" การเป็นผู้ให้ ย่อมสุขใจ กว่าการเป็นผู้รับ "
Group Blog
 
<<
กันยายน 2553
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
18 กันยายน 2553
 
All Blogs
 
ลุ้นระทึก! ภารกิจช่วยชีวิตคนงานชิลีติดเหมือง


เหมืองถล่ม ชิลี



เป็นเวลากว่า 1 เดือนแล้วที่คนงานเหมืองซานโฮเซ ชาวชิลี 33 ชีวิต ต้องติดอยู่ภายในเหมืองทอง และเหมืองทองแดงในเมืองซานติอาโก เมืองหลวงของประเทศชิลี หลังเกิดเหตุการณ์เหมืองถล่มเมื่อวันที่ 5 สิงหาคมที่ผ่านมา และกว่าที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยจะไปเจอพวกเขา ก็ใช้เวลาถึง 17 วัน แต่สิ่งที่โชคดีราวกับปาฏิหาริย์ก็คือ พวกเขาทั้ง 33 คนยังมีชีวิตอยู่ แม้ว่าจะมีน้ำหนักลดลงไปถึง 10 กิโลกรัม

ไม่รอช้าที่หน่วยกู้ภัยพบคนงานทั้ง 33 คนยังมีชีวิตอยู่ จึงได้รีบทำการเจาะหลุมให้เข้าถึงพื้นที่ที่คนงานทั้ง 33 ชีวิตอยู่ให้ได้มากที่สุด เพื่อจะได้ใช้เป็นเส้นทางส่งเสบียง ยารักษาโรค และอุปกรณ์จำเป็นในการสื่อสาร ซึ่งหน่วยกู้ภัยต้องใช้ความพยายามถึง 8 ครั้งในการเจาะหลุมกว้าง 4 นิ้วเชื่อมต่อกับพื้นที่ที่คนงานติดอยู่ได้สำเร็จ

แน่นอนว่า ภารกิจสำคัญต่อไปก็คือ การขุดเจาะหลุมขนาดใหญ่ให้เพียงพอที่จะหย่อนแคปซูล ไปดึงตัวคนงานออกมาทีละคน ซึ่งคาดกันว่า ต้องใช้เวลาอีก 2-4 เดือน จึงจะสามารถนำผู้รอดชีวิตที่ติดอยู่ใต้ดินขึ้นมาได้ทั้งหมด นั่นเท่ากับว่า พวกเขาทั้ง 33 คนต้องใช้ชีวิตอยู่ในอุโมงค์ยาว 1 ไมล์ครึ่ง มีพื้นที่ประมาณ 450 ตารางฟุต อีกอย่างน้อย 2-4 เดือน



เจ้าหน้าที่เร่งช่วย 33 คนงานเหมืองชิลี




หลานสาวของ มาริโอ โกเมซ กำลังเขียนจดหมายถึงคุณปู่ของเขา


ฝากรอยจูบของฉันไปให้ลูกสาว และหลาน ๆ ด้วย แล้วบอกพวกเขาด้วยว่า ฉันรักพวกเขามาก บอกพวกเขาว่าไม่ต้องห่วงฉัน และสำหรับเธอ (ภรรยา) ฉันขอฝากอ้อมกอดและรอยจูบไปให้เธอ ฉันรักเธอมาก พวกเราจะมีความสุขอย่างแท้จริงกับครอบครัวของพวกเราตลอดไป อีกไม่ช้าพวกเราจะได้พบกัน ที่รักของฉัน ฉันรักเธอ" ลงชื่อ มาริโอ

ขณะเดียวกันก็ยังมีเรื่องราวของนายเอสเตบัน โรยาจ ที่ได้เขียนจดหมายขอนางเจสสิกา ยาเนซ ภรรยาของเขาแต่งงาน เนื่องจากตลอดระยะเวลา 25 ปีที่อยู่ด้วยกัน ภรรยาของเขาปรารถนาที่จะจัดพิธีแต่งงานในโบสถ์ แต่นายโรยาจเป็นฝ่ายบ่ายเบี่ยงมาโดยตลอด ซึ่งนายโรยาจสัญญาได้เขียนจดหมายบอกภรรยาว่า "เมื่อฉันออกไปจากที่นี่ (เหมือง) เราจะไปซื้อชุดแต่งงาน แล้วพวกเราจะได้แต่งงานกัน"





โดยแผนการช่วยเหลือคนงานชิลีครั้งนี้ วิศวกรจะขุดเป็น Pilot hole กว้าง 13 นิ้ว แล้วจึงขยายเป็น 26 นิ้ว เพื่อให้สามารถหย่อนแคปซูลลงไปได้ ซึ่งแคปซูลนี้กองทัพเรือของชิลี เป็นผู้ออกแบบสร้างขึ้นด้วยเหล็กยาว 2.5 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 21 นิ้ว ด้านในแคปซูลประกอบไปด้วยอุปกรณ์ให้ความสว่าง ออกซิเจน และฝาเปิดนิรภัย เพื่อจะช่วยดึงตัวคนงานขึ้นมาทีละคน ซึ่งต้องใช้เวลารอบละ 1 ชั่วโมงเลยทีเดียว

และการใช้ชีวิตในใต้ธรณีนั้นเป็นเรื่องยากลำบาก โดยเฉพาะอย่างเช่นการขับถ่าย การกิน การนอน นอกจากนี้เหล่าคนงานต้องพยายามรักษาน้ำหนักตัวไม่ให้มีรอบเอวเกิน 35 นิ้ว ไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถขึ้นแคปซูลเพื่อออกจากเหมืองได้ พวกเขาจึงต้องมีการควบคุมอาหาร และคิดโปรแกรมออกกำลังกายด้วย

นอกจากนี้ ภายในใต้ดินยังเต็มไปด้วยแหล่งเชื้อโรค สิ่งที่น่ากลัวที่สุดก็คือ "โรคระบาด" โดยเฉพาะหากมีใครคนใดคนหนึ่งเสียชีวิตขึ้นมา จะยิ่งเป็นเรื่องยากที่จะสกัดกั้นโรคระบาดไว้ได้ พวกเขาทุกคนจึงต้องพยายามรักษาร่างกายให้แข็งแรงที่สุด โดยได้รับวัคซีนป้องกันโรคที่ด้านบนส่งลงมาให้

แม้จะเป็นวิบากกรรมครั้งยิ่งใหญ่ แต่กำลังใจของกลุ่มคนงานส่วนใหญ่ที่ติดอยู่ในเหมืองยังมีสภาพจิตใจที่ดีอยู่ หลังจากได้ติดต่อพูดคุยกับครอบครัว ทั้งผ่านการเขียนจดหมาย ผ่านวีดีโอคอนเฟอเรนซ์อยู่เป็นระยะ และยังมีหลายคนในครอบครัว มาตั้งแคมป์อยู่รอบ ๆ เหมือง เพื่อส่งใจไปให้พวกเขาสู้ต่อไป







และยังมีเรื่องราวอันแสนโรแมนติกเกิดขึ้นท่ามกลางวิบากกรรมครั้งนี้ เมื่อ "มาริโอ้ โกเมซ" คนงานวัย 63 ปีซึ่งเป็นคนงานเหมืองที่อายุมากที่สุด ได้ส่งจดหมายฉบับแรกออกมาพร้อมกับหัวขุดเจาะ โดยการเขียนจดหมายของมาริโอ้ โกเมซ ครั้งนี้ถือเป็นการส่งจดหมายรักคุยกับภรรยาครั้งแรก หลังจากพวกเขาใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันมานานกว่า 30 ปี โดยเนื้อความของจดหมายที่นายโกเมซเขียน สรุปใจความได้ว่า





นายโรยาจ เขียนจดหมายขอภรรยาแต่งงาน

ทั้งนี้ ยังมีเรื่องราวของนายอาเรียล ติโกนา ที่ภรรยาของเขา "เอลิซาเบธ ซาโกเวีย" ได้คลอดลูกสาว ขณะที่สามีของเธอไม่สามารถมาอยู่เคียงข้างได้ โดยเธอได้ตั้งชื่อลูกสาวว่า Esperanza ซึ่งแปลว่า "ความหวัง" โดยหวังจะให้ลูกสาวตัวน้อย นำความหวังมาสู่พ่อของเธอ และชาวเหมืองที่ใช้ชีวิตอยู่ใต้ธรณี และเธอก็ให้สัมภาษณ์ว่า "ฉันไม่สามารถร้องไห้ได้ เพราะถ้าฉันร้องไห้ ลูกสาวตัวน้อยของฉันจะรับรู้ทุกอย่าง"






หนูน้อย Esperanza


แต่ทว่าอีกด้าน ยังมีเรื่องราวที่ไม่สู้ดีของนายยอนนี่ แบริโอ้ คนงานที่ติดอยู่ในเหมืองเกิดขึ้น เมื่อภรรยาของเขา "มาร์ตา ซาลินาส" พบว่า นอกจากตัวเธอเองจะมาสวดภาวนาในสามีปลอดภัยแล้ว ยังมีผู้หญิงนามว่า "ซูซานน่า วาเลนซูเอลา" วัย 50 ปี มาสวดภาวนาขอให้สามีของเธอปลอดภัยด้วยเช่นกัน ซึ่งเธอยอมรับว่า เป็นเรื่องที่เลวร้ายมากที่รู้ว่าสามีมีผู้หญิงอีกคน แต่เธอยินดีจะให้อภัย เพราะเธอเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย และเขาก็รักเธอ ขณะที่ซูซานน่า ให้สัมภาษณ์ว่า เธอรักกับยอนนี่มาแล้ว 5 ปี ซึ่งตลอดเวลาเขาบอกเสมอว่า จะเลิกกับภรรยาแล้วมาอยู่กับเธอ







ในส่วนของความช่วยเหลือด้านอื่น ๆ และกำลังใจจากหลาย ๆ แห่งได้มุ่งตรงมายังพวกเขา อย่างเช่นบริษัทต่าง ๆ ในชิลีจำนวน 24 บริษัท ได้เสนองานมากกว่า 1,000 ตำแหน่ง ให้กับคนงานเหมืองที่ติดอยู่เลือกทำงานสบาย ๆ ได้โดยไม่ต้องกลับเข้ามาใช้แรงงานในเหมืองอีกแล้ว รวมทั้งบรรดาคนดังระดับโลกในทุกแวดวงอาชีพที่ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ให้กำลังใจ พร้อมกับภาวนาให้ทุกคนปลอดภัย อย่างเช่น ดาวิด บียา นักฟุตบอลซุปเปอร์สตาร์ชาวสเปน ที่ในอดีตครอบครัวเคยทำอาชีพเหมืองแร่ ก็ได้ส่งกำลังใจให้เหล่าคนงานด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ ทางการชิลียังได้ถ่ายทอดสดฟุตบอลที่ทีมชาติชิลีลงฟาดแข้งนัดกระชับมิตรกับ ทีมชาติยูเครน ผ่านทางเทคโนโลยี fiber optic ให้เหล่าคนงานได้รับชมด้วย ขณะที่นักฟุตบอลชิลีเองก็ได้สวมเสื้อที่เขียนเป็นภาษาสเปน แปลเป็นภาษาอังกฤษได้ว่า "Power to the Miners" เพื่อให้กำลังใจคนงานทุกคนที่กำลังเฝ้าดูการแข่งขันฟุตบอลแมตช์นี้อยู่ แม้ว่าผลสุดท้ายทีมชาติชิลีจะปราชัยไปด้วยสกอร์ 1-2 ประตู

เรื่องราวอันน่าระทึกใจที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ กลายเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้กำกับชาวชิลี "โรดริโก้ ออร์ทูซ่า" ประกาศจะสร้างภาพยนตร์เรื่อง "The 33" เพื่อตีแผ่ชีวิตใต้ธรณีของคนงานทั้ง 33 คน รวมทั้งชีวิตที่จะได้เกิดใหม่อีกครั้ง หลังจากคนงานทั้งหมดถูกช่วยขึ้นมาได้สำเร็จ ซึ่งผู้กำกับคนดังบอกว่า ขณะนี้เขากำลังเขียนบทภาพยนตร์ และกำลังรอลุ้นระทึกตอนจบของเรื่องอยู่ ซึ่งจนถึงขณะนี้ ได้มีเรื่องที่น่ามหัศจรรย์มากมาย ที่เขาจะนำไปใส่ไว้ในภาพยนตร์








33 คนงานชิลีที่ติดอยู่ในเหมือง



โดยเฉพาะเรื่องตัวเลข 33 ที่นอกจากจะเป็นจำนวนของคนงานที่ติดอยู่ในเหมืองแล้ว ข้อความภาษาสเปนที่เหล่าคนงานส่งขึ้นมาโดยมีใจความว่า "พวกเรา 33 คนอยู่ในที่ที่ปลอดภัย" ก็นับรวมกันได้ 33 ตัวอักษรพอดี นั่นจึงทำให้ผู้กำกับชาวชิลีจะยึดตัวเลข 33 ผูกโยงกับภาพยนตร์เรื่องนี้ โดยตั้งใจจะให้ภาพยนตร์มีความยาว 1 ชั่วโมง 33 นาทีด้วย

และที่สำคัญ ภาพยนตร์เรื่อง The 33 นี้ ผู้กำกับคนดังก็ประกาศจะนำกำไรที่ได้จากหนัง บริจาคเข้ากองทุนเพื่อการศึกษาสำหรับลูก ๆ ของเหล่าคนงานเหมืองที่ประสบเคราะห์กรรมครั้งนี้ โดยคาดว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะฉายในช่วงครึ่งปีหลังในปี พ.ศ.2555

จนถึงวันนี้ แม้หนทางจะอีกยาวไกล แต่มั่นใจได้เลยว่า คนทั่วโลกกำลังส่งแรงใจ และเอาใจช่วยให้ภารกิจครั้งนี้ประสบความสำเร็จในเร็ววัน เพื่อให้เหล่าคนงานชาวชิลีทั้ง 33 คนได้เริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง




คลิป ภารกิจช่วยคนงานชิลี 33 ชีวิตที่ติดอยู่ในเหมือง




คลิป การใช้ชีวิตของคนงานในเหมือง






คลิป คนงานชิลีดูการถ่ายทอดสดฟุตบอลจากในเหมือง

ขอขอบคุณที่มาจาก กระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก msnbc.com ,nydailynews.com ,pantip.com overoll.com , youtube





Create Date : 18 กันยายน 2553
Last Update : 18 กันยายน 2553 7:43:23 น. 2 comments
Counter : 1341 Pageviews.

 
ขอให้พวกเขาพ้นอันตรายทุกคนครับ


โดย: dustyboy วันที่: 18 กันยายน 2553 เวลา:21:42:46 น.  

 
คุณ dustyboy : นิวเองก็คอยติดตามข่าวนี้เหมือนกันค่ะ
ขอให้พวกเค้าทุกคนปลอดภัยนะคะ


โดย: อลิซ ในดินแดนไม่มหัศจรรย์ วันที่: 19 กันยายน 2553 เวลา:7:49:55 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

อลิซ ในดินแดนไม่มหัศจรรย์
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




การเป็นผู้ให้ ย่อมสุขใจกว่าการเป็นผู้รับ : )
Friends' blogs
[Add อลิซ ในดินแดนไม่มหัศจรรย์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.