Group Blog
 
 
ธันวาคม 2550
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
24 ธันวาคม 2550
 
All Blogs
 

มหากาพย์การเมืองไทย ( ไตรภาค ) : The Return of Thaksin

เรื่องย่อจากสองภาคแรก ...

การเมืองภายใต้การนำของ พ.ต.ท.ดร. ทักษิณ ชินวัตร ยุค " คิดใหม่ ทำใหม่ " หลังจากประเทศไทยต้องประสบวิกฤติการณ์ทางการเงินในปี 2540 สามารถซื้อใจประชาชนระดับรากหญ้า ( ซึ่งภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็นรากแก้ว ) ได้อย่างดีด้วยนโยบายประชานิยม และภาพผู้นำที่ถูกสร้างให้คิดได้ว่า “ คนที่รวยมากอยู่แล้วไม่มีความจำเป็นจะต้องโกง ? ” ทำให้รัฐบาลของพรรคไทยรักไทยมีเสถียรภาพและสร้างประวัติศาสตร์การเมืองใหม่คือการอยู่ครบวาระ นอกจากนั้นยังสร้างแรงกดดันต่อพรรคการเมืองพรรคอื่น ๆ ให้เกิดการควบรวมพรรคเพื่อสร้างอำนาจต่อรองทางการเมือง

การเมืองไทยที่มีรัฐบาลเสถียรภาพดูเหมือนจะเป็นทิศทางที่บ่งบอกว่าการเมืองเข้าสู่ช่วงพัฒนา อีกทั้งยังมีรัฐธรรมนูญภาคประชาชนที่เปิดกว้างให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการบริหารและการตรวจสอบมากขึ้น นับเป็นนิมิตหมายอันดีต่อสังคม เศรษฐกิจ การเมืองของไทยในยุคนั้น

อย่างไรก็ตามความสำเร็จของพรรคไทยรักไทยภายใต้การนำของ ฯพณฯ พ.ต.ท.ดร. ทักษิณ ทำให้เกิดคำถามถึงความชอบธรรมในอำนาจการบริหารแบบเบ็ดเสร็จ เนื่องจากฝ่ายรัฐบาลมีคะแนนเสียงที่ท่วมท้นจนฝ่ายค้านไม่สามารถสร้างดุลยภาพให้เกิดการตรวจสอบที่ดีเพียงพอได้ รวมถึงคำครหาในเรื่องการมีอิทธิพลต่อสื่อสาธารณะและการที่รัฐบาลมีพันธมิตรเป็นบุคคลที่ครอบครองสื่อจำนวนมากนั้น นำไปสู่การเคลื่อนไหวของคนกลุ่มหนึ่งซึ่งอ้างถึงความต้องการให้รัฐบาลเปิดทางให้ประชาชนได้ตรวจสอบถึงความไม่โปร่งใสในการบริหารที่มีอำนาจอย่างเบ็ดเสร็จนั้น ๆ

ในขณะที่รัฐบาลก็ตอบคำถามของสาเหตุการเคลื่อนไหวของคนกลุ่มนี้ว่าเป็นกลุ่มคนผู้เสียผลประโยชน์จากการบริหารประเทศของรัฐบาลของตน จึงสร้างความคิดเห็นของประชาชนแบ่งออกเป็นสามกลุ่มใหญ่ ๆ โดยฝ่ายแรกคือฝ่ายที่สนับสนุนรัฐบาล ฝ่ายที่สองคือฝ่ายที่เห็นพ้องว่ารัฐบาลบริหารประเทศอย่างไม่โปร่งใสและเรียกร้องให้ผู้นำคือ ฯพณฯ พ.ต.ท.ดร. ทักษิณ แสดงความรับผิดชอบ ฝ่ายที่สามคือฝ่ายที่ยังตัดสินใจไม่ได้หรืออยู่ระหว่างตัดสินใจเพราะใจหนึ่งก็คิดว่าระบอบบริหารแบบเบ็ดเสร็จเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม แต่ใจหนึ่งก็มองว่าการเคลื่อนไหวของฝ่ายที่สองที่มีแนวโน้มจะยืดเยื้อและขยายพลังความแตกแยกทางความคิดก็ไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้อง

การชุมนุมที่ยืดเยื้อของฝ่ายต่อต้านรัฐบาลแม้จะมีผู้เข้าร่วมมากขึ้นจนเกิดเป็นกลุ่มใหญ่ ( ผมเชื่อว่าใหญ่กว่าที่รัฐบาลประเมินไว้ทีแรกมาก ) แม้ว่าจะไม่ได้สร้างแรงกดดันที่มากมายต่อรัฐบาลเพราะรัฐบาลยังมีไพ่ตายคือ พะยี่ห้อ “ ทักษิณ ” และทุกคนย่อมรู้ดีว่าถ้ามีการลาออกและเลือกตั้งใหม่สักกี่ครั้ง พรรคไทยรักไทยก็ชนะนอนมาอยู่ดี จนกลายเป็นว่าฝ่ายต่อต้านที่พยายามสร้างอำนาจต่อรองที่มากขึ้นด้วยการประท้วงเชิงรุกเริ่มถูกมองว่าเป็นฝ่ายอธรรม ขณะนั้นกระแสระบอบทักษิณกำลังทำให้รัฐบาลอยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบแต่แล้วก็เกิดจุดผกผัน จุดผกผันเกิดจากการขายหุ้นชินคอร์ปให้กองทุนเทมาเส็กซึ่งเป็นกองทุนของรัฐบาลสิงคโปร์ ประเด็นดังกล่าวเปรียบเสมือนการตอกย้ำให้คิดได้ว่า ฯพณฯ พ.ต.ท.ดร. ทักษิณ และสมาชิกพรรคไทยรักไทยบริหารประเทศอย่างโปร่งใสโดยไม่ได้เห็นแก่ประโยชน์ส่วนพวกพ้องตนเป็นสำคัญหรือไม่

ไม่ใช่เพราะการขายหุ้นชินคอร์ปซึ่งตกลงซื้อขายผ่านตลาดหลักทรัพย์ทำให้ไม่ต้องเสียภาษี แต่ประเด็นหลักคือเรื่องการถ่ายโอนหุ้นของ พ.ต.ท.ดร. ทักษิณ ก่อนเข้ามาทำหน้าที่นักการเมือง และประเด็นที่ว่าชินคอร์ปมีธุรกิจสัมปทานที่อ่อนไหวต่อความมั่นคงของประเทศ

ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลหยิบเอาประเด็นนี้มาขยายแผลจนกระแสต่อต้านและเรียกร้องความโปร่งใสของรัฐบาลมีจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ จนเข้าสู่ยุคความแตกแยกทางความคิดอย่างเต็มตัว

และแล้วรัฐบาลไทยรักไทยก็ทิ้งไพ่ตายใบสุดท้ายคือ ลาออกและจัดเลือกตั้งใหม่ โดยต้องการอาศัยผลการเลือกตั้งเป็นน้ำที่ชำระล้างโคลนที่ติดตัวไม่ว่าโคลนนั้นจะมาจากโคลนที่ถูกคนอื่นสาดหรือโคลนที่ตัวเองลงไปคลุกเองก็ตาม และในเมื่อคำถามจากประชาชนถามถึงความชอบธรรมในอำนาจการบริหารแบบเบ็ดเสร็จของรัฐบาล เมื่อคำตอบของการเลือกตั้งออกมาเป็นพรรคไทยรักไทยชนะขาดลอย ( โดยที่ถูกพรรคการเมืองอื่น ๆ บอยคอต ) จึงไม่ใช่คำตอบที่ยอมรับได้อยู่ดี ความแตกแยกทางความคิดของกลุ่มคนสามกลุ่มจึงทวีความรุนแรงโดยต่างมีจุดยืนเป็นของตัวเองและไม่มีทีท่าว่าจะหยุด

จนกระทั่งภาคแรกของมหากาพย์การเมืองไทยจบลงที่ “ รัฐประหาร ” ซึ่งนำโดย พล.อ. สนธิ บุญรัตนกริน โดยอ้างความชอบธรรมคือการยุติความขัดแย้งอย่างรุนแรงอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นในสังคมไทย และการตรวจสอบอดีตรัฐบาลไทยรักไทย โดยเฉพาะตัว พ.ต.ท.ดร. ทักษิณ และคนใกล้ตัวที่เริ่มมีภาพความไม่โปร่งใสจนเกิดโจทย์ที่ประชาชนถามแต่รัฐบาลเลือกที่จะตอบไม่ตรง และตอบคำถามโดยบอกว่าหนังสือมันเขียนเฉลยมาว่าอย่างนั้นอย่างนี้

สำหรับภาคสองของมหากาพย์การเมืองไทยนับเป็นช่วงเวลาที่ชวนให้สลดหดหู่ เพราะนอกจากรัฐบาลจัดตั้งภายใต้การนำของ คมช. จะไม่สามารถบรรลุถึงวัตถุประสงค์ของการทำรัฐประหารคือสร้างความสามัคคีขึ้นในชาติและพิสูจน์หลักฐานความผิดจากรัฐบาลระบอบทักษิณแล้ว ยังเกิดภาวะสุญญากาศทางเศรษฐกิจและสร้างภาวะถดถอยในแง่ของประชาธิปไตยในสังคมโลกด้วย

การบริหารประเทศในช่วงหนึ่งปีเศษของรัฐบาลที่มาจากการทำรัฐประหารจึงง่วนอยู่กับการพยายามลดทอนอิทธิพลของอำนาจเก่าและหาหลักฐานที่จะนำมาซึ่งการพิสูจน์ความผิดของรัฐบาลไทยรักไทย ในขณะเดียวกันก็ต้องตอบคำถามของสังคมโลกที่ประดังกันเข้ามา ไม่นับสงครามสื่อกับบุรุษที่ชื่อ “ ทักษิณ ” บุคคลที่ขึ้นชื่อว่าประสบความสำเร็จทั้งในเรื่องการเมืองและธุรกิจ ( สัมปทาน ) มากที่สุดของประเทศไทย งานของรัฐบาลชุดนี้จึงไม่ง่ายนักและถูกประเมินจากสังคมว่าสอบตกในหลายเรื่อง ช่วงหนึ่งปีเศษที่ผ่านมาจึงดูจะเป็นช่วงที่ประชาชนต่างรอ รอที่จะได้เห็นการเมืองที่มาจากระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริงอีกครั้ง

23 ธันวาคม 2550 เป็นวันที่ประวัติศาสตร์ต้องจารึกว่าการเมืองหลังระบอบทักษิณได้จบภาคสองลงแล้ว และกำลังเตรียมสร้างภาคสามซึ่งผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเป็นภาคสุดท้าย และจบลงอย่างมีความสุข


...




 

Create Date : 24 ธันวาคม 2550
2 comments
Last Update : 24 ธันวาคม 2550 15:03:30 น.
Counter : 265 Pageviews.

 

ถ้าทหารไม่เข้ามายุ่งกับการเมือง เราก็จะมีการจัดการเลือกตั้งใหม่ตามกระแสพระราชดำรัส
ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

และผลการเลือกตั้งก็คงจะไม่ต่างจากครั้งนี้เท่าไหร่นัก

ผลอย่างนี้ น่าจะบอกผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการปฎิวัติ และ กลุ่มผู้ใช้ "กฏหมู่"
ก่อให้เกิดการปฏิวัติ น่าจะคิดได้ยิ่งขึ้น

หรือถ้ายังคิดได้แค่ว่า คนที่เลือก "ทักษิณ" ก็ยังเป็นพวกกินหญ้าอยู่ คิดได้
แค่นี้ก็คงไม่มีอะไรต้องคุยกันอีกแล้ว

เสียงของประชาชน จงเจริญ

 

โดย: chengake 24 ธันวาคม 2550 17:20:04 น.  

 

แวะมาเที่ยวเพราะชื่อของคุณนะคะ

เป็นแฟนเพชรพระอุมาเช่นกันคะ

 

โดย: mameehanako 31 มกราคม 2551 17:20:06 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 


มังมหานรธา
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add มังมหานรธา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.