Group Blog
 
<<
มกราคม 2559
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
4 มกราคม 2559
 
All Blogs
 
ไฟเย็น : ไฟแห่งพลังวรรณศิลป์ ของ เสนีย์ เสาวพงศ์

4 มกราคม 2559




ผมมีโอกาสได้ไปฟังปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ “ไฟเย็น : ไฟแห่งพลังวรรณศิลป์ ของ เสนีย์ เสาวพงศ์” โดย รองศาสตราจารย์ ดร. ตรีศิลป์ บุญขจร ซึ่งเป็นการบรรยายเกี่ยวกับพัฒนาการวรรณกรรมของเสนีย์ เสาวพงศ์ ใน 5 ทศวรรษในมุมมองนวประวัติศาสตร์ (New Historicism) ซึ่งเป็นกิจกรรมพิเศษที่จัดขึ้นเนื่องในวาระครบรอบ 104 ปีชาตกาล ท่านผู้หญิงพูนศุข พนมยงค์ ที่จัดขึ้นเมื่อวันเสารที่ 2 มกราคม 2559 ณ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ผมจึงนำประเด็นที่ได้รับฟังมาเขียนสรุปเป็นรายละเอียดสำหรับท่านผู้ที่สนใจ

ในงานเริ่มต้นด้วยคุณสินธุ์สวัสดิ์ ยอดบางเตย กล่าวระลึกถึงท่านผู้หญิงพูนศุข พนมยงค์ หลังจากนั้นเป็นปาฐกถาพิเศษโดย รองศาสตราจารย์ ดร. ตรีศิลป์ บุญขจร ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ (บางส่วนอาจขาดตกบกพร่องไปบ้าง เนื่องจากผมฟังและจดเชลเลอร์มาเขียนสรุป ไม่ใช่การเขียนจากการถอดเทปคำบรรยาย ดังนั้นถ้าส่วนใดผิดพลาดไปบ้าง ผมขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย)




 








อ.ตรีศิลป์บอกว่า

-สาเหตุที่เลือกเลือกงานของเสนีย์ เสาวพงศ์มาพูดก็เพราะว่า เสนีย์ เสาวพงศ์มีความผูกพันกับครอบครัวพนมยงค์มาโดยตลอด อีกทั้งทัศนคติ อุดมคติและอุดมการณ์ของเสนีย์ เสาวพงศ์นั้นเชื่อว่าท่านได้รับแรงบันดาลใจมาจากท่านปรีดี พนมยงค์

-เสนีย์ เสาวพงศ์ สร้างผลงานวรรณกรรมมาต่อเนื่องยาวนานเกิน 6 ทศวรรษ ส่วนใหญ่เป็นแนวนวประวัติศาสตร์ (นวนิยาย+ประวัติศาสตร์) คือเป็นงานเขียนที่พูดถึงประวัติศาสตร์ มีรายละเอียดหรือแนวความคิดที่อยู่ในช่วงเวลานั้น ๆ โดยไม่ใช่แค่งานบันเทิงเริงรมย์แต่เพียงอย่างเดียว

-นวประวัติศาสตร์ (New Historicism) เป็นวรรณกรรมที่บันทึกประวัติศาสตร์ที่ไม่ได้ยึดติดอยู่กับมิติของเวลาและสถานที่อย่างชัดเจน ซึ่งอาจจะไม่ใช่ข้อเท็จจริงทั้งหมดแต่เชื่อว่าเป็นความเคลื่อนไหว,ความนึกคิด,วาทะกรรม ฯลฯ ซึ่งเกิดขึ้นในบริบทของคนในยุคสมัยนั้น ๆ

-ในการปาฐกถาครั้งนี้ อ.ตรีศิลป์ ให้หัวข้อว่า “ไฟเย็น : ไฟแห่งพลังวรรณศิลป์ ของ เสนีย์ เสาวพงศ์” ซึ่งเป็นการเปรียบเปรยงานของเสนีย์ เสาวพงศ์ โดยใช้คำว่า “ไฟ” เป็นคำที่มีพลัง เป็นไฟที่ส่องทางให้แสงสว่างไม่ใช่ไฟที่ล้างผลาญแต่อย่างใด

-นวนิยายเรื่องแรกของเสนีย์ เสาวพงศ์ ในปี 2489 เรื่อง “ชัยชนะของคนแพ้” เป็นผลงานวรรณกรรมแนวโมเดิร์น

-“ไฟเย็น” และ “บัวบานในอะมาซอน” เป็นวรรณกรรมในยุคอนานิคม (โพสโคโลเนียน) เป็นยุคที่คนขาวแสวงหาประโยชน์ด้วยการเข้าไปรังแกคนพื้นเมือง

-“คนดีศรีอยุธยา” เป็นนวนิยายแนวประวัติศาสตร์ เป็นประวัติศาสตร์ภาคประชาชน ซึ่งเป็นเรื่องราวของชาวบ้านที่ร่วมกันต่อสู้เพื่อกู้เอกราช หลังจากนั้นต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันไป

-ถือได้ว่าเสนีย์ เสาวพงศ์ เป็นผู้บุกเบิกหลาย ๆ กระแสในวงการวรรณกรรมไทย

-การศึกษาวรรณกรรมจะทำให้เราเข้าใจความคิดของคนในยุคนั้น ๆ ทำให้เข้าใจความรู้สึกของคน และนักเขียนก็จงใจบอกเราว่าคนเขานี้คิดอย่างไร? และมีพฤติกรรมอย่างไร? จึงอาจกล่าวได้ว่า วรรณกรรมไม่ใช่ข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ แต่เป็นชุดความคิดของคนในช่วงเวลานั้น ๆ

-งานของเสนีย์ เสาวพงศ์ ส่วนใหญ่เป็นการบันทึกประวัติศาสตร์ของประชาชนตัวเล็กที่ตอบโต้อำนาจทางสังคมละการเมือง

-เริ่มต้นจากในทศวรรษแรก เรื่อง “ชัยชนะของคนแพ้” นั้นเป็นเรื่องราวการต่อสู้ของคนตัวเล็ก ซึ่งเป็นใครสักคนที่มีบทบาทในสังคม ชื่อเรื่องเป็นการเปรียบเทียบที่ย้อนแย้ง (พาราด็อก คือ มีความขัดแย้งในตัวเอง) เป็นการเล่นกับภาษาเพื่อตอบโต้นโยบายในสมัยรัฐนิยมของจอมพล ป. ที่สั่งให้มีการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ เช่น การเขียน ที่เปลี่ยนแปลงอักขระอักษรไทย , การใช้สรรพนาม ฯลฯ

-ในเรื่อง “ชัยชนะของคนแพ้” 2486 เป็นเรื่องราวของตัวละครที่แพ้ในความรักแต่ชนะในอุดมการณ์

-มีเรื่องที่คล้ายคลึงกันคือเรื่อง “นักบุญ-คนบาป” ของอิสรา อมันตกุล ที่เขียนในลักษณะภาษาสะวิงเพื่อตอบโต้นโยบายรัฐนิยมเช่นกัน

-เสนีย์ เสาวพงศ์ ได้สร้างตัวละครหญิงที่เป็นอุดมคติขึ้นมา คือเป็นผู้หญิงที่เป็นต้นแบบทางความคิด เป็นการให้เกียรติผู้หญิง โดย มาเนีย เป็นตัวละครหญิงตัวแรกของเสนีย์ เสาวพงศ์ เป็นการเปิดประวัติศาสตร์ใหม่ให้แก่สตรี

-งานวรรณกรรมส่วนใหญ่ของเสนีย์ เสาวพงศ์ เป็นไพรัชนิยาย คือนวนิยายที่มีฉากอยู่ในต่างประเทศ

-เรื่อง “ชีวิตบนความตาย” เป็นนิยายขนาดสั้น เป็นเรื่องของเสรีไทยในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เสนีย์ เสาวพงศ์ จงใจเขียนขึ้นให้มีขนาดสั้นเป็นแบบพ็อกเก็ตบุ๊คส์ (ขนาดเล็กเสียบกระเป๋าหลังได้) ที่ต่างประเทศกำลังนิยมกัน การเขียนใช้เทคนิคการเขียนแบบโค๊ตอัพ (ซูมเข้าไปใกล้ ๆ ) เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจน เป็นเรื่องที่เขียนสำหรับนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ได้

-เรื่องศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์นั้น เป็นสิ่งที่เสนีย์ เสาวพงศ์ ให้ความสำคัญเสมอ

-ในทศวรรษที่ 2 เป็นเรื่องอุดมการณ์ของหนุ่มสาว ในเรื่อง “ปีศาจ” 2496 เป็นนวนิยายแนวเพื่อชีวิตแนวสัจจะนิยม , เรื่อง “ความรักของวัลยา” 2495 เป็นเรื่องความรักของคนหนุ่มสาว เป็นไพรัชนิยายที่เป็นฉากในต่างประเทศ เป็นเรื่องวาทะกรรมของคนที่รักในงานศิลปะ (วัลยาไปเรียนศิลปะที่ต่างประเทศ)

-ในเรื่อง “ปีศาจ” นั้น หนุ่มสาวคือปีศาจของการเปลี่ยนแปลง

-นวนิยายเรื่อง “ปีศาจ” ปัจจุบันได้รับการยกย่องให้เป็นวรรณกรรมแห่งชาติแล้ว ในเรื่องพูดถึงพลังของหนุ่มสาวในหลายชนชั้นที่ตะหนักถึงความรับผิดชอบต่อสังคม เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงขึ้น ความหวังของสังคมอยู่ที่คนหนุ่มคนสาวนี้เอง
-ตัวละคร รัชนี ในเรื่อง “ปีศาจ” เป็นต้นแบบอุดมคติของนักศึกษาในเวลาต่อมา

-ในเรื่อง “ปีศาจ” มีการพูดถึงปัญหาของชาวนา พูดถึงเรื่องความกตัญญูกับความยุติธรรมของคนในชนบท ในเรื่องหลังจากการเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี 2475 กลุ่มคนข้าราชการมีความเข้มแข็งทางสังคมขึ้นมาแทนกลุ่มศักดินาเก่า (กลุ่มเจ้าฟ้าเจ้านาย) จึงเกิดมีปีศาจที่เป็นคนรุ่นใหม่ขึ้นมาขัดทานอำนาจ

-ในทศวรรษที่ 3 หลังจากที่จอมพลสฤษดิ์ทำการปฏิวัติ (ปี 2500) เสนีย์ เสาวพงศ์ ไปเป็นนักการฑูตอยู่ในประเทศแถบอเมริกาใต้ ดังนั้นจึงได้เกิดผลงานคู่ขนานระหว่างสังคมไทยกับสังคมอเมริกาใต้ขึ้นมา ในเรื่อง “ไฟเย็น” และ “บัวบานในอะมาซอน” ถือว่าเป็นงานในยุคโพสต์โคโลเนียน ยุคอนานิคม

-ที่บอกว่าเป็นเรื่องคู่ขนานกันนั้นคือ เป็นเรื่องของคนที่มีอำนาจในสังคม ในเรื่องของอเมริกาใต้มีคนผิวขาวเข้าไปทำลายล้างพวกอินเดียนแดงที่เป็นคนพื้นถิ่นเก่า , ในไทยมีการทำรัฐประหาร มีการทำร้ายและจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชน

-ในเรื่อง “ไฟเย็น” เป็นเรื่องพลังของคนหนุ่มสาว เรื่องการปฏิวัติในอาเจนติน่า เรื่องที่ชาวอินเดียนแดงถูกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

-ในทศวรรษที่ 4 เป็นผลงานนวประวัติศาสตร์ เรื่อง “คนดีศรีอยุธยา” 2524 ในเรื่องพูดถึงประวัติศาสตร์บางส่วนที่ชาวบ้านอยุธยามีบทบาทในการต่อสู้กอบกู้เอกราชจากพม่า เรื่องนี้ถือว่าเป็นบันทึกประวัติศาสตร์ในเชิงวรรณกรรม

-เรื่อง “ใต้ดาวมฤตยู” 2526 เรื่องนี้มีคนอ่านกันน้อย เป็นเรื่องการรื้อสร้างประวัติศาสตร์ของสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยสาเหตุที่เกิดสงครามขึ้นก็เพราะว่าชนชาติหนึ่ง(เยอรมัน) เชื่อว่าตัวเขาเหนือกว่าอีกชนชาติหนึ่ง(ยิว) จึงต้องมีการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เพื่อแย่งสิทธิในการปกครองโลก ในเรื่องมีการบันทึกประวัติศาสตร์เอาไว้มากพอสมควร

-ในทศวรรษที่ 5 ในเรื่อง “ดิน น้ำและดอกไม้” 2532 เป็นเรื่องของสตรีกับเสรีไทย เป็นการเสียสละเพื่อชาติในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 นางเอกของเรื่องชื่อรสสุคนธ์ เป็นเรื่องที่สตรีร่วมสร้างประวัติศาสตร์สามัญชน ที่เขียนโดยกรรมวิธีแห่งนวนิยาย

-ในทศวรรษที่ 6 มีเรื่อง “เงาคน-บนเวลา และปฏิมาการ” 2555 เป็นเรื่องของแผ่นดินแม่ซึ่งภูมิลำเนาเดิม เป็นการกลับไปที่รากเหง้าแห่งชีวิตอีกครั้ง พูดถึงลุ่มแม่น้ำภาคกลางที่เสนีย์ เสาวพงศ์ ได้เกิดและเติบโตมา

-ดังนั้นอาจจะสรุปได้ว่า สิ่งที่พบในผลงานของเสนีย์ เสาวพงศ์ คือ

1. เสรีภาพในการแสดงออกเพื่อตอบโต้รัฐนิยมด้วยภาษาสำนวนสะวิง

2. ประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติที่บันทึกโดยคนตัวเล็ก (คนธรรมดาในสังคม) ที่ไม่ยอมจำนนต่ออำนาจที่จะมาครอบงำ

3. ให้ความสำคัญกับคนหนุ่มคนสาวเสมอ โดยเฉพาะพลังของสตรี ตัวละครเอกที่เป็นผู้หญิง มีบุคลิกและอุดมการณ์ที่เฉพาะตัว ถือว่าเป็นการให้เกียรติผู้หญิง

4. เห็นมิติของความรักในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ความรักของคนหนุ่มสาว , ความรักต่อเพื่อนมนุษย์ , ความรักที่ไร้พรมแดน . ความรักที่เป็นมากกว่าความรักของของหนุ่มสาวธรรมดา ฯลฯ

5. ปฏิเสธอคติทางเชื้อชาติและการรุกรานจากประเทศมหาอำนาจต่าง ๆ

6. เป็นนักเขียนที่มีพันธะกิจเป็น “คันฉ่องและโคมฉาย” ให้กับสังคมด้วย

7. ใช้พลังทางวรรณศิลป์เพื่อสะท้อนปัญหาสังคมด้วยสติปัญญา




อ.ตรีศิลป์ สรุปว่า

-พลังทางวรรณศิลป์ไม่ได้เป็นเพียงแค่พลังความรื่นรมย์ แต่สามารถส่องสะท้อนปัญหาและสามารถปลูกปัญญา สร้างจิตสำนึกและอุดมการณ์ที่ดีกว่าได้ วรรณกรรมของเสนีย์ เสาวพงศ์ เป็นวรรณศิลป์ที่ละเมียดละไม ภาษานั้นโดดเด่นด้วยลีลาและลุ่มลึกด้วยแนวคิดอันทรงพลัง เป็นพลังวรรณศิลป์ที่เปรียบได้ดั่งไฟเย็น เป็นไฟที่ไม่มีวันดับเพราะ “มันเย็นเหมือนไฟและหลั่งไหลเหมือนหิน ... เหมือนไฟของภูเขาที่จมลึกอยู่ใต้ดิน สงบเงียบและไร้ปากเสียง แต่มันคุโชนอยู่โดยฝนฟ้าพายุไม่อาจจะกล้ำกลายหรือเปลี่ยนสภาพของมันได้” (บางส่วนจากเรื่อง “ไฟเย็น”)

-วรรณกรรมของเสนีย์ เสาวพงศ์ เป็นเหมือนไฟเย็นที่ไม่ดับลงตามกาลเวลา เพราะเป็นไฟที่ส่องฉายข้ามเวลาให้เราได้เรียนรู้,ซึมซับและเห็นปัญหาซึ่งเป็นเหตุแห่งการเกิดขึ้นต่าง ๆ ถือว่าเป็นวรรณกรรมที่บันทึกปัญญาลงผ่านเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่ควรค่าสำหรับทุกคน




 






คุณสินธุ์สวัสดิ์ ยอดบางเตย กล่าวสรุปทิ้งท้ายว่า

-สำหรับการเสวนาในวันนี้หวังว่าจะมีประโยชน์ในเชิงวรรณกรรม เมื่อได้เผยแพร่ออกไปผู้ที่สนใจในด้านวรรณศิลป์และวรรณกรรมคงจะได้ตามศึกษา ประเด็นของเสนีย์ เสาวพงศ์คงมีคนนำไปต่อยอดเพื่อวิพากษ์วิจารณ์ในมุมมองต่าง ๆ ในลำดับต่อไป เพื่อเป็นประโยชน์แก่วรรณกรรมเพื่อสังคม วรรณกรรมเพื่อชีวิตและวรรณกรรมเพื่อประชาชน





ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชม ขอให้ท่านมีความสุขมาก ๆ นะครับ







Create Date : 04 มกราคม 2559
Last Update : 4 มกราคม 2559 22:29:58 น. 22 comments
Counter : 1052 Pageviews.

 
ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
อาคุงกล่อง Book Blog ดู Blog

อ่านแล้วโหวตให้เป็นคนแรกเลยครับคุณกล่อง

งานของท่าน ผมว่าสำนวนละเมียดละมัย มากครับ

บล๊อกเที่ยวเวียตนาม ผมค่อย ๆ ปล่อยออกมาตาม
จังหวะ.. บล๊อกหน้านี้ผมพูดถึงคนเวียตนามด้วย

ที่ปล่อยช้า เพราะก่อนเขียนเกือบทุกบล๊อกถ้ายังไม่แน่
ใจว่า ข้อมูลถูกผมจะค้นหา มาเปรียบเทียบก่อนเรียก
ว่ามั่นใจก่อนเขียนครับ..

แต่ที่แน่ใจแต่ต้นคือ สาวเวียตนาม สวย ฟันสะอาด
ผิวขาว และรักษาผิวได้ดีครับ 555


โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 5 มกราคม 2559 เวลา:5:56:46 น.  

 
Happy New Year ค่าาาาพี่กล่อง
ขอให้มีความสุขมาก ๆ นะคะ

พี่กล่องได้ไปร่วมฟังด้วย ดีจังเลยค่ะ
ขอบคุณที่สรุปมาแชร์นะค้า


โดย: Close To Heaven วันที่: 5 มกราคม 2559 เวลา:23:03:12 น.  

 
Happy New Year
เขียนเก่งจังค่ะ อย่างงี้ต้องโหวด กดไปเรียบร้อยแล้ว 555


โดย: ดา ดา วันที่: 6 มกราคม 2559 เวลา:11:09:09 น.  

 
สวัสดีค่า คุณกล่อง ^^
รู้จักคุณเสนีย์ เสาวพงศ์ จากเรื่อง ปีศาจ ค่ะ
อ่านรีวิวแล้วอดใจไม่ไหว ก็เลยได้มาครอบครองเรียบร้อยแต่ก็ยังไมไ่ด้อ่านสักที
ชอบชื่อไฟเย็นมากค่ะ ไฟแห่งวรรณศิลป์
เป็นคันฉ่องและโคมฉาย ชอบๆ เปรียบได้แบบรู้สึกได้เลย

หนังสือ วรรณกรรม ปีนี้จะเป็นยังไงก็ไม่รู้นะคะ
นิตยสารดีๆ ปิดตัวไปเยอะ ล่าสุดก็ writer เสียดายมาก ชอบอ่านค่ะ
มีโอกาสไปแบบคุณกล่องบ้างก็ดีนะคะ เสียดายอีกอยู่ไกล

อยากขอที่อยู่คุณกล่องด้วย ค่อยทักไปทางแชทนะคะ
จะส่งการ์ดที่คั่นให้ค่า

ขอบคุณสำหรับเรื่องดีๆ ที่นำมาแบ่งปันค่า



โดย: lovereason วันที่: 7 มกราคม 2559 เวลา:0:50:27 น.  

 
น่าสนใจครับ ถึงจะเป็นในเชิงวิชาการ แต่ผมแปลกใจเล็กน้อยที่รัฐไทยยอมให้งานนี้เกิดนี้

ผลงานของเสนีย์ เสาวพงศ์ เห็นมีพูดถึงบ้างในหมู่คนนิยมการเมืองแบบไม่ค่อยสุดโต่ง

+


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 7 มกราคม 2559 เวลา:23:57:09 น.  

 
สวัสดีปีใหม่ค่า ขอบคุณค่ะคุณกล่อง


โดย: แม่น้องกะบูน วันที่: 8 มกราคม 2559 เวลา:20:03:28 น.  

 
หนูมาสวัสดีปีใหม่ค่ะ


โดย: เจ้าการะเกด วันที่: 10 มกราคม 2559 เวลา:19:45:46 น.  

 
เสียดายมากเลยค่ะ
writer เป็นนิตยสารที่ชอบอ่านมากเพราะความคิดน่าสนใจและเป็นเอกเทศนี่แหละ
แต่อย่างว่านะคะอยู่ยาก ขนาดนิยายที่คนอ่านเป็นแมสกว่ายังยากเลย
แล้วที่คนอ่านเฉพาะกลุ่มไม่ต้องคิดเลยอะ

หวังว่าอีกหน่อยจะมีคนรุ่นหลังๆ สืบทอด
คุณกล่องได้ไปตอนแถลงข่าวมั้ยคะ
ถึงหนังสือปิดตัวไปแต่ร้านหนังสือกั้บร้านกาแฟยังมีนะ
อิจฉาคนอยู่กทมก็คราวนี้แหละ อิอิ

ขอบคุณมากๆค่า
มีความสุขมากๆนะคะ



โดย: lovereason วันที่: 10 มกราคม 2559 เวลา:22:31:43 น.  

 
ชอบน้องกล่องตรงที่เก็บประเด็นและรายละเอียดมาได้เพียบ
สวัสดีปีใหม่จ้า


โดย: อุ้มสี วันที่: 11 มกราคม 2559 เวลา:10:13:34 น.  

 
คุ้น ๆ ว่าเคยเห็นหนังสือเรื่อง ไฟเย็น ในตู้หนังสือที่บ้านค่ะ แต่ไม่เคยอ่าน


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 13 มกราคม 2559 เวลา:12:35:01 น.  

 
คุณอาคุงกล่องคะ ยินดีกับรางวัลที่ได้รับด้วยนะคะ

https://www.bloggang.com/event/popularaward11/


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 13 มกราคม 2559 เวลา:17:01:22 น.  

 
ยินดีด้วยค่ะ&ขอบคุณที่โหวตให้




โดย: ชมพร วันที่: 13 มกราคม 2559 เวลา:18:26:38 น.  

 
ยินดีกับสายสะพายครับพี่อาคุงกล่อง



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 13 มกราคม 2559 เวลา:20:30:45 น.  

 
สวัสดีค่า คุณกล่อง ^^
ขอแสดงความยินดีกับสายสะพายด้วยค่า เย่ๆๆ
ปีนี้ได้อ่านอะไรดีๆ จากคุณกล่องเยอะเลย
ทั้งรีวิวหนังสือ ทั้งที่ไปอบรมมา ได้ความรู้เยอะเลย

ขอบคุณมากๆ นะคะ


โดย: lovereason วันที่: 13 มกราคม 2559 เวลา:23:42:49 น.  

 

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...

ขอแสดงความยินดีกับสายสะพายใหม่จ้า



โดย: หอมกร วันที่: 14 มกราคม 2559 เวลา:8:13:07 น.  

 
Good morning
ขอแสดงความยินดีด้วยค่ะ คุณกล่องฯ


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 14 มกราคม 2559 เวลา:8:26:59 น.  

 
สวัสดีอีกรอบค่ะอาคุงกล่อง

ที่รร.นี้สำหรับเราถ้าเทียบกับรร.อื่นเราว่าไม่ได้แพงมากนะคะ ที่กินนั่นไม่รวมเครื่องดื่มกับอาหารและขนมตั้งเจ็ดอย่างยังไม่ถึงพันห้าร้อยบาทเลยอะค่ะ ถูกกว่าร้านในห้างบางร้านอีกค่ะ


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 14 มกราคม 2559 เวลา:8:42:42 น.  

 
ขอแสดงความยินดีกับพี่กล่องด้วยค่าาาา
เนื้อหาในบล๊อกพี่กล่องมีประโยชน์มาก ๆ ค่ะ


โดย: Close To Heaven วันที่: 14 มกราคม 2559 เวลา:10:58:42 น.  

 
ขอแสดงความยินดีกับน้องกล่องจ๊ะ
คุณภาพคับแก้วต้องยกให้น้องเลย


โดย: อุ้มสี วันที่: 14 มกราคม 2559 เวลา:11:58:52 น.  

 
สวัสดีค่ะ มาขอแสดงความยินดีกับรางวัลที่ได้รับด้วยนะคะ


โดย: kae+aoe วันที่: 14 มกราคม 2559 เวลา:13:20:47 น.  

 
ยินดีกับอาคุงกล่องด้วยครับ


โดย: เศษเสี้ยว วันที่: 15 มกราคม 2559 เวลา:0:34:41 น.  

 
สวัสดีอีกรอบค่า

มาขอบคุณสำหรับการไปแสดงความยินดีและโหวตนะคะ

ร้านนี้ราคาเท่ากรุงเทพฯ จริงๆ ค่ะ แม่ก็บ่นว่าแพง แต่แกก็พูดทุกครั้งเวลาลองพาไปกินร้านอื่นว่า ร้านนี้โอเคกว่า 555


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 16 มกราคม 2559 เวลา:0:05:29 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

อาคุงกล่อง
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 62 คน [?]




อาคุงกล่องเป็นชายไทยนิสัยดีมีความฝัน ผู้ผันตัวมาเป็นทาสวรรณกรรมอย่างแท้จริง ใช้ชื่อกำหนดตัวตนว่า “อาคุงกล่อง” เป็นนามปากกาสร้างสรรค์ผลงานในเชิงหัสนิยาย และงานเขียนในรูปแบบต่าง ๆ อาทิเช่น เรื่องสั้น นวนิยาย สารคดี ความเรียง บทกลอน ไดอารี่เพ้อเจ้อละเมอเพ้อฝันต่างๆ ฯลฯ

ปัจจุบัน “อาคุงกล่อง” เป็นนักอ่าน นักคิดและนักเขียน รวมทั้งเป็นนักจินตนาการออกมาเป็นตัวอักษรด้วย ผู้มีความฝันอันยิ่งใหญ่คือการเป็นนักเขียนมีคุณภาพที่สรรค์สร้างผลงานอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ คาดว่าในเวลาอันใกล้นี้นาม “อาคุงกล่อง” จะเกิดปรากฎชัดในโลกวรรณกรรม จนเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางในหมู่หนอนนักอ่านทั่วไทย



"ในชีวิตจริงของคนเรา มีอะไรอีกมากมายที่จะต้องรับรู้และรับผิดชอบ ในแต่ละวันเรามีโอกาสที่จะหัวเราะได้สักกี่ครั้ง? แต่ถ้าเราได้มีโอกาสหัวเราะเสียบ้างเพื่อเป็นการผ่อนคลายหรือคลายเครียด ก็คงจะเป็นสิ่งที่ดีนะครับ"

ถ้าคุณเข้ามาในบล็อคของผมแล้ว คุณสามารถอมยิ้มหรือหัวเราะได้ ผมก็คงจะดีใจแล้วครับ (กรุณาช่วยทิ้งคอมเม้นท์วิจารณ์ไว้ให้ผมด้วยนะครับ จักขอบพระคุณมากเลยครับ)

akungklong@gmail.com
Friends' blogs
[Add อาคุงกล่อง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.