Photobucket
Welcome to Pam's blog
Group Blog
 
<<
กันยายน 2555
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
28 กันยายน 2555
 
All Blogs
 
~ 3 ขวบ 2 เดือน : รักนะ...แต่จะไม่ตามใจจนหนูเสียเด็ก ~

Photobucket

ชื่อบล็อคนี่ได้มาจากหนังสือ "รักนะลูก แต่จะไม่ตามใจ (จนหนูเสียเด็ก)" ยังอ่านไม่จบ แต่รู้สึกชอบและคิดว่าเข้ากับหัวข้อบล็อคที่จะเขียนตอนนี้เอามากๆ ต้องขอบคุณเจ้าของชื่อเรื่อง ไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ


Blog ตอนนี้ว่าด้วยการเข้าสังคม การเคารพ กฏ ระเบียบ และสร้างภูมิคุ้มกันให้กับลูก ในวิธีของครอบครัวเราค่ะ อาจจะไม่ตรงใจ หรือถูกใจใครหลายๆ คน นะคะ เพราะแต่ละคนมีแนวทาง และวิธีที่แตกต่างกันไป ถือว่าเล่าสู่กันฟังนะคะ ^__^


ลูกเปรียบเสมือนกระจกเงา สะท้อนพ่อกับแม่ จริงๆ นะคะ ดูจากพฤติกรรมของลูกเราเองก็ได้ บางอย่างเราไม่ได้สอน แต่ลูกทำตามได้เอง เพราะเค้า "ซึมซับ" สิ่งต่างๆ ที่เค้าได้รับรู้ ได้เห็น และได้ยิน เด็กวัยนี้กำลังอยู่ในช่วง "จดจำ" และ "ทำตาม" อย่างมากๆ เลยหละ


บางทีลูกร้องไห้ งอแง ดื้อ เอาแต่ใจ โหมดนั้นลูกพีชก็เป็นค่ะ บ่อยซะด้วย บางคนเห็นลูกพีชเข้าใจว่าเค้าเป็นเด็กที่อารมณ์ดีมาก ยิ้มแย้มตลอดเวลา น่าจะไม่มีโหมดแบบนี้หรือเปล่า?


ความจริงมีค่ะ เยอะซะด้วย ดราม่า ร้องไห้ เอาแต่ใจ ไร้เหตุผล พูดไม่รู้เรื่อง มีแน่นอน แป๋มมองว่าทุกอย่าง "ท้าทายความสามารถ" คนเป็นพ่อเป็นแม่มือใหม่อย่างเรามากๆ การรับมือกับเด็กเล็กๆ ที่พูดได้ และรู้เรื่องแล้วเนี่ย เป็นอะไรที่ยากชมัด


แต่ก็ท้าทายเอามากๆ เหมือนกัน อิ อิ เหมือนการลากเส้นหาทางออกที่ลูกพีชชอบเล่น ถ้าเราแก้ได้ พอเจอกับรูปแบบเดิมๆ เราก็สบาย แต่เจอรูปแบบใหม่ๆ ก็ท้าทายดี เพราะเธองัดไม้ใหม่ๆ มาใช้กับแม่เรื่อยๆ 555+


Photobucket


เราเลือกที่จะไม่ใช้วิธี "ดุ" หรือ "ขึ้นเสียง" เพราะเด็กอย่างลูกพีช วิธีนี้ใช้ไม่ได้เลยค่ะ ยิ่งพาลจะร้องไห้เอาแต่ใจดังขึ้นเรื่อยๆ ต้องใช้พูดดีๆ คุยดีๆ มีเหตุผล รอให้เค้าสงบค่อยอธิบาย พูดย้ำๆ ซ้ำๆ เค้าจะเข้าใจเอง ถ้าแม่หรือป๊ะป๊าดุ หรือเสียงดังเนี่ย เตรียมตัวได้เลยว่า ถ้าเสียงเงียบไป แล้วเพิกเฉย ไม่สนใจ ต้องหยุดละ ไม่งั้นจะเดินหนี ไม่ฟังละ เหมือนทำ time out กลายๆ สักพักเค้าก็จะดีขึ้น


หลังจากดีขึ้นก็จะอธิบายเหตุผลให้เค้าฟังเสมอว่า "ทำไม" หรือ "เพราะอะไร" บ่อยครั้งที่แป๋มจะยกตัวอย่างให้เค้าลองคิดค่ะ สมมติเหตุการณ์ว่า "ถ้าเหตุการณ์นั้นเค้าโดนกระทำบ้าง เค้าจะรู้สึกอย่างไร และทำอย่างไร" ดีหรือไม่ดี ให้เค้าคิดค่ะ


ตีลูก เราตีค่ะ แต่แป๋มจะตีในกรณีที่เค้าทำอะไรที่อันตรายกับตัวเค้าเอง ห้ามแล้วไม่ฟัง อย่างจับโน่นนี่ วิ่ง ฯลฯ บอกลูกพีชตลอดว่า "แม่ไ่ม่ได้อยากตีลูกหรอนะ แต่แม่ตีให้หนูเจ็บ เพราะหนูจะได้จำ ไม่งั้นหนูก็ทำซ้ำๆ เหมือนเดิม มันอันตราย"



ตอนแรกเราเลี้ยงลูกแบบให้เค้าเป็นศูนย์กลาง ให้เค้าเลือก ให้เค้าตัดสินใจ เ้ค้าจะได้กล้าแสดงความคิดเห็น กล้าแสดงออก แต่ปรากฏว่า "ลูกเป็นตัวของตัวเองมากๆ" พอไม่เป็นไปตามที่ตัวเองเสนออาการเหวี่ยงและวีนมาเลย


Photobucket


เราเลยปรับวิธีใหม่ ให้เค้า "มีส่วนร่วมในการเลือก" ไม่ให้มีอิทธิพลเหนือทุกคน ให้เค้าเคารพสิทธิส่วนตัวของคนอื่น


โดยการเสนอทางเลือกให้เค้าเปลี่ยนคำถามจาก "ลูกพีชจะกินอะไรดีจ๊ะ" เป็น "ลูกพีชจะกินอันนี้ หรืออันนี้จ๊ะ" 


เลี่ยงการใช้คำสั่งให้ทำ เป็น ให้ทางเลือก เน้น "เหตุ" และ "ผล" ทำไมต้องทำแบบนี้ ลูกคิดว่าทำแล้วจะเป็นยังไง



ถ้ายังดื้อจะทำ เตือนแล้วไม่ฟัง ก็ปล่อยบ้างค่ะ เจ็บเองบ้าง ล้มเองบ้าง (บ่นบ่อยมาก อย่าวิ่งนะลูกเดี๋ยวหกล้ม พอล้มก็จะเดินแทนวิ่ง) จับของแล้วของจะเสียนะ (จับจนพังก็มีเยอะ ครั้งต่อไปเค้าจะระวังขึ้น) บางอย่างถ้าไม่อันตรายมาก ก็ต้องเจอเอง เจ็บเองถึงจะจำและไม่ทำอีก โดยระหว่างที่เตือนก็จะคอยอยู่ใกล้ๆ ช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบา



คราวนี้พอล้ม แล้วจะวิ่งอีก ก็จะบอกว่า "จำได้เปล่าจ๊ะคราวก่อนแม่บอกไม่ให้วิ่ง เดี๋ยวหกล้ม พอหกล้มแล้วเจ็บไหม แม่เตือนเพราะไม่อยากให้หนูเจ็บตัวอีกนะ" ก่อนจะวิ่งก็จะชะงักและหยุดคิดนิดนึง เพราะไม่อยากเจ็บอีก



ตอนที่มือ เท้า ปากระบาด เพื่อนรอบตัวเป็นกันหมด ลูกพีชไม่เป็น เพราะ แม่เปิดรูปให้ดูเลยว่าตอนเป็นทรมาณแค่ไหน ต้องทำอะไรบ้าง เลยระวังตัวเป็นพิเศษ


ล้างจมูกตอนเริ่มมีน้ำมูก หรือวันที่ต้องว่ายน้ำ แรกๆ มีอิดออด ร้องไห้โวยวายปานถูกเชือด แม่ก็ล้า่งไปอธิบายไป พร้อมๆ กับล้างตัวเองให้ลูกเห็นด้วย แถมบอกข้อดีว่าทำให้จมูกโล่ง ไม่เป็นหวัด พอเพื่อนๆ ป่วยกันเยอะๆ เธอไม่ป่วย กลับมายอมแต่โดยดี เพราะเห็นเองว่าตัวเองแข็งแรงจริงๆ


Photobucket


มีครั้งนึงเจอรองเท้าคู่นึงบอกลูกพีชว่า "สวยจังเลยอยากได้ไหมจ๊ะ" อยู่ดีๆ ลูกพีชก็เอามือปัดรองเท้าแล้วบอกว่า "ไม่สวยเลยลูกพีชไม่ชอบ" แ่ค่นั้นแหละ แม่ขอโทษขอโพยเจ้าของร้านแล้วรีบดึงลูกออกมาทันที


กฏของแป๋มกับป๊ะป๊าคือ "ไม่ดุลูกและตีลูกต่อหน้าคนอื่น ชมทันทีเมื่อลูกทำดี และสอนทันทีเมื่อลูกทำไม่ดี"


ถ้าไม่ทำข้าวของเสียหายจริงๆ หรืออันตรายจริงๆ จะดึงออกมาแล้วก็ค่อยๆ พูด ค่อยๆ เคลียร์กับเค้า ขนาดเราเอง เรายังรู้สึกแย่เลยเวลาโดนต่อว่าต่อหน้าคนที่เราไม่รู้จัก แล้วลูกละ เค้าเองก็คงจะรู้สึกเหมือนกัน


วันนั้นโกรธลูกมากๆ แต่ไม่ตีนะ ดุเค้าบอกทำแบบนี้ไม่น่ารัก แม่ไม่ชอบเลยที่หนูทำแบบนี้ แม่เสียใจจัง


แล้วถามเค้าว่า "ลูกพีชจ๊ะ ถ้าลูกพีชใส่ชุดๆ นึง แล้วมีคนเดินมาบอกว่า ลูกพีชแต่งตัวไม่สวยเลย ลูกพีชรู้สึกยังไงจ๊ะ"


ลูกพีช "เสียใจค่ะ"


แป๋ม "คุณน้าเค้าก็เหมือนกัน เค้าเลือกของมาขาย เ้ค้าตั้งใจเลือก แต่อยู่ดีๆ มีคนมาว่าของเค้าไม่สวยเลย เค้าจะเสียใจไหมจ๊ะ"


ลูกพีช "เสียใจค่ะแม่"


แป๋ม " ลูกพีชจ๋า ปกติหนูเป็นเด็กดี เด็กน่ารัก หนูทำดีเกือบทุกครั้งแต่ถ้าหนูทำไม่ดีแค่ครั้งเดียวคนอื่นมองเห็นเค้าก็ว่าหนูเป็นเด็กไม่ดี ไม่น่ารักแล้วนะลูก แม่อยากให้คนอื่นรักและเอ็นดูหนู เหมือนกับที่แม่กับป๊ะป๊ารักหนูนะลูก คราวต่อไปไม่ทำแบบนี้อีกแล้วนะจ๊ะ แม่ชอบลูกพีชที่น่ารักของแม่มากกว่านะ"


แอบกระซิบว่า "ถ้าครั้งต่อไปอันไหนไม่ชอบให้บอกว่า ลูกพีชยังไม่เอาดีกว่าค่ะ"


Photobucket


- เล่นกับเืพื่อน -

แรกๆ ไปโรงเรียน ไม่ค่อยกล้าเข้าหาเพื่อน แป๋มคิดว่าเป็นวัยของเค้าที่เวลาเล่นจะอยู่ใกล้ๆ กัน ไม่เล่นด้วยกัน


ตัวเองก็เลยต้องเข้าไปมีส่วนร่วมกับเด็กๆ ชวนเพื่อนๆ ลูกคุย เล่น เพื่อสร้างความคุ้นเคย ถามโน่น ถามนี่ ตัวเองถามบ้าง ให้ลูกพีชถามบ้าง มีขนมก็ให้ลูกพีชเดินเอาไปแบ่งเพื่อนก่อน พอเค้าคุ้นเคยกัน ก็จะเริ่มเล่นด้วยกัน


แรกๆ ระหว่างเล่นกันก็ คอยดูเวลาเค้าหวงของเล่น ให้รู้จักแบ่งคนอื่น ไม่แย่ง ถ้าคนอื่นแย่ง ก็ไปเล่นอย่างอื่น ถ้ายังยืนยังจะเล่น ก็ต้อง "แบ่งกัน" ไม่งั้นก็อด


ของเล่นชิ้นไหนต้องเข้าคิว ต้องต้องเข้าคิว ไม่แซงคิว และเล่นให้ถูกวิธี ไม่ผาดโผน ไม่งั้นก็อดเล่น เหมือนกัน


- ทักทาย สวัสดี ขอบคุณ ขอโทษ พูดจาไพเราะ และมีน้ำใจ -

เตือนลูกและทำให้ดูบ่อยครั้งมาก เวลามีใครยิ้มให้ "ยิ้มตอบ" เวลาใครชวนคุย พูดด้วย จะไม่นิ่งเฉย ตอบทุกครั้ง บอกลูกตลอดว่า "คุณพี่เค้าทักหนู ยิ้มให้หนู หนูยิ้มให้เค้าแล้วไม่ตอบคุณพี่เค้าหน่อยหรอจ๊ะ คุณพี่เค้ารออยู่น๊า เค้าได้ยินเสียงหนูตอบเค้าคงจะดีใจหละ"


"เจอผู้ใหญ่ให้ยกมือไหว้ สวัสดีค่ะ หนูเป็นเด็กทำอะไรก็น่ารัก น่าเอ็นดู อีกอย่างหนูรู้ไหมจ๊ะว่าหนูไหว้สวยมากเลยนะ" (ยอเข้าไป เจอปุ๊บเดินเข้าไปสวัสดีทันที 555+)


เวลาใครทำอะไรให้ จะพูด "ขอบคุณค่ะ" ให้ลูกได้ยินทุกครั้ง เีดี๋ยวนี้เวลาไปไหนมาไหนใครทำอะไรให้ ลูกพีชจะพูดว่า "ขอบคุณค่ะ"


เวลาลูกทำผิด หรือ พ่อแม่ทำผิดกับลูก การขอโทษ และการยอมรับ ก็ไม่ใช่สิ่งที่่น่าอายเลย ทำผิดแล้วรู้จักขอโทษ การให้อภัยก็ตามมาค่ะ ใครหนอจะโกรธจนไม่ให้อภัยกันเลย


Photobucket


เด็กๆ เวลาทำผิดเ้ค้าก็รู้สึกเสียใจเป็นทุนเดิมอยู่แล้วหละ พูดดีๆ อธิบายให้เค้าเข้าใจว่าเค้าผิดยังไง พอเข้าใจเค้าก็จะไม่ทำอีก ยิ่งพ่อแม่ทำผิด การขอโทษให้ลูกเห็น เป็นตัวอย่างที่ดีมากเลยหละ


เวลาวิ่งชนใคร หรือทำของตก ลูกพีชจะบอกเลยว่า "ขอโทษค่ะ" แล้วรีบวิ่งมารายงานด้วยนะ "คุณแม่ขาเมื่อกี้ลูกพีชชนคุณลุงเค้า ลูกพีชบอกว่า ขอโทษค่ะด้วยนะคะคุณแม่" แม่ก็ชมไปตามระเบียบ พร้อมๆ กับกอดและหอมอีกหนึ่งฟอด


เรื่องพูดเพราะ พูดจามีหางเสียงนี่ ต้องค่อยๆ หัดไปเรื่อยๆ ค่ะ ลูกพีชบางทีไปโรงเรียนมาพูดกับเพื่อนกลับมาบ้านก็ลืม พูดห้วนๆ แม่กับป๊ะป๊า ก็จะโดนแก้ให้พูดใหม่ทันทีเวลาได้ยิน ถ้าลืมบ่อยๆ ก็จะพร้อมใจกันไม่ตอบ สักพักก็จะรู้สึกตัวเองว่าพูดไม่เพราะ แล้วก็พูดใหม่ โดยลงท้ายว่า "คะ" หรือ "ขา" แทน เป็นอันรู้กันละ


มีคนแปลกใจว่าลูกพีชพูดชัดมากๆ เพราะเวลาลูกพีชพูดไ่ม่ชัด เราจะแก้ให้เค้าพูดใหม่ทันที ค่อยๆ พูดช้าๆ ให้ดูปากเวลาแม่หรือป๊ะป๊าพูดให้ฟัง แล้วลองพูดตาม พูดเรื่อยๆ จนชัด แก้ทุกครั้งเวลาพูดไม่ชัดไม่ปล่อยหรือนิ่งเฉย ลูกพีชเลยเป็นเด็กที่พูดชัดมาก


ความมีน้ำใจนี่เจอกับตัวเอง บ่อยครั้งที่ไปด้วยกันสองคนแม่ลูก มีคนลุกให้นั่ง มีคนช่วยถือของ จะขอบคุณและบอกกับลูกเสมอว่า "พี่เค้าช่วยเรา เค้ามีน้ำใจกับเรานะลูก เค้าช่วยเราแล้วเราสบายขึ้นไหมจ๊ะ ต่อไปลูกพีชต้องช่วยคนอื่นแบบนี้นะลูก" กลับมาเค้าก็จะเล่าให้ป๊ะป๊าฟังว่า วันนี้คุณพี่มีน้ำใจเค้าทำอะไรให้บ้างเล่าจ้อยๆ เลย


เวลาเจอของที่ไม่ได้เป็นของตัวเองตก หรือผิดที่ผิดทาง หรือแม้แต่เก็บขยะไปทิ้ง เห็นลูกทำปุ๊บปรบมือ ชม ทันที ครั้งต่อไปเค้าก็จะทำอีก


Photobucket


- พ่อ แม่ คือ เพื่อนเล่นที่ดีที่สุดของลูกเสมอ -

พวกอุปกรณ์ไอที DVD ให้ลูกเล่นบ้างหละแต่จำกัดเวลา ให้ดูวีซีดีได้วันละ 1 เืรื่อง แต่เป็นเรื่องที่แม่เลือกให้แล้วในกรณีที่ต้องนั่งดูเองคนเดียว (เพื่อแม่จะได้ทำโน่นทำนี่ได้บ้าง) ใช้สื่อการสอนในไอแพด พวกเกมส์ หรือ Phonics ให้เล่นนะ Google ก็ใช้บ่อย หารูปสัตว์ต่างๆ ที่ลูกไม่รู้จักให้ดู มือ เท้า ปากก็นี่หละใช้สอน พวกละครหลังข่าวไม่ดูเลย เพราะลูกจำมากๆ


การใช้เทคโนโลยีต่างๆ กับลูกพีชส่วนใหญ่จะไม่มีแม่ ก็ต้องป๊ะป๊าคอยนั่งดูเป็นเพื่อนคอยสอนคอยบอกตลอด


ของเล่นส่วนใหญ่ในบ้านจะ "เล่นด้วยกัน" เพราะสนุกกว่าเยอะ ไม่ว่าจะเป็นต่อเลโก้ ปั้นดินน้ำมัน ระบายสี ต่อจิ๊กซอว์ เล่น flash card เกมส์ต่างๆ เพื่อให้ได้หยิบ จับ จริงๆ


(แรกๆ ลูกพีชไปโรงเรียนมีปัญหาเรื่องจับดินสอมากๆ ต้องฝึกกล้ามเนื้อมือจริงๆ ลูกพีชต่อจิ๊กซอว์ในไอแพดเก่งมาก แต่พอต่อจริงทำไม่ได้เลย เราก็เลยรู้ปัญหาว่าต้องเริ่มต้นฝึกกันใหม่ทั้งหมด)


ฟังเพลง ก็จำเป็นนะ เพื่อความสุนทรีย์ (ยกเว้นเวลาลูกทำการบ้านหรือแบบฝึกหัด จะปิดหมดเพื่อให้ลูกมีสมาธิ) บ้านนี้ฟังเพลงเกาหลี เพลงสนุกๆ เต้นไปกับลูก ชอบแสดงละครกันเอง เป็นหมาป่า หนูน้อยหมวกแดง ลูกหมูสามตัว แม่ครัว คุณหมอ ช่างทำผม ฯลฯ แล้วแต่ลูกจะมอบบทให้ว่าให้เล่นเป็นตัวอะไรดี 555+ ตีบทแตกกันกระจุย !!!


Photobucket


สัมผัสลูกจำเป็นมากๆ ปกติจะกอด หอม จุ๊บกัน ตลอดเวลา ไม่แบ่งแยกว่าเป็นป๊ะป๊า หรือ แม่ เน้น กอดบ่อยๆ หอมบ่อยๆ แสดงความรัก กับลูกทุกวัน บอกรักลูกบ่อยๆ จนเดี๋ยวนี้ลูกพีช หอมแม่ จุ๊บแม่ จุ๊บป๊ะป๊า พูดกับแม่กับป๊ะป๊าทุกวัน ว่า "หนูรักแม่ รักป๊ะป๊าที่สุดในโลก" แถมยังบอกรักคนรอบข้างด้วย (เพราะสอนตลอดว่าใครรักหนูบ้าง)


สิ่งที่ทำเป็นประจำทุกวันอีกอย่างนึง คือ "อ่านนิทานก่อนนอน" ไม่เคยลืม วันไหนแกล้งลืมลูกทวงถามทุกวัน เลือกหนังสือเองให้อ่าน ให้ลูกคิดตาม ตอบตาม


นิทานช่วยส่งเสริมการพูด และจินตนาการของลูกได้ดีมากๆ อ่านมาตั้งแต่ลูกได้ยินตอนอยู่ในท้อง พอคลอดก็เริ่มอ่านตอนลูกได้ 6 เดือน ทำทุกวันและทำมาตลอด รู้สึกเหมือนได้ย้อนกลับไปวัยเด็กเลยหละ นิทานสนุกๆ ทั้งนั้น แม่ตื่นเต้นและชอบมาก แบบนี้หรือเปล่าไมู่รู้ทำให้ลูกพีชเป็นเด็กที่รักการอ่านมากๆ นั่งดูหนังสือ และฟังแม่อ่านได้นานมาก (ถ้าแม่มีแรงอ่านอ่ะนะ กี่เรื่องลูกก็ไหว)



- ไม่เบื่อที่จะตอบคำถามลูก และถามลูกกลับบ้าง -

ลูกพีชจะเป็นเด็กช่างซัก ช่างถาม พูดได้ตลอดเวลา ร้องเพลงบ้าง คุยบ้าง เรียกได้ว่า "เรียกตลอด"


ถามว่าเบื่อไหม ตอบตรงๆ "มีบ้าง" แต่ไม่เคยแสดงความรำคาญใส่ลูกเลย หรือ สั่งให้ลูกหยุดพูด หยุดถาม


ตั้งใจฟัง ตั้งสติ ยิ้มหวานๆ แล้วตั้งใจตอบทุกครั้ง เพราะลูกจะจับจากน้ำเสียงเราเสมอ บางทีถามซ้ำๆ หลายรอบ ตอบแล้วตอบอีก


ก็เปลี่ยนเป็นถามกลับบ้างให้ลูกตอบ บางทีได้คำตอบแปลกๆ น่าสนใจอยู่เรื่อยๆ แล้วแอบคิดในใจว่า "เออ...จริงด้วยเนอะ เรายังคิดไม่ได้เลย เก่งแฮะ"


Photobucket


- ระเบียบวินัยเป็นเรื่องสำคัญ -

เริ่มจากรถเข็น : เป็นข้อตกลงเลยว่าถ้าเดินห้างจะไม่อุ้ม ต้องนั่งรถเข็น หรือถ้าจะเดินต้องจูงมือ (แต่ให้เดินได้ในที่ๆ จะเดินดูของก็จะอนุญาติให้ลงจากรถเข็น) ถ้าไม่ตามนี้กลับบ้าน โหดนะ แต่ทำเป็นนิสัยไปละ อุ้มบ้างเวลาลูกร้องขอ หรือคนเยอะๆ เข็นรถเข็นไม่สะดวก


คาร์ซีท : เิดินทางไกลต้องล็อคตลอด ระยะทางใกล้ๆ ไม่ล็อคบ้างแต่นั่งอยู่นิ่งๆ กับที่ ให้เหตุผลตลอดว่าอันตรายยังไงบ้าง ถ้ายังเดินไปเดินมา ปีนขึ้นลง จอดรถแล้วล็อคเลยหละ ><" 

นั่งนิ่งๆ จะชมตลอด เก่งมากเลยจ้ะ มีบางทีเหมือนกันที่เอามานั่งด้วย แต่ไม่บ่อย เป็นบางที ห้ามเอามือหยิบโน่น จับนี่ นั่งกอดกันจุ๊บกันเฉยๆ พอวันต่อมาร้องจะนั่งอีกก็จะปล่อยให้้ร้อง ระหว่างร้องก็จะบอกด้วยว่าคราวก่อนแม่ให้มานั่งด้วยเพราะอะไร คราวนี้ให้นั่งที่ตัวเองเพราะอะไร ฟังนะ แต่ร้อง ก็ร้องไปสักพักก็จะเข้าใจไปเองและยอมทำตามแต่โดยดี


อยากได้ของในห้าง : ไม่เคยลงไปดิ้นนะ เพราะค่อนข้างเข้าใจเหตุและผล จะบอกตลอดว่าทำไมไม่ซื้อให้ บางทีก็ตามใจ ให้เลือกว่าจะเอาอะไร ถ้าร้องไห้งอแงก็อด เดินหนีเลย เดี๋ยวนี้ดีหน่อยอยากให้แม่อยู่ด้วยไม่อยากให้กลับไปทำงาน แม่จะซื้อให้ลูกพูดเลยว่า "ที่บ้านเราก็มีแล้วนี่ค่ะแม่"


เล่นของเล่นหยอดเหรียญ : ไปแลกด้วยกันแล้วแบมือให้ดูเลยว่าให้เล่น แต่แม่มีตังค์เท่านี้เอง กำหนดตลอดว่ากี่เหรียญ ที่เหลือเก็บไว้ซื้อหนังสือกับค่าเทอมลูกพีชนะจ๊ะ พอจะเลือกเล่นก็จะไม่เลือกมั่ว เลือกแต่ของที่อยากจะเล่นจริงๆ เล่นเสร็จก็พอละ


เล่นของเล่นในห้าง : เด็กๆ ชอบเพราะให้เล่นได้ แต่แม่กับป๊ะป๊าจะมีกฏเลยว่า ไม่ใช่ของตัวเอง เพราะฉะนั้นต้องแบ่งกัน ไม่แย่งคนอื่นเล่น ถ้ามีคนแ่ย่งของจากมือไม่แย่งกลับไปเล่นชิ้นอื่นก็ได้ของเล่นเยอะแยะ


ที่สำคัญ "กำหนดเวลา" ถ้าเริ่มนานจะพูดว่า "แม่ให้เล่นอีก 10 นาทีนะจ๊ะ" ลูกพีชหันมาพยักหน้ารับรู้แล้วสักพักค่อยๆ เดินมาบอกใหม่ "เหลืออีก 5 นาทีนะจ๊ะ เดี๋ยวเราจะไปกันแล้วน๊า" เตือนเป็นระยะๆ พอครบก็ไปกันเลย เพราะรับรู้แล้ว 555+ จนเดี๋ยวนี้ลูกหันมาถาม "แม่ขา ครบ 5 นาทีแล้วยังคะ" ไม่มีอิดออดเลย น่ารักมากกกก


Photobucket


ทานข้าวที่บ้าน : นั่งโต๊ะกับที่แล้วทาน ไม่เดินป้อน อิ่มแล้วค่อยลุกจากที่ ทานพร้อมกัน คุยกัน เล่าโน่น เล่านี่ แม่ถามบ้าง ลูกคุยบ้าง ป๊ะป๊าถามบ้าง ส่งเสริมความสัมพันธ์ในครอบครัว 555+


ทานข้าวนอกบ้าน : ให้มีส่วนร่วมในการเลือกของตัวเอง (จาก 2 อันที่เราเสนอนะ อย่าเปิดประเด็นว่าจะกินอะไรดี ไม่งั้นเรื่องมาก) อาหารมาปุ๊บ อยากทานเองบ้าง ป้อนบ้าง อิ่มแล้วรอ จะหลอกล่อด้วยอุปกรณ์ไอทีบ้างถ้าทนไม่ไหวจริงๆ แต่ส่วนใหญ่จะชวนคุยมากกว่า ไม่พาไปเดินข้างนอกแล้วค่อยเข้ามา ไม่งั้นครั้งต่อไปก็ต้องทำแบบนี้ ก็เลยต้องนั่งรอทุกคนอิ่มพร้อมๆ กันค่อยลุกพร้อมกัน ^^


กิจวัตรประจำวันของลูกพีช :

เริ่มจากตื่นเช้า --> แม่จะร้องเพลงปลุก ลืมตาปุ๊บ เห็นแม่ยิ้มหวานๆ อ้ามือรอให้ลูกเข้ามากอด ลูกยิ้มแป้นลุกขึ้นมากอด หอมลูก แล้วก็อุ้มไปที่ห้องน้ำ ลูกพีชไม่เคยงอแงตอนตื่นนอนเลยงอแงเลย อีกอย่างลูกพีชโรงเรียนมากๆ อาบน้ำ แต่งตัว ทานข้าวเรียบร้อย ก่อนไปถึงโรงเรียน


กลับจากโรงเรียน --> อาบน้ำ เตรียมของตัวเอง (เสื้อผ้า ถุงเท้า รองเท้า ผ้าเช็ดหน้า เริ่มจากแม่ทำให้ดู หลังๆ ก็จะทำเองทุกวัน ทำแบบนี้เพราะตอนเช้าจะได้ไม่ทะเลาะกันเพราะเลือกเองทั้งหมด) ทำการบ้านให้เสร็จ จัดกระเป๋า (เช็คดินสอ สี นม และของที่ต้องเตรียมให้เรียบร้อย)


พักผ่อน --> ดูวีซีดี 1 เรื่อง ระหว่างที่แม่เตรียมอาหาร


ตอนเย็น --> กินข้าว ทำแบบฝึกหัด เล่นด้วยกัน อาบน้ำ เข้านอนไม่เกิน 21.30 (สอนให้ดูเข็มนาฬิกา ชี้เลข 9 กับเลข 6 ก็คือเวลานอน) อ่านนิทานก่อนนอน สวดมนต์ ปิดไฟนอน


ถ้าเป็นวันหยุดก็จะฟรีสไตล์นิดหน่อย ^^ ทำแบบนี้เป็นประจำ ทุกวันนี้ลูกพีชเป็นเด็กที่ทำอะไรเป็นระเบียบมากๆ เดี๋ยวนี้ไม่ต้องเตือน กลับถึงห้องปุ๊บรู้เลยว่าต้องทำอะไร


Photobucket


- ปล่อยให้ทำอะไรด้วยตัวเอง ให้รับแรงกดดันบ้าง  -

เริ่มโตขึ้นลูกพีชก็ชอบที่จะทำอะไรด้วยตัวเอง แป๋มก็จะค่อยๆ สอน ค่อยๆ ปล่อยไปเรื่อยๆ แต่งตัวเอง อาบน้ำเอง แปรงฟันเอง ใส่รองเท้าเอง คอยดูอยู่ห่างๆ เวลาเข้าห้องน้ำก็จะเข้าห้องน้ำที่มีห้องแม่กับลูก ให้นั่งโถเอง เช็ดก้นเอง กดน้ำเอง ล้างมือเอง เอาขยะไปทิ้งเอง ดูลูกพีชภูมิใจมากๆ ที่เค้าทำได้ จากเดิมที่ต้องอุ้ม เดี๋ยวนี้เขย่งล้างมือเองได้แล้ว


เข้าโรงเรียนใหม่ๆ ลูกพีชเป็นเด็กก่อนเกณฑ์ 1 เดือน มีปัญหาเรื่องการเขียน การจับดินสอ เวลาคัดลายมือทีไร ร้องไห้ทุกที (เฉพาะตอนอยู่ที่บ้าน) เราเลือกที่จะไม่ตามใจลูก แต่ให้ลูก ค่อยๆ ทำ จนเสร็จ เพราะแอบถามคุณครูมาแล้วว่าที่โรงเรียนไม่เคยร้องไห้ แต่อยู่ที่บ้านอิดออดทุกทีเวลาคัดลายมือ ไม่ยอมให้แม่จับมือนะจะคัดเอง แม่ก็จะคอยดูว่าคัดถูกไหม จับดินสอเป็นยังไง ปรับกันไป ร้องไห้ก็คัด (ร้องแต่พยายามทำนะ เพราะอยากทำเองให้เสร็จ ไม่ได้บังคับเลย)


แม่กับป๊ะป๊าจะอยู่ข้างๆ ตลอด บอกลูกว่า "หนูร้องไห้ไปด้วย คัดไปด้วย แม่กับป๊ะป๊าว่ามันจะเสร็จช้านะจ๊ะ สู้หนูค่อยๆ คัดไป เหนื่อยก็พัก เดี๋ยวก็เสร็จแป๊บเดียวเอง เห็นไหมแม่กับป๊ะป๊าให้กำลังใจหนูนะจ๊ะ" ทำไปชมไป แรกๆ นี่ชมตัวต่อตัวเลยหละ จนเสร็จ


บอกลูกประจำเลยว่า "บางครั้งการร้องไห้ก็ไม่ใช่ทางออกนะจ๊ะ เพราะป๊ะป๊า กับแม่ หรือคนอื่นๆ ไม่รู้นะว่าลูกต้องการอะไร เวลาแม่ร้องไห้หนูรู้ไหมจ๊ะว่าแม่ร้องเพราะอะไร"


เค้าจะหยุดคิดนิดนึง แล้วตอบว่า "ไม่รู้ค่ะ" 


ก็จะยกตัวอย่างให้เค้าเห็นว่า....หนูเห็นน้องไหมจ๊ะ น้องพูดไม่ได้ ร้องไห้อย่างเดียว เดาไม่ออกเลยเนอะว่าน้องอยากได้อะไร ลูกพีชรู้ไหมจ๊ะว่าน้องร้องไห้ทำไม (ลูกพีชส่ายหน้า)


แต่ลูกพีชของแม่โตขึ้นเยอะแล้ว พูดได้ตั้งเยอะด้วย ลูกพีชบอกแม่ได้แล้วนะจ๊ะว่าหนูอยากได้อะไร


เราก็จะบอกต่อว่า "หนูเป็นเด็ก เวลาหนูทำอะไรไม่ได้บอกให้ผู้ใหญ่ช่วยนะลูก ทุกคนเต็มใจและรอช่วยลูกอยู่นะ แต่ถ้าหนูทำเองได้ ช้าหน่อยก็ไม่เป็นไรจ้ะ ค่อยๆ ทำ ไม่ต้องร้องไห้ เรารอได้อยู่แล้วจ้ะ"


Photobucket


เวลาทำอะไรไม่ได้ ก็จะค่อยๆ หัดเค้าไปเริ่มจากง่ายๆ ให้เค้าทำ เวลาเจอปัญหาให้เค้าแก้เองก่อน แล้วค่อยช่วย เหมือนใส่รองเท้าผิด ใส่แล้วลองเดินดูก่อน เดินได้ไหม เดินไม่ได้ก็ค่อยเปลี่ยน แล้วเค้าจะจำเลยว่าใส่ยังไง


เรียนในห้องเค้าเด็กกว่าเพื่อนเค้ากดดัน แรกๆ ร้องไห้บ่อยเพราะเขียนไม่สวย ทำช้า เพื่อนๆ ทำเร็ว กลับมาบ้านก็หัดให้เค้าทำทุกวัน ฝึกให้เป็นนิสัย ต้องสนใจมากๆ และให้กำลังใจกันตลอดเวลา เดี๋ยวกอด เดี๋ยวหอม เดี๋ยวชมไม่ขาดปากเลยหละ


บอกลูกพีชตลอดว่า "ที่แม่ให้หนูทำไม่ได้บังคับหนูนะลูก หนูอยากทำหนูก็ทำ ไ่ม่อยากทำเราก็ทำอย่างอื่นกัน" แทบจะทุกครั้งที่ลูกเลือกที่จะทำต่อให้เสร็จ โดยมีป๊ะป๊า หรือแม่ อยู่ข้างๆ เดี๋ยวนี้เก่งปล่อยได้บ้างแล้ว แถมยังไม่ให้ดูซะอีก ให้ดูอีกทีตอนเสร็จแล้วเลย รอให้ชม  ^^


สิ่งที่เตือนลูกพีชประจำเลย คือ จะบอกลูกว่า "หนูไม่จำเป็นต้องเก่งกว่าเพื่อน หรือเป็นที่ 1 แค่ลูกพยายามและทำได้เหมือนเพื่อนๆ อย่างที่หนูอยากทำให้ได้ แค่นี้ก็พอแล้วจ้ะ เพราะถ้าหนูทำได้ หนูก็จะมีความมั่นใจว่าหนูเองก็ทำได้เหมือนกัน"


Photobucket


แต่ทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับลูกพีชเป็นหลัก :) ล้มบ้าง เจ็บบ้าง ร้องไห้บ้าง ไม่เป็นไรจ้ะ เราเชื่อว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นช่วยสอนและสร้างภูมิคุ้มกันให้กับลูก โดยที่เราสองคนคอยประคับประคองและอยู่ใกล้ๆ ลูกเสมอ เราสองคนรักลูกมากๆ จ้ะ






Create Date : 28 กันยายน 2555
Last Update : 10 ตุลาคม 2555 10:55:57 น. 0 comments
Counter : 729 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Aksarapak
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




ผู้หญิงตัวเล็ก แก่นเซี้ยว เปรี้ยวซ่า แม่ของหมาพูเดิ้ลทอย-ยักษ์ นาม "โมโม่" ที่ตอนนี้มีลูกสาวเล็กๆ จอมแก่น มาสร้างสีสันเพิ่มขึ้น ตั้งชื่อว่า "น้องลูกพีช" (มาจากพี่ชายที่ชื่อโมโม่ค่ะ) เรื่องราวในบล็อคตั้งใจเขียน "เพื่อลูก" (ทั้งโมโม่และลูกพีชค่ะ) เล่าถึงการเลี้ยงลูกของเราสองคน ความเป็นแม่และพ่อที่เลี้ยงลูกกันเองสองคน ขอต้อนรับเข้าสู่ครอบครัวที่อบอุ่นของเราค่ะ


۩۞۩ หลังไมค์ถึงนู๋แป๋มค่ะ۩۞۩




เข้ามาแล้วก็มาทักทายกันหน่อยนะคะ








Google


Friends' blogs
[Add Aksarapak's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.