวิตคู่ที่มีผลกระทบกับหัวใจดวงน้อยๆของเด็กๆ ที่พ่อแม่ต้องระมัดระวังมากๆ อ่านแล้วนอกจากได้ความสนุกสนานแล้ว ยังได้เนื้อหา
สาระสอดแทรกมาด้วย ก้ขอแนะนำให้อ่านกันอีกครั้งนะคะ สำหรับนิยายน่ารัก ใสๆเรื่องนี้ค่ะ


โดย: ดุจจันทร์ IP: 110.164.237.51 วันที่: 7 พฤศจิกายน 2553 เวลา:18:35:43 น.  

 

โห...พี่ดุจจันทร์รีวิวมาราธอนมากเลยค่ะ หลายเรื่องขวัญก็อ่านไปแล้ว แต่ของ bigger ยังไม่ได้อ่านเลย จะรีบไปซื้อพรุ่งนี้ พร้อมกับจักรวรรดิหัวใจ (ชื่นชอบนักเขียนเป็นพิเศษ) ค่ะ

ป.ล. วันก่อนนั้นพูดถึงงานของคุณสิริมา ขวัญรื้อมาอ่านอีกรอบ ช่วงนี้อารมณ์เลยอ่อนไหวไปเลย อ่านนิยายของนักเขียนท่านนี้ทีไร อารมณ์อ่อนไหวทุกที ไม่รู้เป็นไงค่ะ


โดย: ขวัญ IP: 124.121.232.29 วันที่: 7 พฤศจิกายน 2553 เวลา:18:44:38 น.  

 
ถึงเวลาทักทายเพื่อนพ้องน้องพี่ค่ะ......

พอกลับมาระยองแล้วโอกาสจะได้ใช้เน็ตทุกวันก็ลดน้อยถอยลง ฮ่าๆๆๆ เลยไม่ได้ทักทายกันทุกวันนะคะ ต้องขออภัยเพื่อนพ้องที่ไม่เห็นเราเข้ามาแอบจิ๊กบล็อกพี่ปุ้ยใช้และคุยบ่อยๆเหมือนตอนอยู่กรุงเทพฯ

คุณโม :
ลุ้นระทึกเลยเหรอคะ ตอนนี้พี่สวมโหมดนางฟ้าแล้วนา ฮ่าๆๆ ถ้าเป็นเมื่อก่อนล่ะแย่อีโก้เยอะ มีเรื่องไปทั่ว ซึ่งสุดท้ายสรุปว่าไม่มีอะไรดีเลย อยู่แบบนี้ดีกว่าค่ะ สบายใจกว่าด้วย

วันนี้เจอนิยายเรื่องร้อยเล่ห์เสน่หาฉบับพิมพ์ครั้งที่สาม(ปกสีน้ำตาลลายดอกไม้) ที่ร้านดอกหญ้าที่จันทน์ด้วยค่ะ จู่ๆก็หลงมาตั้งอยู่ในแผงสองเล่มก็เลยจัดการสอยมาไว้แล้วทั้งสองเล่ม ไหนๆก็มาแล้วฝากถามเลยว่าตกลงนิยายเก่าๆของคุณโมจะได้รับการตีพิมพ์ใหม่หลังจากหมดสัญญาแล้วจริงหรือไม่คะ ถ้าจริงจะพิมพ์เรื่องไหนเป็นเรื่องแรกคะ พี่ลุ้นนางฟ้าชุดขาวค่ะ อิ อิ

คุณหวานเย็น:
อ้าว....ตกลงไม่อ่านเหรอคะ เราคิดว่าเรื่องนี้ของแมกไม้นี้ก็อ่านได้นะ แต่ก็ยอมรับในการตัดสินใจค่ะ เพราะขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแต่ละบุคคลนิคะ ^__^

คุณ jinniez :
จะบอกว่านอกจากพี่ปุ้ยเดอะสตาร์แล้ว ยังมีน้องฟองคลื่นฯ เข้าไปปรากฎโฉมที่บู้ทด้วยค่ะ น้องเขาสวยมากกกกกกกกก จนตกตะลึง ทั้งสวยทั้งเขียนหนังสือสนุก
เยี่ยมมากๆเลยค่ะ

เฟิง :
พี่เองก็บาดเจ็บสาหัสมาจากงานหนังสือและจากที่พาหลานทัวร์กรุงเทพฯเหมือนกันตอนนี้ถ้าห่อข้าวมาจากบ้านได้ก็ต้องทำ ฮ่าๆๆๆๆ ต้องเจียมเนื้อเจียมตัวอย่างหนัก แต่ถึงขนาดนี้มีงานใหม่ของมันดีออกอีก 4 เล่ม ดูแล้วก็คงจะเหมาหมดทั้งสี่เล่ม คือมันต้องซื้อไงเพราะมีทั้งแอลลี่ มณชยาภา มอร์นิ่งกลอรี่ และนักเขียนใหม่อีกคน
น่าอ่านทั้งน้านนนนนนนน

อ้อ...มีวันไหนไม่รู้ปราณธรไปแจกลายเซ็นต์คู่กับเมเปิ้ลสีขาวที่บู้ธร้านนายอินทร์ พนักงานของแจ่มใสเชียร์พี่ให้เข้าไปขอลายเซ็นต์น่าดู พี่ก็เลยบอกว่าพี่มีงานของเขาเกือบทุกเล่ม อ่านเกือบทุกเล่ม และก็ชอบหลายเล่ม แต่พี่ขอรักนะแต่ไม่แสดงออกดีกว่า ฮ่าๆๆๆๆๆๆ

คุณนู๋ซี :
งานหนังสือคราวหน้าอย่าพลาดนะคะ เพราะรุ่งอรุณน่าจะออกเป็นหนังสือใหม่ของกิ่งฉัตรเสียที ทราบมาว่าเจ๊เขาตรวจทานต้นฉบับเสร็จบนรถไฟชินคันเซ็น เรามาลุ้นๆ
กับเล่มใหม่ของพี่ปุ้ยกันดีกว่าเน๊อะ

พูดถึงชื่อกิ่งฉัตรบนหน้าปกนิยายแล้วมีเรื่องขำๆ ว่าเราซื้อหนังสือของกิ่งฉัตรเข้าห้องสมุดบริษัทตอนที่พี่อีกคนที่ต้องเป็นคนเคลียร์เงินค่าใช้จ่าย ให้เด็กเดินเอกสารไปจดรายชื่อหนังสือเพื่อไปทำเงินคืน เด็กเขาจดนิยายของกิ่งฉัตรเอาไว้ยังงี้ค่ะ .....กิ่งฉัตรเพียงใจที่ผูกพัน, กิ่งฉัตร
สาปพระเพ็ง ...เราอ่านแล้วอดขำไม่ได้ ชื่อนักเขียนใหญ่กว่าชื่อเรื่องพานให้มีคนเข้าใจผิดไปเลย

น้องขวัญ:
พี่ก็ดีใจที่หนูชอบหัวใจสองภาคนะคะ พี่ชอบทั้งนิยายและละครเลย แต่ต้องเป็นละครสมัยที่พี่ตู่-นพพลเล่นเป็นเสี่ยชัคนะคะ เล่นเอาพี่เพ้อไปเลย ฮ่าๆๆๆ แล้วไงรออ่านเกมรักเกมลวงกับบาปสวาทนะคะ โดยเฉพาะบาปสวาทอ่านจบแล้วมาคุยกันประเด็นเกี่ยวกับวิธีการเขียนตอนจบของนักเขียนรุ่นก่อนกันดีมั๊ย ว่าระหว่างจินตนาการที่คนอ่านต้องไปสร้างกันเอง กับตอนพิเศษที่ผู้เขียนบอกให้คนอ่านรู้ว่าท้ายสุดแล้วชีวิตของพระเอกนางเอกเป็นอย่างไรต่อไป
ระหว่างคิดเองกับคนเขียนคิดให้ชอบแบบไหนมากกว่ากัน ยากไปมั๊ยเนี่ย

....เห็นขวัญเข้ามาพอมี อยากบอกว่าของสิริมา อภิจาริน พี่ชอบเล่มรวมเรื่องสั้น... บางอย่างในตัวเธอที่ฉันชอบ....มากที่สุด ขวัญอ่านหรือยัง ถ้ายังพี่ขอแนะนำค่ะ

พี่ทิพ:
ช่วงนี้สปีดดีค่ะ เลยทำเวลาได้ แต่ถ้ากลับไปบ้านจะอ่านไม่ได้เลย เพราะตอนนี้ขนมต้มตัวโตขึ้นมากน้ำหนักเยอะป้าอุ้มทีนึงเหมือนแบกถุงข้าวสาร 5 กก. หลายถุง ตอนนี้ปวดแขนข้างนึงไปแล้วล่ะค่ะ ฮ่าๆๆ

คุณใกล้รุ่ง ณ กลมกลิ้ง:
ชั้นชอบชื่อใหม่เธอจริงๆเลยยัยโอ มันถูกต้องมากกกกกกกก ชีวิตเธอเนี่ยมีเรื่องให้ฮาตลอดเลยนะยะ รีบส่งหนังสือกลับคุณขวัญเรือนเขาได้แล้ว ช่วงนี้ร้านเขาขายดีคงจะมีผิดพลาดกันบ้าง ว่าแต่คุณเธอเคยไปซื้ออะไรเขาล่ะ เขาถึงมีข้อมูลของเธออยู่ในฐานลูกค้าร้านเขาน่ะยะ ฮ่าๆๆๆ


โดย: ดุจจันทร์ IP: 124.157.142.112 วันที่: 7 พฤศจิกายน 2553 เวลา:19:11:54 น.  

 
เคยซื้อนิยายของจามรีมั้ง ถ้าจำไม่ผิดนะคะ ..

แต่ไม่มีข้อมูลติดต่อเค้าแล้วอ่ะจิ กะว่า จะถามที่อยู่ปลายทางเค้าเลย จะได้ส่งไปที่นั่นแทน ไม่ต้องส่งไปส่งมาหลายหน สงสารไปรษณีย์ ตอนนี้งานเค้าเยอะอยู่แล้ว

ตอนนี้ที่บ้านแซวกันตลอดเลยว่าหานามสกุลใหม่ได้ใกล้เคียงหุ่นมั่กๆ ...คุณเธอไม่ต้องมาแซวอีกคนเรยยยย...ชิชิ


โดย: ใกล้รุ่งoh IP: 124.122.176.93 วันที่: 7 พฤศจิกายน 2553 เวลา:21:50:57 น.  

 
ที่โมรู้สึกใจเต้นตึกๆ ความรู้สึกนั้นเหมือนกับการรอคอยคะแนนสอบจากคุณครูเลยค่ะ 55+
คล้ายกับการเขียนเรียงความ เรื่องสั้น แล้วรอคอยคุณครูชี้แนะว่าตรงไหนบกพร่อง แนวทางการเขียนเป็นยังไง อิอิ
การรีวิวของพี่หน่อยทำให้โมรู้สึกแบบนั้นจริงๆ แต่พอเกรดออกมาแล้ว ก็สบายใจนะคะ กินอิ่มนอนหลับแล้ว รับได้ ^^

นิยายเก่าทั้งหมดของโมจะนำมารีไรท์ เพิ่มเนื้อหาหรือทำการสับให้เป็นเรื่องใหม่ แล้วจะนำเสนอ สนพ.อีกครั้งแน่นอนค่ะ
มีเรื่องหนึ่งที่โมอยากให้พี่หน่อยอ่านจัง คู่รักจำแลง เรื่องนี้พระเอกจนและหยิ่งในศักดิ์ศรีอย่างแรง แถมต้องดูแลแม่ที่ป่วยเป็นอัมพาต แนวคล้ายนางฟ้าชุดขาว มณีมาลาแบบนั้นแหละค่ะ เพียงแต่กลายเป็นฝ่ายผู้ชายแทน


โดย: พิมพ์พลอย IP: 78.48.174.77 วันที่: 7 พฤศจิกายน 2553 เวลา:22:28:08 น.  

 
สวัสดีคะคุณดุจจันทร์
ก่อนอื่นต้องขอบอกเกี่ยวกับการตัดสินใจเรื่อง หวานใจ ของ แมกไม้ ก่อนเลยคะ แบบว่าหวานเย็นไม่ค่อยโดนกับเรื่อง สาปหัวใจ คะ ก็เลยขอตัดเรื่องนี้ไปคะ ต้องขออภัยจริงๆ คะ
ความจริงหวานเย็นมีรายการหนังสือจำนวนหนึ่งที่ยังไม่ได้ซื้อ เพราะหวังจะรอคอมเม้นท์งามๆ ทั้งหลายเป็นส่วนประกอบการตัดสินใจซื้อ กับอีกสาเหตุหนึ่งที่สำคัญมากๆ คือ...หวานเย็นต้องการให้ราคาหนังสือมันตกผลึกก่อนคะ เพราะว่า...ถ้าซื้อไปแล้ว...มาเห็นราคาตกผลึกทีหลังเนี่ย...บอกตรงๆ ว่าเจ็บใจมากๆ ฉะนั้นรอไปก่อนดีกว่าคะ ไม่อยากซื้อมาเจ็บใจ ฉะนั้นเวลารอก็อ่านคอมเม้นท์ประกอบการตัดสินใจไปด้วยคะ


โดย: หวานเย็น IP: 61.90.68.132 วันที่: 7 พฤศจิกายน 2553 เวลา:23:22:46 น.  

 
ก่อนอื่น ขอขอบคุณๆดุจจันทร์มากนะคะที่ช่วยอ่านและรีวิวนิยายของหนูหลายๆเรื่อง...ยอมรับตามตรงเลยค่ะว่าเคยมี
ประสบการณ์หลอนกับการรีวิวนิยายเรื่องแรกของหนูเองตั้งแต่หนังสือเปิดตัวเป็นเล่มแรก และคราวโน้นทำเอาหนูกลัวการอ่านรีวิวไป 2 ปี คริคริ

เรื่องใต้ปีกเสน่หาหนูอ่านรีวิวของพี่หน่อยแล้วค่ะหลังจากนั้นก็นอนอมยิ้มแก้มตุ่ย พอมาอ่านรีวิว ฤาหัวใจมีไว้เพียงเธอ ก็...หูย..เหมือนพี่ดุจจันทร์เข้ามานั่งอยู่ในใจหนูเปี๊ยบ

เรื่องนี้หนูรีไรท์ชนิดยกเค้า พยายามเอาพระรองที่หนูแสนจะรักจะหวง ดันขึ้นมาให้เป็นพระเอก และมันจริงอย่างที่พี่ดุจจันทร์พูดเสียด้วย ..หนูเข็นจนหนูเริ่มมึนและก็คิดว่า
คนอ่านที่ไม่เคยอ่านเล่มแรกอาจจะงงนิดหน่อยกับการสับสวิทของเนื้อหา แต่ยังดีที่พี่ดุจจันทร์ยังบอกว่าพระเอกหวาน อิอิ...

หนูรีไรท์นิยายเรื่องนี้จบไปได้ก็สบายใจแล้วค่ะ เพราะเกร็งอยู่นาน ส่วนเรื่องอื่นๆที่กำลังเขียนอยู่ หนูก็คอยลุ้นระทึกอีกครั้ง ..

สำหรับเพลิงมธุรส ..ตาฉัตรของหนูสงสัยจะโดนกลั่นแกล้งอยุ่ค่า เลยออกไม่ทันงานหนังสือและคงออกได้ใกล้ๆปลายปี ขอบคุณพี่ดุจจันทร์มากนะคะสำหรับรีวิว
น่ารักๆและเหมือนเข้ามานั่งอยู่ในใจคนเขียนเปี๊ยบ


โดย: bigger IP: 61.19.65.29 วันที่: 8 พฤศจิกายน 2553 เวลา:7:33:17 น.  

 
เราต้องทำสปีดแข่งกับน้องหน่อยให้ได้ไม่งั้นจะเป็นดินพอกหางหมู ฮ่าฮ่า หน่อย พี่ยังไม่ได้อ่าน ฤาหัวใจฯฉบับ (ปกสวยมาก) รีไรท์เลยอ้ะ ยิ่งเห็นรีวิวหน่อยแล้วกระตุ้นต่อยอยากอ่านจังแต่ต้องรอเพราะหนังสือยังมาไม่ถึง

หน่อยจำได้ไหมที่เราเคยคุยกันเกี่ยวกับนิยายสั้นๆรวมเล่มของน้องโม ชุดความรักริมทาง ที่หนึ่งในเรื่องนั้นเราอยากให้โมเอามารีไรท์ใหม่ให้เป็นเรื่องยาว เรื่องของพ่อหม้ายลูกติดมีน้องสาวอีกคนช่วยเลี้ยงลูกให้ด้วย จำชื่อเรื่องไม่ได้ซะแล้ว แต่สนุกมากๆเลยค่ะน้องโม

น้องบิ๊กเกอร์จ๋า สงสัยจะเป็นเพราะว่าพี่ทิพเป็นเพื่อนน้องหน่อยเลยทำให้หนูนึกว่าหน่อยเขาจะรุ่นเดียวกับพี่ทิพ จริงๆแล้วเขายังอ่อนวัยกว่าพี่ทิพมากกกกกค่ะ อิอิ หนูเข้ามาในบล๊อกนี้ก็ดีแล้วจะได้ทวง เพลิงมธุรส ให้เร่งๆมือหน่อยนะจ๊ะ แบบว่าอยากอ่านคุณฉัตรมากๆน่ะ



โดย: tippawan IP: 58.10.170.215 วันที่: 8 พฤศจิกายน 2553 เวลา:8:28:58 น.  

 
พี่หน่อย...
แหะๆๆ เพิ่งเข้ามาอ่านรีวีว ขอบคุณมากค่ะสำหรับการรีวิีวที่จะใจเต้นทุกครั้งที่เห็น ชื่อเรื่องนิยายตัวเอง หุ หุ หุ..
ตอนนี้กำลังแต่งเรื่องใหม่อยู่ค่ะ และเป็นแบบบุคคลที่ 3 แล้วค่ะ ซึ่งค่อนข้างยากเหมือนกันด้วยความไม่คุ้น แต่เพื่อการพัฒนาตัวเองจะยอมกัดฟันดูซะตั้ง (ตอนนี้ปวดกรามไปหมดแย๊วววว)

ไว้โอกาสหน้าเรามาป๊ะหน้ากันอีกนะคะ อิอิ...

ปล.คุณหวานเย็น จริงๆแล้ว เรื่องนี้ไม่เหมือนสาปหัวใจเน้อ มันไม่ได้หักมุมขนาดน๊านนนน


โดย: แมกไม้ IP: 202.149.29.81 วันที่: 8 พฤศจิกายน 2553 เวลา:9:50:17 น.  

 
เมื่อวันเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา นับหนังสือที่ซื้อมาแล้วเรียบร้อย ทะลุยอดมาก กี่เล่มไม่บอกค่ะ หึๆๆๆ

แล้วก็ได้"ไฟแค้นแผนร้าย"มาไว้ในกำมือซักที หลังจากที่เดินหาหลายร้านมาก แวะห้างหรือที่ไหนที่มีร้านหนังสือต้องขอเข้าไปส่งอตลอด จนมาได้ที่ร้านในเมเจอร์ฯ เหลือเล่มสุดท้ายที่สภาพยังดีอยู่ด้วย ต้องถือว่าโชคดีจริงๆ

กำลังพยายามไล่อ่านที่ซื้อมาให้จบ เพราะว่ายังมีคนรอต่อคิวอยู่ แล้วก็มีคนจะเอาหนังสือมาให้ยืมอีกด้วย น่ากลัวว่าถ้าไม่รีบเคลียร์คงเหมือนได้ติดหนี้บานแน่ๆค่ะ


โดย: เฟิง IP: 202.151.6.29 วันที่: 8 พฤศจิกายน 2553 เวลา:10:16:00 น.  

 
สวัสดีคะคุณแมกไม้
คือ...ไม่รู้จะเริ่มไง แต่เรื่องสาปหัวใจ หวานเย็นจำเนื้อเรื่องไม่ได้แล้วคะ จำได้แค่ว่า...ไม่โดนเท่านั้น แต่รับรองได้ว่าไม่ได้ไม่ชอบอะไรนะคะ เพียงแต่ว่าจะทำนองจำความรู้สึกได้มากกว่า ว่าไม่โดน คือหวานเย็นจะจำได้แต่ที่...ชอบ ชอบมากกกกกกกกกกกก กับไม่ชอบไปเลย ฉะนั้นถ้าจำอะไรไม่ได้ก็แค่ไม่โดนคะ
เอ่อ...ไม่รู้จะทำให้รู้สึกดีขึ้นป่าวนะเนี่ย...แหะ แหะ แต่ก็อย่างที่บอกว่าขอชิมก่อนค่อยว่ากันอีกทีก็แล้วกันคะ แต่ตอนนี้ยังหาเหยื่อให้ชิมไม่ได้อะสิคะ...เศร้า...


โดย: หวานเย็น IP: 125.24.25.32 วันที่: 8 พฤศจิกายน 2553 เวลา:10:20:32 น.  

 
หว่าย..พี่ทิพขรา หนูผิดไปแว้วว ปกติอยู่แต่ในรูอะค่ะ ไม่ค่อยได้ออกไปไหนเลยนึกว่าคุณดุจจันทร์รุ่นเดียวกับที่ทิพ....งั้นขอยึดคำว่าพี่คืนนะคะคุณดุจจันทร์ (เขินๆๆ)
ถ้ายังอ่อนวัย ไม่เรียกพี่ดีกว่านะค้า เรียกคุณดุจคงได้นะคะ

ปล.1 ตาฉัตรจะยังคงถูกหนูแกล้งอีกสักพักคร่าพี่ทิพ งานนี้ฉัตรตายแน่ คริคริ

ปล.2 โมจ๋า..เรารู้สึกเหมือนกันเปี๊ยบบ ...นักเรียนที่รอคะแนนคุณครู หุหุ

ปล.3 คุณครูดุจจันทร์ขรา สอบครั้งนี้คะแนนอาจจะผ่านกลางๆ แต่ครั้งหน้าจะตั้งใจสอบให้ได้คะแนนเยอะๆคร่า (ขอวิ่งไปหาติวเตอร์ก่อนนะคร้า ฟิ้ววว)


โดย: bigger IP: 61.19.65.29 วันที่: 8 พฤศจิกายน 2553 เวลา:12:32:49 น.  

 
โอ๊ย หายไปแค่ 2 วันต้องอ่านยาวเหยียดเลย มีนักเขียนมาเยี่ยมด้วยค่ะ เป็นกำลังใจให้ทั้ง 2 ท่านนะคะ
เพิ่งอ่านรุ่งอรุณจบไปเอง สั้นจังเลยค่ะพี่ปุ้ย ยังหวานไม่พอเลย
แซวพี่หน่อย กลายเป็นคุณครูไปซะแล้ว หุหุ
สวัสดีวันจันทร์ทุกคนค่ะ


โดย: เปิ้ล IP: 58.8.10.177 วันที่: 8 พฤศจิกายน 2553 เวลา:13:15:07 น.  

 
พี่ทิพขา..
รวมเรื่องสั้นอยู่ในโครงการเตรียมสับ นำมาเขียนเป็นเรื่องยาวค่ะ คราวนี้โมไม่ต้องคิดพล็อตใหม่ไปอีกปีหนึ่งเลย ไอเดียนี้ก็มาจากพี่หน่อยละคะที่แนะนำ ^^


โดย: พิมพ์พลอย IP: 78.48.226.151 วันที่: 8 พฤศจิกายน 2553 เวลา:14:32:27 น.  

 
สวัสดีจร้า
เพิ่งจะเริ่มสบายดีพอมีแรงแวะมาทักทายนะจ๊ะ เหนื่อยมากกับการเดินทางครั้งนี้


โดย: ตู่อยู่ไไไกล (ความสุขของนิ้วน้อย ) วันที่: 8 พฤศจิกายน 2553 เวลา:15:37:12 น.  

 
น้องบิ๊กเกอร์จ๋า พี่ทิพก็จำได้ว่าเคยบอกไปหนแล้วน้าว่าน้องหน่อยน่ะเขายังสาวยังแส้ไม่ได้เป็นส.ว.อย่างพี่ น่ากลัวว่าพิษของเพลิงมธุรส กับ พักรบพบรักเนี่ย ทำเอาน้องเราสับสนไปซะแร้วว ฮิฮิ

น้องโมคะ ถ้าจะมีโครงการเอาเรื่องสั้นมาทำเรื่องยาว พี่ทิพขอ ให้เอาเรื่อง พ่อหม้ายลูกติด คนนี้มาแทรงคิวก่อนได้ไหม คุณครูดุจเธอก็ชอบเรื่องนี้ด้วยนะจะบอกให้

หนูเปิ้ลแมกไม้ พี่ทิพเห็นด้วยที่อยากให้แต่งเรื่องใหม่โดยอย่าใช้เล่าผ่านสรรพนามบุรุษที่1เลยนะจ๊ะ แบบว่า อยากอ่านเรื่องที่ไม่ต้องบรรยายด้วย ผมๆๆ ฉันๆๆ น่ะจ้ะ สู้ สู้ สู้

คุณครูน้องหน่อยขา มีเรื่องหวานๆใสๆเรียกรอยยิ้มที่จะแนะนำอีกมั้ย แบบว่าช่วงนี้อ่านนิยายเข้มข้นจนเลือดกระฉูดแทบหมดตัวแล้วล่ะจ้ะ จำต้องขอเปลี่ยนบรรยากาศ เพื่อเรียกเลือดลมให้กลับมาเดินเป็นปรกติซะหน่อยแล้ว คิคิ


โดย: tippawan IP: 58.10.170.120 วันที่: 9 พฤศจิกายน 2553 เวลา:16:51:06 น.  

 
โอเคค่ะพี่ทิพ ถึงเวลาเมื่อไร โมจัดการให้ อิอิ


โดย: พิมพ์พลอย IP: 78.49.75.14 วันที่: 10 พฤศจิกายน 2553 เวลา:23:06:42 น.  

 
ขออนุญาตพี่ปุ้ยคุยกับหน่อยนะคะ เข้ามาบอกว่าคิดถึงและตอนนี้เพื่อนเกิดอาการคลั่งดาราอย่างรุนแรง คนนั้นคือ น้องณเดช ในเรื่องดวงใจอัคนี ฮ่าๆๆ ปลื้มมาก ๆ เข้ามาบอกข่าวแค่นี้แหละ คริ ๆ


โดย: ปอมปอมเกิร์ล วันที่: 11 พฤศจิกายน 2553 เวลา:14:02:38 น.  

 
ไม่ได้ไปงานหนังสืออย่างที่ตั้งใจ เนื่องจากประสบอุทกภัยน้ำท่วมจ้า...แวะมาวันนี้ได้อ่านเม้นท์ของคุณดุจแล้ว ลิส หนังสือเพิ่มขึ้นอีกหลายเล่มเดี๋ยวสั่งซื้อจากเจ้าประจำแทน

คุณดุจคะได้อ่านงานเขียนของคุณเพลิงวารีบ้างหรือปล่าวคะ ช่วยเม้นท์หน่อยนะคะ



โดย: cat_fufu IP: 58.64.79.130 วันที่: 11 พฤศจิกายน 2553 เวลา:22:46:36 น.  

 
ของพี่ปุ้ยมีหมดเลยค่ะ

คราวนี้ไปอมรินทร์มาเลยได้ของนักเขียนหน้าใหม่
เห็นคนขายบอกสนุกเลยลองเชื่อดู

ของ ศิฬาร์ ซื้อมาสามเล่มเลยค่ะ
ใต้ร่มเงารัก
เริงตะวัน(อันนี้เขาว่าสนุกมาก)
เพรงกาล (เพิ่งออกใหม่)
กับนิยายแปลอีกสามเล่ม

แล้วก็เจอคุณประภัสสร มาแจกลายเซ็นด้วยล่ะ
แต่ไม่ได้เจอพี่ปุ้ย

ใครเคยอ่านของนักเขียนคนนี้มั่งคะ
ยังไม่ได้มีเวลาอ่านเลย อยากรู้อ่ะๆๆ
จะได้มีกำลังใจอ่านหน่อย แหะๆ ขอบคุณมากค่ะ


โดย: นักหัดอ่าน IP: 125.24.166.43 วันที่: 12 พฤศจิกายน 2553 เวลา:1:35:29 น.  

 
เอ่อ...น้อง ปอมปอมเกิร์ลคะ..เกรงว่าเราจะต้องยื้อแย่งฟาดฟันกันให้รู้ดำรู้แดงกันไปข้างหนึ่งแล้วค่ะ เพราะพี่ทิพเองก็กำลังหลงรักคิ้วเข้มมีเสน่ห์ นัยน์ตาดำขลับและปากหยักสวยได้รูปของพ่อไฟ ณเดชน์ จนเข้าดีเอ็นเอเลยหละ

รีบมาหวงก้างค่ะ


โดย: tippawan IP: 58.10.170.112 วันที่: 12 พฤศจิกายน 2553 เวลา:13:29:17 น.  

 
***พันธนาการดาว ของ อัญชรีย์***

วาโยหรือลมน้องสาวสุดรักสุดห่วงของธารารินทร์กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบากอันเนื่องมาจากผู้หญิงอีกครั้ง คราวนี้ผู้ช่วยเชฟหนุ่มถูกทอฝันสาวคนรักที่อายุมากกว่าหลายปีและอยู่กินด้วยกันมานานกว่าสองปีบอกเลิกเพื่อไปหมั้นกับผู้ชายคนที่ครอบครัวลงความเห็นว่าเหมาะสมกับเธอมากที่สุด ด้วยความที่คุณรัญจวนเจ้าของร้านอาหารที่วาโยทำงานด้วยเกิดความรู้สึกเอ็นดูเขาอย่าง
ออกนอกหน้าจึงอนุญาตให้มาพักที่บ้านไปพรางๆก่อน ซึ่งเหลนฝาแฝดสองคนที่รุจดารินทร์หลานสาวหัวแข็งรับไปเลี้ยงดูแทนผู้เป็นพ่อมาตั้งแต่เด็กๆก็เกิดชอบฝีมือการทำอาหารของวาโยเข้าอีกด้วยเพราะเด็กแฝดทั้งสองคนและผู้เป็นอาสาวต่างมีปัญหาด้านการกินอย่างมากทั้งสามคนกินยากแต่ก็แปลกที่อาหารของวาโยกลับถูกปากมาก

ในครั้งแรกที่ได้พบวาโยรุจดารินทร์ก็รู้สึกตัวแล้วว่าเธอหลงรักพ่อครัวของร้านอาหารคุณย่าเข้าอย่างจังและรุนแรงเกินกว่าที่เธอจะเข้าใจตัวเองได้ หากแต่เธอก็พยายามตัดอกตัดใจและแสดงออกในสิ่งที่ตรงกันข้ามกับความรู้สึกที่แท้จริงภาพภายนอกที่ทุกคนเห็นก็คือหญิงสาวปากร้ายที่มักจะดูถูกดูแคลนวาโย หากแต่ยามที่คิดว่าทุกคนไม่เห็นรุจดารินทร์ก็อดเผลอแสดงความรู้สึกที่แท้จริงในใจออกมาไม่ได้จนบางครั้งหลานชายฝาแฝดก็หลุดปากทักเอาตรงๆ

เมื่อรู้ว่าตอนนี้วาโยว่างแล้วรุจดารินทร์จึงเดินหน้าทำตามสิ่งที่หัวใจเรียกร้องเธอว่าจ้างให้วาโยามาทำอาหารให้พวกเธอทานและอนุญาตให้เขามาพักด้วยเมื่อรู้ว่าเขาย้ายออกมาจากทอฝันแล้ว หากรุจดารินทร์ก็คือรุจดารินทร์แม้ให้รัก
เขาแค่ไหน แต่ก็เธอก็จะแสดงออกในแบบไม่แยแสไม่แคร์อย่างนี้นี่แหล่ะจะมีใครรู้บ้างมั๊ยเนี่ยว่าการที่ต้องพักอาศัยอยู่กับผู้ชายที่เป็นที่น่าปรารถนานั้น เธอต้องพยายามระงับกายระงับใจมากมายเพียงใดที่จะไม่ปลุกปล้ำเขาเข้าซักวัน

^_____^

ในที่สุดอัญชรีย์ที่เราชื่นชอบก็กลับมาแล้วค่ะ หลังจากที่ไปชิกลิทอยู่สองสามเรื่องเรื่องนี้เป็นภาคต่อจากสเน่หาธาราเป็นเรื่องของวาโยน้องชายของนางเอกที่ปรากฏตัวในเล่มมาระยะหนึ่งแล้ว ตอนแรกเราเกือบไม่ซื้อแล้วนะเนี่ยเล่มนี้ แต่พอไปอ่านเจอว่าเป็นเรื่องของวาโยก็เลยต้องซื้อ แล้วก็ไม่ผิดหวังเลยเรื่องนี้สนุกมาก ในความคิดส่วนตัวนะ เราคิดว่าเรื่องนี้สนุกกว่าเสน่หาธารามากเลย อาจจะเพราะโฟกัสเรื่องราวแค่พระนางเท่านั้นก็เลยแค่เล่มเดียวจบ กำลังเหมาะกำลังดีมากเลยค่ะ

นางเอกรู้สึกว่าจะพลิกไม่ใช่คนที่โผล่มาในเสน่หาธารา (หรือเปล่าไม่แน่ใจ) แต่นางเอกคนนี้น่ารักมาก เป็นคนที่พึ่งพาตัวเองมาตลอดเพราะพ่อไม่ค่อยสนใจแม่ก็มาฆ่าตัวตายพี่ชายสองคนที่เป็นฝาแฝดกันคนหนึ่งดีแต่อีกคนเอาแต่สร้างปัญหาถึงขนาดทำให้เธอต้องรับเลี้ยงหลานชายฝาแฝดแทนราวกับเป็นแม่แท้ๆ นางเอกจึงเป็นคนจริงจัง เอางานเอาการ ไม่ประพฤติตัวนอกลู่นอกทาง มีก็แต่กรณีพระเอกนี่ล่ะที่ทำให้นางเอกทำอะไรที่ผิดแผกไปจากที่เคยเป็นมา

พระเอกเป็นคนที่เคยผิดพลาดมาก่อนสมัยวัยรุ่น ความจริงก็ไม่ใช่ความผิดของพระเอกหรอกแต่เขาเป็นคนที่โหยหาความรัก ใจง่ายและใจอ่อน กับเรื่องผู้หญิง ฉะนั้นจึงไม่
แปลกใจที่พอเลิกกับแฟนเก่าไม่ทันไร เมื่อได้ใกล้ชิดนางเอกพระเอกของเราก็สามารถเริ่มต้นรักครั้งใหม่กับนางเอกได้อย่างรวดเร็ว โชคดีที่นางเอกเป็นคนหนักแน่นพระเอกจึงสามารถฝากผีฝากไข้กับนางเอกได้

ความรักของคู่นี้เราคิดว่าน่ารักมากๆเลยค่ะ บทสนทนาที่ผู้เขียนสร้างขึ้นนั้น มันทำให้คนอ่านรู้สึก เขิน อาย และฝังอยู่ในอารมณ์นานมากเลยนะคะ นี่ว่าเราอ่านจบมาตั้งหลายวันแล้วเรายังหลงเหลือความรู้สึกรักหวานๆของลมและรูทอยู่เลย งานนี้อัญชรีย์เขียนบทสนทนาได้ดีมาก โดยเฉพาะเวลาที่พระเอกต้องหาเรื่องมาบังคับให้นางเอกกินข้าว เก๋มากเลยค่ะ

เราคิดว่าอัญชรีย์เขียนงานที่ไม่ยาวมากเอาแบบเล่มเดียวจบนี่กำลังดีเลยนะ มันดูพอดิบพอดีไม่มีอะไรมากเกินไปหรือน้อยไป เอาเป็นว่าอยากอ่านงานแบบนี้จากอัญชรีย์อีกค่ะ ชอบ ชอบ


โดย: ดุจจันทร์ IP: 110.164.221.250 วันที่: 14 พฤศจิกายน 2553 เวลา:18:05:32 น.  

 
***คู่รักจำแลง ของ โม***

ด้วยความเสียอกเสียใจจากที่พอบิดาเสียชีวิตไปไม่ทันไรมารดาที่ยังสาวก็พาสามีใหม่เข้ามาในบ้านทันทีแถมสามีใหม่ของแม่คนนี้ก็ไม่ต่างอะไรไปจากแมงดาปีกทองที่แม่ของเธอช่างลุ่มหลงปรนเปรอเงินทองให้อย่างชนิดที่ว่าไม่เคยเสียดมเสียดายเลย ไวลดาจึงประชดแม่ประชดตัวเองด้วยการเที่ยวกลางคืนแบบเมาหัวราน้ำเกือบทุกคืน และเธอไม่เคยยับยั้งอาการต่อต้านสามีใหม่ของแม่เลย แถมพอเธอไปบอกว่าสามีของแม่มีท่าทีชู้สาวกับลูกสาวและถึงขั้นเริ่มทำมิดีมิร้าย แม่เธอกลับไม่เชื่อ

วาทีซึ่งทำงานเป็นบาร์เทนเดอร์อยู่ในผับที่ไวลดาชอบมาเที่ยวบ่อยๆ เขาได้มีเหตุให้ช่วยเหลือเธอจากกลุ่มนักเที่ยวที่กำลังจะพาสาวสวยแต่ขี้เมาอย่างเธอไปรุมโทรมรอดมาได้หวุดหวิด โดยที่คืนนั้นเขาพาเธอไปพักที่บ้านของเขาแทน เพราะไม่รู้จะฝากเธอไปกับใครได้

วาทีไม่ใช่คนร่ำรวยเขามีแม่ที่กำลังป่วยเป็นอัมพฤกษ์ต้องใช้เงินในการรักษาตัว เขาเองทำงานกลางคืนเพื่อหาเลี้ยงตัวเอง แม้จะรู้ว่ามีหญิงสาวสวยร่ำรวยอย่างไวลดามาสนใจแต่เขาก็ไม่เคยตอบสนอง แม้ในคืนหนึ่งเธอจะมาหาเขาในสภาพที่เสื้อผ้าขาดวิ่น เขาก็ยังผลักไสเธออกไป แต่ไวลดาก็ดื้อด้านเ พราะเธอรู้สึกว่าในความเงียบและภายใต้บุคลิกที่หยิ่งทะนงตนนั้น วาทีเป็นคนที่เธอสามารถพึ่งพาได้ และน่าจะเป็นคนที่ช่วยปกป้องเธอให้พ้นจากภัยของพ่อเลี้ยงมาเป็นไม้กันหมาให้เธอสามารถอยู่ในบ้านได้อย่างปลอดภัยได้ เธอจึงยื่นข้อเสนอให้กับวาทีด้วยการว่าจ้างเขาให้มาเป็นสามีกำมะลอให้กับเธอ

^______^

ความที่คุณโมมาแนะนำไว้ว่าอยากให้อ่านเรื่องนี้ เพราะโครงเรื่องคล้ายกับนางฟ้าชุดขาว แต่กลับด้านกันมาเป็นพระเอกแทน เราเองก็จนใจว่าจะไปหาอ่านจากที่ไหนเนี่ย เพราะรู้กันอยู่ว่าหนังสือของโมหายาก พอกลับไปบ้านที่จันทน์ลองเมียงมองชั้นหนังสือตัวเอง ก็เกิดอาการเซอร์ไพรส์อย่างจัง ต๊าย...ตาย...นี่ชั้นมีหนังสือเล่มนี้ด้วยนี่ ซื้อมาตั้งแต่ตอนไหนเนี่ย ลืมไปสนิทเลยจำไม่ได้ ฮ่าๆๆๆๆ ก็เลยลัดคิวอ่านซะเลย

พระเอกเรื่องนี้เด่นมากค่ะ บุคลิกเขานิ่งมาก ตั้งแต่ต้นเรื่องยันจบเรื่อง พูดน้อย คิดไตร่ตรองก่อนกระทำ เป็นตัวละครที่เข้ามาเพื่อควบคุมนางเอกโดยแท้จริง เพราะนางเอกเด็กมากค่ะ เจ้าคิดเจ้าแค้นแต่ก็น่าสงสารเพราะถ้าใครมีแม่แบบนางเอกก็คงจะแค้นแทบกระอักเลือดเหมือนกัน แม่มีผู้ชายคนใหม่ตั้งแต่ที่พ่อยังไม่ตายเลย แถมแม่ก็โง้..โง่ ผัวใหม่พูดอะไรเชื่อไปหมด เจออย่างนี้ก็น่าเมาหรอกค่ะ ดีว่าพระเอกคอยกระตุ้นเตือนนางเอกให้ได้คิด ให้ใจเย็นๆ และมีเหตุมีผลมากขึ้น

ผู้เขียนใส่บทของพ่อเลี้ยงและคู่ขาเข้ามามากไปหน่อย เราเลยได้อ่านเรื่องราวของพระเอกนางเอกน้อยไปนิดนึงค่ะ
น่าจะเพิ่มบทของพระนางมากกว่านี้ โดยเฉพาะบทรักหวานๆ เพราะความที่ผู้เขียนกระจายเรื่องไปให้คู่ของ
พ่อเลี้ยงกับคู่ขามากไป เราเลยต้องอ่านบทสนทนาที่ค่อนข้างหยาบไปนิดและบ่อยไปหน่อยก็เลยไม่ค่อยชอบตรง
จุดนี้นัก แต่ก็พอจะเข้าใจว่าผู้เขียนต้องการสร้างสถานการณ์ให้ผู้อ่านเข้าใจว่าตัวนางเอกต้องเจอกับอะไรบ้าง

แต่ถ้าให้เปรียบเทียบกันแล้วเราชอบอารมณ์ของเรื่องนางฟ้าชุดขาวมากกว่าค่ะ รู้สึกว่าเรื่องนั้น ให้ความอ่อนหวาน
และมีกำลังใจสู้โลกจากความดีงามของนางเอก แม้เรื่องนี้พระเอกจะเป็นคนดี ดูแลแม่ ไม่ปล่อยตัวปล่อยใจไปกับสิ่งยั่วเย้าภายนอก เช่น ผู้หญิงที่มาติดพัน แต่ก็คนอ่านไม่รู้สึกผูกพันกับตรงนี้ชัดเจนนักค่ะ

อ้อ...สุดท้าย นึกขึ้นมาได้ว่า ตอนที่หนังสือเล่มนี้ออกใหม่ๆ เหตุผลหนึ่งที่ทำให้เราตัดสินใจไม่ซื้อเล่มนี้ก็เพราะ
ประโยคสุดท้ายที่พระเอกบอกนางเอกว่าเขาได้งานทำเป็นพนักงานขายเครื่องใช้ไฟฟ้าในห้างแห่งหนึ่งนี่ล่ะค่ะ คือตอนนั้นภาพพระเอกของเรานี่ต้องแบบว่า รวยยยยยยยยย เป็นนักธุรกิจหย่ายยยยยยย พอเจอพระเอกเป็นพนักงานขาย เลยวางเลย ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ คุณโมคงไม่ว่ากันนะคะ อิ อิ


โดย: ดุจจันทร์ IP: 110.164.221.250 วันที่: 14 พฤศจิกายน 2553 เวลา:18:36:11 น.  

 
อาทิตย์ที่ผ่านมาเจอหวัดเล่นงานซะงอมพระราม แถมยังต้องไปเสม็ดกับที่ทำงานเลยไม่ค่อยมีเวลาอ่านหนังสือเท่าไหร่นัก แต่ก็ยังสามารถอ่านจบไปได้ตั้งสองเล่มสปีดตกที่สุดในรอบสัปดาห์ ที่นี้ก็ขอคุยกับเพื่อนหน่อยนะคะ

ใกล้รุ่ง ณ กลมกลิ้ง:
ตอนนี้คงติดต่อคุณขวัญเรือนเรียบร้อยแล้วนะยะ และนามสกุลนี้จะยังอยู่กับเธอไปอีกนานย่ะ ฮ่าๆๆๆ

คุณโม:
ให้พี่เป็นคุณครูเลยเหรอ ฮ่าๆๆๆ รีวิวคู่รักจำแลงตามคำแนะนำไปแล้วนะคะ โชคดีที่มีหนังสือค่ะ และก็จะรออ่าน
นิยายรีไรท์ใหม่ที่อยู่ในแผนงานนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ

คุณbigger :
หน่อยเป็นรุ่นน้องพี่ทิพและก็เป็นรุ่นน้องคุณ bigger ด้วยล่ะค่ะ ฮี่ๆๆๆๆๆ กลับกันๆ ขอบคุณมากๆนะคะสำหรับเหนือทรายฯ เปิดๆดูบางตอนแล้วแบบว่าขอทิชชู่ด่วน ฮ่าๆๆๆ ฮอทเหลือทน รอเรื่องของฉัตรเช่นกันค่ะ

คุณหวานเย็น :
รสนิยามการอ่านที่แตกต่างกันไม่ใช่เรื่องซีเรียสค่ะ และก็เข้าใจมากเรื่องราคาหนังสือ และยิ่งเจ็บใจเวลาที่เห็นหนังสือที่ตัวเองซื้อมาแพงถูกมาขายแบบถูกๆให้ช้ำใจ
อ่านรีวิวจากหลายๆที่แล้วค่อยตัดสินใจซื้อก็เป็นอีกวิธีการที่ช่วยประกอบการตัดสินใจได้ค่ะเพราะหนังสือตอนนี้ราคาแพงเหลือทน เข้าใจค่ะ

พี่ทิพ :
นิยายน่ารักๆ ใสๆ แถมพระเอกแก่กว่านางเอก 19 ปี ตอนนี้ขอแนะนำ 17 หยกๆ 36 หย่อนๆ ของ ไอริณ ค่ะ สนพ. Blossom เครือบูรพาสาส์นค่ะ กำลังอ่านอยู่น่ารักดี นางเอกรักพระเอกมาตั้งแต่แปดขวบพอโตเป็นสาวก็เริ่มวางแผนหาทางเข้าหาพระเอกที่ลืมตัวเองไปหมดแล้วแต่เรื่องมันยุ่งเพราะพระเอกดันเป็นเพื่อนรุ่นน้องของพ่อแถมพ่อก็หวงลูกสาวมาก อ่านแล้วรู้สึกเลยว่าอารมณ์ดีจัง

แมกไม้ :
โอกาสหน้าฟ้าใหม่มาเจอกันอีกนะจ๊ะ เช่นกันจ้ะ

เฟิง :
ตกลงเฟิงอ่านเรื่องของหมออาดจบยัง ลุ้นๆ อยากรู้ว่าจะตกหลุมเสน่ห์ของหมออาดอีกคนเหรอเปล่า

เปิ้ล :
เมื่อก่อนพี่เป็นครูจริงๆจ้า ฮิ ฮิ ไม่น่าเชื่อใช่ม้า......ฮ่าๆๆๆๆ

ปอม :
ตามสบายเลยเพื่อน ไม่แย่งเด็ดขาด เพราะณเดชนี่ไม่ใช่สเป็คจร้า

คุณ cat_fufu :
สถานการณ์น้ำท่วมตอนนี้เป็นยังไงบ้างคะ ที่บ้านคุณ cat โดนไปมากน้อยแค่ไหนคะเข้าใจเลยค่ะ เพราะที่บ้านที่จันทน์นี่ก็ท่วมบ่อย ตอนนี้ที่บ้านก็เลยมีเรือส่วนตัวเลยค่ะ
ฉุกเฉินยังไงจะได้มีเรือพายออกไปดูข้างนอกบ้าง เพราะความช่วยเหลือที่จะเข้ามาบ้านในๆไม่ทั่วถึงหรอกค่ะ เราต้องช่วยตัวเองตลอด เอาใจช่วยนะคะ

ส่วนงานของเพลิงวารีอาจจะยากค่ะซื้อมาเหมือนกันนะคะแต่รู้สึกว่าจะไม่ค่อยใช่แนวทางของตัวเองเท่าไหร่น่ะค่ะ

คุณนักหัดอ่าน :
งานของศิฬาร์ก็อ่านได้นะคะ เริ่มจากเรื่องแรกของเขาเลยก็ได้ ใต้ร่มเงารัก ส่วนเริงตะวันนี่เราดองเค็มไว้เหมือนกัน อ่านไปได้หน่อยแล้ววาง ไว้จูนอารมณ์ติดค่อยกลับไปอ่านใหม่

ท้ายความ....อยากขอแสดงความยินดีกับวีรสตรีของโลก อ่องซานซูจี ที่ตอนนี้พม่าปล่อยตัวออกมาแล้วหลังจากกักบริเวณมาอย่างยาวนาน เธอเป็นสัญญลักษณ์ของการต่อสู้แบบสันติอหิงสาตัวจริงเสียงจริง ภาวนาไม่ให้เธอเป็นอะไรไป หรือถูกจับตัวอีกค่ะ และขอให้ได้เจอหน้ากับลูกชายโดยเร็ววันด้วยเถิดค่ะ........


โดย: ดุจจันทร์ IP: 110.164.221.250 วันที่: 14 พฤศจิกายน 2553 เวลา:19:03:55 น.  

 
ขอบคุณค่ะพี่หน่อย โมจะเก็บเอาไปรีไรท์นะคะ ชอบๆ อิอิ


โดย: พิมพ์พลอย IP: 78.48.5.252 วันที่: 14 พฤศจิกายน 2553 เวลา:19:36:23 น.  

 
ตกใจเข้ามาเจอข่าวฝาก 555

อ่านจบแล้วค่ะ แต่ไม่ได้ตกหลุมรัก ไม่ต้องห่วงค่ะ หมดตัวหารหมออาดไปหนึ่ง ชอบอเนชามากกว่าแฮะ XD

ก็สนุกดีค่ะ แต่ความรู้สึกตัวร้ายมันร้ายแปลกๆยังไงบอกไม่ถูก เทียบกับเรื่องอื่นๆของคุณปราณธรแล้ว เรื่องนี้ดูเบาๆไป ตามปูมหลังหมออาดไม่ถูกว่ามันอะไรยังไงถึงได้เป็นคนแบบนี้ นางเอกอ่านๆแล้วแอบคิดถึงน้องมุกในเพียงใจที่ผูกพัน

แอบจับผิดพี่ดุจนิดหน่อย สงสัยรีบพิมพ์ เรื่องพันธนาการดาวตกลงวาโยเป็นน้องชายหรือน้องสาวคะ 555

ตอนที่พิมพ์นี่กำลังง่วงมาก เพราะเมื่อคืนตะลุยอ่านหนังสือชุดฮันน่าห์ สเวนเซ่นที่ออกใหม่เมื่องานหนังสือ2เล่มรวด นอนตอนเกือบๆตี1 เพราะเพื่อนแม่โทรมาบอกว่าจะมาขอยืมวันนี้ ไอ้เราก็ไม่กล้าบอกว่ายังไม่ได้อ่านเลย จริงๆเขาจะเอา3เล่มด้วยซ้ำ เพราะเขาตามเรื่องที่เป็นนักสิบลินคอร์น ไรห์มอีก1เล่ม แต่อ่านไม่ไหวค่ะ เดี๋ยวจะบอกว่าลืมเอามาแทน

ไปทำงานต่อล่ะค่ะ


โดย: เฟิง IP: 202.151.6.29 วันที่: 15 พฤศจิกายน 2553 เวลา:9:41:09 น.  

 

สวัสดีค่ะ พี่ดุจจันทร์

หลังจากอ่าน “บาปสวาท” จบไป ๒ รอบ พี่ดุจฝากให้คิดเกี่ยวกับ นิยายที่จบสมบูรณ์แบบมีตอนพิเศษ และ นิยายแบบสมัยก่อนที่จบแบบให้คนอ่านไปคิดต่อเอาเอง

บาปสวาทจัดอยู่ในหมวด “ไปคิดต่อเอาเอง” ขวัญไม่แปลกใจที่พี่ดุจชอบนิยายเรื่องนี้(มาก) เพราะตอนที่อ่านขวัญวางไม่ลงเช่นกัน ต้องอ่านม้วนเดียวจบ แต่มีปิดหนังสือเป็นพักๆ ทนไม่ไหวกับอารมณ์พีคหลายช่วงของเรื่อง ขวัญเคยอ่านงานของคุณนันทนา วีระชนอยู่เรื่องสองเรื่อง แต่ “บาปสวาท” ดีกว่าสองเรื่องนั้น ทั้งการเปิดเรื่องที่(เฉลย) แล้วว่า พระเอกในฐานะพี่เขย ต้องมีอะไรกับนางเอกในฐานะน้องเมีย หรืออย่างตอนที่พระเอกไปเที่ยวผู้หญิง แต่ก็ไม่ถูกใจ รู้สึกว่ามันศีลธรรม (แต่นางเอกไม่รู้) เหตุผลเลยไปตกที่ว่าทำไมนางเอกจึงจงเกลียดจงชังพระเอกหนักหนา เพราะนิสัยแต่ละอย่างที่นางเอกเธอได้เห็นล้วนแต่เป็นด้านไม่ดีทั้งสิ้น

ทว่า บทสรุปของนิยายเรื่องนี้ก็คลายปมความเกลียดชังของนางเอกได้ ด้วยการที่พระเอกสละชีวิตช่วยลูกตัวเอง รวมถึงตอนจบของเรื่อง ที่จบง่ายๆแค่ว่า พระเอกขอเริ่มต้นใหม่ นางเอกบอกว่า “คนเราลืมง่ายจะตายไป” นางเอกไม่ได้หมายถึงว่า พระเอกจะลืมเธอ แต่หมายถึงสังคมจะลืมไปว่า สองคนนี้เป็นพี่เขยน้องเมียกันต่างหาก แค่นี้เองค่ะ ก็ถือว่าจบสมบูรณ์ที่สุดแล้วสำหรับขวัญ (และเชื่อว่าสำหรับคนอ่านหลายคนด้วย)

ทีนี้...หากพูดถึงบทจบของนิยายเทียบกันระหว่าง ๒ แบบ ต้องย้อนไปก่อนกว่า นิยายที่จบแบบมีตอนพิเศษเพิ่งมีในยุคหลังๆนี้เอง ในขณะเดียวกัน นิยายที่จบแบบให้ไปคิดต่อเอาเอง เป็นนิยายยุคเก่าๆที่ยังคลาสิคอยู่...

ทำไมเป็นแบบนั้น?

ขวัญมองว่า...นิยายที่ต้องมี “ภาคพิเศษ” เพราะ

หนึ่ง...คนอ่านขอมา นักเขียนก็ไม่อยากขัดศรัทธา = ในฐานะคนเขียน ขวัญก็เป็นค่ะ ถ้าคนอ่านขอมา อยากอ่านตอนพิเศษจังเลย ก็จะจัดให้ บางที ตอนพิเศษมันยืดยาวกลายเป็นอีกภาคไปเลยก็มี พี่ดุจจันทร์น่าจะทราบดีว่านิยายยุคหลังๆมีภาคต่อเยอะมากทีเดียว

สอง...การวางเรื่องแต่แรกอาจจะไม่สมบูรณ์หรือหนักพออยู่แล้วตั้งแต่แรก พอตอนจบ ถึงจะจบด้วยการแต่งงานแต่เหมือนขาดๆเกินๆชอบกล เลยต้องใส่ตอนพิเศษเล่าไปจนถึงมีลูกเพื่อเน้นให้ดูว่า พระนางได้คู่กันจริงๆนะ ใช้ชีวิตคู่อย่างมีความสุข...ก็ว่ากันไป

(ต่อข้างล่างค่ะ)


โดย: ขวัญ IP: 124.122.251.96 วันที่: 15 พฤศจิกายน 2553 เวลา:11:13:06 น.  

 

สาม...จินตนาการที่หายไปของทั้งคนอ่านและคนเขียน ไม่อย่างนั้นเวลาอ่านนิยายอมตะ ถึงจะรู้ตอนจบอยู่แล้ว เคยอ่านหลายครั้ง แต่ทุกครั้งที่ได้เปิดอ่านก็จะมี “จินตนาการ” ว่าถ้าพระเอกทำอย่างนี้จะเป็นไงนะ ถ้านางเอกทำงี้เรื่องจะไปอย่างไรต่อไป เพราะว่าลำดับขั้นการเล่าเรื่องของงานเก่าๆอันทรงคุณค่า จะไม่ได้เล่าแบบ 1-2-3-4-5 จนคนอ่านเดาได้อย่างทะลุปรุโปร่ง เรียกว่าบางทีอ่านแค่ “คำโปรย” ก็รู้เรื่องตลอดทั้งเล่มแต่ต้นจนจบโดยจำเป็นต้องเปิดอ่านอีกต่อไป

สี่...คนเขียนอยากเขียนเพราะรู้สึกผูกพันธ์กับตัวละคร อันนี้ขวัญเป็น เพราะการเขียนนิยาย พระเอกนางเอกเหมือนเป็นลูกของเรา ลงมือเขียนแล้วอยากเขียนให้ “สุด” มันมีความสุขที่ได้เห็นเขาแต่งงาน เขามีลูก หรือต่อไปอีกภาคจนเขาเป็นพ่อแม่ และเป็นปู่ย่าไปในที่สุด (ขวัญคิดว่าคนเขียนหลายคนน่าจะรู้สึกประมาณนี้เหมือนกัน)

ผลจากจินตนาการถูกจำกัดในกรอบสี่เหลี่ยม ทำให้นิยายใหม่ๆต้องจบให้ “สุดไปเลย” คือมีภาคพิเศษต่อเนื่องกันไป เพราะคนอ่านไม่อยากจะจินตนาการต่อ ซึ่งคนเขียนจะไปโทษไม่ได้หรอกค่ะ เพราะว่าคุณได้เล่าแบบ 1-2-3-4-5 จนคนอ่าน “ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาจินตนาการอีกแล้ว” ทีนี้จะให้เขาไป “จินตนาการ” ต่อเพื่อ??? เขาไม่จำเป็นต้องคิดหรอกว่าพระเอกนางเอกแต่งงานกันไปแล้วมีลูกกี่คน ไหนๆก็ไหนๆ ช่วยเขียนภาคพิเศษมาเลยเถอะ...

ทีนี้...พูดถึงนิยายจบแบบจินตนาการต่อเอาเองเถอะ...นิยายแบบนี้ ต้องไปหาเอาจากเก่าๆเท่านั้น แล้วพอย้อนกลับไปดู เอาเฉพาะเรื่องที่ขวัญยกตัวอย่างแล้วกันนะคะ จะเห็นว่า “การเล่าเรื่อง” แตกต่างไปจากนิยายใหม่ๆโดยสิ้นเชิง

หนึ่ง...มณีร้าว ของ ว.วินิจฉัยกุล เป็นหนึ่งในเรื่องที่จบแบบไปคิดต่อนะจ๊ะคนอ่านทั้งหลาย ซึ่งในฐานะที่ขวัญชอบเรื่องนี้ อ่านมาหลายรอบแล้ว ขวัญตอบได้เลยว่า ขวัญ “จินตนาการ” ว่า...คล้ายเดือนกับฉายฉานได้แต่งงานกัน และอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขแน่นอน ฉายฉานจะเป็นสามีที่ดีคนหนึ่ง ไม่มีปัญหาการมีเมียน้อยหรือเจ้าชู้เที่ยวผู้หญิงเหมือนภาพลักษณ์ของเขาที่แสดงออกในทีแรก

ขวัญคิดแบบนี้เพราะอะไร? ก็เพราะว่าผู้เขียน (ว.วินิจฉัยกุล) ท่านได้บอกไว้ในเรื่องตั้งแต่แรกแล้ว พัฒนาการของตัวละครชัดเจนจะตายไป เช่น ฉากที่คล้ายเดือนถามฉายฉานตอนเขาขอเธอแต่งงาน / ฉากที่ฉายฉานมาหาคล้ายเดือนที่บ้านของป้า มีโอกาสแต่เขาก็ไม่ได้ทำอะไรเธอ / ฉากที่ฉายฉานงอน ตอนเห็นคล้ายเดือนอยู่กับแฟนเก่า แล้วคล้ายเดือนเป็นฝ่ายไปหาเขาเองที่บ้านในคืนนั้น (เป็นฉากจบ) คำพูดของคล้ายเดือนที่ “เดือนไม่ใช่คนคิดมากอย่างคุณฉายนี่คะ” แค่นี้ก็บอกได้แล้วว่าคล้ายเดือนนี่แหละ เหมาะสมคู่ควรกับหนุ่มสังคมและเป็นเพลย์บอยอย่างฉายฉานมากแค่ไหน

ยังไม่รวมถึง “ปม” ของตัวละครที่วางไว้เนียนๆ “ตอกและย้ำ” จนมั่นใจว่าฉายฉานจะเป็นสามีที่ดี เช่น น้องสาวของฉายฉานประสบปัญหาชีวิต โดนหลอก ทำแท้ง โดนขมขื่นซ้ำ / ตัวฉายฉานเป็นลูกเมียน้อยของพ่อ แค่นี้ขวัญก็รู้แล้วว่าอนาคตของผู้ชายคนนี้ เขาจะไม่มีวันทำให้คล้ายเดือนตกอยู่ในสภาพเดียวกับแม่ของเขา รวมถึงไม่มีวันไปหลอกลวงผู้หญิงคนอื่นให้เป็นอย่างน้องสาวเขาเด็ดขาด

สอง...ปลาหนีน้ำ ของ สิริมา อภิจาริน (ที่หลายคนไม่ชอบ อ่านไม่จบ) แต่ขวัญชอบ และตอนจบก็แค่ ทักษ์ตามมาง้อหวัน ขวัญเชื่อว่า “หวันต้องกลับไปหาทักษ์” และมีความสุขแบบพ่อแม่ลูกชัวร์ เกื้อจะไม่กลับเข้ามาหาหวันอีก เพราะอะไร...เพราะคำพูดของแม่ทักษ์ไงคะ แม่ของทักษ์พูดเพราะคิดว่าลูกชายตัวเองทำไม่ดีกับหวัน แต่คำพูดนั้นไปจี้ใจหวัน เพราะหวันต่างหากที่ผิดต่อทักษ์ จนในที่สุด ขวัญคิดว่าหวันจะยอมทิ้งอดีต และเก็บให้เป็นความลับตายไปกับตัวเอง เพื่อครองคู่กับทักษ์ซึ่งเป็นชายคนเดียวที่เหมาะสมจะได้เป็นสามีของหวัน (ที่จริงปลาหนีน้ำมีหลายประเด็นให้พูดถึงเยอะเชียว แต่ขวัญขอยกตัวอย่างเกี่ยวกับตอนจบของนิยายไว้แค่นี้นะคะพี่ดุจ)

สาม...หัวใจสองภาค ของ ม.มธุการี (ที่พี่ดุจแนะนำว่าสนุก) ขวัญชอบตอนจบจริงๆ ประโยคที่นางเอกคิดว่า ต่อให้อนาคต พระเอกจะมีคนอื่น เธอก็ยินดีจะได้รักเขาในตอนนี้ ขวัญว่ามัน “จริง” เหลือเกิน คนอย่างเสี่ยชัคน่ะเหรอจะไม่มีผู้หญิงอื่น (ไม่มีทางเป็นไปไม่ได้) แต่ในความคิดของขวัญ สองคนนี้ก็จะมีความสุขอยู่ดี เพราะว่านางเอกเธอยอมรับในสิ่งที่พระเอกเป็นอยู่แล้ว แล้วนางเอกก็ยอมรับมาแต่ไหนแต่ไร ขวัญรู้สึก(เอาเอง) ว่าพระเอกนางเอกคู่นี้รักกันด้วยตัวตนและหัวใจของอีกฝ่ายหนึ่งโดยแท้จริง

แล้วยังมีนิยายอีกเยอะมากกกกกกที่จบให้ไปจินตนาการเอง นิยายประเภทนี้จะ “กินใจ” พูดจริงๆว่าเรื่องที่มีภาคพิเศษ ถ้าไม่เด็ดจริงๆล่ะก็ ขวัญอ่านแล้วก็จบกัน คือชอบ เก็บไว้ ไว้เอามาอ่านอีก แต่ไม่คิดต่อ จบแล้วคือจบ ก็มันสมบูรณ์ปานนั้น ไม่รู้จะคิดอะไรอีก (ทั้งที่ตัวเองก็ชอบเขียนภาคพิเศษมากกกกกก) แต่ถ้าชอบอ่าน ก็ชอบสองแบบ แต่อย่างที่บอกค่ะ แบบนิยายเก่าๆกินใจกว่าเยอะ แต่นิยายใหม่ๆที่ชอบก็มีไม่น้อยนะคะ เดี๋ยวพี่ดุจจะเข้าใจผิดว่าขวัญจ้องอ่านแต่นิยายเก่าอย่างเดียว

ขวัญขอปิดท้ายไว้แค่นี้ดีกว่าค่ะ ถ้าเป็นข้อสอบ นี่คงเป็นคำตอบที่ยาวมาก แล้วพี่ดุจเห็นว่ายังไงคะเกี่ยวกับนิยายในสองลักษณะนี้...

ป.ล. คิดว่าวันนี้น่าจะได้หนังสือที่พี่ดุจส่งมาค่ะ ขวัญจะรีบอ่านเลยค่ะ



โดย: ขวัญ IP: 124.122.251.96 วันที่: 15 พฤศจิกายน 2553 เวลา:11:13:37 น.  

 
ชอบมากเลยเวลาได้ถกอะไรแบบนี้น่ะค่ะเพราะได้ฟังความคิดเห็นของคนอื่นๆด้วยว่าเขามีมุมมองต่อประเด็นที่กำลังถกเถียงหารือกันว่าอย่างไรมีเหตุมีผลเช่นไร ซึ่งต้องขอบคุณน้องขวัญ-คีตยามากๆที่เข้ามาร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ซึ่งก็ขอเชื้อเชิญท่านอื่นๆด้วยนะคะ ล้อมวงกันเข้ามาพูดคุยกันได้เลย

จากประเด็นที่ทิ้งให้น้องขวัญไปคิดเป็นการบ้านเรื่องการจบเรื่องแบบให้คนอ่านคิดต่อเองกับคนเขียนเฉลยให้เสร็จสรรพผ่านตอนพิเศษท้ายเล่มนั้น ขวัญได้เขียนอธิบายความคิดของตัวเองได้อย่างชัดเจน มีเหตุมีผล เป็นความคิดเห็นที่ดีมากเลย

สำหรับพี่/เรานะคะ ถ้าจะต้องฟันธงก็ยากอยู่เหมือนกัน เพราะก็รักพี่เสียดายน้อง ชอบทั้งสองแบบขึ้นกับว่าเราอ่านเรื่องของใคร แบบไหน ด้วยค่ะ ถ้าเป็นนิยายยุคนี้ก็ชอบเหมือนกันที่มีตอนพิเศษแต่มันก็อ่านแล้วอ่านเลยจบแล้วจบเลยไม่มีอะไรติดค้างในใจเพราะมันเคลียร์ไง ทุกอย่างเปิดเผยหมดไม่เหมือนกับนิยายที่จบแบบทิ้งให้คนอ่านคิดต่อเอง ตรงนี้จะรู้สึกว่า ผู้เขียนได้ทิ้งตะกอนของความรู้สึกและจินตนาการให้คนอ่านได้คิดต่อ บางครั้งถึงขั้นอยากแต่งตอนจบเองตามที่อยากเห็นและอยากให้มันเป็น (กรณีจบไม่ถูกใจ) ซึ่งจุดนี้เราคิดว่ามันสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดมีนักอยากเขียนขึ้นมาได้เหมือนกันนะคะ เพราะคงจะมีหลายคนคิดว่าถ้าเป็นชั้นนะชั้นจะเขียนแบบนั้นเขียนแบบนี้ ซึ่งบางคนก็ลงมือเขียนอย่างจริงจังต่อมาและได้เป็นนักเขียนแทนที่นักอยากเขียน

ส่วนในแง่มุมของความคลาสสิคพี่เห็นด้วยกับขวัญมากว่านิยายประเภทจบแบบคนอ่านคิดเองนั้นนักเขียนชั้นครูท่านทิ้งท้ายเอาไว้ได้ดีเหลือเกิน จากตัวอย่างที่ขวัญยกมาทั้งหมดพี่เห็นด้วยมากๆเลยค่ะ หรือตอนจบของบาปสวาท เพียงคำพูดไม่กี่ประโยคของตราบุญและปรางฉายคนอ่านก็เข้าใจและนึกภาพตามได้อย่างง่ายดายว่าคนทั้งคู่ก็จะลงเอยด้วยกัน สังคมอาจจะมีคำถามและคำติฉินนินทาบ้าง
แต่แล้วมันก็จะผ่านพ้นไป

หรือคู่ของคล้ายเดือนและฉายฉานพี่เห็นด้วยกับขวัญทุกประการว่าฉายฉานจะเป็นสามีที่ดีและหนักแน่นคนหนึ่งในอนาคต ผู้ชายที่ดีมาตลอดแต่มาเสียทีหลังพี่คิดว่าเขาจะกลับเนื้อกลับตัวได้ยากกว่า ผู้ชายที่ร้ายมาก่อนและสำนึกได้ภายหลังนะคะ คำพูดหนึ่งของฉายฉานที่บอกกับคล้ายเดือนทำนองนี้ว่า (จำข้อความได้ไม่แม่นแต่จำเนื้อหาได้แม่นว่า) หากเขาจะหยุด(เรื่องผู้หญิง) เขาสามารถหยุดมันได้ทันทีเพราะเขาผ่านเรื่องแบบนั้นมามากเลยมองเห็นมันทะลุปรุโปร่ง แล้วฉายฉานก็ยกตัวอย่างกรณีของพ่อคล้ายเดือน มาเปรียบเทียบ ซึ่งอยากบอกว่าประโยคนี้ของอาจารย์ว.คลาสสิคและเป็นความจริงเสมอค่ะ

เราจึงชอบนิยายที่จบแบบให้คนอ่านไปคิดจินตนาการต่อเอง เพราะจินตนาการของแต่ละคนมันก็ไม่เหมือนกัน
มันเป็นอิสระและทำให้เรารู้สึกคิดฝันถึงคู่พระนางที่เราชอบคิดถึงเรื่องราวที่เราประทับใจได้เป็นของเราเองนั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้นิยายเหล่านี้ไม่ว่าจะผ่านเวลามานานแค่ไหนมันก็ยังคงความคลาสสิคและน่าอ่านอยู่เสมอ

.....นึกขึ้นมาได้มีอีกเล่มค่ะสำหรับนักเขียนรุ่นใหม่คือเรื่องบัลลังก์สายหมอกที่จบแบบให้คนอ่านคิดต่อเอง แม้คนเขียนจะมีตอนพิเศษแต่ก็ไม่ได้เอามารวมอยู่ในเล่ม เรื่องนี้ก็จัดว่าจบได้อย่างมีศิลปะดีนะคะ อ้อ...เสราดารัล ของพี่ปุ้ยด้วย ที่ก็จบให้คนอ่านต้องไปคาดเดากันเอาเองว่าสุดท้ายปาลีนาคิมจะได้มีโอกาสเจอกับพันไมล์อีกครั้งหรือไม่ ซึ่งจบแบบนี้สนุกตรงที่ว่าคนอ่านจะคิดเข้าข้างตัวเองมากน้อยแค่ไหนจะใช้ข้อมูลจากเรื่องราวมาช่วยกระตุกใจคิดด้วยหรือเปล่าถึงความเป็นไปได้ ....


โดย: ดุจจันทร์ IP: 110.164.168.79 วันที่: 15 พฤศจิกายน 2553 เวลา:19:32:15 น.  

 
^
^
^
ทีนี้นิยายที่มีเรื่องราวต่อเนื่องหรือมีตอนพิเศษล่ะ อันนี้ก็ดี ยอมรับเลยว่า ถ้าเรื่องไหนมีตอนพิเศษที่พูดถึงชีวิตคู่หลังจากแต่งงานไปแล้วมีลูกๆเข้ามาด้วยจะยิ่งชอบเป็นพิเศษ เพราะมันเหมือนกับชีวิตในจินตนิยายมันพาฝันชวนใจให้มีความสุขเหมือนอยู่ในโลกของเจ้าหญิงเจ้าชาย ever after ประมาณนั้น ซึ่งจะพูดไป มันก็ชวนให้หลุดออกไปจากโลกความจริงพอประมาณเหมือนกันนะ

นิยายที่มีตอนจบแบบพิเศษ หรือมีเรื่องราวต่อเนื่อง ที่เราชอบมากที่สุด เห็นจะหนีไม่พ้น ค่าของคน และใต้ร่มไม้เลื้อย-เรือนศิรา ขอยกเรื่องเก่าๆหน่อย เพราะเรื่องสมัยใหม่นี่คงไม่ต้องพูดถึงส่วนใหญ่แต่งกันยาวเป็นซีรีส์บางตอนก็ชวนสับสนกับช่วงเวลาที่เกิดขึ้น บางตอนก็เริ่มงงกับคนในครอบครัวที่ขยายใหญ่เหลือเกินจำกันไม่หวาดไม่ไหว ที่สำคัญหาเงินมาซื้อไม่ทัน ฮ่าๆๆๆ

พูดถึงค่าของคน ตอนจบของนิยายเรื่องนี้เป็นเหตุการณ์หลังจากที่คุณลักษณ์ง้องอนคุณกล้วยที่บ้านสวนได้สำเร็จ ความจริงจะจบแค่นั้นก็ได้ แต่คุณหญิงป้าอี๊ดก็เพิ่มตอนพิเศษให้คนอ่านเห็นถึงชีวิตของคนทั้งคู่หลังจากที่คุณกล้วยคลอดลูกชาย เห็นถึงความรู้สึกเห่อลูกของคุณพ่อมือใหม่ เห็นถึงบรรยากาศที่อวลไปด้วยความรัก ความผูกพันของสองหนุ่มสาวที่กำลังจะสร้างครอบครัวด้วยกัน มันก็เออหนอช่างงดงามเหลือเกิน เห็นอย่างนี้คนอ่านก็ไม่ต้องกังวลใจแล้วว่าคุณลักษณ์จะมาออกฤทธิ์ออกเดชอะไรกับ
คุณกล้วยอีก

ส่วนใต้ร่มไม้เลื้อยและเรือนศิรานี่พูดถึงชีวิตที่ต่อเนื่องกันของ พัทธ์ ชวาลวัฒน์ (ผู้ชายคนนี้เป็นพระเอกนิยายอันดับหนึ่งในดวงใจของเราค่ะ) จริงๆต้องบอกว่าตอนที่คุณปิยะพรจบใต้ร่มไม้เลื้อยนั้น เราไม่รู้ว่ามีภาคต่อด้วย พอรู้ก็จัดแจงหามาอ่านต่อทันที โดยไม่ทันเตรียมตัวเตรียมใจไว้ก่อนว่าจะพบเจอกับ พัทธ์ ชวาลวัฒน์ ที่มีอายุมากขึ้น เป็นคุณพ่อลูกติด ที่สำคัญเขามีผู้หญิงอีกคนเพิ่มเข้ามาในชีวิต นอกเหนือไปจากอรพิม ผู้หญิงที่เราคิดว่าเขารักมากที่สุดและคงจะไม่มีใครอื่นอีกแล้วในชีวิต ตรงจุดนี้ทำให้เราในตอนนั้นซึ่งยังมีประสบการณ์ชีวิตไม่มาก พบเห็นผู้คนมาน้อย มีการมองโลกแต่ในสายตาของตัวเอง ยอมรับกับ
สิ่งที่เกิดขึ้นกับพัทธ์ไม่ได้ คือยอมให้พัทธ์มีผู้หญิงอื่นไม่ได้น่ะแหล่ะค่ะ แต่พอเวลาผ่านไปกลับมาคิดกลับมา
อ่านใหม่อีกครั้ง เมื่อเราเติบโตขึ้น บอกได้เลยว่ามุมมองและประเด็นความคิดแบบเดิมๆที่เคยรู้สึกกลับเปลี่ยนไป และประเด็นหลักที่มองเห็นก็ไม่ใช่ประเด็นของพัทธ์แล้วกลับเปลี่ยนเป็นประเด็นของศิถีแทนว่าถ้าเราเป็นแบบผู้หญิงคนนี้เราจะยอมและอดทนได้ถึงขนาดนี้ที่ศิถีทำได้หรือไม่

นี่ก็เป็นอีกลักษณะหนึ่งของงานเขียนที่มีตัวละครต่อเนื่องและสร้างพัฒนาการทางความคิดให้กับผู้อ่านได้นำไปฉุกคิด และต่อยอดความคิดนั้น คืออ่านแล้วได้มีการคิดพิจารณาถึงสิ่งที่ได้เรียนรู้ และได้รับจากการอ่าน รวมถึงสามารถรับสารที่ผู้เขียนต้องการจะสื่อมายังผู้อ่านได้ถูกต้องตรงประด็น

ซึ่งเมื่อเทียบกับงานเขียนที่มีตัวละครต่อเนื่องกันในปัจจุบันนี้นั้น ยังมีน้อยเล่มนักที่จะทำให้เราต้องตกอยู่ในห้วงภวังค์และต้องครุ่นคิดคำนึงถึงตัวละครและเรื่องราวอย่างเอาเป็นเอาตาย เรียกว่าน้อยจริงๆ ที่นึกออกก็มีแค่ไฮโซติดเกาะ เรื่องเดียวมั้ง เรื่องอื่นยังนึกไม่ออกค่ะ

ก็ขอส่งการบ้านของตัวเองก่อนนะคะ ยังอยากฟังความคิดเห็นในแง่มุมอื่นๆของคนอื่นๆอีกด้วยนะคะ เชิญค่ะ

ปล.ขวัญขาเล่มที่ส่งให้พี่ก็ยังยืนยันนะคะว่าต้นฉบับเขียนได้บาดจิตบาดใจกว่าค่ะ โดยเฉพาะตอนจบ ถ้าจำได้เดน่าบอกดอนอัลฟาร์โก้ว่าเวลาที่เขาทั้งคู่ต้องห่างกันไปนั้นสำหรับเดน่าแล้วเธอนับมันป็นปีเป็นเดือนเป็นวันเป็นชั่วโมงเลย ซึ่งตอนที่อ่านมาถึงตรงนี้ครั้งแรกพี่งี้ปล่อยโฮเลยค่ะ แบบว่ายั้งไม่อยู่แล้ว



โดย: ดุจจันทร์ IP: 110.164.168.79 วันที่: 15 พฤศจิกายน 2553 เวลา:19:35:44 น.  

 

พี่ดุจคะ...ขวัญนั่งเฝ้าคอมค่ะ พักนี้งานเยอะ หนังสือกำลังจะออกพร้อมกัน ๒ เรื่องค่ะ ปั่นป่วนหน่อย แวะมาเฝ้าบล็อคพี่ดุจ อยากรอถกประเด็นนี้ด้วย (ขวัญเคยคุยกับพีทิพไว้เกี่ยวกับนิยายเก่าๆแล้วคลาสิคดี จนพี่ดุจมาพูดถึงประเด็นการจบของนิยาย เลยได้คำตอบว่าความคลาสิคอยู่ตรงนี้เอง ขวัญไม่เคยคิดถึงมาก่อนเลย)

ขอพูดถึง "ค่าของคน" นิยายสุดโปรดอันดับหนึ่งในดวงใจของขวัญ (ตลอดกาล) ขวัญเพิ่งรู้ว่ามี "ตอนพิเศษ"​ ไม่เคยสังเกตว่าตอนที่คุณกล้วยคลอดลูกเป็นตอนพิเศษเลยค่ะ ทั้งที่อ่านมาหลายรอบแล้ว น่าตีตัวเองจริงๆ

ส่วน ใต้ร่มไม้เลื้อย ขวัญไม่เคยอ่าน งานของคุณปิยะพร ขวัญอ่านเพียงกิ่งไผ่ใบรัก และ ตะวันทอแสง ที่เหลือยังไม่มีโอกาสได้อ่านเลย ไว้จะไปสอยมาบ้างดีกว่า

แต่ขวัญสะดุดตรงที่พี่ดุจพูดถึงความรู้สึกตอนอ่านใต้ร่มไม้เลื้อยค่ะ ขวัญเคยเกิดความรู้สึกนั้นตอนอ่าน "มณีร้าว"

ทีแรก มีคนบอกว่า "มณีร้าว" สนุก ขวัญก็เข้าใจว่าคือเรื่อง มณีร้าว ของทมยันตี ยอมรับว่าไม่เคยอ่านงานของว.วินิจฉัยกุลมาก่อนเลย ขวัญก็รีบไปซื้อมา แล้วอ่านไม่จบ ขวัญไม่เข้าใจ นิยายอะไร(หว่า) ช่างเป็นเหตุเป็นผล เป็นจริงเป็นจังไปซะทุกอย่างเชียว แล้วก็ขายมือสองไปเรียบร้อย

จากนั้น ขวัญก็ไม่แตะงานของ ว.วินิจฉัยกุลอีกเลย จนกระทั่งขวัญไปเจอรีวิว "ราตรีประดับดาว" เมื่อปีที่แล้ว ก็เอาเรื่องนี้มาอ่าน พร้อมกับสั่ง "เทวาพาคู่ฟัน" ปรากฎว่าขวัญชอบมากกกก ยิ่งรู้เบื้องหลังของ "กว่าจะมาเป็นราตรีประดับดาว" ขวัญยิ่งปลื้มสุดๆ ถึงขนาดไปตามหาหนังสืออนุสรณ์งานพระราชเพลิงศพของคุณหญิงเก๋ง (ต้นแบบของแม่เกด) แต่ยังหาไม่พบจนบัดนี้...(เสริมเล็กน้อยค่ะ ว่าขวัญไม่ได้อิงการเมืองแต่อย่างใด แค่ชอบ-ปลื้ม-ชื่นชม ท่านผู้เป็นทายาทของคุณหญิงเก๋งเท่านั้นเอง ^_^)

จาก "ราตรีประดับดาว-เทวาพาคู่ฝัน" ขวัญก็เลยไปหาอีกว่า งานของว.วินิจฉัยกุลเรื่องไหนสนุก ที่จริงรู้มานานว่า "ของขวัญวันวาน" และเคยอ่านแว้บๆ แต่ไม่รอด ตอนนั้นก็(เอาวะ เป็นไงเป็นกัน) ขวัญสั่ง ของขวัญวันวาน มณีร้าวมาคู่กัน ในใจคิดว่า ถ้ารอบนี้ยังอ่านไม่จบอีก ถือว่าเราไม่ต้องชะตากันแล้วนะจ๊ะ นิยายสองเรื่องนี้ ฮ่าๆๆ

แต่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อล่ะค่ะ ตอนแรกที่อ่านมณีร้าว ขวัญอายุ 20 ตอนอ่านมณีร้าวครั้งสองเนี่ย ขวัญอายุ 23 (ผ่านไปแค่ 3 ปีเอง) ปรากฎว่าชอบมากกกกเหลือเกิน และอ่านแล้วอ่านอีกไม่เบื่อ จนไม่นานมานี้ (น่าจะอ่านได้สักรอบที่ห้าหรือหก) ขวัญเพิ่งมาอ้ออีกประเด็น ซึ่งก็เกิดจากจินตนาการส่วนตัวสุดๆของขวัญเอง

ว่าที่คล้ายเดือนเจอ...กับฉายฉานเพราะว่ากรรมจากพ่อเธอส่วนหนึ่ง ที่ไปมีเมียน้อย ไม่ซื่อตรงต่อชีวิตคู่ ส่งผลต่อลูกสาวที่กำลังจะมีชีวิตคู่กับคนรัก ก็มีอันพลัดพรากจากกระทำของฉายฉานซึ่งแทบไม่ต่างจากพ่อของคล้ายเดือนทำ

อีกอย่าง ที่น้องสาวฉายฉานเจอนั้น ก็กรรมอีก ที่ฉายฉานไปทำกับคล้ายเดือน น้องตัวเองต้องมาประสบเหตุ และจุดนี้ ผู้เขียนได้ใส่เข้าไปฉากหนึ่งที่ฉายฉานถามคล้ายเดือนว่า "เหตุการณ์ที่พัทยา" เธอเคยคิดฆ่าตัวตายไหม ตรงนี้ชี้ให้เห็นว่าอนาคตของฉายฉานไม่มีวันทำผิดอีกแล้ว เพราะเขาได้เข้าใจจิตใจของลูกผู้หญิงแล้วนั่นเอง

ขวัญมีความคิดอยาก "วิพากษ์" หรือ "ถก" เรื่องมณีร้าว กับ ปลาหนีน้ำ เป็นนิยายที่สะท้อนอะไรหลายๆอย่าง ที่อ่านแต่ละรอบ จะได้ "ไอเดีย" เพิ่มขึ้นมา ไม่จบแล้วจบเลย เกิดการ "ตกตะกอน หรือ ผลึก ทางความคิด" (แต่ต้องรอเวลา ช่วงนี้ภารกิจติดพันหลายอย่างเลย ต้องรอว่างมากๆ เพราะอยากวิพากษ์ให้ถึงแก่นไปเลย)

หรืออีกเรื่องหนึ่ง สุดหัวใจที่ปลายรุ้ง ภาคต่อของขวัญวันวาน ขวัญก็เชียร์แพรมนสุดฤทธิ์ แม้จะรู้ในตอนจบของขวัญฯว่าเธอไม่ได้คู่กับนิก แต่ขวัญก็ชอบผู้หญิงคนนี้เหลือเกิน จนเคืองจะแย่ที่ทำไมไม่ได้คู่กับนิก แต่ก็เข้าใจในเหตุผล เพราะผู้หญิงอย่างแพรมน "ทน" ผู้ชายที่ดีเกินไปอย่างนิกไม่ได้ (แอบแขวะแพรมนเพราะหมั่นไส้ที่เธอเก่งเกินไป)

ขวัญตั้งหน้าตั้งตารอฟังความเห็นของคนอื่นๆ อยากรู้ว่าคิดกันอย่างไร ขวัญอ่านนิยายเอาสนุก เพลิดเพลิน จะบอกว่าเรื่องที่พูดถึงไม่ได้ทำให้เครียด แต่ทำให้เพลินกับการขบคิด จินตนาการต่อไปไม่รู้จบ ได้อยู่ในห้วงความฝัน แม้เพียงสั้นๆก็สุขใจค่ะ

เสริมเล็กน้อย

ขวัญไม่เคยคิดว่า "บัลลังก์สายหมอก" เป็นนิยายใหม่เลย ผลงานของนักเขียนท่านนี้ ตั้งแต่เรื่องแรกที่ได้อ่าน ก็เทียบชั้นนักเขียนรุ่นเก่าได้แล้ว พอพี่ดุจจันทร์ยกตัวอย่าง ขวัญก็เพิ่งคิดได้ เห็นด้วยกับพี่ดุจว่ามาค่ะ (ขวัญชอบประโยคที่อยู่บนเช็คที่สั่งจ่ายให้โรงพยาบาลมากเหลือเกิน)

ขวัญก็เป็นนักอยากเขียนเพราะนิยายเก่าๆนี้เอง ขวัญอ่านงานของทมยันตีกับโสภาค สุวรรณแต่เด็ก คือยังเป็นเด็กหญิง เลยเกิดความคิดว่าถ้าเป็นอย่างนี้จะเป็นไง หรือบางทีไม่ชอบใจตอนจบ เขียนเองก็ได้...ก็เลยเป็นที่มาของมือใหม่สมัครเล่นค่ะ

สำหรับนิยาย...วันนี้ยังไม่ได้ค่ะ น่าจะช้าหน่อยช่วงนี้...แต่ขวัญเห็นด้วยอีกว่าต้นฉบับสนุกกว่าเยอะ แล้วก็น้ำตาซึมประโยคนั้นเช่นกัน กับประโยคที่ว่า "มันเป็นความจริง เราไม่รู้จักกัน" แบบ...ฮืออออออ สะใจ....

ป.ล. นอกจากนิยายจะช่วยให้ขบคิดแล้ว บางทีเรายังไปค้นคว้าข้อมูลต่ออีกด้วยความอยากรู้อยากเห็น ไม่รู้คนอื่นเป็นไหม แต่ขวัญเป็น เช่น ราตรีประดับดาว ขวัญไปหาหนังสือย้อนรอยเจ้าจอมก๊กออมาอ่าน (น่าจะเป็นต้นแบบของคุณจอมอำพันในเรื่อง) / เทวาพาคู่ฝัน ขวัญไปหาเพลงมาฟัง เพลงเพราะมาก แล้วซื้อหนังสือหัวหิน 100 ปีก่อนมาอ่านด้วย เมนูอาหารเช้าราคาเป็นบาทนิดๆ เป็นสตางค์อย่างนี้ อ่านเพลินไปเลยค่ะ /

ไม่ใช่แค่นิยายนะคะ ซีรี่ส์ บาบ๋ายาหย่า ขวัญก็ชอบมากกกก ซื้อแผ่นมาดูอีกรอบและหลายๆรอบ แล้วก็ซื้อหนังสือเมนูอาหารของบาบามาด้วยค่ะ หนังสืออีกหลายเล่มเกี่ยวกับวัฒนธรรมทางนี้ คิดว่าถ้าภูเก็ตทำพิพิธภัณฑ์เสร็จเมื่อไหร่จะไปดู ตอนนี้เห็นว่ามีแบบสมบูรณ์อยู่สิงคโปร์ค่ะ ^_^



โดย: ขวัญ IP: 115.87.84.2 วันที่: 15 พฤศจิกายน 2553 เวลา:21:12:25 น.  

 
ขอบคุณคุณลั่นทม และ คุณนายดุจ มากๆ จ้า ที่มาให้ข้อมูลติดต่อคุณขวัญเรือน

ตอนนี้ติดต่อทางเว็บ book for fun ได้และส่งหนังสือไปยังปลายทางเค้าเรียบร้อยแล้วจ้า

ถึงช้าไปนิด แต่ก็ส่งเรียบร้อยแล้วน้าาา


โดย: ใกล้รุ่งoh IP: 124.120.105.226 วันที่: 15 พฤศจิกายน 2553 เวลา:23:46:41 น.  

 
หวานเย็นเป็นแฟนผลงานอาจารย์ว.วินิจฉัยกุล แต่ก็ต้องยอมรับเรื่องเวลา ความพร้อมของวุฒิภาวะอย่างที่คุณขวัญว่าไว้เหมือนกันคะ
ครั้งแรกที่หวานเย็นได้อ่าน มณีร้าว ก็...เป็นคนหนึ่งที่รู้สึกไม่แนวเท่าไหร่ เพราะสำหรับตัวหวานเย็นมองมุมที่นางเอกเจอด้วย...ความสมัยใหม่ที่ไม่ถือเรื่องการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรแล้ว ยิ่งในปัจจุบันที่...เห็นข่าวเสมอๆ เรื่องเด็กวัยรุ่นออกล่าแต้ม เรื่องนี้น่ากลัวมากนะคะ แต่ก็อย่างที่บอกว่าหวานเย็นอ่านในยุคนี้ที่มองเรื่องนี้เป็นเรื่องปกติไปแล้ว ฉะนั้นเมื่อนางเอกเหมือนโดนพระเอกข่มขืน หรือจะเรียกว่าสมยอม ด้วยการล่อลวงก็ตาม สำหรับหวานเย็นแล้วกลับมองว่าไม่เป็นเรื่อง แต่อย่างที่บอกว่าทุกอย่างมันต้องรอเวลา และความพร้อม อย่างทีคุณขวัญประสบมา ฉะนั้นเมื่อผ่านไปอีกหลายๆ ปี หวานเย็นได้นำเรื่องนี้มาอ่านอีกครั้ง แน่นอนหวานเย็นต้องทำความเข้าใจ และเตรียมความพร้อมพอประมาณ เพราะต้องทำความเข้าใจว่าเรื่องนี้เกิดเมื่อสมัยที่การมีเพศสัมพันธ์แบบนี้ไม่ใช่เรื่องเปิดเผยนัก นี่เองทำให้หวานเย็นอ่านเรื่องนี้ได้อย่างมีความสุขมากขึ้นคะ

ส่วนเรื่องอื่นๆ ของอาจารย์ที่หวานเย็นชอบมากๆ ก็เรื่อง แม่พลอยหุง อันนี้ชอบมากๆ ชอบก่อนที่จะรู้เรื่องและติดตามผลงานอาจารย์อีกคะ ส่วนเรื่อง ของขวัญวันวาน เป็นเรื่องที่ชอบอีกเช่นกัน เพราะรู้สึกเหมือนว่า...ได้เรียนรู้การศึกษาในต่างแดนอันนี้เหมือนได้ความรู้ไปในตัวเลยคะ
เท่านี้ก่อนดีกว่า...แต่อย่างว่า...ในเว็บนี้...มีท่านผู้รู้ ท่านผู้กว้างขวางมากเหลือเกิน...ตามอ่านไม่ทันพวกท่านจริงๆ คะ


โดย: หวานเย็น IP: 125.24.42.230 วันที่: 18 พฤศจิกายน 2553 เวลา:12:42:51 น.  

 
***เหนือทรายใต้ดวงดาว ของ bigger***

เพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ทำให้มธุรินไปถ่ายรูปบุคคลต้องห้ามเข้าให้และนั้นเป็นเหตุทำให้เธอต้องหนีการถูกจับกุมสุดชีวิต หากคำพูดที่ว่าหนีเสือปะจระเข้นั่นดูจะเป็นเรื่องจริงเสียยิ่งกว่า เมื่ออัสลานชายหนุ่มคนที่ช่วยเหลือเธอออกมาได้นั้น เขากลับเป็นคนที่อันตรายยิ่งกว่า และข้อเรียกร้องที่เขาต้องการแลกเปลี่ยนกับการพาเธอไปส่งที่สถานฑูตก็คือ ความสาวของเธอ

สำหรับอัสลานแล้วเขารู้ดีแก่ใจว่าบุคคลต้องห้ามที่ว่านั้นไม่ได้มีอันตรายใดๆต่อหญิงสาวต่างชาติที่งเอิญพลัดหลงเข้ามาในชีงิตของเขาเลยเพราะนั่นคือเพื่อนสนิทของเขาเอง แต่เพราะความติดตาต้องใจ และความอยากได้ประสาผู้ชายที่ไม่เบาเรื่องผู้หญิงทำให้เขาวางแผนกักตัวเธอขึ้นมา และตั้งใจว่าเมื่อเสร็จสมอารมณ์หมายแล้วก็จะพาเธอไปส่งตามที่ตั้งใจ หากแต่เมื่อเขาได้ลิ้มรสชาติเนื้อสาวที่มิเคยผ่านมือใครมาก่อนเลยนอกจากเขาแต่เพียงผู้เดียวนั้น เขาก็รู้ว่าเขาไม่สามารถละมือไปจากเธอได้อีกแล้วในชีวิต การแต่งงานและจดทะเบียนสมรสจึงเป็นแผนการใหม่หมาดๆสำหรับเสเพลบอยเช่นเขา

^________^

ผลงานฉบับพิเศษที่จัดพิมพ์ขึ้นในโอกาสพิเศษสำหรับมอบให้เฉพาะแฟนๆที่ติดตามผลงานกันตลอดมาเท่านั้น ไม่สามารถหาซื้อได้ตามท้องตลาด ซึ่งต้องขอบคุณพี่ทิพและคุณ bigger มากๆค่ะ สำหรับของที่ระลึกเล่มนี้

เนื้อหารายละเอียดไม่มีอะไรมากมาย ฉากเกิดขึ้นในประเทศทะเลทรายแห่งหนึ่ง พระเอกร้ายเอาเรื่อง เรื่องราวไม่ได้มีอะไรที่ทำให้ต้องสับสนอลวนซ่อนเงื่อน เพราะผู้เขียนโฟกัสไปที่บทรักบทสวาทขาดใจของพระนางแทบเลือดจะหยดหมดตัว อ่านไปเช็ดเลือดกำเดาไป เป็นงานที่เรียกว่าฮอตฉ่าทีเดียว ซึ่งเราเห็นด้วยนะคะว่าพิมพ์เผยแพร่ในวงแคบๆนี่ล่ะดีและเหมาะสมแล้วค่ะ ฮิ ฮิ แบบว่ามัน แร้งงงงงงง จริงๆ

ทราบมาว่าหนังสือชุดพิเศษนี้ผู้เขียนตั้งใจจะเขียนทั้งหมด 3 เล่ม ซึ่งเล่มต่อไปน่าจะเป็นเรื่องขององครักษ์คนที่ได้รับช่อดอกไม้ ..........ก็น่าติดตาม และ เตือนว่า.....กรุณาเตรียมเลือดสำรองไว้ด้วยคร่า....ฮ่าๆๆๆ


โดย: ดุจจันทร์ IP: 110.164.23.22 วันที่: 21 พฤศจิกายน 2553 เวลา:17:59:19 น.  

 
***17 หยกๆ 36 หย่อนๆ ของ ไอริณ***

ครั้งแรกที่พันธกานต์ได้เห็นบิลบอร์ดโฆษณาข้างทางเข้าชิ้นหนึ่งภาพหญิงสาวแสนสวยคนที่แทนตัวตนอยู่ในความฝันของเขามาตลอดนั้นทำให้เขาแทบเป็นแทบตายใครจะเชื่อหนุ่มสังคมที่มีผู้หญิงเคลียคลอไม่เคยห่างกายเช่นเขาจะกลับเป็นฝ่ายตกหลุมรักผู้หญิงนิรนามที่ไม่ว่าเขาจะเพียรสืบเสาะหาข้อมูลเท่าใดก็ไม่ได้เรื่องสักที

เมื่อต้องไปเยี่ยมเยียนเพื่อนรุ่นพี่ที่ไม่ได้เจอะเจอหน้ากันมานานพันธกานต์ก็แทบจะเข้าอ่อนและอยากเป็นลมเอาเดี๋ยวนั้น เมื่อเห็นว่าลูกสาวคนเดียวของเมธาเพื่อนรุ่นพี่นั้นเป็นคนเดียวกันกับสาวบนบิลบอร์ดที่สำคัญและร้ายกว่านั้น เมขลาสาวน้อยแสนสวยเธอเป็นเพียงแค่นักเรียนม.ปลาย ให้ตายเถอะนี่มันเวรกรรมอะไรของเขา ถึงได้มาตกหลุมรักดังโครมกับเด็กสาววัยละอ่อนแถมเจ้าหล่อนยังเป็นลูกสาวของเพื่อนสนิทของเขาเสียอีกด้วย

แต่ที่ "อาแพท" ไม่รู้ก็คืองานนี้ทุกสิ่งทุกอย่างไม่ได้เกิดขึ้นด้วยความบังเอิญ ในเมื่อแผ่นป้ายโฆษณาชิ้นนั้นเป็นสิ่งที่ "น้องเม" คนที่รู้ตัวว่าหลงรักคุณอายังหนุ่ม ใจดี มาตั้งแต่ที่เธออายุแปดขวบ แน่นอนว่าคำสัญญาที่อาแพทให้ไว้กับน้องเมว่าโตขึ้นเขาจะแต่งงานกับเด็กน้อยน่ารักนั้นเขาจะยังคงจดจำมันได้ ต่างกับเธอที่ยึดเอามันเป็นสรณะแห่งหัวใจ และตอนนี้เธอจะไม่ยอมรออีกต่อไป เพราะอาแพทนับวันก็ยิ่งหล่อเหลา ร่ำรวยเป็นนักธุรกิจที่เก่งกาจ และไม่เคยมีสาวห่างกาย เธอจะไม่ยอมเติบโตเป็นสาวพร้อมกับการคอยลุ้นว่าเขาจะแต่งงานแล้วหรือไม่ งานนี้เธอต้องทำอะไรสักอย่าง

หากเมื่อคนสองคนรับรู้ว่าต่างก็ใจตรงกัน เรื่องราวก็ไม่ได้เริ่มต้นด้วยความสวยงามอย่างที่คาดหวัง เหตุเพราะคุณพ่อของเมขลาหรือเพื่อนสนิทของพันธกานต์กลับไม่เห็นด้วย อย่างแรง และคอยขัดขวางทุกอย่าง ก็กิตติศัพท์ของเขานั้นมันชวนให้พ่อแม่ที่ไหนอยากจะปล่อยลูกสาวไว้กับเขาเล่า งานนี้พันธกานต์จึงต้องทุ่มสุดตัวเพื่อหญิงสาวคนที่เขาตกหลุมรักเข้าอย่างจัง

^______^

มาอีกแล้วค่ะสำหรับนิยายที่พระเอกแก่กว่านางเอกแถมแก่กว่ามากเสียด้วย เล่นเกินรอบ นางเอกเรื่องนี้เด็กมากค่ะ มีนิสัย และการมองโลกที่เด็กมากๆ ก็ไม่รู้เหมือนกันนะคะว่าสาวๆวัยสิบเจ็ดสมัยนี้เขาเป็นอย่างไรกันบ้าง รู้แต่ว่านางเอกเรื่องนี้ ใสซื่อ บริสทุธ์มาก และไอ้ความใสซื่อของเจ้าหล่อนนี่ล่ะ ที่ทำให้พระเอกถึงกับต้องปวดเศียรเวียนเกล้าหลังจากที่แต่งงานกันไปแล้ว แต่นางเอกก็เป็นคนที่ตรงไปตรงมาและเปิดเผย ซึ่งตรงจุดนี้ก็เป็นเสน่ห์ให้ใครต่อใครต่างพากันเอ็นดูเจ้าหล่อน

จะอ่านนิยายเรื่องนี้ให้สนุกต้องมองว่ามันคือนิยายเล่มหนึ่งเท่านั้น เพราะถ้าเอาเรื่องนิสัยนางเอกมาเป็นอารมณ์ไม่ขำๆตามไปบ้างจะอ่านไม่สนุกค่ะ นอกจากนั้นเราชอบการปะทะและการเอาชนะกันระหว่างพระเอกกับว่าที่พ่อตา ซึ่งมันส์มาก เพราะต่างก็รู้ไส้รู้พุงกัน ดักทางกันตลอด น่ารักดีค่ะ ไม่ค่อยได้อ่านอะไรแบบนี้มานาน พอได้อ่านแล้วก็เพลิดเพลินเอาทีเดียว

อ้อ...มีประเด็นที่ติดๆใจอยู่ก็คือเรื่องอายุของพ่อแม่นางเอกตอนที่มีลูกซึ่งก็คือนางเอก ตอนนี้พระเอกอายุ 36 นางเอกอายุ 17 ทั้งคู่อายุห่างกัน 19 ปี ผู้เขียนบอกว่าพ่อแม่นางเอกแต่งงานกันเร็ว และพ่อพระเอกอายุมากกว่าพระเอก 2 ปี ฉะนั้น ตอนนี้พ่อนางเอกก็ต้องอายุ 38 แล้วก็น่าจะมีลูกตอนที่อายุ 21 ก็เรียนจบปริญญาตรีสี่ปีทันที (และต้องเข้าเรียนก่อนเกณฑ์หนึ่งปีด้วย) แต่ที่สงสัยก็คือแม่นางเอกอายุเท่าพระเอก ตอนที่ท้องก็น่าจะอายุ 19 ซึ่งยังเรียนไม่จบแถมเรียนแพทย์ด้วยมันน่าจะใช้เวลาตั้งห้าปีบวกอินเทอร์นอีก 3 ปี รวม 8 ปี เลยสงสัยว่า แม่นางเอกไปแอบท้องเอาตอนไหน จริงๆแล้วกับประเด็นนี้ถ้าผู้เขียนขยับอายุพระเอกขึ้นมาอีกหน่อยเราว่าก็ไม่น่าเกลียดนะ ดีกว่าอ่านแล้วตะหงิดๆในใจมากกว่าน่ะค่ะ


โดย: ดุจจันทร์ IP: 110.164.23.22 วันที่: 21 พฤศจิกายน 2553 เวลา:18:30:04 น.  

 
***บัลลังก์สายหมอก ของ วรรณวรรธน์***

มัสฤณแพทย์สาวผู้อ่อนน้อมถ่อมตัวใจดีและชมชอบชีวิตสมถะ ทั้งๆที่เธอเป็นถึงลูกสาวเจ้าของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เธอได้พบกับคนกลุ่มหนึ่งที่มาเฝ้าอาการคนไข้ไอซียูวีไอพีที่มาจากประเทศทางแถบหิมาลัย ท่าทางที่ดูอ่อนล้าและเศร้าโศรกของหนุ่มใหญ่คนหนึ่งอดทำให้มัสฤณต้องทักทายโอภาปราศรัยให้ด้วยใจที่เป็นห่วงตามประสามิตรร่วมโลกไม่ได้ แต่เธอไม่รู้ว่าถ้อยคำและน้ำจิตน้ำใจที่เธอมอบให้กับเขาในวันนั้นและในวาระต่อมาอีก เปรียบดั่งสายน้ำฉ่ำเย็นที่หลั่งไหลเข้าไปภายในหัวใจอันแห้งแล้งของเขา "กาโช"

เมื่อตกลงตอบรับการเป็นอาคันตุกะตามคำเชิญของพระราชวงศ์ของสีหสถานเพื่อร่วมพระราชพิธีพระศพของพระราชินีตามที่ทางโรงพยาบาลได้ให้การรักษาพระองค์ด้วยดีในท้ายที่สุดของชีวิตของพระนางนั้น โดยครั้งนี้เธอเป็นตัวแทนของพ่อในฐานะผู้อำนายการโรงพยาบาลซึ่ง มัสฤณไม่เคยรู้เลยว่า ความเป็นธรรมชาติและสภาพชีวิตอันสุขสงบของผู้คนในประเทศที่แวดล้อมด้วยเทือกเขาหิมาลัย จะเปลี่ยนแปลงเธอไปตลอดกาล

เมื่อเธอได้พบคุณกาโชอีกครั้ง เหตุการณ์ต่างๆและผู้คนที่รายรอบ รวมถึงกิจการงานที่เขาทำ ชี้นำให้มัสฤณเข้าใจว่าเขาคือราชองครักษ์ที่มีตำแหน่งหน้าที่การงานขั้นสูง แม้ว่าหลายต่อหลายครั้งสิ่งที่คุณกาโชกระทำนั้นจะทำให้เธออดฉงนฉงายเอาไม่ได้ว่าทำไมเขาช่างดูกว้างขวางในสีหสถานเอาเสียเหลือเกิน

หากสิ่งที่มัสฤณไม่รู้ก็คือ "กาโช" นั้น เป็นคำเรียกขานพระนามอย่างไม่เป็นทางการของ สมเด็จพระราชาธิบดี ฎอร์เจ กาโช ชาปตรุง กษัตริย์พระองค์ปัจจุบันแห่งสีหสถาน

^______^

Kuzu Zanpo la!!
ขอสวัสดีด้วยภาษาซองก้าของชาวหิมาลัยนะคะ

หยิบเอางานชิ้นที่ชอบมากที่สุดในผลงานของวรรณวรรธน์มาอ่านอีกรอบด้วยความคิดถึงความหวานอันแสนจะละเอียดอ่อนที่ผู้เขียนเขียนไว้ได้อย่างดีเหลือเกินมาอ่านอีกครั้งด้วยความอิ่มใจและอิ่มสุขที่สุดเลยค่ะ

รีวิวนี้เป็นการรีวิวหรือแนะนำหนังสือเล่มเดียวกันเป็นครั้งที่สองค่ะ ครั้งแรกที่แนะนำไปนั้นก็สมัยตั้งแต่บอร์ดกิ่งฉัตรรุ่นบิลด์บอร์ดน่ะค่ะ ขอนำมาเขียนถึงอีกครั้งเพื่อเป็นที่ระลึกสำหรับเวลาที่คิดถึงอารมณ์และบรรยากาศสมัยนั้น สมัยที่เจ้าชายในฝันปรากฏพระรูปพระโฉมให้ชาวโลกได้สัมผัสเป็นครั้งแรกในคราวาระพระราชพิธีเฉลิมฉลองการครองราชย์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวครบ 60 ปี

ตอนที่เรารู้จากข่าวว่ารัฐบาลในสมัยนั้นได้กราบทูลเชิญพระราชาและพระราชินีจากประเทศต่างๆที่ยังคงมีระบอบกษัตริย์มาเป็นพระราชอาคันตุกะนั้น เรานั้นดีใจและใจจดใจจ่อมากกับการเสด็จพระราชดำเนินมาเยือนประเทศไทยของพระราชาธิบดีพระองค์หนึ่ง ท่านก็คือพระราชาธิบดีจากประเทศภูฐาน (ขอเรียกชื่อประเทศนี้ด้วยชื่อเดิมนะคะเพราะรู้สึกผูกพันมากกว่าคำว่าภูฏาณ)

ความที่เราตกหลุมรักประเทศนี้ครั้งแรกตั้งแต่อายุ 11 เมื่ออ่านพบเรื่องราวของภูฐานจากนิตยสารขวัญเรือน และต่อมาก็หลงรักมากขึ้นไปอีกเมื่ออายุ 18-19 ได้เห็นพระฉายาลักษณ์ด้านหลังจากมุมกล้องที่ถ่ายจากระยะไกลของพระเจ้าจิกมี ซิงเก วังชุก ในชุดโกขณะเพิ่งเสด็จกลับจากยิงธนู นั่นเป็นพระฉายาลักษณ์ภาพเดียวที่เราค้นหาได้จากห้องสมุดมหาวิทยาลัยในยุคที่ยังไม่มีคำว่าอินเทอร์เน็ตในโลกใบนี้ และไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน บางคาบบางคราเราก็ลืมเลือนประเทศเล็กๆที่เมื่อก่อนเอ่ยชื่อไปก็ไม่มีใครรู้จักไปบ้าง แต่ภูฐานก็ยังอยู่ในหัวใจของเราเสมอ ดังนั้นการได้เห็นพระองค์จริงของพระองค์ท่านจึงเป็นสิ่งที่แสนจะตื่นเต้นสำหรับเรามากๆ แม้จะต้องผิดหวังก็ตามเมื่อต่อมาผู้ที่เสด็จแทนพระองค์ก็คือ องค์มกุฎราชกุมาร (พระยศในขณะนั้น) แต่พระองค์ก็ทำให้ประเทศเล็กๆของพระองค์เป็นที่รู้จักของชาวไทยและชาวโลกได้ในช่วงเวลาข้ามคืน

จวบจนเมื่อเกิดกระแสภูฐานฟีเวอร์ขึ้นในประเทศไทย ข้อมูลข่าวสารต่างๆที่ทันสมัยทำให้เราได้รู้จักประเทศและผู้ครองประเทศของภูฐานได้มากขึ้น ยิ่งได้อ่านมากเท่าไหร่ ได้เห็นสิ่งที่พระองค์ทรงอุทิศพระวรกายเพื่อประชาชนของพระองค์มากเท่าไหร่ โดยเฉพาะนโยบาย GNH ขออนุญาตไม่บอกนะคะว่าเราจะยิ่งเพิ่มความคลั่งไคล้เข้าไปอีกมากแค่ไหน

แต่ตอนนั้นก็ยังไม่รู้ว่ามีนักเขียนอีกคนหนึ่งที่มีอาการเดียวกัน วันที่ชาวห้องสมุดพันทิพพูดถึงนิยายเล่มหนึ่งที่มีฉากและเรื่องราวเกี่ยวกับภูฐานเราก็ตั้งใจว่างานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติจะไปหามาอ่านให้ได้ และเมื่อลงมืออ่านไม่ต้องบอกก็คงจะรู้กันนะคะว่า เราจะนึกภาพคุณกาโชเป็นท่านผู้ใดไปไม่ได้ จึงเป็นการอ่านนิยายที่นึกภาพบุคคลต้นแบบได้เด่นชัดมาก เด่นชัดเสียจนต้องวางหนังสือลงเป็นระยะเพราะหัวใจทำงานหนักเกินไป อดรนทนไม่ไหวต้องย้อนกลับไปตะกายบู้ท ณ บ้านวรรณกรรม สอบถามกับเจ้าตัวคนเขียนเองให้ได้ว่า คุณกาโช ก็คือ พระองค์ท่าน ใช่มั๊ย จำได้ดีว่าคุณวรรณวรรธน์ไม่เฉลย แต่แน่นอนเรารู้คำตอบ ณ เดี๋ยวนั้น

ความรู้สึกที่บรรยายมายาวเหยียดข้างบนถือเป็นส่วนเสริมให้การอ่านบัลลังก์สายหมอกของเรามีความสุขมากกว่าปกติ หากแต่ในแง่ของความเป็นนิยายแล้ว นิยายเรื่องนี้ก็ให้อารมณ์รัก หวาน ละมุนละไม และอ่อนโยนของหนุ่มใหญ่วัยสี่สิบกว่า กับสาวสวยวัยยี่สิบแปด ได้พอดิบพอดี อ่านแล้วนึกถึงบรรยากาศของผู้การประจักราและอัญมณี จากนิยายเรื่อง อัญมณี ของ แกมกาญจน์ ศุภวรรณ นิยายที่ต้องเรียกว่าเป็นนิยายที่ดูเป็น "ผู้ดี" มากเลย เป็นความรักที่สวยงาม ไม่ปนเปื้อนไปด้วยความใคร่และกามารมณ์อันเกินขนาด ให้ความละเมียดละไม และจรุงใจเป็นล้นพ้น

นี่ก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่หยิบนิยายเล่มนี้มาอ่านในช่วงเวลาที่เซ็กส์ซีนและการแสดงออกถึงความรักของหญิงชายสมัยนี้ร้อนแรงและรุนแรงเหลือเกิน รวมไปถึงค่านิยมใหม่ๆที่ผู้หญิงเขามักไม่ใคร่จะหวงเนื้อหวงตัวกันอีกต่อไปแล้วนั้น การได้อ่านนิยายที่ละมุนใจและละมุนอารมณ์จึงเป็นเหมือนน้ำเย็นในทะเลทรายที่แห้งแล้งเลยเชียวค่ะ

ขอยกมือแนะนำนิยายเรื่องนี้นะคะสำหรับใครที่ยังไม่เคยอ่านมาก่อนค่ะ และสำหรับคนที่เคยอ่านแล้วก็แนะนำให้หยิบมาอ่านใหม่อีกซักรอบค่ะ เพิ่มน้ำตาลในหัวใจค่ะ

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับภูฐานและองค์บุคคลต้นแบบเข้าไปอ่านได้ที่เว็บวรรณวรรธณ์นะคะ อ้อ.....ผู้เขียนมีตอน

พิเศษน่ารักเล็กๆเอาไว้ด้วยค่ะ


โดย: ดุจจันทร์ IP: 110.164.23.22 วันที่: 21 พฤศจิกายน 2553 เวลา:19:37:38 น.  

 
คุณโอกลมกลิ้ง : มิเป็นไรมิได้ ยินดีจ้า

คุณหวานเย็นคะ ขอบคุณที่เข้ามาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันนะคะแล้วก็เห็นด้วยว่าแม่พลอยหุงสนุกมาก อ่านสนุกจริงๆ ตัวละครมีชีวิตชีวาดีค่ะจำไม่ค่อยแม่นว่านางเอกชื่อแหวนใช่มั๊ยคะ ชอบที่เขาสู้ชีวิตดีค่ะ ส่วนของขวัญวันวานเรากลับคิดต่างจากคนอื่น เราว่าเรื่องนี้เครียดค่ะก็เลยชอบสุดหัวใจที่ปลายรุ้งมากกว่าเพราะว่าเป็นแฟนนิคเราไม่ค่อยชอบเต้เท่าไหร่ทั้งๆที่คนอื่นๆเขาชอบกันนะ

นิยายในนามปากกา ว.วินิจฉัยกุล ที่เราชอบมาก อันดับหนึ่งคือ มณีร้าว ส่วนเล่มอื่นๆก็มี แม่พลอยหุง , น้ำใสใจจริง : เล่มนี้อ่านแล้วได้อรรถรสมากเพราะฉากของเรื่องคือมหาวิทยาลัยเดียวกับที่เราจบมา อ่านแล้วเลยเห็นภาพชัดแจ๋ว แถมตัวเรื่องก็สนุกค่ะ ,ฟ้าต่ำ , โสดสโมสร นี่ก็สนุกค่ะ แต่ว่าอ่านนานแล้วบางทีก็จำเรื่องไม่ค่อยได้

นามปากกา แก้วเก้า ชอบมากอันดับหนึ่ง คือ นาคราช : เจาฉายฉานน่ากลัวและน่าเกรงขามค่ะ ถัดไปคือ ปลายเทียน ค่ะ เพชรกล้าและเกาลัด นี่ถือเป็นทีสุดของการอ่านของเราแล้วค่ะ ต่อไปก็คือ แดนดาว สุดยอดแฟนตาซีและจินตนาการที่อ่านแล้วสยองไม่มีลืม

คุยเรื่องนิยายเก่าๆแล้วก็เหมือนระลึกถึงความหลังสมัยสาวๆดี เอาไว้ว่างๆจะลิสต์ว่าผลงานของนักเขียนรุ่นเก่าๆนั้นเราชอบเรื่องอะไรของใครเป็นพิเศษมั่ง เผื่อเป็นทางให้คนอ่านแนวเดียวกันเป็นตัวเลือกบ้างค่ะ


โดย: ดุจจันทร์ IP: 110.164.23.22 วันที่: 21 พฤศจิกายน 2553 เวลา:19:54:29 น.  

 
สำหรับหวานเย็นแล้ว ผลงานของแก้วเก้าที่ชอบที่สุดก็เรื่อง ทางเทวดา คะ อันนี้ไม่ได้หวานเย็นไม่ได้อ่านเทวาวาดนะคะ แบบว่าซื้อตั้งแต่ตอนพิมพ์ทางเทวดาคะ เลยไม่ได้อ่านเทวาวาด แบบว่าแอบโกรธสำนักพิมพ์คะ อย่างเรื่อง พิมมาลา กับ วสันตลีลา อันนี้หวานเย็นก็ชอบคะ แต่เรื่อง ปลายเทียน แดนดาว 2 เรื่องนียังไม่ได้อ่านคะ

เรื่อง 17 หยกๆ 36 หย่อนๆ ของ ไอริณ อันนี้หวานเย็นเห็นตั้งแต่ในงานนะคะ แต่ว่าไม่กล้าซื้อเพราะว่า...ต้องสารภาพว่า...ไม่ค่อยแนวกับ ไอริณ หวานเย็นก็เลยไม่กล้าซื้อคะ ไม่ใช่ว่าไม่แนวโครงเรื่องนะคะ แต่ว่าไม่แนว...เรียกว่าภาษา หรือว่าการดำเนินเรื่องคะ ที่อ่านแล้วไม่ค่อยชอบคะ แต่วา 17 หยกๆ 36 หย่อนๆ อันนี้น่าสนจริงๆ นะคะ อืม...ไว้งานคราวหน้า...จะสอยมาเป็นสมบัติส่วนตัวให้ได้คะ

ต้องขอบคุณ คุณดุจจันทร์กับเม้นท์งามๆ มากนะคะ

ปล. ต้องบอกว่าบัลลังค์สายหมอก เป็นเรื่องที่หวานเย็นชอบมากกกกกกกกกก เป็นเรื่องที่ทำให้ติดตามผลงานของ อ.วรรณวรรธน์เลยหล่ะคะ
จากหวานเย็นของท่านกาโช...ที่รัก


โดย: หวานเย็น IP: 125.24.45.98 วันที่: 22 พฤศจิกายน 2553 เวลา:14:54:15 น.  

 
ผลงานดีมากเลยค่ะ


โดย: ลัดดาวัลย์ IP: 125.27.111.55 วันที่: 22 พฤศจิกายน 2553 เวลา:18:45:09 น.  

 
นิยายของว. วินิจฉัยกุล ที่น่าอ่านนอกจากที่น้องหน่อยดุจจันทร์บอกมา พี่ทิพคิดว่า เรื่องรัตนโกสินทร์ ก็สนุกมากๆ แล้วก็ยังมี สงครามเงิน มิถิลา-เวสาลี อีกที่ขอแนะนำเพิ่มเติมจ้ะ

เห็นด้วยอย่างยิ่งที่ บัลลังก์สายหมอก แสนจะหวานซึ้งประทับใจ แค่ประโยคเดียวที่คุณกาโชพูดกับหมอหมัดบอกว่า "อยากจะขอให้เวลาหยุดตรงนี้สักห้านาที" ก็ชวนหัวใจละลายแล้วล่ะ

อ้อ น้องหน่อยจ๋า พระเอกเรื่องนาคราชชื่อเจ้าล่าฟ้าจ้าไม่ใช่เจ้าฉายฉาน (สงสัยหนูยังติดใจพ่อพระเอกแบดบอยเรื่องมณีร้าวขวัญใจของเราอยู่ล่ะสิเนี่ย อิอิ)


โดย: tippawan IP: 58.10.170.141 วันที่: 23 พฤศจิกายน 2553 เวลา:8:33:04 น.  

 
ขอบคุณพี่ทิพที่ท้วงติงพระเอกนาคราชชื่อเจ้าล่าฟ้าค่ะ อิ อิ สงสัยจะอินกับฉายฉานจริงๆขออภัยนะคร้าาาาาา

ช่วงนี้อ่านหนังสือได้น้อยจัง สวนทางกับการซื้ออีกแล้ว โรคบ้าซื้อหนังสือนี่รักษาไม่หายจริงๆ ขี้เกียจจะบ่นแล้ว ฮ่าๆ


โดย: ดุจจันทร์ IP: 110.164.237.72 วันที่: 25 พฤศจิกายน 2553 เวลา:18:14:36 น.  

 
***นาคิดาชาตรูป ของ แอลลี่***

สำหรับชาตรูปหรือพ่อเนื้อทองของพี่น้องแล้ว หากว่าหญิงใด "ไม่ใช่" สำหรับเขาแล้วนั้นอย่ามาเสียเวลาทอดสะพานหรือหาทางเข้าใกล้เขาเด็ดขาดเพราะเขาสามารถไล่ตะเพิดคุณเธอเหล่านั้นออกไปให้พ้นหน้าเขาได้อย่างที่ไม่สะทกสะท้านแต่อย่างใด กิตติศัพท์เรื่องนี้ของเขานั้นเป็นที่รู้กันดีในหมู่ครอบครัวและคนใกล้ชิด เหตุนี้จึงทำให้เขายังครองตัวเป็นโสดได้ชนิดริ้นไม่มีไต่ ไรไม่มีตอม และยังไม่เคยมีแฟน ช่างสวนทางกับรูปร่างหน้าที่หล่อเหลาราวสาวงามสามโลกของเขาเอาเสียจริงๆ

ในการมาทัวร์เขมรคราวนี้ชาตรูปได้ค้นพบความรู้สึกพิเศษบางอย่างที่เกิดขึ้นกับหญิงสาวหน้าตาธรรมดาร่วมกรุ๊ปทัวร์เข้าคนหนึ่ง ทันทีที่เขารู้สึกว่าสายตาของเขาจับจ้องที่เธอมากกว่าปกติ และไม่อาจละสายตาจากเธอไปได้ เขาก็เริ่มรู้ตัวว่า คนนี้ล่ะคือคนที่ "ใช่" สำหรับเขา ด้วยนิสัยเอาแต่ใจ
และดื้อวายร้าย อยากได้อะไรก็ต้องได้ ทำให้ชาตรูปวางแผนเข้าใกล้และทำความรู้จัก สานต่อความสัมพันธ์ กับเธอในทุกช่วงโอกาสที่เขาหาเจอ หรือพยายามสร้างให้มี แม้ว่าพี่ชายของเจ้าหล่อนจะรู้ทันและหาทางกีดกันก็ตาม

เมื่อเริ่มทัวร์นาคิดาหรือแน็กกี้ก็ไม่มีสายตาไว้สังเกตสังกาอะไรรอบตัวนัก เหตุเพราะเธอมาทัวร์นี้เพราะถูกบังคับกึ่งจำใจ เนื่องจากต้องมาช่วยพี่ชายและเพื่อนสนิทที่กลายมาเป็นพี่สะใภ้ช่วยดูแลหลานชายสุดรักสุดสวาทช่วงที่ทั้งสองคนมารีฮันนีมูนกันอีกครั้ง แน็กกี้ไม่เคยรู้เลยว่า ความรัก
เอาใจใส่ และวิธีการดูแลหลานของเธอนั้นล่ะที่เป็นเสน่ห์ดึงดูดใจทองให้เขาคอยลอบมองเธอตลอดเวลา จวบจนพี่สะใภ้สะกิดเตือนให้รู้ตัว เธอจึงได้มีโอกาสละสายตาจากหลาน และพบว่าตัวเองตกหลุมรักผู้ชายรูปหล่อร่วมทริปเข้าอย่างจัง หากแต่ประสบการณ์เรื่องผู้ชายที่ไม่ดีเมื่อครั้งยังเยาว์ทำให้เธอจำต้องเก็บความรู้สึก และไม่มั่นใจว่าคนหล่อๆฐานะดีอย่างเขาจะมาติดใจพึงใจผู้หญิงเรียบๆธรรมดาอย่างเธอเข้าได้อย่างไร แต่เมื่อต่อมาชายหนุ่มรูปทองแสดงออกและรุกอย่างเปิดเผยว่าเขารู้สึกอย่างไร แน็กกี้ก็ไม่รังเกียจที่จะสร้างสัมพันธ์กับชายหนุ่มคนที่เธอพึงใจ

หากความรักของทั้งคู่กลับเจออุปสรรคเข้าอย่างจังเมื่อกำนันพิชิตบิดาของแน็กกี้กลับออกปากให้ทั้งคู่เลิกคบกันเมื่อทราบว่าชาตรูปเป็นลูกเต้าเหล่าใคร สำหรับแน็กกี้แล้วความสุขของบิดาที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเธอที่สุด ในที่สุดเธอตัดใจบอกยุติการคบหากับทองทั้งที่หัวใจแทบขาดรอนๆ แต่เธอไม่รู้ว่าผู้ชายของเธอคนนี้เขาร้ายกาจและทำอะไรร้ายๆได้มากกว่าที่เธอคิด ยิ่งเขากำลังตกอยู่ในห้วงรักรุนแรง เธอจึงถูกเขาลักพาตัวเอาเข้าจนได้

^_______^

ในที่สุดแอลลี่ก็พิสูจน์ตัวว่าเขาทำได้ .......นิยายเล่มล่าสุดนี้ไม่มีคำหยาบคาย และฉากรุนแรงเลยค่ะ สะอาด เรียบร้อยแต่ก็ยังคงความสนุกสนานไว้ตามประสาแอลลี่ทุกประการ ก็ขอชื่นชมและขอให้รักษาความดีงามนี้ไว้ตลอดไปนะคะ ชอบจังเลยค่ะ

ฉากเหตุการณ์ต่างๆอยู่ที่เขมรค่ะกับการทัวร์ปราสาทขอมต่างๆ ซึ่งผู้เขียนก็แทรกเอาเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับ
เรื่องราวของตำนานขอมมาไว้ในเรื่องเป็นเชิงอุปมาอุปไมยพอเป็นระยะ ให้ชวนสนใจ เรียกว่าถ้าใครเตรียมตัวจะไปเที่ยวเขมรสามารถนำข้อมูลที่แทรกในนิยายเรื่องนี้ไปใช้เป็นแนวทางได้เลยค่ะ

เรื่องนี้พระนางสปาร์คกันเร็วค่ะคือรู้ตัวรู้ใจกันเร็ว โดยเฉพาะพระเอกนั้นไม่มีกั๊กเลย คุณท่านเล่นรุกคืบเอาตลอด ขนาดว่าพี่ชายนางเอกที่เป็นจอมหวงน้องยังแทบกีดกันไม่ไหว แต่ตอนที่ฉากเหตุการณ์ในอดีตของรุ่นพ่อแม่ต้องคลี่คลายลงนั้น ผู้เขียนก็ทำได้ดี ตรงจุดนี้เรามีน้ำตาซึมนะ เพราะผู้เขียนแสดงให้เห็นว่า ขึ้นชื่อว่ามนุษย์นั้นต่อให้ดีแสนดีแค่ไหน เขาก็ยังมีมุมมืดหรือด้านที่ไม่อยากเปิดเผยให้คนอื่นรู้โดยเฉพาะคนที่เขารักมากที่สุด ตรงนี้แอลลี่ทำได้ดีและเป็นผู้ใหญ่มากๆเลยค่ะ

นอกจากนั้นยังทำการบ้านเรื่องชามาได้ดี สังเกตว่าแอลลี่จะค้นหาข้อมูลพวกนี้มาใช้ในงานเขียนได้ดีนะคะ ไม่สอดแทรกเข้ามามากจนกลายเป็นสารคดี แต่ค่อยๆหยอดมาทีละนิดทีละหน่อยไม่ให้คนอ่านรู้สึกว่ากำลังถูกยัดเยียดข้อมูลวิชาการต่างๆจนมากเกินไป

จะรออ่านผลงานเล่มต่อไปของแอลลี่ค่ะ ตามประสาแฟนคลับที่ดี อิ อิ


โดย: ดุจจันทร์ IP: 110.164.237.72 วันที่: 25 พฤศจิกายน 2553 เวลา:18:50:33 น.  

 
ตอนนี้กำลังอ่าน อย่าให้รู้ว่ารักร้อน ของ พลิ้วอ่อน อยู่ค่ะ สำนวนดีนะคะ มีความเป็นตัวของตัวเองสูง อ่านจบเมื่อไหร่ค่อยมาเขียนแนะนำค่ะ แต่ระหว่างนั้นก็มีแทรกมาสองเรื่อง เรื่องแรกคู่พิศวาส ของ มัฑสิกาญจน กับ เจ้าสาวนางยั่ว ของ พลอยสีน้ำเงิน แต่ละเล่มยังอ่านไม่จบ เปิดสแกนผ่านๆแค่สแกนก็ อุแม่เจ้า แร้งงงงงงงงง จริงๆ ฮ่าๆๆๆ

เดี๋ยวจะขอแนะนำนิยายเก่าๆที่เราอ่านแล้วเราชอบนะคะ (คนอื่นชอบหรือเปล่าไม่รู้ค่ะ หึ หึ) จะค่อยๆทะยอยมาคุยเรื่อยๆ ตามกำลังและเวลาที่จะมี

คนแรกเลยก็คนนี้นะคะ

กนกวลี หรือ กนกวลี พจนปกรณ์ :

เล่มที่เราชอบมาที่สุดของนามปากกานี้กลับเป็นงานเรื่องสั้นขนาดยาวเล่มบางๆ ที่ตอนนี้สนพ.อรุณเอากลับมาพิมพ์ใหม่ ให้หาซื้อกันได้ง่ายแล้ว นั่นก็คือเรื่อง "สายใยรัก" ค่ะ

ต้องเรียกว่าเป็นงานรักในแนวโปรดของเรา นางเอกมาอยู่เป็นเมียเก็บของพระเอกเพื่อแลกกับการที่พระเอกช่วยเหลือเคลียร์หนี้ของที่บ้านให้ พระเอกเป็นนายธนาคาร ก็มีผู้หญิงมาจิ๊จ๊ะพอประมาณประสาหนุ่มหล่อโสดรวย ส่วนนางเอกเป็นคนที่เจียมเนื้อเจียมตัว เมื่อมาอยู่กับพระเอก
ก็ดูแลปรนนิบัติพระเอกดี จนพระเอกติดใจ และกลายเป็นความรัก สิ่งที่ทำให้เราประทับใจคืออารมณ์ของเรื่องที่มันนิ่งๆ เงียบๆ แต่หวานซึ้งตรึงใจดีค่ะ

ตอนนี้เราก็กำลังตามล่าและสะสมผลงานเก่าของกนกวลีที่เป็นเรื่องสั้นขนาดยาวนี้อยู่ค่ะ หายากอยู่เหมือนกัน และขอบอกว่า สายใยรัก นี้เรามีครบทุกเวอร์ชั่นที่พิมพ์ออกมา พร้อมลายเซ็นต์ผู้เขียนประทับไว้เรียบร้อย จัดเป็น collection สุดหวงอีกหนึ่งชุดประจำชั้นหนังสือส่วนตัว ฮี่ๆๆ อวดหน่อยๆ


โดย: ดุจจันทร์ IP: 110.164.237.72 วันที่: 25 พฤศจิกายน 2553 เวลา:19:24:50 น.  

 
คนต่อไป ก็คือ เพ็ญพิมล ธัมรัคคิต :

สำหรับนักเขียนท่านนี้ต้องขอแสดงความเสียใจว่าท่านได้ละจากโลกนี้ไปแล้วก็เลยไม่มีผลงานเขียนออกมาอีก ท่านเขียนนิยายไว้สองเล่ม คือ อัสดงคงไม่นาน และ เพียงอยากให้คุณรู้ กับงานเขียนแนวโหราศาสตร์อีกหนึ่งเล่ม เล่มที่เราชอบมากที่สุดคือ "อัสดงคงไม่นาน"

เรื่องมันก็มีอยู่ว่า พ่อของพระเอกเป็นทหารเป็นเจ้านายของพ่อนางเอกซึ่งพ่อนางเอกได้ปกป้องเจ้านายจากการสู้รบจนเสียชีวิตพ่อพระเอกก็เลยรับส่งเสียเลี้ยงดูนางเอก
จนเรียนจบด้านเทคนิคการแพทย์ทำงานเป็นนักกายภาพบำบัด ทีนี้พ่อนางเอกอยากให้พระเอกซึ่งเป็นลูกชายได้มาดองกับนางเอกเพื่อที่ตัวเองจะได้หายห่วงนางเอกว่างั้น
แต่พระเอกซึ่งเป็นนายทหารหนุ่มผู้ลำพองตัว เย่อหยิ่งกลับขัดอกขัดใจมาก เมื่อไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้เพราะเห็นแก่สุขภาพของคนที่ตัวเองรักทั้งสองคน ก็เลยจำใจแต่งงานกัน

นางเอกนั้นก็ยังรับงานดูแลคนป่วยตามบ้าน และพยายามไม่พึ่งพาความสะดวกสบายจากพระเอกเลย พระเอกก็เลยหมั่นไส้ในความอวดดีและหาเรื่องพูดจากระแนะแหน
นางเอก แต่ก็อดหวงก้างนางเอกไม่ได้เวลาที่เห็นนางเอกต้องพูดคุยกับคุณพ่อของคนไข้ที่เป็นหม้าย

เรื่องราวก็ไม่ได้มีอะไรมากแต่ความที่ผู้เขียนใช้สำนวนภาษาที่ดีและต้องการเสนอแนะความรู้ด้านกายภาพบำบัดที่ยุคนั้นยังไม่ค่อยมีคนพูดถึงให้คนอ่านได้รู้จัก ซึ่งผู้เขียนก็ทำได้ดี นำเสนอเข้ามาได้มีจังหวะจะโคน นอกจากนั้นอารมณ์ของเรื่องก็มีให้จี๊ดอยู่เป็นระยะๆ เลยทำให้นิยายติดอยู่ในความตรึงใจของเรามาตลอดเวลาค่ะ

ใครที่อยากอ่านต้องบอกว่าหายากกกกกกกกกมากค่ะ เราซื้อไว้ตอนเรียนมหาลัยเล่มนึง แล้วจากนั้นก็ไม่เห็นอีกเลย มาเจออีกเล่มเมื่อไม่นานมานี้ และก็เก็บเอาไว้อย่างดีแบบว่าตอนที่เจอนิยายเล่มนี้นั้นดีใจยิ่งกว่าได้ทองอีกค่ะ


โดย: ดุจจันทร์ IP: 110.164.237.72 วันที่: 25 พฤศจิกายน 2553 เวลา:19:40:29 น.  

 
ถัดไปนะคะ พิชานนท์ :

ออกงานเรื่องสั้นขนาดยาวกับสนพ.ดับเบิ้ลนายด์เพียงเรื่องเดียวคือเรื่อง "ดุจบ่วงดวงใจ" ซึ่งเป็นนิยายที่เราชอบมากกับความใสสะอาด และเรียบง่าย เรื่องราวของสาววัยทำงานที่ต้องไปทำงานต่างจังหวัดและพักอาศัยในบ้านพักที่
โรงงานจัดเตรียมไว้ให้ นางเอกได้ทำงานที่เดียวกับพระเอกซึ่งเป็นคนดีมีน้ำใจช่วยเหลือนางเอกตลอดเวลา จนทั้งคู่ค่อยๆมีความรู้สึกดีๆต่อกันขึ้นมาทีละนิด เรื่องนี้ออกแนวน่ารัก อ่านแล้วสบายใจดีค่ะ

เล่มนี้ยังหาซื้อได้ที่สนพ.นะคะงานหนังสือที่ผ่านมาก็ยังเห็นมีอยู่ อยากแนะนำให้อ่านกันค่ะ ตอนนี้เรากำลังตามล่าหาผลงานอีกเล่มของผู้เขียน เพิ่งไปเจอว่าผู้เขียนเขียนไว้อีกเล่ม เฮ้อ!!! ไม่รู้จะหาเจอและได้อ่านหรือเปล่า ก็พยายามต่อไป


โดย: ดุจจันทร์ IP: 110.164.237.72 วันที่: 25 พฤศจิกายน 2553 เวลา:19:47:00 น.  

 
หน่อยจ๊ะ พี่ทิพฝากเสนอนิยายเก่าของ ศศิธริน 2 เรื่อง ด้วยสิคือ เพราะว่า..รัก กับ ขอหยุดหัวใจไว้เพียงเธอ ซึ่งหน่อยทำรีวิวไว้แล้วอยากให้เอารีวิวอันนั้นมาลงอีกจังเลย เผื่อใครที่ยังไม่ได้อ่านจะได้รู้ว่าทั้ง 2 เรื่องสนุกมากๆแค่ไหน ได้ปะจ๊ะ


โดย: tippawan IP: 58.10.170.239 วันที่: 26 พฤศจิกายน 2553 เวลา:16:03:08 น.  

 

ขอสนับสนุนพี่ทิพค่ะ ขอหยุดหัวใจไว้เพียงเธอ กับ เพราะว่ารัก ของคุณ ศศิธริน สนุกมากกกกกกกกก อ่านแล้วเกลียดพระเอกไม่ลง ^_^ (บางคนบอกว่าเกลียดอีตาพระเอกสองเรื่องนี้สุดๆ) แต่ขวัญกลับชอบนะคะ

แล้วงานเก่าอีกเรื่องคือ "สงครามกามเทพ" ของ ภารตี กับ หนี้สเน่หา ของ ภควดี สนุกมากๆเช่นกันค่ะ


โดย: ขวัญ IP: 124.120.148.53 วันที่: 26 พฤศจิกายน 2553 เวลา:18:26:48 น.  

 
^^^
ใครก็ได้ช่วยเอาข้อความข้างบนนี้ออกทีคะ มัน...แย่มากๆ


โดย: หวานเย็น IP: 125.25.96.100 วันที่: 28 พฤศจิกายน 2553 เวลา:15:43:15 น.  

 
***อย่าให้รู้ว่ารักร้อน ของ พลิ้วอ่อน***

ในวัยยี่สิบเจ็ดอันเปล่าเปลี่ยวพร้อมรูปลักษณ์เฉิ่มเชยของสาว office ที่สายตาสั้นต้องใส่แว่นหนาเตอะทำให้พริ้งตัดสินใจทำอะไรที่ท้าทายและหาญกล้าที่สุดในชีวิตด้วยการเข้าไปนั่งดื่มเพียงลำพังในผับของโรงแรมแห่งหนึ่ง เมื่อเริ่มรู้สึกว่าชักจะเมาแล้วขืนอยู่ต่อไปก็คงไม่มีอะไรดีไปกว่านี้ ขณะที่พริ้งกำลังจะกลับก็มีชายหนุ่ม รูปร่างหน้าตาน่ากิน แถมยังหล่อวายร้าย เข้ามาทำความรู้จัก ปากของพริ้งเอ่ยตัดรอนและไม่คิดอยากสานต่อความสัมพันธ์แต่เสน่ห์อันลึกลับกลับเหนี่ยวรั้งให้พริ้งจบค่ำคืนนั้นที่ห้องพักสุดหรูบนโรงแรมห้าดาวของเขานั่นเอง

แม็ตช์ ไพน์ นักธุรกิจหนุ่มผู้ไม่เคยร้างหญิงสาวข้างกาย สำหรับเขาแล้วเขาชอบมีแฟนแต่เขาไม่อยากแต่งงาน
เขาชอบหว่านเสน่ห์ใส่สาวๆที่เขาต้องใจ เมื่อเห็นหญิงสาวเฉิ่มเชยคนหนึ่งเข้าเขาก็บอกไม่ถูกว่าทำไมถึงได้ติดตาต้องใจเธอนัก จนสุดท้ายต้องพาตัวเอง เข้าไปทำความรู้จัก และลงเอยด้วยกันที่เตียงนอนของเขาเข้าจนได้ เธอเป็นสาวเวอร์จิ้นเธอบอกเองทั้งด้วยวาจาและการกระทำ เขาอยากสานต่อกับเธออีกเพราะยอมรับว่าเธอกับเขาเข้ากันได้ดีกับเรื่องอย่างว่า แต่เธอกลับจากไปอย่างไม่ใยดี เธอไม่แยแสมิตรไมตรีที่เขาจะหยิบยื่นให้นี่นะ ยอมไม่ได้ตลอดชีวิตหนุ่มของเขาไม่เคยมีสาวคนไหนที่สะบัดหน้าแล้วเดินหนีเขาไปเลยสักคน

ก็ในเมื่อโลกมันกลมและพริ้งก็ปฏิเสธตัวเองไม่ได้ว่าเธอกำลังหลงไหลชายหนุ่มที่พบเจอในคืนนั้น เมื่อเหตุการณ์ต่างๆชักพาให้เธอและเขาได้มาพบกันอยู่หลายๆครั้งนั้น ในที่สุดสัญญาพิศวาสระหว่างกันก็ถูกร่างขึ้น แต่สิ่งที่อยู่นอกเหนือข้อตกลงในสัญญาก็คือหัวใจของคนทั้งคู่ต่างกำลังสร้างหลุมพรางระหว่างกันขึ้นและทั้งคู่ก็พากันก้าวขาตกลงไปในหลุมพรางนั้นด้วยความยินยอม

^______^

ได้ยินได้ฟังกิตติศัพท์นิยายเรื่องนี้มาตั้งแต่คราวงานหนังสือเพิ่งได้มาเป็นเจ้าของ สิ่งแรกที่เห็น และขอชื่นชมดังๆก็คือ สำนวนภาษาค่ะ พลิ้วอ่อน มีสำนวนภาษาที่ จิก กัด คัน มันส์ และฮามากเลยค่ะต้องเรียกว่าเป็นจุดแข็งที่สุดของนิยายเล่มนี้เลย เวลาอ่านแล้วอดนึกไปถึงสำนวนของนักเขียนอีกคนที่เราคิดว่าสำนวนไปในทางเดียวกันนั่นก็คือ "รอมแพง" ที่อ่านแล้วต้องมีขำสิน่า อารมณ์นั้น

พล็อตเรื่องค่อนข้างมีประเด็นให้ถกเถียงทางศีลธรรม คือยังไงดีล่ะ จู่ๆนางเอกก็นึกอยากหลับนอนกับผู้ชายที่เพิ่งเจอกันเป็นครั้งแรก อาจจะด้วยอิทธิฤทธิ์ของน้ำเมาหรือความขาดสติก็แล้วแต่ จริงอยู่ก็พบเจอพล็อตแบบนี้จากนิยายเรื่องอื่นมาบ้างแล้ว แต่ว่านางเอกเรื่องนี้ออกจะเป็นสาวมั่น ที่ฉาบหน้าด้วยมาดสาวเฉิ่ม คือไงดีล่ะ เราคิดว่าที่จริงแล้วพริ้งนางเอกเรื่องนี้ชีไม่ธรรมดาน่ะ

ตัวละครพระเอกนางเอกเรื่องนี้เราคิดว่าไม่ใช่คนดีสมบูรณ์เพียบพร้อมนะคะ เราคิดว่าทั้งสองคนมีด้านที่ดีและด้านที่ไม่น่ารักพอๆกัน พระเอกนี่ชอบฟันไปทั่ว ชอบบริหารเสน่ห์ และบางแง่มุมเราคิดว่าพระเอกเอาเปรียบ และเห็นแก่ตัวกับนางเอกไปหน่อย แม้ว่าจะมีบางฉากที่แสดงให้เห็นว่าพระเอกจะขอรับผิดชอบนางเอกก็ตาม

ส่วนนางเอกก็มีความคิดล้ำสมัยเรื่องเซ็กซ์เข้าใจว่าผู้เขียนคงจะเป็นคนรุ่นใหม่ที่คิดว่าเรื่องทำนองนี้มันก็เป็นเรื่องธรรมดาสำหรับสาวๆสมัยนี้ไปแล้วก็เลยเขียนถึงมันด้วยความคิดที่เป็นธรรมชาติมาก (เรารู้สึกแบบนั้นจริงๆนะ) มันก็เลยทำให้ตอนที่อ่านรู้สึกเอ็นดูพริ้งได้น้อยกว่าที่ควร อีกอย่างพริ้งเป็นคนที่จมอยู่กับความคิดของตัวเองมากเกินไป คิดอย่างแต่ทำอีกอย่างในเรื่องที่เกี่ยวกับพระเอก แล้วก็ยอมแพ้พระเอกง่ายไปหน่อย แต่ข้อดีของพริ้งมากๆคือ เธอพูดตรงมาก พูดในสิ่งที่คนอ่าน อยากถาม ซึ่งผู้เขียนเขียนได้ฮามาก แสบสะท้านคันถึงทรวงจริงๆ

ตัวละครเสริมเมษน้องชายพระเอกกับโบตั๋นเพื่อนทอมของนางเอกที่เข้ามามีบทบาทค่อนข้างมากกับความรักของพระนางเรื่องนี้ ก็ดูท่าน่าจะมีเรื่องราวถัดไปเพราะทิ้งท้ายไว้ชวนให้ติดตาม

เหนืออื่นใดก็ตามนิยายเรื่องนี้สนุกค่ะ สนุกมากๆด้วย อ่านได้ชนิดที่เรียกว่าเพลินเอาเลยทีเดียว ที่สำคัญสำนวนภาษาของผู้เขียนสนุกมาก ฮา ขำ จิกกัดแบบมีรสนิยม ได้ใจเลยล่ะ แถมบทรักฉากเลิฟซีนก็เข้ามาเป็นระยะ อืมม์...พูดถึงเรื่องนี้นึกขึ้นมาได้ว่าคงจะเพราะฉากรักที่วาบหวิวนี่ละมั้ง ที่เป็นส่วนหนึ่งให้เราอ่านแล้วชอบพริ้งและแม็ตช์น้อยกว่าที่ควร

จะเป็น ถ้าเป็นไปได้กับผลงานเขียนคราวต่อๆไป หากว่าผู้เขียนยังคงไว้ด้วยสำนวนภาษาแบบนี้ แต่เขียนเรื่องที่ไม่กระทบความรู้สึกคนอ่านในแง่ของค่านิยมจารีตมากไปนัก แล้วลดฉากรักให้น้อยลง เราคิดว่าคุณน่าจะเป็นนักเขียนขายดีแบบรอมแพงได้อีกคนนะ เพราะจุดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์และดีที่สุดของคุณคือสำนวนการเขียนแบบขำๆ จิกๆ กัดๆ นี่ล่ะค่ะ


โดย: ดุจจันทร์ IP: 110.164.237.200 วันที่: 28 พฤศจิกายน 2553 เวลา:17:30:25 น.  

 
***สะดุดรักมาเฟียเจ้าหัวใจ ของ การะเกด***

แหนม พริกหยวก และหมูหยอง สามนักศึกษาสาวเพื่อนสนิทต้องมีอันย้ายเข้าไปอยู่บ้านเช่าหลังใหม่หลังจากที่สัญญากับที่เก่าหมดลง ทั้งสามมีเหตุให้ต้องมาถึงบ้านเช่าหลังใหม่ในตอนค่ำคืนไปแล้ว นอกจากจะต้องลากกระเป๋าฝ่าด่านหมาจรจัดในซอย ทั้งสามสาวยังต้องเจอกับกลุ่มคนหน้าตาขึงขังที่นัยว่าเป็นเจ้าของบ้านข้างๆและบอดี้การ์ด ดูแล้วยังกับพวกมาเฟียแน่ะ ซึ่งพากันออกมาดูลาดเลาเพื่อนบ้านรายใหม่ แต่อะไรก็ไม่แล้วแต่เท่ากับที่เมื่อเปิดประตูเข้าบ้านตุ๊กแกตัวดีก็ตกลงมาเกาะหน้าแหนมเข้าให้เสียงร้องด้วยความตกใจอันสับสนอลหม่านทำให้ปารุส มาเฟียหนุ่มลูกครึ่งอิตาลี-ไทย ต้องสั่งลูกน้องให้ไปช่วย พร้อมกับคิดแผนการขจัดเพื่อนบ้านสาวๆ ไปพรางๆ

ไม่ว่าเพื่อนบ้านจะดูเป็นมาเฟียเพียงไรก็ตามแต่สำหรับแหนมแล้วเธอแอบหลงรักปารุสหัวหน้ามาเฟียคนนี้มาตั้งนานติดตามข่าวสารของเขามาตลอด แอบรักแอบหลงมาขนาดนี้ เมื่อโอกาสมาถึงแล้วเธอจะไม่ยอมปล่อยให้
มันพลาดไปเด็ดขาด เธอจะหาทางเข้าถึงตัวปารุสให้ได้

ดังนั้นไม้ตายไม้เด็ดที่เป็นมรดรตกทอดมาในครอบครัวจำต้องถูกนำออกมาใช้กันล่ะคราวนี้ แหนมจึงเริ่มทำกับข้าว ขนม เอาไปฝากให้ปารุสทุกวัน และเฝ้ารอว่าเขาจะชอบอาหารที่เธอทำมั๊ย แต่เขากลับรังเกียจและไม่ยอมแตะต้องอาหารของแหนมเอาเลย ลาภปากจึงตกมาถึงบรรดาบอดี้การ์ดและคนงานในบ้านของปารุสที่ต่างก็เฝ้าลุ้นเฝ้ารอให้เจ้านายของพวกเขาปฏิเสธอาหารของแหนมเหมือนกับทุกๆวัน ก็เพราะรสมือของแหนมนั้นต้องเรียกว่าขั้นเทพ เธอทำอาหารได้อร่อยที่สุดในจักรวาล แหนมจึงกลายเป็นขวัญใจคุณบอดี้การ์ดนับจากนั้นมา

แม้ว่าจะถูกปารุสแสดงออกว่ารังเกียจ ชิงชัง เพราะคิดว่าแหนมก็เป็นเหมือนสาวๆที่คลั่งดาราประมาณนั้นแหนมก็ไม่ระย่อหรือยอมแพ้ หากเมื่อมีเหตุการณ์ที่มีศัตรูของปารุสบุกลอบเข้าไปเพื่อสังหารเขาโดยใช้บ้านของแหนมเป็นทางผ่าน และมันได้จับเอาแหนมเป็นตัวประกันโดยเอาปืนจ่อหัวบังคับให้ปารุสต้องยอมแพ้ถ้อยคำที่ไม่แยแสสักนิดว่าเธอจะเป็นตายร้ายดีอย่างไรจากปากของชายในฝันนั้นทำให้แหนมเสียใจและฉุกใจคิดว่าเธอหลงรักอะไรในตัวเขากันแน่ และต่อมาแหนมก็ตาสว่าง

ภาระกิจสุดท้ายของแหนมที่มีให้ปารุสก็คือของขวัญวันเกิดของเขา ซึ่งเป็นภาระกิจที่เธอตั้งใจทำไว้ก่อนที่เธอจะดวงตาเห็นธรรม เมื่อโลกบังเอิญขนาดที่ว่าแหนมและเพื่อนอีกสองคนได้ไปฝึกงานที่บริษัทของปารุส แหนมจึงใช้สายสัมพันธ์อันดีกับบอดี้การ์ดขึ้นไปแอบเอาของขวัญไปให้ที่ห้องทำงานของปารุส สำหรับแหนมแล้วภาระกิจหัวใจของ
เธอจบสิ้นแล้ว แต่กับปารุสมันกลับตรงกันข้าม เพราะสิ่งดีๆที่แหนมทำให้จากของขวัญกล่องนั้น ทำให้เขามีความรู้สึกแปลกใหม่กับแหนมแทน และเมื่อเขารู้สึกตัว แหนมก็ไม่มีเขาอยู่ในสายตาอีกต่อไปแล้ว นี่เขารู้สึกตัวช้าไปใช่ไหม แต่ไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขาอะไรที่เขาอยากได้ เขาต้องได้ แม้ว่าภาระกิจหัวใจคราวนี้มันจะยากไปสักหน่อยก็ตาม

^______^

ขออนุญาตเข้ากรี๊ดดดดดดดดดดดดด ดังๆ ให้กับนิยายสุดน่ารักเล่มนี้ก่อนนะคะ ชอบบบบบบบบบบบมากกกกกกกกกกกก อ่านแล้วอารมณ์ดี มีจี๊ดให้หัวใจเจ็บบ้าง เป็นนิยายที่อ่านแล้วให้ความรู้สึกราวกับถูกหวยรางวัลที่หนึ่ง อ่านแล้วมีความสุขจังเลย ขอแนะนำค่ะ

นางเอกกับเพื่อนเป็นเด็กต่างจังหวัดที่รักและสนิทกันมาก เข้าอกเข้าใจ เสียสละและอยู่เคียงข้างกันมาตลอด ดังนั้นเมื่อเห็นแหนมทำอะไรแปลกๆแม้ว่าจะเป็นห่วงและเสียดายอาหารที่แหนมขนไปให้บ้านข้างๆมากแค่ไหนก็จำต้องทน

นิยายเรื่องนี้ให้อารมณ์การ์ตูนๆที่อ่านแล้วไม่ต้องการแสวงหาความสมจริงสมจัง แต่ให้ความเพ้อฝัน และการมองโลกในแง่ดีมากๆ คือหลายสิ่งหลายอย่างในเรื่องอ่านดูก็รู้ว่ามันการ์ตูนชัดๆ แต่ไม่มีดีหรือเปล่าต้องตอบว่าไม่มีแล้วไม่ดีแน่นอน เราชอบฉากที่บรรดาบอดี้การ์ดของพระเอกต่างพากันตกหลุมรักอาหารของแหนมถึงขนาดจัดคิวกันกินอาหารที่พระเอกปฏิเสธกันเลยทีเดียว ไม่เว้นแม้แต่คนสนิทที่สุดของพระเอกยังต้องยอมแพ้ให้แก่รสมือของแหนมเลย ตรงนี้เราชอบมาก น่ารัก อ่านไปก็ยิ้มไป

อารมณ์ดีและการมองโลกในแง่ดีคือเสน่ห์ของหนังสือเล่มนี้ ผู้เขียนเขียนด้วยความรู้สึกที่ดี น่ารัก และให้กำลังใจ เราชอบแหนมนางเอกของเรื่องมากเลยค่ะ ตอนที่แหนมยังลุ่มหลงพระเอกอยู่นั้นก็ชวนให้ใจหายใจคว่ำ แต่พอแหนมเจอ
ประสบการณ์จริงของชีวิตแหนมก็รู้จักหยุดคิดและมองความจริงต่างๆด้วยสายตาที่เด่นชัด แล้วที่ชอบมากก็คือพอแหนมตัดใจแหนมก็ตัดใจจริงๆ ไม่ได้ตัดแต่ปากที่พอเจอพระเอกก็อดระทวยซบไปทุกครั้งไม่ได้ แต่แหนมตัดเลย ที่สำคัญแหนมเป็นเด็กดีมีสัมมาคารวะ ขยันขันแข็ง เอางานเอาการ จริงใจ ที่สำคัญทำกับข้าวเก่งขั้นเทพ ซึ่งตรงนี้ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญ เสน่ห์ปลายจวัก แล้วจะไม่ให้พระเอกรักพระเอกลงได้ยังไง จริงมั๊ย อิ อิ

ส่วนพระเอกก็น่ารักเราชอบตอนที่พระเอกเพิ่งรู้ใจตัวเองว่าชอบนางเอกเข้าแล้ว จากนั้นก็พยายามทำอะไรหลายๆอย่างเพื่อให้ตัวเองสมหวัง ดูตลกแต่ก็น่าเอ็นดูดี

แนะนำมากๆเลยค่ะ สำหรับนิยายเล่มนี้ เราอ่านแล้วรู้สึกชื่นใจจริงๆ เลยอยากให้พวกเราได้ร่วมมีความสุขไปด้วยค่ะ


โดย: ดุจจันทร์ IP: 110.164.237.200 วันที่: 28 พฤศจิกายน 2553 เวลา:18:13:12 น.  

 
ลิงก์ปกหนังสือ สะดุดรักมาเฟียเจ้าหัวใจ นะคะ //www.greenmindbook.com/product-%E0%B8%AA%E0%B8%B0%E0%B8%94%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%9F%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B9%83%E0%B8%88-1563-143352-1.html

บอกก่อนว่าไม่ได้รู้จักคนเขียน ไม่ได้มีหุ้นส่วนในสำนักพิมพ์ แต่ชอบนิยายเรื่องนี้ค่ะ เลยขอสวมวิญญาณแก้วหน้าม้า ขอยื่นหน้ายื่นตาเชียร์หน่อยนะคร้า ฮี้ ฮี้ ฮี้


โดย: ดุจจันทร์ IP: 110.164.237.200 วันที่: 28 พฤศจิกายน 2553 เวลา:18:15:41 น.  

 
ขอบคุณพี่ทิพกับขวัญที่ช่วยแนะนำรายชื่อนักเขียนค่ะ สำหรับนักเขียน ศศิธริน กับ ภารตี ต้องบอกเลยว่าเขียนนิยายสนุกค่ะ แล้วหนังสือก็ยังพอหาได้ งานหนังสือครั้งที่ผ่านมายังเห็นมีวางขายอยู่ทั้งของภารตีและศศิธริน

ศศิธริน เขียนแค่สองเรื่องนะคะคือ ขอหยุดหัวใจไว้เพียงเธอ กับ เพราะว่า...รัก

ภารตีก็เขียนแค่สองเรื่องคือ สงครามกามเทพ กับ ราตรีพิศวาส น่าเสียดายที่เขียนไว้กันน้อยนิดเหลือเกินค่ะ

ส่วนภควดีเล่มที่พี่ชอบกลับเป็นเรื่องสุดแค้นแสนรัก (หรือรักซ่อนเงา) ไม่ใช่หนี้เสน่หาค่ะกับเล่มหลังๆที่ออกกับสนพ.กล้วยไม้พี่ก็ชอบสำนวนเขาเปลี่ยนแปลกไปแต่ก็ยังคงความสนุกสนานไว้เช่นเดิม

จะพยายามหาเวลามาเล่าให้ฟังนะคะ บางเล่มต้องอาศัยความจำ บางเล่มก็ต้องกลับบ้านไปเปิดๆดูเหมือนกันเพราะอ่านมานานบางทีก็จำไม่ได้ แต่ถ้ากลับบ้านก็หาเวลาส่วนตัวยากเพราะต้องเลี้ยงหลานด้วย ไม่ค่อยได้อ่านนิยายเท่าไหร่นัก


โดย: ดุจจันทร์ IP: 110.164.237.200 วันที่: 28 พฤศจิกายน 2553 เวลา:18:27:56 น.  

 
อื้มมมม.......ลืมไปแน่ะ นิยายของภควดีนอกจากเล่มฉบับพ็อกเก็ตบุ๊คแล้ว นิยายเล่มเล็กขนาดสิบบาทก็ดีมากด้วยค่ะ เขียนแบบไม่เอาใจตลาดเลย และที่สำคัญหายากมาก เขาออกกับสองสนพ.คืออำนวยสาส์นกับกล้วยไม้ เวลาเดินตลาดนัดแล้วเห็นนิยายแบบสาวโรงงานวางขายจะรีบแถเข้าไปรื้อเลยค่ะว่าจะมีของภควดีหลงมาเป็นเหยื่อให้ได้สอยบ้างมั๊ย


โดย: ดุจจันทร์ IP: 110.164.237.200 วันที่: 28 พฤศจิกายน 2553 เวลา:19:34:32 น.  

 
อยากเข้ามาถามคุณหน่อยมากกกก ว่าบริหารเวลาอย่างไรค่ะ เอาเวลาตอนไหนอ่านหนังสือคะ ส่วนตัวอ่านได้แต่วันเสาร์หรือวันอาทิตย์ หนังสือที่ซื้อในงานหนังสือยังอยู่ในถุงอยู่เลยค่ะ ค่อยๆเลือกแกะมาอ่านทีละเล่ม
และก็ขอบคุณมากที่มารีวิวหนังสือให้ เลือกอ่านตามที่คุณหน่อยแนะนำไม่เคยผิดหวังเลยค่ะ ชอบทุกเล่ม

ถามอีกค่ะ นิยายช่วงหลังๆ คาแรคเตอร์ของนางเอกแบบอลินออกมาเยอะมากค่ะ นางเอกสาวมั่น สู้คน จีบผู้ชายก่อน + นิยายจะออกมาแบบตลก สนุกสนาน ไม่เครียด ทุกเรื่องจบแบบ happy ending (อารมณ์เหมือนคนไทยเครียดมาก เลือกดูแต่หนังตลก และหนังผี) ยังมีนิยายไทยที่จบเศร้า ซาบซึั้งแบบ คู่กรรม หรือ พี่เลี้ยง มีแนะนำบ้างไหมคะ ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ


โดย: นุช IP: 118.174.101.246 วันที่: 1 ธันวาคม 2553 เวลา:12:08:36 น.  

 
ตอบคุณนุชค่ะ เรื่องเวลาอ่านหนังสือ ก่อนอื่นต้องบอกว่าด้วยความที่ไม่มีครอบครัวก็เลยทำให้มีเวลาว่างที่จะอ่านหนังสือได้ค่อนข้างมากในช่วงสัปดาห์ทำงาน แต่ว่าก็อ่านได้น้อยกว่าที่ตั้งใจ เพราะบางทีก็เหนื่อยมาจากงาน อยากพักสายตาบ้างก็ไม่ค่อยได้อ่านค่ะ บางทีมีรายการทีวีดีๆเราก็เบนความสนใจไปจากหนังสือเหมือนกันค่ะ ดังนั้นช่วงสัปดาห์นี่ถือว่าอ่านได้น้อยกว่าที่ควรจะเป็นนะคะ ยกเว้นนิยายเล่มนั้นสนุกจริงๆวางไม่ลงนี่ล่ะถึงจะตะลุยอ่านจนจบ ที่จะอ่านได้มากจริงๆก็ต้องกลับมากรุงเทพฯช่วงเสาร์-อาทิตย์ค่ะ ถึงจะทำสถิติได้ดีถ้ากลับจันทน์ก็อ่านได้น้อยเพราะตอนนี้หลานชายสุดรักสุดสวาทกำลังน่ารักมาก เบียดเวลาอ่านหนังสือของเราไปเลยค่ะ ฮ่าๆๆๆๆ คุณนุชคงไม่แปลกใจแล้วนะคะ แล้วก็ขอบคุณค่ะที่ชอบนิยายที่เราแนะนำแสดงว่าเราคอเดียวกัน

ส่วนเรื่องคาแร็คเตอร์นางเอกที่คล้ายอลินก็ยอมรับค่ะว่ามีมากขึ้น ทีนี้ก็ขึ้นอยู่ว่าใครจะมีฝีมือมากน้อยต่างกันแค่ไหนในการนำเสนอแล้วล่ะค่ะ เราเองก็ต้องขอสารภาพนะคะว่าไม่ชอบอ่านงานที่จบเศร้า ชอบอ่านงานที่จบ happy ค่ะ ถ้าจะให้แนะนำนิยายที่จบแบบเศร้าๆหน่อย พระเอก นางเอกไม่สมหวัง เราอยากแนะนำเรื่อง

1. "จำหลักไว้ในแผ่นดิน" ของ คุณป้ากฤษณา อโศกสินค่ะจริงๆตั้งใจจะเอาไปเขียนแนะนำในช่วงนิยายเก่าแต่ต้องขอไปรวบรวมข้อมูลนิดหน่อยเพราะอ่านนานมากแล้ว เรื่องนี้ไม่ค่อยมีคนพูดถึงมากนักแต่เราคิดว่าเราชอบนะคะ พระเอกเป็นนายทหารไทย นางเอกเป็นเจ้าหญิงเขมรเรื่องราวความรักต่างชนชั้นเกิดขึ้นท่ามกลางฉากของสงครามกลางเมืองเขมร ยังไงคุณนุชลองไปหาอ่านดูนะ

2. "ใต้ร่มไม้เลื้อย" ของ ปิยะพร ศักดิ์เกษม อีกเล่มที่อยากแนะนำเศร้าแต่ซึ้งตรึงจิตมากค่ะ แต่คุณธรรมน้ำมิตรยิ่งใหญ่มาก

3. "อำนาจ" ของ ประภัสสร เสวิกุล พระเอกเป็นทหารนางเอกเป็นนักข่าวหรืออะไรก็ไม่รู้ลืมค่ะ เรื่องนี้เราชอบมากๆเลยค่ะฉากของเรื่องน่าจะอยู่ที่อเมริกาใต้ (ถ้าจำไม่ผิด) พระเอกเป็นนายทหารที่มีอุดมการณ์มาก ต่อมาทำการปฏิวัติยึดอำนาจจากผู้นำคนเก่า พอบริหารประเทศไปได้สักพักพระเอกก็เหลิงในอำนาจนั้นเสียเอง สุดท้ายพระเอกก็ถูกวังวนของอำนาจจัดการอีกทอดหนึ่ง เราชอบความรู้สึกพิเศษระหว่างพระเอกและนางเอกที่ผู้เขียนไม่แสดงออกมาตรงๆแต่ให้คนอ่านคิดและจินตนาการเองดีมากๆ

4. "โกบี" ของ โสภาค สุวรรณ เหตุการณ์เกิดขึ้นที่โกบี มองโกเลีย พระเอกเป็นเจ้าชาย นางเอกเป็น......ลืมอีกแล้ว คือคุณโสภาคเป็นคนที่เขียนนิยายแนวไพรัชนิยายได้ดีมาก เราเห็นภาพของมองโกเลียดีเสียจนเคยใฝ่ฝันอยากไปที่นี่บ้าง พระเอกนางเอกต้องนอนกระโจม ใช้ชีวิตอยู่บนหลังม้า จบเศร้าแต่ก็ประทับใจค่ะ

5. "อุดมการณ์บนเส้นขนาน" ของ อรุณมนัย ความรักของนายทหารหนุ่มและนักข่าวสาว อุดมการณ์ที่แตกต่างกันในช่วงที่บ้านเมืองถูกเผด็จการทหารครองอำนาจ

6. "ดินแดนแห่งรัก" ของ พิมมาตา ความรักอันผิดศีลธรรมของพี่กับน้องที่แยกกันไปตั้งแต่เด็ก

น่าจะมีอีกนะแต่ตอนนี้นึกได้เท่านี้ก่อนค่ะ พูดถึงนิยายเศร้าเรายังตามหา unknown sad story ที่เคยเล่าไว้ที่บอร์ดเก่าไม่ได้เลย ไม่รู้ว่าชาตินี้จะได้อ่านหรือเปล่าค่ะไม่มีวี่แววว่าจะเจอเลย


โดย: ดุจจันทร์ IP: 110.164.47.174 วันที่: 1 ธันวาคม 2553 เวลา:18:29:47 น.  

 
***ทาสหัวใจ ของ ลัลนา***

เพราะพลิสเห็นความทุกข์ใจของน้องสาวเพียงคนเดียวที่ถูกวเรศสามีทรยศไปมีเมียน้อยขณะที่เธอกำลังตั้งครรภ์จนถึงขั้นแท้งบุตรไปจนสภาพจิตใจของน้องสาวย่ำแย่ต้องพึงจิตแพทย์ เมื่อขณะนี้อาการของน้องสาวดีขึ้น และเธอก็อยากกลับมาหาสามีเพราะอยากให้โอกาสเขาอีกครั้งที่เธอก็รู้ว่าเขาสำนึกผิดแล้ว แต่ทำไมน้องเขยตัวดีถึงยังกล้ามีหน้าพาผู้หญิงอื่นมาทำงานด้วยกัน มารับมาส่งกันอย่างเปิดเผยอีกล่ะ

ดารินทร์ไม่เคยรู้เลยว่าการที่เธอซึ่งเป็นน้องสาวต่างแม่เพียงคนเดียวของวเรศน้องสาวที่ไม่สามารถบอกกับใครต่อใครได้เพราะต้องคอยหลบซ่อนไม่ให้คุณย่าผู้รังเกียจเดียดฉันท์ได้รู้ว่าเธอและพี่ชายติดต่อกันกว่าที่เธอจะได้กลับมาอยู่กับพี่ชายญาติคนเดียวที่เหลือครอบครัวเธอก็ไม่เหลือใครแล้วและต้องรอให้คุณย่าจากไป แต่ความที่ไม่อยากให้คนงานและเพื่อนร่วมงานของพี่ชายทราบว่าเธอเป็นน้องของเขาเพียงเพราะเธอไม่อยากให้คำว่าน้องสาวของเจ้าของบริษัทจะมาเป็นอุปสรรคทำให้การฝึกงานที่ไร่ของตัวเองไม่เป็นไปตามจริง ซึ่งนั่นเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดที่สุดของเธอ

ด้วยความเข้าใจผิดว่าดารินทร์คือเมียเก็บคนใหม่ของน้องเขย ทำให้พลิสวางแผนตีสนิทและอาศัยชั้นเชิงที่เหนือกว่าและอายุที่มากกว่าเข้ามาตีสนิทและดารินทร์หลอกล่อเพื่อหาทางแยกตัวเธออกมาจากน้องเขย โดยที่พลิสไม่รู้เลยว่าทั้งหมดนั้นเขาคิดไปเองคนเดียว

^_______^

ผลงานล่าสุดของลัลนาที่เราประทับใจจากเรื่องตะวันคืนฟ้า สำหรับเรื่องนี้อ่านแล้วอ่านแล้วมีที่ตะหงิดอยู่ในใจหลายจุดเลยค่ะ ซึ่งความคิดเห็นต่อไปนี้อาจเปิดเผยเนื้อหาบางส่วนของเรื่อง ถ้าไม่อยากเจอสปอยล์ก็ผ่านไปได้เลยนะคะ

1. พ่อของนางเอกหายไปไหน ผู้เขียนปล่อยประเด็นนี้ไปเลย ทั้งที่เขียนถึงเอาไว้ แล้วที่จริงก็สามารถเฉลยได้ แต่จู่ๆ ผู้เขียนก็ไม่กล่าวถึงอีกเลย เพราะตรงนี้สำคัญว่าพ่อนางเอกทำไมถึงไม่ไปหาแม่นางเอกตามที่แม่นางเอกฝากบอกคนใช้ไว้ ซึ่งทำให้นางเอกกับแม่ต้องใช้ชีวิตอย่างลำบาก แล้วตกลงพ่อนางเอกตายก่อนคนเป็นย่าใช่เปล่า ตรงนี้รวบรัดไปหน่อย น่าจะนำมาใช้เป็นส่วนขยายเรื่องราววัยเด็กของนางเอกบ้าง อย่างน้อยมันจะช่วยให้นางเอกดูน่าสงสารและน่าเห็นใจมากขึ้นไปอีก (เพิ่มโทนดรามา)

2. บทเปิดเรื่อง เราคิดว่ามันไม่ค่อยเข้ากับเรื่องเท่าไหร่นัก ถ้าผู้เขียนใช้บทเปิดเรื่องแบบนี้ มันน่าจะมีเรื่องราวของตัวละครที่ชวนให้ติดตามเป็นจุดสำคัญหลักหรือเพื่อนำไปสู่ความยิ่งใหญ่ของเรื่องหรือตัวละครที่จะตามก็แล้วแต่ ในกรณีเรื่องนี้เราคิดว่าผู้เขียนต้องการจะปูพื้นของนางเอกไว้เท่านั้น คือตอนที่อ่านเราก็คิดนะคะว่าถ้าเป็นเราเราจะนำเสนอออกมาอย่างไร แบบอธิบายยังไงดี คือเราคิดว่า ถ้าเรื่องราวน้ำหนักชีวิตวัยเด็กของนางเอกมีเท่าที่ปรากฎในเรื่อง เราว่าเปิดเรื่องมาแบบบทแรกของนิยายเลยก็ได้ ไม่จำเป็นต้องมีบทนำแบบที่นำเสนอ เพราะเหมือนกับโฟกัสไปที่เรื่องราวของ แม่นางเอก แม่สามี เมียหลวง มาก
ไป น่าจะนำมาพูดถึงเป็นช่วงๆ ค่อยแทรกเข้ามาให้คนอ่านค่อยๆเข้าใจดีกว่า เอามาเขียนเป็นบทเปิดไปเลยน่ะค่ะ

3. การอธิบายประวัติชีวิตของนางเอกช่วงเด็กเราคิดว่ามันออกจะคลุมเครือไปหน่อย พี่ชายมาเจอได้อย่างไร ถ้าแม่เลี้ยงยังเจอตัวได้แล้วทำไมพ่อไม่หาให้เจอบ้างล่ะ ตรงนี้น่าจะทำให้ดูหนักแน่นมากขึ้นอีกนิด

4. พระเอกรักนางเอกตอนไหน เรามีความรู้สึกว่าพระเอกเรื่องนี้เป็นผู้ชายที่ดูๆเหมือนจะเห็นแก่ตัวนะคะ และก็คิดว่าเงินคือคำตอบของทุกสิ่ง ขนาดจะมีเมียเก็บก็ยังมีถึงสองคนเพื่อสำหรับเปลี่ยนรสชาติ แสดงว่าพระเอกเนี่ยฝักใฝ่ในทางกามารมณ์พอสมควร พิสูจน์ได้อีกครั้งจากตอนพิเศษท้ายเล่ม ที่ถามว่าพระเอกรักนางเอกเมื่อไหร่นั้นเรามองว่าผู้เขียนยังสร้างอารมณ์ให้คนอ่านสัมผัสได้บางมาก พระเอกเหมือนกับอยากเอาชนะ อยากเป็นเจ้าของนางเอกแค่นั้น เพราะนางเอกจู่ๆก็กลายเป็น "ของยาก" ขึ้นมา สัญชาติญาณท้าทายอยากเอาชนะมันเลยถูกปลุกขึ้นมาทำนองนั้น

5. สืบเนื่องจากข้อ 4 ถ้างานนี้เมียเก็บของพระเอกไม่ต่างพากันไปมีคู่หมายใหม่แล้ว พระเอกจะยังเก็บพวกหล่อนเอาไว้อีกหรือเปล่า ในขณะที่อีกทางหนึ่งก็กำลังพยายามเอาชนะใจนางเอกอยู่ พระเอกจะกล้าบอกเลิกก่อนหรือเปล่า ถ้าปัจจัยในการบอกเลิกไม่ได้มาจากตัวเมียเก็บทั้งสองเหมือนกับที่ในเรื่องผู้เขียนได้หาทางออกสำหรับปมนี้ของพระเอกเอาไว้ให้แล้ว เราคิดว่าพระเอกคนนี้คงจะคิดหนักนะ เพราะดูแล้วเขาอาจจะอยากร้องเพลง อยากเก็บเธอไว้ทั้งสองคนก็ได้

6. แล้วนางเอกล่ะนางเอกรักพระเอกตอนไหน ที่จริงแล้วผู้เขียนปูทางมาตลอดว่านางเอกพยายามรักษาระยะห่างกับพระเอกตลอดเวลา แต่ช่วงเวลาที่พระเอกเข้ามาใกล้ชิดหลอกล่อนั้น มันดูสั้นและกระชับเกินไป เพียงเพื่อจะนำไปสู่ฉากที่นางเอกตกเป็นของพระเอกเท่านั้น แต่หลังจากนั้นล่ะ เรามองว่านางเอกก็ใจแข็งพอที่จะตัดใจจากพระเอกได้เลยนะ แต่ผู้เขียนย้ำเรื่องหนึ่งเข้ามาว่า เมื่อตกเป็นของผู้ชายคนไหนแล้วนางเอกก็ไม่อยากจะมีใครคนอื่นอีก มันก็โอเคค่ะถ้าผู้หญิงคนนั้นจะมีใจให้กับผู้ชายคนแรกคนนั้นอยู่บ้าง หรือไม่ผู้หญิงคนนั้นก็หัวโบราณสุดๆ ตรงนี้เราว่ามันไม่ค่อยเคลียร์นะบอกไม่ถูก ถ้าผู้เขียนจะย้ำว่านางเอกเองนี่ล่ะมีใจให้กับพระเอกช่วงตอนที่พระเอกตามมาง้อนางเอก น่าจะมีการบรรยายเหตุการณ์ต่างๆที่นางเอกนึกถึงสิ่ง
ที่พระเอกทำสั้นๆช่วงท้ายเล่มตอนที่ตัดสินใจว่าจะเชื่อใจพระเอกหรือไม่นั้น มาเขียนขยายให้คนอ่านรู้สึกลึกซึ้งและเห็นใจพระเอกว่าพระเอกนั้น อยากแก้ตัวและอยากเริ่มต้นใหม่ที่ดีกับนางเอกจริงๆ มันจะทำให้คนอ่านซาบซึ้งกับความรัก อุตสาหะกับคนคู่นี้ไปด้วยน่ะค่ะ

7. เขียนบ่นๆมาข้างบนยืดยาวอย่าคิดว่าเราไม่ชอบนิยายเรื่องนี้นะคะ ตรงกันข้ามเราชอบค่ะ เพราะดูจากสปีดการอ่านที่ไม่ช้าเลยอีกอย่างนิยายเรื่องนี้ให้อารมณ์แบบนิยายรุ่นเก่าๆ ดีจังค่ะ ฉาก ท้องเรื่อง เหตุการณ์ อยู่ในต่างจังหวัด เป็นไร่ เป็นฟาร์ม มีรีสอร์ต ตัวละครอย่างลำดวนเมียเก็บพระเอกเนี่ยก็ดูเป็นสาวต่างจังหวัดดี หรือ กำไลมาศเมียเก็บอีกคนก็สะท้อนภาพสังคมของไฮโซต่างจังหวัด ได้ดีทีเดียว นานๆอ่านงานคนรุ่นใหม่ที่ให้บรรยากาศเก่าๆแบบนี้เราโอเคเลยนะคะ

8. สำนวนภาษาโดยเฉพาะบทสนทนาของพระเอกเราชอบค่ะ พระเอกปากจัดดี พูดตรงไปตรงมา บางทีก็คาดเดาไม่ได้ว่าเขาจะใช้คำพูดลักษณะนั้น ผิดไปจากมาตรฐานพระเอกไทย ผู้เขียนสร้างให้พระเอกดูเป็นคนทั่วไป ที่ไม่ได้ดีพร้อมสมบูรณ์แบบ แต่นิดนึงนะคะ อ่านแล้วอดมีภาพของฉายฉานทาบทับอยู่เล็กๆไม่ได้ก็

ถ้าหากว่าคุณลัลนาได้ผ่านเข้ามาอ่านความเห็นของเราก็ขออย่าได้ท้อถอยหรือหมดกำลังใจไปก่อนนะคะ เพราะรักหรอกค่ะ จึงอยากชี้ให้เห็นถึงจุดที่อยากให้นำไปปรับปรุงแก้ไข ในผลงานครั้งหน้า ซึ่งแน่นอนว่าเรายังยินดีตั้งตาคอยและพร้อมจะเสียเงินสนับสนุนต่อไปนะคะ อ้อ...อีกนิด พบคำผิดบ่อยเลยนะคะ ยังไงฝากไปอีกเรื่องส่งท้ายค่ะ


โดย: ดุจจันทร์ IP: 110.164.47.174 วันที่: 1 ธันวาคม 2553 เวลา:19:30:12 น.  

 
พี่ปุ้ยขา ถามหน่อยค่ะ พอดีมีเหตุให้ได้เข้าไปที่เว็บบอร์ดบ้านกิ่งฉัตร รุ่นเก่า สมัย buildboard น่ะค่ะ เพิ่งรู้ว่าเว็บบอร์ดมัน activate แล้วน่ะค่ะ ข้อความขยะต่างๆหายไปหมดเลย นั่งเบิ่งตามองปี ค.ศ. อยู่ตั้งนานไม่แน่ใจว่าตาฝาดหรือเปล่า ที่เห็นปี 2010 ในบอร์ดน่ะค่ะ

คือใช้เน็ตจากร้านเน็ตก็เลยไม่รู้ว่าตอนนี้บอร์ดนี้มันยังมีไวรัสเยอะหรือเปล่าคะ เพราะตอนที่ต้องทำบอร์ดใหม่ก็เพราะต้องการหนีปัญหานี้เนี่ยล่ะค่ะ

สรุปว่าน้องยุ้ยกลับมาทำบอร์ดให้เหรอคะ แต่ก็ดีใจนะเข้าไปอ่านๆดูเจอชื่อคนเก่าๆ คนคุ้นๆ ด้วยล่ะ


โดย: ดุจจันทร์ IP: 110.164.47.174 วันที่: 1 ธันวาคม 2553 เวลา:20:09:20 น.  

 
นั่งไล่อ่านกระทู้เก่าเสียเพลินเลยค่ะ ข้อมูลหายไปเยอะแต่ไม่เป็นไร อ่านความเห็นของตัวเองสมัยปี 2003-7 แล้ว ขำๆ แต่ต้องยอมรับว่าสมัยนั้น นักอ่านในบอร์ดข้อมูลแม่นจริงๆ ถามอะไรตอบได้ สนุกมาก


โดย: ดุจจันทร์ IP: 110.164.47.174 วันที่: 1 ธันวาคม 2553 เวลา:20:51:23 น.  

 
พี่หน่อยกลับมาเขียนยาวมากเลย มาบอกว่าชอบเรื่องอำนาจของคุณประภัสสรมากค่ะ ขอบมากกว่าเรื่องชี๊คอีก อ่านสมัยเรียนนานแล้วและอ่านหลายรอบอยู่ (ตอนนี้จำไม่ไม่ค่อยได้แล้ว) เปิ้ลว่าคุณประภัสสรเขียนนิยายการเมืองได้ลึกดีและน่าติดตามค่ะจนแทบไม่สนพระเอกนางเอกเลยว่าจะ happy ending หรือเปล่า
ปล. ถ้าบอร์ดเก่าใช้ได้ก็ดีนะคะ


โดย: เปิ้ล IP: 58.11.86.164 วันที่: 2 ธันวาคม 2553 เวลา:11:31:11 น.  

 
แซวแบบขำๆๆๆสำหรับเจ๊คนบนฟ้า กะเจ้าของบ้าน

โอเสนอนะคะพี่ปุ้ยน่าจะมีหัวข้อใหม่ ชื่อว่า คุยกะดุจจันทร์ 5555

เพราะว่าพี่ปุ้ยไม่ค่อยเข้าบ้านเลยยยยยยยยยยย คุณหน่อยเธอเข้า ตลอดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ


โดย: odet IP: 168.153.0.97 วันที่: 6 ธันวาคม 2553 เวลา:5:36:19 น.  

 
***คุณสามี(กำมะลอ)ที่รัก ของ ปัณณพร***

งานวิวาห์ที่น่าจะดำเนินไปอย่างราบรื่นและเป็นที่ภาคภูมิใจของเจ้าสาวอย่างพิมภากลับต้องพังทลายเพียงเพราะมีผู้หญิงเข้ามาแสดงตัวเป็นภรรยาอีกคนของเจ้าบ่าวกลางงานและที่มันเจ็บปวดมากก็คือผู้หญิงคนนั้นคือเพื่อนสนิทที่คิดไม่ซื่อมาตั้งแต่ตอนไหนพิมพาไม่เคยระแคะระคายเอาเสียเลย ไหนๆงานมันก็ต้องล่มอยู่แล้วคนอย่างพิมภาไม่ยอมเสียหน้าฝ่ายเดียวขอเอาคืนให้สะใจก่อนก็แล้วกัน ว่าแล้วก็จัดการซัดทั้งเจ้าบ่าวและนังเพื่อนทรยศให้เต็มฝ่ามือเสียก่อน

เมื่อแผลจากความล้มเหลวเรื่องงานวิวาห์ล่มยังตกสะเก็ดพิมภาจึงขอคลายเครียดด้วยการไปดื่มแก้กลุ้มแต่ที่พิมภาไม่รู้ตัวก็คือเวลาที่เธอเมามากเธอมักจะทำอะไรที่เกินจินตนาการเสมอ และครั้งนี้ก็เช่นกัน เมื่อพ้นค่ำคืนอันแสนเซ็งมาแล้ว พิมภาจึงได้รู้ว่าเธอได้หอบหิ้วเอาสามีเป็นใครหน้าไหนก็ไม่รู้กลับมามาคอนโดด้วยพร้อมกับใบทะเบียนสมรสที่มีลายมือของเธอและเขาประทับตราไว้พร้อม

ฤชวีแค่เพียงเป็นห่วงสาวสวย เปรี้ยว ท่าทางเก๋ไก๋ ที่มาดื่มคนเดียวแล้วดื่มเอาดื่มเอาจนแทบประคองตัวกลับบ้านไม่รอด ซึ่งป็นเหตุให้เขาต้องเอาตัวเข้ามาแทรกเพื่อดูแลให้เธอกลับถึงบ้านโดยปลอดภัย โดยไม่คิดเลยว่ามันจะเป็นเหตุนำพาความยุ่งยากมาสู่ชีวิตอันสุขสงบของเขา

เมื่อพ่อแม่ของพิมพาดันเข้ามาเจอลูกสาวและชายหนุ่มในเช้าวันต่อมาจึงไม่อาจคิดเป็นอื่นไปได้แม้พิมภาจะแก้ปัญหาเฉพาะหน้าบอกว่าเขาเป็นแค่เพื่อน แต่ด้วยความที่อยากดัดหลังและให้บทเรียนกับลูกสาวที่เมาแล้วทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลัง อีกทั้งท่าทีและลักษณะนิสัยใจคอของฤชวีที่แม่ของพิมภาได้สัมผัสสร้างความประทับใจให้กับนางไม่น้อย และคิดว่าผู้ชายดีๆแบบนี้ไม่น่าจะหลุดลอยเข้ามาได้ง่ายๆ ทะเบียนสมรสปลอมๆจึงถูกนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ พิมภาและฤชวีจึงต้องอยู่ด้วยกันเป็นสามีภรรยากำมะลอไปจนกว่าพ่อแม่ของเธอจะกลับไป ซึ่งฤชวีก็ยินดีเพราะอย่างน้อยเขาก็จะได้หลบหน้าคุณย่าจอมเฮี้ยบที่กำลังจับคู่เขากับผู้หญิงที่ท่านพึงใจไปได้สักพัก

หากความลับไม่มีในโลกในที่สุดฤชวีก็ถูกคุณย่าตามตัวกลับจนได้ ร้อนถึงพิมภาที่เริ่มรู้สึกมีใจคิดพิเศษกับคุณสามีขึ้นมาบ้างแล้ว จำต้องเหยียบถ้ำเสือเพื่อตามตัวพ่อบ้านแสนดีของเธอกลับมา ด้วยเหตุผลต่างๆนาๆที่เธอจะขนคิดขึ้นมาได้ หากแต่มันไม่ง่ายเลยเมื่อคุณย่าประกาศตัวเป็นศัตรูกับเธอชัดเจน งานนี้พิมภาเลยจำต้องสู้กันนิดหน่อย

^______^

เป็นนิยายที่ใช้เวลาในการอ่านนานมากเลยค่ะ เพราะอ่านแล้ววาง อ่านแล้ววาง แล้วก็ต้องเข็นตัวเองพอสมควร ซึ่งต่างไปจากผลงานแรกของผู้เขียนที่เราชื่นชอบมากๆ อาจจะเป็นเพราะด้วยสำนวนการเขียนที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ถึงแม้ว่าผู้เขียนจะเน้นให้มีอารมณ์ขำ แต่เราคิดว่าเราชอบอารมณ์ขำตลกแบบหัวใจใต้เงาตะวันมากกว่านะคะ คือพออ่านแล้วมันขำได้แบบขำเลยน่ะค่ะดูเป็นธรรมชาติ ไม่ฝืดเหมือนกับเรื่องนี้ที่เรารู้สึกว่ามันต้องใช้ความพยายามมากเลยกว่าจะรู้สึกขำตามไปด้วย

เรื่องค่อนข้างอืดช่วงแรกๆดำเนินไปเชื่องช้าและขาดจุดเร้าความสนใจนะ ทำให้ไม่ค่อยตรึงความสนใจของคนอ่านให้จดจ่อกับเรื่องราวนัก อาจจะเป็นเพราะมันออกอารมณ์ชิกลิทกึ่งๆอารมณ์การ์ตูนญี่ปุ่นด้วยมั้ง (ตอนอ่านนึกถึงเรื่องของยัยชิราโทริ เรโกะ) ซึ่งพอมันมาผสมกันแล้วมันต้องใช้เวลาในการที่จะทำความคุ้นเคยและสนุกไปกับมันได้
ณสม
นางเอกเรื่องนี้เป็น working woman นะคะ เรียกว่าเป็นจุดดีของนางเอกเลยค่ะ เพราะอย่างน้อยก็ยังรู้จักทำงานทำการแถมยังทำงานได้ดี ทำงานเก่งด้วย ความที่ทำงานอยู่ในแวดวงของเรื่องสวยๆงามๆการที่นางเอกจะชอบแต่งเนื้อแต่งตัว แต่งหน้า แต่งตาให้ภาพลักษณ์ตัวเองดูดีอยู่เสมอจึงไม่ใช่เรื่องแปลก แม้ว่ากลวิธีที่จะทำให้ตัวเองสวยจะดูแปลกไปและขัดแย้งกันเองบ้างก็พอยอมรับได้ แต่ที่ประหลาดเลยก็คือนิสัยจิกๆ กัดๆ ปากคอเราะร้าย โดยเฉพาะเวลาที่ต้องปะทะฝีปากกับลัลนาเพื่อนร่วมงานที่เป็นไม้เบื่อไม้เบากันมาตลอด ที่เรารู้สึกว่าเป็นการจิกกัดกันจริงๆ มันไม่เจืออารมณ์ขันไปด้วย คือถ้าต้องทำงานแล้วต้องมารังสรรค์คิดคำมาต่อกรกับเพื่อนร่วมงานขนาดนี้ เราว่ามันเหนื่อยนะ แต่ถ้าเป็นแบบจิก กัด แซวๆ กันพอขำ เราว่ามันจะทำให้ชีวิตสนุกสนานและสร้างบรรยากาศในที่ทำงานได้ดีกว่าน่ะค่ะ แต่ก็ต้องยอมรับว่านางเอกเรื่องนี้เป็นสิ่งที่โดดเด่นที่สุดของเรื่องเลยค่ะ

พระเอกเป็นผู้ชายที่หญิงใดได้ไปจะเป็นบุญวาสนาของชีวิตมาก เพราะเป็นพ่อบ้านพ่อเรือน ทำกับข้าวเก่ง ใจดี ใจเย็น มองโลกในแง่ดี มีน้ำใจ รูปร่างดี หล่อ หุ่นน่าเจี๊ยะ แถมยังเป็นนักเขียนระดับ best seller ที่มีผลงานตีพิมพ์ในระดับอินเตอร์ เป็นพระเอกที่แตกต่างไปจากพระเอกกระแสหลักในตอนนี้เลยค่ะ

สรุปแล้วเราคิดว่าเราชอบงานเขียนเล่มแรกของปัณณพรมากกว่าค่ะ ชอบสำนวนเขียนตลกๆ ขำๆ แบบเข้าใจง่าย แบบนั้นมากกว่าแนวนี้ค่ะ


โดย: ดุจจันทร์ IP: 110.49.193.10 วันที่: 6 ธันวาคม 2553 เวลา:22:10:16 น.  

 
***ใจซ่อนรัก ของ ฌามิวอาห์***

ในชีวิตของหวันยิหวานั้นบุคคลเดียวที่เธอเปรียบเสมือนเป็นคนในครอบครัวที่เธอไม่เคยมีก็คืออรนิชเพื่อนรักที่ต่างก็ทดแทนความขาดแคลนและกระพร่องกระแพร่งในคำว่าครอบครัวให้แก่กันและกัน หวันยิหวามีเพียงป้าที่เสียชีวิตไปไม่นานแล้วเท่านั้นที่จัดว่าเป็นญาติ ส่วนอรนิชแม้จะมีฐานะร่ำรวยจัดเป็นกลุ่มชนชั้นสูงของสังคม หากเธอก็ห่างเกินกับพ่อแม่ด้วยทั้งคู่ต่างพากันทำมาหากิน เมื่อได้พบเจอกันทั้งคู่ก็กลายมาเป็นเพื่อนรักที่เข้าอกเข้าใจซึ่งกันและกันมากเกินกว่าที่ใครภายนอกจะเข้าใจได้ เพราะในความเป็นเพื่อนรักกันนี้ หวันยิหวาจะเป็นฝ่ายตามอกตามใจอรนิชเสียเป็นส่วนใหญ่ แทบไม่มีขัดใจกัน แต่ในความเจ้ากี้เจ้าการจอมงการกับชีวิตเพื่อน หวันยิหวารู้ว่าเพื่อนรักนั้นจริงใจและเป็นห่วงเป็นใยเธอมากที่สุด

เมื่ออรนิชมาขอร้องให้เธอยื่นมือเข้าช่วยขัดขวางไม่ให้แทนไทอดีตคนรักเก่าที่เลิกลากันไปแบบไม่สวยนักกระเด็นออกไปจากการต้องมาเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวในงานแต่งงานของเธอให้ที ด้วยเพราะเขาดันกลายมาเป็นญาติผู้น้องของว่าที่เจ้าบ่าวเอาซะนี่ ความหนักใจก็มาเยือนหวันยิหวาทันที เป็นเพราะเธอยังรู้สึกผิดว่าเธอเป็นส่วนหนึ่งในการที่ช่วยเพื่อนทำร้ายแทนไทยามที่เขามาตามหาอรนิชเพื่อปรับความเข้าใจในครั้งที่ทั้งคู่เลิกลากันใหม่ๆ ภาพความเสียใจของเขาคราวนั้นทำให้เธออดสงสารเขาไม่ได้ และก็กลายมาเป็นความห่วงใยและห่วงหาอาทรในที่สุด

สำหรับแทนไทเมื่อได้รู้ว่าจะได้กลับมาเจออดีตคนรักและเพื่อนสนิทของคนรักอีกครั้ง เขาก็รู้สึกว่าชีวิตที่เริ่มจะเฉื่อยชาของเขากลับมามีความตื่นเต้นและท้าทายอีกครั้ง คราวนี้เขาจะเป็นคนสั่งสอนสองสาวนั่นเองว่าให้รู้จักโตเป็นผู้ใหญ่ได้เสียที เงื่อนไขแกมข่มขู่จึงถูกเขานำมาใช้ต่อรองกับสองสาว และคนที่ซวยที่สุดก็หนีไม่พ้นเธอหวันยิหวา

^________^

พออ่านนิยายเล่มนี้จบมีความรู้สึกว่าผู้เขียนมีพัฒนาการด้านโครงเรื่องและพล็อตเรื่องที่ลงตัวมากขึ้นไปถึงขั้นเริ่มนิ่งแล้ว ผู้เขียนเพิ่มประเด็นขัดแย้งรองเข้าไปขยายเรื่องราวของตัวละครหลักให้ชวนน่าสนใจและติดตาม ซึ่งที่นี้ก็คือเรื่องราวของนางเอกนั่นเอง ซึ่งต้องขอชมว่าเป็นการแทรกเข้ามาที่ทำให้เรื่องราวมีความเคลื่อนไหวมีความน่าสนใจและเป็นการใส่มาที่ดีมากๆเลยค่ะ เพราะช่วยเพิ่มน้ำหนักของเรื่องไม่ให้เป็นเพียงแค่นิยายรักธรรมดาเบาๆไปแค่นั้น

แม้ว่าจะมีโทนอารมณ์ของเรื่องคลับคล้ายต้อนรักไปสักหน่อยโดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับนิสัยของพระเอกเพียงแต่เล่มนี้เพิ่มตัวละครหลักเพื่อนสนิทของนางเอกเข้ามาอีกคน แต่ก็เป็นตัวละครสำคัญเพราะมีบทบาทตลอดทั้งเรื่อง คิดว่าผู้เขียนกระจายบทของพระเอกและเพื่อนนางเอกได้ค่อนข้างดีไม่เทไปทางใดทางหนึ่งมากจนกินไป

ความจริงแล้วต้องสารภาพว่าอ่านไปก็รำคาญยัยเพื่อนนางเอกนี่จริงๆ คือเราไม่ชอบให้ใครมาบงการชีวิตเรา หรือมาทำให้ขาดอิสระเสรีภาพทั้งความคิดและการกระทำน่ะค่ะ พอเห็นนางเอกยอมลงให้กับเพื่อนขนาดนี้ ก็เลยอดมีบ้างที่จะหมั่นไส้อรนิชและพานหมั่นไส้นางเอกไปบ้าง แบบลืมตัวคิดว่าตัวเองเป็นนางเอกแล้วถูกเพื่อนเอาเปรียบ แต่พออ่านมาเกินครึ่งเรื่องก็ค่อยๆเข้าใจว่าเพราะอะไรนางเอกถึงยอมให้กับเพื่อนคนนี้ ผู้เขียนจะค่อยอธิบายให้เราเข้าใจในเวลาต่อมา ซึ่งก็คลายความขุ่นข้องหมองใจลงไปได้

พระเอกเป็นคนที่เอาแต่ใจมากก็จริง แต่ก็มีเหตุมีผล แม้บางอย่างที่ทำไปแบบแกล้งนางเอกให้ทำโน้น นี่ นั่น จะดูน่าตื้บแต่ก็น่ารักดี ยิ่งเวลาที่อยู่กับแม่กับครอบครัว พระเอกจะแทนชื่อตัวเองกับแม่ ก็ดูน่าเอ็นดู "แทน" ยังงั้น "แทน" ยังงี้

บุคลิกนางเอกเราชอบนะ นางเอกเป็นคนที่เย็นๆ ใจดี อยู่ด้วยแล้วสบายใจ ไม่พูดมาก เพราะงั้นนางเอกจึงเป็นคนที่ถูกต้องการอย่างมากกกกกกกกจากพระเอกและเพื่อน แต่ความที่นางเอกมีปมเรื่องครอบครัวที่กำพร้าแทบไม่มีญาติมิตรที่ไหน เพราะฉะนั้นพอได้รู้ว่าแท้จริงแล้วตัวเองไม่ได้กำพร้านะแต่ยังมีพ่อมีพี่ชายมีน้องชายนางเอกจึงขาดความมั่นใจ และมีความกลัวว่าจะไม่ได้รับการต้อนรับและถูกรังเกียจ เหมือนกับที่ตัวเองเจอมาบ่อยๆยามที่ต้องตามพื่อนออกงานสังคมและโดนดูถูกจากบรรดาไฮโซจอมปลอมทั้งหลาย

เลยกลายเป็นว่าสิ่งที่เราประทับใจมากที่สุดในนิยายเล่มนี้กลับเป็นตอนที่นางเอกปรับความเข้าใจกับพ่อและยอมรับพ่อเข้ามาในหัวใจ เล่นเอาเรียกน้ำตา

ยังมีสิ่งที่ค้างคาใจอยู่นิดหน่อย...........

1) เรื่องของณรันพี่ชายของนางเอกกับปัญหาครอบครัวของเขา ผู้เขียนเปิดประเด็นไว้แล้วยังไม่ได้ปิดปม โดยเฉพาะประโยคที่ชลธิชาผู้เป็นลูกสะใภ้ตอบกับพ่อสามีว่าการที่พวกเขาต้องแยกกันอยู่นั้นมาจากความผิดของเธอเอง ซึ่งผู้เขียนไม่ได้เฉลยคำตอบของเรื่องนี้ไว้ในใจซ่อนรัก เลยทำให้สงสัยว่าผู้เขียนจะมีเรื่องของคู่พี่ชายพี่สะใภ้ต่อไปหรือไม่เพื่อเฉลยประเด็นนี้ (อยากให้มีนะเพราะชักชอบณรันเสียแล้วสิ)

2) การกำเนิดของนางเอกความสัมพันธ์ของพ่อกับแม่ที่มาที่ไปของนางเอกยังคลุมเครือ ผู้เขียนกล่าวถึงไว้ลางๆ เพราะฉะนั้นถ้าผู้เขียนมีเรื่องต่อ ก็ควรจะนำประเด็นที่ค้างคานี้ไปเฉลยเสียให้เสร็จสรรพให้หายติดค้างกัน (จริงๆแล้วเราไม่ค่อยชอบนิยายที่ไม่จบประเด็นภายในเรื่องเดียวกันนะคะ อยากให้อ่านจบแล้วจบเลยมากกว่า ไม่ต้องมีอะไรติดค้างกันอยู่อีก ถ้าจะขึ้นเรื่องใหม่ที่ต่อเนื่องก็แค่เกริ่นถึงบ้างแต่พอเล็กน้อย ไม่ใช่การยกประเด็นที่ค้างคาไปเฉลยกันในเล่มถัดไป)

สรุปว่านิยายเรื่องนี้สนุกค่ะ อ่านได้รวดเดียวไม่ต้องติดเบรคระหว่างทาง


โดย: ดุจจันทร์ IP: 110.49.193.10 วันที่: 6 ธันวาคม 2553 เวลา:22:12:20 น.  

 
อ๊ะ....โอ ก็พี่มีหน้าที่เฝ้าบล็อกนี่นาฮ่าๆๆๆๆๆ
เหมือนกับพี่ปุ้ยเปิดบล็อกมาให้พี่ใช้งานเลยนะ
เพราะคุณพี่เขามาแล้วเขาก็หายไปเลยยยยยยย อิ อิ
เดี๋ยวก็จะหายไปยาววววววววอีก น่าอิจฉาชะมัด
เที่ยวตลอด


โดย: ดุจจันทร์ IP: 110.49.193.10 วันที่: 6 ธันวาคม 2553 เวลา:22:17:59 น.  

 
ปลวกขึ้นบ้านค่ะ ดีที่ไม่ได้ขึ้นตรงหนังสือ แต่ก็ต้องเสียวันหยุดไปกับการรื้อบ้านเพื่อที่จะปูพื้นใหม่ เพราะมันกินพื้นไม้ไป

พี่ปุ้ยหายตลอด ทิ้งให้พี่ดุจมาเป็นเจ้าของบ้านแทน ฮิๆ


โดย: เฟิง IP: 202.151.6.29 วันที่: 7 ธันวาคม 2553 เวลา:9:16:13 น.  

 
อ้อ เฟิงเข้าไปดูในเว็บของสนพ.ฟิสิกซ์เซนเตอร์ เห็นว่าเรื่องใหม่ของคุณรอมแพง"ปักษานาคา"จะออกวันที่13นี้แล้วนะคะ พี่ดุจ


โดย: เฟิง IP: 202.151.6.29 วันที่: 7 ธันวาคม 2553 เวลา:9:51:35 น.  

 
พี่ทิพชูสองมือเห็นด้วยมากๆกับรีวิวน้องหน่อย เรื่อง คุณสามีกำมะลอที่รักจ้า อ่านแล้วอึดอัดจริงๆเลยกับนางเอกโดยเฉพาะเวลาที่เธอพูดกับพระเอก(ผู้แสนดี)เหมือนคุณเธอจะข่มๆไงไม่รู้ ยังนึกสงสัยเลยว่าฤชวีไปหล่นหลุ่มรักโครมเข้าตอนไหน นักเขียนบอกว่าเรื่องนี้เขียนให้ขำแต่พี่อ่านแล้วมันไม่ขำเลยอ้ะ อยากให้เธอเขียนสนุกๆแบบ หัวใจใต้เงาตะวัน มากกว่า


โดย: tippawan IP: 58.10.170.96 วันที่: 7 ธันวาคม 2553 เวลา:13:04:21 น.  

 
เพิ่งเข้ามาเห็นรีวิวนิยายของตัวเอง ^ ^'

ขอบคุณพี่ดุจจันทร์มากมายค่ะสำหรับคำวิจารณ์ (และขอบคุณพี่ทิพที่น่ารักด้วยนะคะ ^_________^)

ต้องบอกว่าทั้งพี่ดุจจันทร์และพี่ทิพเป็น 1 ในผู้ที่ช่วยขัดเกลานิยายของติญญาให้พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ อ่านวิจารณ์ครั้งนี้ก็ทำให้ขณะที่กำลังเขียนเล่มต่อไป (คุณลม จากเงารักซ่อนใจ เป็นพระเอกค่ะ) คนเขียนนั่งคิดแต่คำว่า "หนักหนา" เลยล่ะค่ะ ^ ^'

ขอบคุณมากค่ะที่ช่วยอ่านและช่วยวิจารณ์ สัญญาว่าเล่มต่อไปจะพยายามให้มากกว่านี้ค่ะ


โดย: ติญญา IP: 125.25.141.139 วันที่: 17 ธันวาคม 2553 เวลา:19:55:07 น.  

 
น้องหน่อย พี่แอบมาจดรายชื่อค่ะ หนูรีวิวได้เก่งจรริงๆ หลายเรื่องน่าสนใจมากค่ะ จดไว้แล้ว หลายเรื่องไม่เคยอ่าน แต่บางเรื่อง ของ ม มธุการี นี่อ่านแล้วค่ะ ชอบมากกกกกกก

เดี๋ยวไปทำงานก่อนและไล่ล่าหามาอ่านแล้ว มารายงาผลนะคะ

ขอบคุณมากๆค่ะ


โดย: อักษรสรรพ์ IP: 171.7.205.83 วันที่: 4 เมษายน 2555 เวลา:19:06:15 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สาวน้อยเกวลิน
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]




Friends' blogs
[Add สาวน้อยเกวลิน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.