Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2558
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
22 ตุลาคม 2558
 
All Blogs
 
การเขียนเรื่องสั้นขนาดสั้นให้มีพลัง โดย คุณนิรันศักดิ์ บุญจันทร์

22 ตุลาคม 2558


เป็นการอบรมต่อยอดการเขียนเรื่องสั้น ในหัวข้อ “เรื่องสั้นขนาดสั้น-พลังและรสชาติกระแทกใจ” ที่จัดขึ้นหลังจากการประกาศรางวัลสุภาว์ เทวกุล ประจำปี 2558 ในวันที่ 15 ตุลาคม 2558 โดยคณะผู้จัดได้เชิญคุณนิรันศักดิ์ บุญจันทร์ บรรณาธิการจุดประกายวรรณกรรม หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ซึ่งเป็นผู้ที่มีประสบการณ์การเขียนเรื่องสั้นมาอย่างต่อเนื่องและยาวนานมาเป็นวิทยากรผู้สอน











-การเขียนเรื่องสั้นขนาดสั้นนั้นก็เหมือนกับการเขียนเรื่องสั้นทั่วไป (Short Story) โดยอาจจะมีกำหนดจำนวนคำไว้ที่ 500 – 1,000 คำ เรื่องสั้นขนาดสั้นนี้กระชับในเรื่องมีการย่อส่วนอย่างรวดเร็วเพราะถูกจำกัดไว้หมด ไม่มีการเยิ่นเย่อ เวลาเขียนต้องจบให้ได้ภายใน 3 หน้า

-หลายประเทศก็มีเรื่องสั้นขนาดสั้นแบบนี้เหมือนกัน ที่ฝรั่งเศสมีเรื่องสั้นย่อหน้าเดียว , ของจีนมีเรื่องสั้นขนาดสั้นมานานแล้ว เพราะคนจีนชอบอ่านอะไรที่สั้น ๆ และง่าย ๆ เรื่องสั้นที่คุณนิรันศักดิ์เขียนนั้นมีหลายเรื่องที่ถูกแปลเป็นภาษาจีน

-การเขียนเรื่องสั้นขนาดสั้นเหมือนกับการชกมวย 3 ยก ที่เราต้องน็อคให้ได้ภายใน 3 ยกเท่านั้น

-องค์ประกอบของการเขียนเรื่องสั้นขนาดสั้น คือ 1.การเลือกเรื่อง 2.การนำสาระนั้นมานำเสนอ 3.กลวิธีการเขียน

-การเลือกเรื่อง ต้องนำเรื่องสามัญธรรมดาที่คนอื่นมองข้าม เราต้องนำมาเขียนเป็นเรื่องสั้นให้ได้

-ต้องมีความรู้สึกของนักเขียนด้วย เหมือนมันมีวาบเข้ามาอย่างเฉียบพลัน (มีเรื่องมากระทบใจเรา) เราก็ควรรีบนำมาเขียน

-เรื่องที่เลือกมาเขียนนั้นจะต้องเป็นเรื่องที่ผู้เขียนรู้สึกกับมันอย่างรวดเร็ว

-การนำเอาสาระนั้นมานำเสนอนั้น เราต้องหาอะไรบางอย่างสักจุดหนึ่งเพื่อเอามาสร้างเป็นเสน่ห์ให้แก่เรื่องสั้นที่เราเขียน เช่น เรื่อง “เก้าอี้หวาย และขาข้างขวาของแปะจง” (เขียนโดย นิรันศักดิ์ บุญจันทร์) เป็นเรื่องของคนแก่ที่โดนตัดขาไปข้างหนึ่ง ชีวิตของเขาก็จึงซึมเศร้า แต่เมื่อได้นั่งที่เก้าอี้หวายและนั่งมองดูหลานวิ่งเด็ก แปะจงก็มีความสุขจนลืมความทุกข์ไปได้

-เรื่อง “หญ้าเทวดากับฝูงนกกระจอก” เป็นเรื่องที่นกคาบหญ้าเอาไปทำรัง ให้มุมมองในเรื่องที่แตกต่างกัน , เรื่อง “การต่อสู้” เป็นเรื่องง่าย ๆ เรื่องแมวเห็นจิ้งจกที่อยู่บนกำแพงก็จะกระโดตะปบ มันก็คือการต่อสู้

-ลองฝึกเขียนดู โดยการเอาเรื่องง่าย ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันตั้งแต่เราตื่นขึ้นมา ลองหยิบเอามาเขียนเป็นประเด็นเป็นเรื่องสั้นขนาดสั้นให้ได้

-ถ้าใครที่ฝึกจนสามารถเขียนได้ดีแล้วจะสนุกกับมัน เวลาเขียนมีความรู้สึกเหมือนกำลังถูกท้าทายอยู่ หลังจากนั้นจะหยิบประเด็นใดมาก็นำมาเขียนเป็นเรื่องสั้นขนาดสั้นได้ ถ้าใครเขียนเป็นแล้วจะสนุกมาก ลองเขียนแข่งกับเวลาดู

-อะไรที่มันมากระทบใจเรา เราต้องรีบหยิบมันมาเขียนเป็นเรื่องสั้นให้ได้โดยเร็วที่สุด ก่อนที่เราจะชินชากับมันจนประเด็นนั้นขาดพลังที่จะกระตุ้นเรา

-รูปแบบของการเขียนเรื่องสั้นขนาดสั้นก็มีหลากหลาย ในบางเรื่องอาจจะไม่ต้องมีการสรุปในตอนท้ายก็ได้ อาจจะทิ้งเป็นประเด็นให้ผู้อ่านเอาไปคิดต่อก็ได้

-กลวิธีการเขียนและเทคนิคการเขียนเป็นสิ่งสำคัญ เพราะต้องเขียนให้สั้นและกระชับที่สุด และต้องมีอะไรบางอย่างที่ตรึงผู้อ่านไว้ตั้งแต่ย่อหน้าแรกให้ได้ อาจจะเป็นการนำแก๊ก (มุข) ที่เป็นประเด็นอยู่ในสังคมมาเขียนก็ได้

-การเขียนเรื่องสั้นขนาดสั้นนั้นก็มีรูปแบบเหมือนกับเรื่องสั้นทั่วไป ต่างกันแค่ความยาวเท่านั้น ดังนั้นในการเขียนเราควรคำนึงถึงด้วยว่าเรื่องที่เราเขียนนั้นให้อะไรแก่ผู้อ่านบ้าง มีการทิ้งตะกอนความคิดเอาไว้ไหม? หรือว่ามีการทิ้งหมัดน็อคหรือไหม? ถ้าเรื่องที่เราเขียนนั้นไม่มีสาระอะไรเลยก็จะไม่ตรึงใจคนอ่าน เขาอ่านแล้วอาจจะรู้สึกเฉย ๆ ก็ได้

-เวลาเขียนต้องเขียนแค่ประเด็นเดียว อย่าเยิ่นเย้อ อย่าพร่ำเกิน ต้องคุมให้อยู่

-เวลาที่เขียนเสร็จแล้วควรจะให้คนใกล้ตัวอ่านดูก่อน ถ้าเขาอ่านแล้วว่าดีเราค่อยส่งให้สำนักพิมพ์หรือเอาไปส่งประกวด

-การจะเป็นนักเขียนที่ดีนั้นควรจะต้องเป็นนักจดบันทึกด้วย หมั่นจดบันทึกหรือเขียนโน้ตความคิดต่าง ๆ เก็บไว้ในสมุดบันทึกเสมอ

-ในกรณีที่เราเขียนไม่จบแสดงว่าเราไม่ได้วางแผนไว้ก่อนว่าเรื่องนั้นจะสิ้นสุดตรงไหน แสดงว่าหาที่ลงไม่ได้ทำให้เขียนไม่จบ คำแนะนำสำหรับการเขียนให้จบก็คือ ให้ขึ้นโครงเรื่องไว้ก่อนโดยต้องมีพล็อต นำเรื่องให้ไปสู่แคลแม็กซ์ (จุดสำคัญ) ให้ได้แล้วจบเรื่องเลย

-การถ่ายทอดบุคลิกของตัวละครต้องดูเนื้อเรื่องด้วย ตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไป เช่นร้องไห้ก็เขียนให้เห็นแค่ว่ามีรอยน้ำตาก็พอแล้ว ไม่ต้องบรรยายยืดยาวว่าร้องไห้แบบไหน

-วิธีการนำเสนอแบบหนึ่งคือใช้กระแสสำนึกของตัวละครเพื่อแสดงให้ผู้อ่านรู้ถึงสิ่งที่อยู่ข้างใน เช่น การพูดกับตัวเองหรือการคิดของตัวละคร

-การเขียนโดยมีการซ้อนเรื่องนั้น คือการเอาเหตุการณ์ 2 เหตุการณ์มาซ้อนกันให้ได้ แต่ต้องมีอะไรที่สัมพันธ์กันเรื่องของเราจึงจะมีเอกภาพ

-จินตนาการนำมารับใช้สาส์นหลักที่ต้องการนำเสนอได้

-ต้องมีมุข มีแก๊ก มีความสมบูรณ์ของการเป็นเรื่องสั้น



ท้ายสุดนี้ผมขอขอบคุณทางสำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์ , คณะผู้จัดการประกวดงานเขียนรางวัลสุภาว์ เทวกุลฯ ประปี 2558 และคุณนิรันศักดิ์ บุญจันทร์ ที่ได้ความรู้เกี่ยวกับการเขียนเรื่องสั้นขนาดสั้นในครั้งนี้ ขอขอบคุณครับ

อิอิ






Create Date : 22 ตุลาคม 2558
Last Update : 25 ตุลาคม 2558 22:39:16 น. 14 comments
Counter : 1524 Pageviews.

 
อุ๊ยยยย มาคนแรก


โดย: Close To Heaven วันที่: 22 ตุลาคม 2558 เวลา:13:35:02 น.  

 
บุ๊งนับถือนักเขียนมาก ๆ ค่ะพี่กล่อง
อันดับแรกคนจะเป็นนักเขียน ต้องมีจินตนาการ
ยิ่งคนที่สามารถแต่งหนังสือได้เป็นเล่ม ๆ
หรือแบบมีภาค 2 3 4 นี่บุ๊งยิ่งทึ่งค่ะ
วันนี้ได้ความรู้เพิ่ม ขอบคุณพี่กล่องที่แบ่งปันนะคะ


โดย: Close To Heaven วันที่: 22 ตุลาคม 2558 เวลา:13:36:40 น.  

 
คุณกล่องรู้จักเพื่อนบล๊อกที่ชื่อ ซายูริไหมค่ะ แก่กว่าซี 1 ปี ปีนี้ 7 ขวบค่ะ ตอนนี้เป็นนักเขียนแล้วนะคะ ของสำนักพิมพ์ผีเสื้อ เป็นนักเขียนที่อายุน้อยเลย มี้สังจองหนังสือกับพี่ซายูริไว้แล้ว ไว้ถ้าได้จะมาเขียนเล่าให้ฟังค่ะ


โดย: kae+aoe วันที่: 22 ตุลาคม 2558 เวลา:14:51:50 น.  

 
มีนักเขียนหลายๆคนแนะนำว่า
ถ้าอยากเขียนเรื่องยาว ให้ลองเขียนเรื่องสั้นก่อน
เพื่อฝึกฝนน่ะค่ะ สงสัยจะจริง

งานเขียนนี่ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ (สำหรับอิชั้น) เลยนะคะ


โดย: คนสวยที่ไม่เคยสวย วันที่: 22 ตุลาคม 2558 เวลา:15:35:20 น.  

 
อ่านบล็อกพี่อาคุงก็ได้รับประโยชน์มากๆนะครับในการเขียน
เรื่องสั้นผมชอบนะครับ
ชอบอ่านมากด้วย
เมื่อก่อนเคยฝึกเขียนอยู่พักใหญ่ๆ ก่อนจะเลิกไป 5555

แต่มีคำสอนนึงที่จำแม่นมาก
เค้าบอกว่า

เมื่อเขียนเสร็จให้กลับมาตรวจทาน
แล้วตัดคำที่ไม่จำเป็นออกให้มากที่สุด
แต่ไม่เสียความหมายเดิมที่เราต้องการสื่อ

ถ้าทำได้เรื่อยๆ เรื่องสั้นของเราจะกระชับ
และไม่ใช้คำฟุ่มเฟือย
อันนี้ผมเองก็เอามาปรับใช้กับงานเขียนของตัวเองโดยตลอดครับพี่







ปล. เดาว่าพี่อาคุงคงจะไปเดินเที่ยวงานหนังสือนะครับ
ผมไม่ได้ลงไป เพราะไม่มีงานหนังสือเล่มใหม่ครับ




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 22 ตุลาคม 2558 เวลา:15:37:37 น.  

 
ผมว่า ผมมีอะไรอ่านระหว่างทางกลับบ้านแล้วละครับ

ขอบคุณมากนะคร้าบบบบ สำหรับเนื้อหาดีๆ


โดย: หางเต่า วันที่: 22 ตุลาคม 2558 เวลา:15:45:21 น.  

 
มาแล้วๆ เย้ๆ สวัสดีค่า คุณกล่อง ^^
ไปลงกีฟที่ถนนมาแต่ไม่ได้เมนท์ มาเมนท์ในนี้ดีกว่า

เรื่องสั้นขนาดสั้น เขียนยังไงให้ดีเพิ่งรู้หลักการวันนี้เลยค่ะ
ดีจัง ได้ไปอบรมด้วย
เวลาเจอประเด็นอะไรน่าสนใจนุ่นก็จดไว้เมหือนกันค่ะ
บันทึกไว้ เวลานึกได้ก็เอามาเขียน
โดยเฉพาะในตะพาบได้ใช้บ่อยมาก แต่หลังๆ ชักจะเขียนตามใจฉันมากไป
คราวหน้าจะเขียนเรื่องสั้นบ้าง
เวลาเขียนก็ชอบพร่ำด้วยนะ แบบเยอะ หลายประเด็นทำให้จบไม่ลงบ้างหรือไม่เวิร์คเรื่อย

งานเขียนเป็นอะไรที่สนุก ได้จินตนาการและได้สื่อสารความคิดให้คนอ่านได้อ่าน ชอบมากเลย

ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆค่า
ขออนุญาตเก็บไว้อ่านด้วยนะคะ



โดย: lovereason วันที่: 22 ตุลาคม 2558 เวลา:21:27:07 น.  

 
แน่นอนค่ะคุณกล่อง
ฉี่และอึของเขามีกลิ่นแน่นอน อิอิ
แต่ถ้าเรารัก เราจะไม่รังเกี่ยจเลย
และชูการ์ก็จะฉี่และอึน้อยลงเมื่อเขาคุ้นเคยและสบายใจ

ฉัตรเคยเลี้ยงและสัมผัสสัตว์มาบ้างแม้แต่สุนัขและแมว
แต่ไม่เคยหลงไหลสัตว์ชนิดไหนเท่าชูการ์เลยค่ะ
เหมือนเด็กน้อย มีชีวิตจิตใจ เหมือนลูกเลยอ่ะ
รักและห่วงเขามากๆ เห็นอะไรที่น่่ารักบ้องแบ๊วเป็นเขาไปหมดค่ะ




เคยอยากเป้นนักเขียน
แต่สมาธิสั้นมาก เขียนได้แต่เรื่องสั้น(มากๆ) และไม่ซับซ้อนหรือดราม้า อิอิ


โดย: ณ ปลายฉัตร วันที่: 22 ตุลาคม 2558 เวลา:22:14:30 น.  

 
ขอบคุณสำหรับคำแนะนำเขียนเรื่องสั้นครับ อาคุงกล่อง
ผมเขียนเรื่องสั้นทีไรจบไม่ค่อยลงครับ เขียนทิ้งไว้หลายเรื่อง
จะนำเทคนิคการเขียนของคุณนิรันศักดิ์ไปทดลองเขียนครับ
อาคุงกล่อง Literature Blog ดู Blog


โดย: เศษเสี้ยว วันที่: 22 ตุลาคม 2558 เวลา:22:46:49 น.  

 

ขอบคุณสำหรับข้อมูลการเขียนเรื่องสั้นค่ะ
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
praewa cute Parenting Blog ดู Blog
ณ ปลายฉัตร Pet Blog ดู Blog
เศษเสี้ยว Photo Blog ดู Blog
อาคุงกล่อง Literature Blog ดู Blog


โดย: newyorknurse วันที่: 23 ตุลาคม 2558 เวลา:3:20:17 น.  

 
สวัสดีครับพี่อาคุงกล่อง

มาโหวต Book blog ให้ครับพี่
ใครกำลังฝึกเขียนเรื่องสั้น
อ่านแล้วได้ประโยชน์มากๆเลยครับ




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 23 ตุลาคม 2558 เวลา:6:29:09 น.  

 
สวัสดีวันหยุดค่ะคุณกล่อง
อ่านแล้วได้ความรู้เรื่องการเขียนเรื่องสั้นขนาดสั้นเยอะเลยค่ะ
แล้วเมื่อไหร่จะมีโอกาสได้อ่านผลงานคุณกล่องบ้างคะ
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
อาคุงกล่อง Book Blog ดู Blog


โดย: เนินน้ำ วันที่: 23 ตุลาคม 2558 เวลา:8:22:09 น.  

 
ชอบงานแบบนี้มากค่ะ ถ้าจัดที่ตรังสาวคงไปเรื่อยๆ


โดย: sawkitty วันที่: 24 ตุลาคม 2558 เวลา:19:01:23 น.  

 
อาคุงกล่อง Book Blog ดู Blog
ส่งกำลังใจค่ะ


โดย: Opey วันที่: 26 ตุลาคม 2558 เวลา:2:18:02 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

อาคุงกล่อง
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 62 คน [?]




อาคุงกล่องเป็นชายไทยนิสัยดีมีความฝัน ผู้ผันตัวมาเป็นทาสวรรณกรรมอย่างแท้จริง ใช้ชื่อกำหนดตัวตนว่า “อาคุงกล่อง” เป็นนามปากกาสร้างสรรค์ผลงานในเชิงหัสนิยาย และงานเขียนในรูปแบบต่าง ๆ อาทิเช่น เรื่องสั้น นวนิยาย สารคดี ความเรียง บทกลอน ไดอารี่เพ้อเจ้อละเมอเพ้อฝันต่างๆ ฯลฯ

ปัจจุบัน “อาคุงกล่อง” เป็นนักอ่าน นักคิดและนักเขียน รวมทั้งเป็นนักจินตนาการออกมาเป็นตัวอักษรด้วย ผู้มีความฝันอันยิ่งใหญ่คือการเป็นนักเขียนมีคุณภาพที่สรรค์สร้างผลงานอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ คาดว่าในเวลาอันใกล้นี้นาม “อาคุงกล่อง” จะเกิดปรากฎชัดในโลกวรรณกรรม จนเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางในหมู่หนอนนักอ่านทั่วไทย



"ในชีวิตจริงของคนเรา มีอะไรอีกมากมายที่จะต้องรับรู้และรับผิดชอบ ในแต่ละวันเรามีโอกาสที่จะหัวเราะได้สักกี่ครั้ง? แต่ถ้าเราได้มีโอกาสหัวเราะเสียบ้างเพื่อเป็นการผ่อนคลายหรือคลายเครียด ก็คงจะเป็นสิ่งที่ดีนะครับ"

ถ้าคุณเข้ามาในบล็อคของผมแล้ว คุณสามารถอมยิ้มหรือหัวเราะได้ ผมก็คงจะดีใจแล้วครับ (กรุณาช่วยทิ้งคอมเม้นท์วิจารณ์ไว้ให้ผมด้วยนะครับ จักขอบพระคุณมากเลยครับ)

akungklong@gmail.com
Friends' blogs
[Add อาคุงกล่อง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.