Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2559
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
2829 
 
15 กุมภาพันธ์ 2559
 
All Blogs
 
TK Reading Club : ข้างหลังภาพ

15 กุมภาพันธ์ 2559


 






เมื่อวันเสาร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2559 ที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้ไปร่วมการสนทนานักอ่าน ที่จัดขึ้นโดยห้องสมุดมีชีวิต TKpark เป็นกิจกรรม TK Reading Club ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุก 2-3 เดือน ในครั้งนี้เป็นการพูดคุยกันเกี่ยวกับอมตะนวนิยายเรื่อง “ข้างหลังภาพ” ของศรีบูรพา ซึ่งนำการสนทนาโดยนักเขียนผู้มีผลงานยอดเยี่ยมและเป็นขวัญใจตลอดกาลของนักอ่าน ซึ่งก็คือคุณกิ่งฉัตร หรือที่รู้จักกันในอีกนามปากกาว่า อลินา นั้นเอง

กิจกรรมในครั้งนี้จัดขึ้นในลักษณะกลุ่มสนทนาสำหรับผู้ที่ได้เคยอ่านเรื่อง “ข้างหลังภาพ” แล้ว โดยมีการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันเป็นหลัก ซึ่งผมขอรวบรวมรายละเอียดออกมาเขียนเป็นประเด็นสำหรับนำเสนอให้แก่ท่านที่สนใจและชื่นชอบนวนิยายอมตะเรื่องนี้ โดยผมอาจจะเขียนสรุปออกมาไม่ครบถ้วนตามที่ได้คุยกันทั้งหมด แต่ผมก็พยายามที่จะสรุปเป็นประเด็นให้ตรงมากที่สุด ถ้ามีส่วนใดที่ตกหล่นหรือผิดพลาดไปผมก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย





 







-ปัจจุบันคุณกิ่งฉัตรใช้อีกหนึ่งนามปากกาว่า “อลินา” โดยเขียนในเกือบทุกแนวไม่ว่าจะเป็นรักโรแมนติก ดราม่า คอมเมอร์ดี้ ฯลฯ แต่ในช่วงหลังเน้นแนวสืบสวนสอบสวนและแนวแฟนตาซี

-ปัจจุบันมีผลงานเขียนเรื่อง “เอกเทพ” ลงในนิตยสารสกุลไทย และมีเรื่องรักลงในขวัญเรือน (ผมจดชื่อเรื่องไม่ทัน) ล่าสุดกำลังเขียนเรื่อง “เพชรรากษส” (รากษส แปลว่ายักษ์) เป็นแนวแฟนตาซีป่าหิมพานต์ที่อยู่ในยุคปัจจุบัน โดยในเรื่องจะท้าวความตามคำทำนายว่าโลกจะแตก แล้วโลกกับป่าหิมพานต์ก็มาบรรจบกันมีการสร้างเมืองขึ้นมาใหม่ที่คนอยู่ร่วมกับสัตว์หิมพานต์ต่าง ๆ เช่น กินรี ,นรสิงห์ ฯลฯ รวมอยู่กับคนธรรมดา ท่านใดที่สนใจก็รอซื้อผลงานเล่มใหม่นี้ได้ในงานหนังสือเดือนเมษายน 2559

-คุณกิ่งฉัตรเคยอ่านเรื่อง “ข้างหลังภาพ” นี้ตั้งแต่ตอนเด็กที่เป็นหนังสือนอกเวลา แล้วก็ทิ้งช่วงไปจนกระทั่งได้ดูภาพยนตร์ที่คุณอรัญญา นามวงศ์เล่นเป็นคุณหญิงกีรติ แต่ไม่ได้ดูเวอร์ชั่นละครทีวี เน้นอ่านจากในหนังสือเป็นหลัก

-ล่าสุดคุณกิ่งฉัตรได้หยิบ “ข้างหลังภาพ” มาอ่านอีกครั้งเมื่อได้รับการติดต่อให้มาพูดในวันนี้ พอได้มาอ่านตอนโตแล้ว ด้วยมุมมองที่เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ความรู้สึกจึงแตกต่างไปจากที่เคยอ่านเมื่อครั้งเป็นเด็ก

-สมัยเด็ก เมื่อได้อ่าน “ข้างหลังภาพ” ก็ประทับใจในเรื่องความรักอย่างมากมาย รู้สึกอินกับความรักในเรื่อง เพราะคิดว่าความรักเป็นสิ่งที่สูงส่งและไม่มีเหตุผล แต่พอได้มาอ่านอีกครั้ง(ตอนโตแล้ว) ก็คิดว่าคงจะอินเหมือนที่เคยได้อ่าน(ตอนเด็ก) แต่ไม่ใช่ เพราะว่ามันเป็นเรื่องที่เขียนมานานแล้ว บริบททางสังคมในเรื่องก็แตกต่างจากปัจจุบันมาก ผู้หญิงในยุคนั้น (ในเรื่อง “ข้างหลังภาพ”) สู้ผู้หญิงในยุคปัจจุบันนี้ไม่ได้เลย ดังนั้นการที่ตัวเองอ่านแล้วจะไปตัดสินตัวละครก็จะไม่เป็นธรรม เพราะสภาพสังคมมันเปลี่ยนแปลงมามากแล้ว เมื่อได้อ่านอีกครั้งจึงเห็นข้อแตกต่างมากมายในเรื่องราวต่าง ๆ ประมาณว่าได้เห็นอะไรมากขึ้น

-คนอ่านมักจะมองเหตุการณ์ต่าง ๆ (ในเรื่อง) ด้วยประสบการณ์ของตัวเขาเอง ดังนั้นคนอ่านจึงจะคิดและตีความไปอย่างไรก็ได้ ดังนั้นความรู้สึกของคนที่อ่านเรื่องเดียวกันอาจจะไม่เหมือนกันก็ได้

-คุณกิ่งฉัตรตั้งข้อสังเกตว่า มีนักเขียนผู้ชายที่เขียนเรื่องแนวรักน้อย แต่ถ้ามีใครสักคนขึ้นมาเขาก็จะเขียนเรื่องได้โดดเด่นมาก เพราะต้องเขียนด้วยความละเอียดอ่อนแบบผู้หญิง อาทิเช่น พนมเทียน , ประภัสสร เป็นต้น (ผมเพิ่งทราบว่าคุณพนมเทียนเคยเขียนเรื่องรักด้วย ได้ยินชื่อเรื่องแว่ว ๆ ว่าเรื่อง “สกาวใจ”)

-เชื่อว่านักอ่านส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง จึงทำให้คนที่อ่านเรื่อง “ข้างหลังภาพ” มีหลายประเด็นที่ค้านผู้แต่งได้

-อ่านเรื่อง “ข้างหลังภาพ” แล้วได้คิดถึงบริบททางสังคมในสมัยก่อน เช่นอายุท่านเจ้าคุณอธิการ ในเรื่องอายุ 50 กว่าถือว่าแก่มากแล้ว แต่ในปัจจุบันคนอายุ 50 กว่ายังไม่แก่เลย จึงถือว่าเป็นความแตกต่างของเงื่อนเวลาที่เปลี่ยนแปลงไป

-คุณกิ่งฉัตรคิดว่า คุณหญิงกีรติไปแสวงหาความรักที่อื่น (ไปรักกับนพพร) โดยมองข้ามความรักที่ท่านเจ้าคุณอธิการมอบให้

-นพพรและคุณหญิงกีรติเป็นตัวละครที่เห็นแก่ตัวที่สุด เพราะมีความเป็นมนุษย์ที่แท้จริงคือไม่ใช่คนที่ดีเลิศหรือเพียบพร้อมทุกอย่าง เรื่อง “ข้างหลังภาพ” นี้จึงเป็นเรื่องความรักของคนเห็นแก่ตัว แต่ยังโชคดีที่ความรักนั้นยังอยู่ในกรอบของศีลธรรมที่ยึดถือความถูกต้องและดีงาม

-มุมมองของศรีบูรพา(ผู้เขียน) ถ่ายทอดให้ผู้อ่านเข้าใจฉากและชีวิตความเป็นอยู่ของญี่ปุ่นได้เป็นอย่างดี ในยุคสมัยนั้นถือว่าเป็นการถ่ายทอดความรู้ที่เปิดโลกทัศน์ใหม่ให้แก่ผู้อ่าน

-ในเรื่องมีการพูดถึงความเชื่อหรือแนวคิดของคนญี่ปุ่นที่ทำให้เกิดความเปรียบเทียบกับคนไทย เช่น ในฉากที่ลอยเรือที่นพพรแปลเพลงให้คุณหญิงกีรติฟัง เนื้อเพลงบอกว่าทำอะไรก็ได้แต่ขอให้ดีที่สุด คือจะทำงานในอาชีพใดก็ตามก็ขอให้เป็นที่สุดในอาชีพนั้น ๆ ซึ่งแตกต่างจากความเชื่อของคนไทยในสมัยนั้นที่ต้องการให้ลูกเป็นเจ้าคนนายคน เป็นหมอ เป็นใหญ่เป็นโต ฯลฯ





 



 






-คุณกิ่งฉัตรเชื่อว่า ในบางครั้งคนที่อ่าน “ข้างหลังภาพ” ก็มองแต่ในแง่มุมของความรักเท่านั้น จึงทำให้พลาดรายละเอียดต่าง ๆ ไป

-จากเรื่อง “ข้างหลังภาพ” นี้ ทำให้คุณกิ่งฉัตรเปรียบเทียบได้ว่า ความรักของผู้ชายรุนแรงเหมือนไฟ เมื่อโหมแรงก็จะมอดดับลง ในขณะที่ความรักของผู้หญิงเป็นเหมือนไฟที่ยังคุกรุ่นอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเปรียบเทียบให้เห็นภาพได้ว่า ความรักของผู้ชายเหมือนไม้ขีดไฟ เมื่อขีดติดไฟแล้วไม่นานก็มอดดับลง แต่ความรักของผู้หญิงเหมือนเทียนไข เมื่อจุดติดไฟแล้วจะมอดไหม้กินตัวเองไปจนหมดแท่ง

-ม.ร.ว.กีรติ เป็นเหมือนผู้หญิงในสมัยก่อนที่มักจะเป็นคนไม่พูด ชอบเก็บงำความคิดของตนเองไว้ตลอดเวลา รอความรักได้จนกระทั่งตัวเองต้องตายจากไป

-นพพรไม่ใช่คนที่มองการณ์ไกลสักเท่าไหร่ เป็นคนแบบตามน้ำไม่เคยมีเป้าหมาย เมื่อพบคุณหญิงกีรติก็รัก พ่อให้แต่งงานก็แต่ง ถือว่าเป็นชายอ่อนแอที่ไร้เป้าหมายในชีวิต

-เรื่องของความรักต่างวัยนั้น มีเงื่อนของสังคมที่กดผู้หญิงให้ต้องอยู่ในกรอบเสมอ ผู้หญิงที่อายุมากขึ้นยิ่งโหยหาความรักมากขึ้น โดยความโหยหานี้เองที่เป็นแรงผลักดันให้ผู้หญิงหนีออกจากกรอบในเวลาที่สมเหมาะ

-คุณหญิงกีรติมีความอัดอั้นตันใจเพราะว่ารักแต่บอกไม่ได้ว่ารัก ซึ่งโอกาสที่คุณหญิงกีรติจะเปิดเผยความรักของตัวเองนั้นมีน้อยมาก ถือว่าเป็นจุดที่สะท้อนความเป็นไปของสังคมในยุคสมัยนั้น ซึ่งแตกต่างจากผู้หญิงในสมัยปัจจุบันนี้ที่มีการแสดงออกได้มากมาย เช่น ถ้ารักใครก็ไปโพสเฟสบุ๊คบอกได้

-โหดร้ายที่สุดในเรื่องก็คือความหวังของคุณหญิงกีรติที่ไม่มีทางเป็นไปได้ จะเห็นได้จากตอนที่คุณหญิงกีรติตกใจมากเมื่อนพพรมาบอกว่าจะแต่งงาน

-ประโยคสุดท้ายของเรื่อง คือคีย์เวิร์ดสำคัญที่สุดของเรื่อง ประโยคที่คุณหญิงกรีติเขียนบอกไว้ว่า “ฉันตายโดยปราศจากคนที่รักฉัน แต่ฉันก็อิ่มใจว่า ฉันมีคนที่ฉันรัก”

-คุณหญิงกีรติรักนพพร แต่เธอไม่เคยแสดงออกว่าอยากได้นพพรเลย เธอพยายามผลัดนพพรออกเสมอ แต่ลึก ๆ ในใจของเธอก็ยังมีความหวังอยู่ ในชีวิตเธอปรารถนาที่จะมีรักแท้ ซึ่งการที่เธอได้รักนพพรนั้นก็เพียงพอแก่ชีวิตของเธอแล้ว โดยดูได้จากหลังที่ท่านเจ้าคุณอธิการตายมีคนมาชอบคุณหญิงกีรติหลายคนแต่เธอปฏิเสธไปหมด

-นพพรถือว่าเป็นเด็กทางอารมณ์มาก เป็นตัวละครที่ไม่เข้าใจความรักอย่างแท้จริงตลอดเรื่อง แต่ต้องถือว่านพพรคือความสดใสที่มาเติมเต็มให้แก่คุณหญิงกีรติ

-ศรีบูรพาเป็นนายของภาษา ถือว่าเป็นนักเขียนที่เก่งมาก สามารถใช้ภาษาที่สื่อสารแล้วงดงามสละสลวย เรื่อง “ข้างหลังภาพ” นี้เหมือนเป็นกลอนที่เขียนด้วยร้อยแก้ว คือมีวรรณศิลป์ที่สวยมากและใช้ภาษาที่กินใจ จนทำให้คนอ่านอ่านแล้วเศร้าไปกับความรู้สึกของคุณหญิงกีรติ ถือว่าเป็นภาษาที่ไพเราะยากที่จะหาได้ในปัจจุบันแล้ว

-นัยยะของตัวหนังสือนั้นมีความหมายซ่อนอยู่ระหว่างบรรทัด เป็นสิ่งยากที่นักเขียนจะเขียนให้ได้เท่าเรื่อง “ข้างหลังภาพ” นี้

-เรื่อง “ข้างหลังภาพ” ถือว่าเป็นงานเขียนที่ร่วมสมัย คือปัจจุบันยังคงใช้ได้ (อ่านได้) อยู่เสมอ

-การเปิดเรื่องที่ให้นพพรได้เจอกับคุณหญิงกีรติที่ญี่ปุ่นนั้น คือการเปิดเรื่องให้ตัวละครพ้นจากกรอบทางศีลธรรม (เพราะถ้าอยู่ในเมืองไทย นพพรคงไม่ได้พบรักกับคุณหญิงกีรติแน่)

-ความดีของสมัยก่อนและสมัยปัจจุบันต่างกัน ในสมัยก่อนความดีคือความสูงส่ง ความสง่างาม ในขณะที่ปัจจุบันความดีคืออะไรก็ตามที่ทำให้เรามีความสุข

-ข้อดีของหนังสือที่เป็นวรรณกรรมคลาสิคก็คือ มีการบันทึกเรื่องราวและบริบทในสังคม ณ เวลานั้นไว้ด้วย

-คุณกิ่งฉัตรได้ให้ข้อคิดทิ้งท้ายว่า บางคนอ่านหนังสือแล้วชีวิตเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น เพราะว่าการอ่านหนังสือคือการตีความนั้นเอง






สำหรับกิจกรรม TK Reading Club ครั้งต่อไปจะเป็นการพูดคุยกันจากนวนิยายเรื่อง “จดหมายถึงดวงดาว” ของชมัยภร แสงกระจ่าง ในวันเสาร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2559 ท่านใดที่สนใจสามารถเข้าร่วมงานได้ฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ งานจะจัดขึ้น ที่ห้องสมุด TKpark ชั้น 8 Dazzle Zone ห้างเซ็นทรัลเวิลด์ ท่านสามารถไปลงทะเบียนได้ที่หน้างานเลย

ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชม ขอให้ท่านมีความสุขมาก ๆ ครับ




Create Date : 15 กุมภาพันธ์ 2559
Last Update : 15 กุมภาพันธ์ 2559 10:39:18 น. 18 comments
Counter : 1279 Pageviews.

 
เคยดูตอนสร้างเปนหนังจำได้อะ


โดย: น้องผิง วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:10:50:33 น.  

 
คุณได้ทำการแปะ ให้กับคุณ อาคุงกล่อง เรียบร้อยแล้วนะคะ

แปะก่อนกันลืม

ทีแรกคิดว่าคุณกิ่งฉัตรจะ สว. ที่ไหนได้ยังสาวเลย..

คุณกล่องโชคดีหรือ ขวนขวายไม่รู้ซิครับ เลยมีโอกาศได้สัมผัส
นักเขียน หรือได้เสวนา กับผู้รู้ด้านหนังสือบ่อย..

พูดถึงหนังสือ สมัย โบ.. เมื่อก่อนผมหลบครู ไปแอบอ่าน
หนังสือในห้องสมุด อยู่มุมโรงเรียนแต่ไม่ใช่ของโรงเรียน ไป
เจอหนังสือเก่ามาก ๆ กระดาษเหลือง กรอบ..

ยังคิดเลยว่า หนังสือเก่า สำนวนโบ..จริง ๆ เช่น ห่วงรัก
เหวลึก. ไม่เหมือนสำนวนสมัยเรา 555 แต่ก็อ่านนะครับ
เพราะเบื่อ คณิตศาสตร์ กับ อ.ฝรั่ง เคี่ยว มาก ๆ


โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:12:36:33 น.  

 
ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
อาคุงกล่อง Book Blog ดู Block


โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:12:37:31 น.  

 
ชอบคุณกิ่งฉัตรมากๆ อ่านเพลินทุกเล่มเลยค่ะ
ปล.แปะหัวใจให้ด้วยนะคะ


โดย: sawkitty วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:17:21:06 น.  

 
โหวต bbok blog ให้พี่อาคุงครับ

ข้างหลังภาพโด่งดังมากๆ
แต่ผมก็ไม่เคยอ่านเลยครับ
เพราะไม่ได้อ่านนิยาย

ปล. เมื่อคืนสะใจมากครับ
หงส์ยิงกันกระจุยกระจายเลย
หลังจากฟอร์มขึ้นๆลงๆมาสองสามนัดครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:19:02:42 น.  

 
ได้อ่านข้างหลังภาพ ตั้งแต่ปกแรก ๆ ของสำนักพิมพ์ดอกหญ้า ยังเป็นกระดาษปรูฟเหลือง ๆ อยู่เลยค่ะ ก่อนหน้านั้น เคยอ่านของห้องสมุดก่อนด้วย จัดว่าเป็นวรรณกรรมอมตะนิรันดร์กาลเลยนะคะ

ประโยคคลาสสิค ของคุณหญิงกีรติ ใคร ๆ ก็ชอบค่ะ



คุณได้ทำการแปะ ให้กับคุณ อาคุงกล่อง เรียบร้อยแล้วนะคะ



บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
อาคุงกล่อง Book Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น


*** มุมนี้สวยค่ะ วิวแม่น้ำโขง มุมสูง


โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:19:19:36 น.  

 
หนังสือก็คล้ายภาพประวัติศาสตร์
พูดแบบนี้ไม่รู้จะถูกปล่าว
กลับไปอ่านหนังสือเก่าๆ ก็จะเห็นภาพบรรยากาศสมัยก่อน

แม่ซองฯยังชอบ อ่านหนังสือแนวรักๆ แบบสมัยก่อน
คงเป็นอารมณ์และสำนวนของคนรุ่นเก่ากระมัง

มาแปะหัวใจให้แล้วค่ะ



โดย: ซองขาวเบอร์ 9 วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:21:09:32 น.  

 
คำคมที่ได้จากนิยายเรื่องนี้ เอามาใช้ปลอบใจตัวเองที่ไม่ค่อยจะสมหวังเรื่องรักๆ ใคร่ นับว่าได้ผลดีมาก ผมอ่านในสมัยที่เป็นนักศึกษา น่าจะอ่านหลายรอบอยู่เหมือนกัน โดยเฉพาะในบางช่วงบางตอนครับ
โหวตหมวดหนังสือครับ


โดย: Insignia_Museum วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:21:27:11 น.  

 
ขอบคุณมาก ๆ ที่แวะไปชมงานเซรามิกงาม ๆ และโหวตให้นะคะ ^_^
เกือบหมดวันแล้ว ไม่คุยนานแระ ขอตัวไปเยี่ยมเพื่อน ๆ ก่อน
โหวตกับแปะใจให้ Happy Belated Valentine's Day ค่า


โดย: haiku วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:23:53:34 น.  

 
สวัสดีค่า คุณกล่อง ^^
แปะหัวใจก่อนค่ะ

ข้างหลังภาพทำให้นึกตามที่คุณกิ่งฉัตรพูดถึงเลยค่ะ
ตอนอ่านคิดตลอดว่าตัวละครนพพร นอกจากจะเด็กแล้วยังไม่รู้ว่าความรักคืออะไร เหมือนหลงในความสวย ดูดีของคุณหญิง
ทั้งๆ ที่รู้ว่าเป็นไปไม่ได้ก็ยังทำเนาะ

ส่วนคุณหญิง เป็นตัวแทนผู้หญิงสมัยก่อน ไม่พูด เก็บ และต้องอยู่ในกรอบ

ชอบภาษาของคุณศรีบูรพาเหมือนกันค่ะ ลึกซึ้ง
บางทีก็ดูตรงๆ ดีนะ เค้าว่าหนังสือแต่ละยุคสมัยก็เป็นบันทึกเรื่องราวในสมัยนั้นๆ คงจะจริงค่ะ สมัยนี้เขียนอะไรก็ต้องมีโปรแกรมทันสมัย เวลาอีก 10 ปีมาอ่านคงดีเหมือนกันค่ะ

ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีๆ ค่า
สุขสันต์วันวาเลนไทน์ย้อนหลัง
มีความสุขมากๆ นะคะ



โดย: lovereason วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:1:04:20 น.  

 
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
อาคุงกล่อง Book Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
..................
เรื่องข้างหลังภาพได้อ่านสมัยที่เรียนเพราะมีบังคับให้อ่านแล้วนำมาวิจารณ์ยังจำประโยคนี้ได้ “ฉันตายโดยปราศจากคนที่รักฉัน แต่ฉันก็อิ่มใจว่า ฉันมีคนที่ฉันรัก”
เรียนวิจารณ์ วรรณกรรม,วรรณคดีและอื่นๆเป็นวิชาบังคับ ทั้งๆที่ไม่ชอบเลยเพราะต้องอ่านหนังสือนอกเวลาเยอะมาก
เห็นด้วยว่า หนังสืออ่านช่วงที่เป็นวัยเด็ก(วัยรุ่น) แล้วให้กลับมาอ่านใหม่ กลายเป็นว่ามุนมองเปลียนไป
ข้างหลังภาพ ไม่เคยชมละคร หรือ ภาพยนต์เลยค่ะ ดีว่าได้อ่าน แต่ก็ลืมไปแล้ว...


โดย: โอพีย์ (Opey ) วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:1:12:58 น.  

 
เป็นเรื่องที่รู้จักตั้งแต่เด็กๆ เลยค่ะ และก็ยังพูดถึงกันอยู่จนทุกวันนี้ ที่สุดเลยนะคะ

ปล.น้องซีได้ไปเมืองโบราณค่ะ ทีมงานยินดีดูแลให้ หุหุ ไม่รู้จะเหวี่ยงเหมือนปีที่แล้วไหม ปีที่แล้วร้องไห้บนรถไฟฟ้า หุหุ น่ารักมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ มี้นี้อยากร้องไห้ กรี๊ดร้อง อิอิ



โดย: kae+aoe วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:10:03:29 น.  

 
คุณได้ทำการแปะ ให้กับคุณ อาคุงกล่อง เรียบร้อยแล้วนะคะ


โดย: kae+aoe วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:10:03:54 น.  

 
มาโหวด Book blog ให้ค่ะ



โดย: ซองขาวเบอร์ 9 วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:20:50:02 น.  

 
คุณกิ่งฉัตรเป็นนักเขียนคนโปรดเลยค่ะ ชอบอ่านหนังสือของเธอมาก
เล่มใหม่กำลังจะออก กลับไปไทยต้องหามาเป็นเจ้าของสักหน่อยค่ะ
..
ข้างหลังภาพ สมัยเรียนอ่านเป็นหนังสือนอกเวลา สารภาพว่าอ่านไม่ค่อยรู้เรื่องค่ะ
ไม่ค่อยซาบซึ้งและเข้าใจเนื้อหาสักเท่าไร จนกระทั่งได้ดูภาพยนตร์ถึงเข้าใจค่ะ
ถ้าให้มาอ่านใหม่ตอนนี้ น่าจะเข้าใจได้ดีกว่าเมื่อหลายสิบปีก่อนมากเลยนะคะ

บันทึการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
อาคุงกล่อง Book Blog ดู Blog



โดย: ALDI วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:23:34:19 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับ

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
อาคุงกล่อง Book Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น


โดย: **mp5** วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:6:39:16 น.  

 
แปะเช่นกันค่ะ

คุณได้ทำการแปะ ให้กับคุณ อาคุงกล่อง เรียบร้อยแล้วนะคะ


โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:18:05:14 น.  

 
มีความสุขในการอ่านนวนิยายเรื่องนี้มากค่ะ
โหวต Book blog และแปะหัวใจให้ค่ะ


โดย: เจ้าหญิงไอดิน วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:9:41:50 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

อาคุงกล่อง
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 62 คน [?]




อาคุงกล่องเป็นชายไทยนิสัยดีมีความฝัน ผู้ผันตัวมาเป็นทาสวรรณกรรมอย่างแท้จริง ใช้ชื่อกำหนดตัวตนว่า “อาคุงกล่อง” เป็นนามปากกาสร้างสรรค์ผลงานในเชิงหัสนิยาย และงานเขียนในรูปแบบต่าง ๆ อาทิเช่น เรื่องสั้น นวนิยาย สารคดี ความเรียง บทกลอน ไดอารี่เพ้อเจ้อละเมอเพ้อฝันต่างๆ ฯลฯ

ปัจจุบัน “อาคุงกล่อง” เป็นนักอ่าน นักคิดและนักเขียน รวมทั้งเป็นนักจินตนาการออกมาเป็นตัวอักษรด้วย ผู้มีความฝันอันยิ่งใหญ่คือการเป็นนักเขียนมีคุณภาพที่สรรค์สร้างผลงานอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ คาดว่าในเวลาอันใกล้นี้นาม “อาคุงกล่อง” จะเกิดปรากฎชัดในโลกวรรณกรรม จนเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางในหมู่หนอนนักอ่านทั่วไทย



"ในชีวิตจริงของคนเรา มีอะไรอีกมากมายที่จะต้องรับรู้และรับผิดชอบ ในแต่ละวันเรามีโอกาสที่จะหัวเราะได้สักกี่ครั้ง? แต่ถ้าเราได้มีโอกาสหัวเราะเสียบ้างเพื่อเป็นการผ่อนคลายหรือคลายเครียด ก็คงจะเป็นสิ่งที่ดีนะครับ"

ถ้าคุณเข้ามาในบล็อคของผมแล้ว คุณสามารถอมยิ้มหรือหัวเราะได้ ผมก็คงจะดีใจแล้วครับ (กรุณาช่วยทิ้งคอมเม้นท์วิจารณ์ไว้ให้ผมด้วยนะครับ จักขอบพระคุณมากเลยครับ)

akungklong@gmail.com
Friends' blogs
[Add อาคุงกล่อง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.