นักโทษประหาร # 3
ข้าพเจ้าเดินตามผู้บัญชาการฯไปอย่างว่าง่าย เราได้มาถึงนักโทษกลุ่มหนึ่งกำลังนั่งล้อมวงฟังชายคนหนึ่งพูดอยู่ใต้ต้นไม้ ชายประหลาดคนนั้นยืนอยู่ท่ามกลางวงแล้วพูดด้วยเสียงอันดังว่า "ตื่นเถิดพี่น้องทั้งหลาย อย่ามัวหลับไหลอยู่เลย อย่าลืมว่าท่านเป็นนักโทษประหารกำลังถูกขังอยู่ในกำแพงถึง 3 ชั้น สักวันหนึ่งเพชฌฆาตจะมาลากคอท่านไปประหารชีวิต รีบลุกขึ้นแล้วแหกคุกหนีไปเสียก่อนที่จะถึงเวลานั้น............."

ชายคนนั้นพรรณนาโทษของเรือนจำ ต่อไปอีกมากมาย ซึ่งล้วนแต่เป็นความจริง แต่ข้าพเจ้าสังเกตุเห็นว่ามีนักโทษน้อยคนที่ตั้งใจฟังวาทะของเขา ส่วนมากหันหน้าไปคุยกันเสียบ้าง หลับเสียบ้าง ยิ่งกว่านั้นบางคนยังหัวเราะเยาะเขาและตะโกนคัดค้านเขาเป็นครั้งคราว แต่ชายคนนั้นก็ใจเย็นอย่างน่าอัศจรรย์ เขามิได้แสดงอาการโกรธเคืองหรือพูดจาโต้ตอบผู้ก่อกวนเหล่านั้นแต่อย่างใด

เขาเอามือควานลงไปในถุงซึ่งวางอยู่บนพื้นข้าง ๆ แล้วหยิบเอาขวานเล่มหนึ่งขึ้นมา เขาชูขวานไปรอบ ๆ แล้วพูดขึ้นว่า "พี่น้องทั้งหลาย นี่คือขวานหินสำหรับเจาะกำแพงอิฐ ท่านผู้ใดอยากจะได้รับอิสรภาพ โปรดเอาขวานนี้ไปเจาะกำแพงอิฐ ข้าพเจ้ายินดีจะมอบขวานนี้ให้แก่ท่านฟรี" พูดแล้วเขาก็ชูขวานนั้นไปรอบ ๆ แต่ปรากฏว่าไม่มีนักโทษคนใดแสดงความสนใจในขวานของเขาเลย นักโทษคนหนึ่งได้ตะโกนขึ้นว่า "เดี๋ยวนี้เป็นสมัยจรวดแล้ว เราไม่ต้องการขวานหิน เชิญท่านนำไปแจกคนสมัยหินของท่านเถิด"

โดยมิได้คำนึงต่อคำเยาะเย้ยของนักโทษคนนั้น ชายผู้ใจเย็นยังคงชูขวานต่อไปอีก จนกระทั่งมีนักโทษคนหนึ่งยืนขึ้นเดินไปรับขวานจากเขา นักโทษคนนั้นหยิบขวานมาลูบคลำพิจารณาดูอยู่หน่อยหนึ่ง แล้วก็ยื่นกลับคืนไปให้เจ้าของพลางพูดว่า "มันหนักเกินไป แบกไม่ไหว"

ชายผู้หวังดีหยิบเอาขวานหินเล่มนั้นมาเก็บไว้ แล้วล้วงเอาขวานอีกเล่มหนึ่งออกมาจากถุงยกชูไปรอบ ๆ พลางพูดว่า "พี่น้องทั้งหลาย นี้คือขวานเหล็ก ใช้สำหรับเจาะกำแพงชั้นกลาง คือกำแพงหิน ผู้ใดต้องการข้าพเจ้ายินดีจะให้โดยไม่คิดมูลค่าแต่อย่างใด เชิญรับเอาไปเถิด" เขาส่งขวานไปรอบ ๆ ด้วยสายตาแสดงความวิงวอน แต่ไม่ปรากฏว่ามีใครรับเอา

เขาวางขวานเหล็กลงไว้ แล้วล้องเอาขวานเล่มใหม่ขึ้นมา เขาชูไปรอบ ๆ ตามเคย พลางกล่าวว่า "พี่น้องทั้งหลาย กำแพงเหล็กชั้นนอกอาจจะหนาและสูง แต่ท่านไม่ต้องท้อใจ นี้คือขวานพิเศษสำหรับเจากำแพงเหล็ก ถ้าท่านดูให้ดีท่านจะเห็นว่า คมของขวานนี้ทำด้วยเพชร โปรดดูด้วยตาของท่านเอง" เขาได้หยิบเอาเหล็กมาท่อนหนึ่ง แล้วก็เอาขวานนั้นฟันให้ดูเป็นตัวอย่าง ปรากฏว่าขวานจ้องฟันเพียงครั้งเดียวท่อนเหล็กนั้นก็ขาดกระเด็น แต่ถึงกระนั้นก็ไม่มีใครสนใจจะรับเอาขวานนั้นชายผู้ใจเย็นก็รวบรวมขวานใส่ในถุง ยกถุงขึ้นแบกบนบ่าแล้วก็ออกเดินทางมุ่งหน้าไปยังนักโทษกลุ่มอื่นต่อไป ท่ามกลางเสียงหัวเราะเยาะของนักโทษกลุ่มนั้น

ขณะนั้นเป็น เวลาเกือบ 11.00 น.ซึ่งเป็นเวลาที่ข้าพเจ้าจะต้องกลับ เพราะมีนัดรับประทานอาหารกลางวันกับเพื่อน ข้าพเจ้าขอบคุณท่านผู้บัญชาการฯ แล้วก็กล่าวคำอำลา

"คุณ ยังจะกลับไม่ได้" ผู้บัญชาการฯ พูดขึ้นด้วยท่าทางขึงขัง ทำให้ข้าพเจ้าประหลาดใจไม่น้อย ใจหนึ่งคิดว่าท่านผู้บัญชาการฯ อาจจะชวนให้รับประทานอาหารกลางวันด้วย แต่เพื่อให้แน่ใจจึงถามดู "ทำไมล่ะครับ"

"กฏของเรือนจำมีอยู่ว่า ทุกคนที่เข้ามาในเรือนจำของเรา ต้องกลายเป็นนักโทษประหารของเราด้วย เพราะฉะนั้น เวลานี้คุณได้กลายเป็นนักโทษของเราเสียแล้ว"

ข้าพเจ้ารู ้สึกตกใจและงุนงงดุจถูกตีที่ศีรษะ แต่ก็ยังอุ่นใจอยู่ว่าผู้บัญชาการฯ คงจะล้อเล่นสนุก ๆ มากกว่า จึงกล่าวว่า "ท่านผู้บัญชาการฯ อย่าล้อผมเล่นเลยน่า ผมจะต้องรีบไปพบเพื่อนตามนัด"

"คุณจะไม่มีหวังไปพบเพื่อน ได้ตามนัดโดยเด็ดขาด" ผู้บัญชาการฯ พูดพลางหัวเราะอย่างผู้มีชัย ท่านได้หันไปมองดูเจ้าหน้าที่เรือนจำอย่างมีนัย แล้วทันใดนั้นเจ้าหน้าที่มีร่างกำยำ 2 คน ก็ตรงเข้ามาขนาบข้างซ้ายขวาของข้าพเจ้าและยึดแขนไว้อย่างมั่นคง

ถ้าสามารถมองเห็นตัวเองในขณะนั้น ใบหน้าของข้าพเจ้าคงขาวซีดด้วยความตกใจกลัวสุดขีด เพราะการกระทำของผู้บัญชาการฯ ตอนนี้บอกว่าเอาจริงแน่นอน

"คุณไม่เชื่อหรือว่าผมพูดจริง" ผู้บัญชาการฯ พูดขึ้น "ถ้าไม่เชื่อผมจะพาไปดูอะไรบางอย่าง" ว่าแล้วก็ออกเดินทันที ข้าพเจ้าก็ถูกเจ้าหน้าที่ฉุดให้เดินตามไปด้วย เราได้มาถึงตึกใหญ่หลังหนึ่ง ผู้บัญชาการฯ สั่งให้หยุดอยู่ที่ประตู เมื่อประตูถูกเปิดออกข้าพเจ้ามองเข้าไปข้างใน ก็ได้พบภาพที่ไม่เคยนึกเคยฝันว่าจะได้พบในเรือนจำ ภายในตึกนั้นเต็มไปด้วยพระภิกษุสามเณร พระราชามหากษัตริย์ ประธานาธิบดี นายพล มหาเศรษฐี และบุคคลชั้นสูงอีกมากมาย !"

"ทั้งหมดนี้คือนักโทษประหารของผมทั้งสิ้น" ผู้บัญชาการฯ พูดแล้วมองดูหน้าข้าพเจ้าคล้ายกับบอกว่า "คนใหญ่คนโตขนาดนั้นยังตกเป็นนักโทษของผม นับประสาอะไรกับคุณซึ่งเป็นคนธรรมดา ๆ คนหนึ่ง"

ข้าพเจ้ารู้สึกหน้ามือ ศีรษะหมุนติ้วคล้ายจะเป็นลม จึงทรุดตัวลงนั่งเอามือกุมศีรษะอยู่ใกล้ประตูตึกนั่นเอง ขณะที่นั่งหลับตาอยู่นั่นเอง ภาพใบหน้าของภรรยาสุดที่รักก็ปรากฏขึ้นมาในห้วงนึกแล้วภาพมารดา พี่น้อง ตลอดถึงลูกศิษย์ที่สอนอยู่เป็นประจำ จิตใจในขณะนั้นวิ่งพล่านกลับไปยังทุกคนและทุกสิ่งที่อยู่เบื้องหลัง เขาเหล่านั้นจะอยู่อย่างไร กินอย่างไร และคิดอย่างไร เมื่อได้ทราบว่าข้าพเจ้าได้กลายเป็นนักโทษประหารเสียแล้ว ขณะที่จิตใจกำลังวิ่งพล่านอยู่นั้น ภาพพุทธสถานก็ปรากฏขึ้นมาในห้วงนึกพร้อมกับจำได้ว่า ในวันศุกร์ท่ 20 สิงหาคม 2508 จะต้องไปแสดงปาฐกถาเรื่อง " ตื่นเถิดชาวพุทธ " ประชาชนจำนวนมากที่อยากฟังปาฐกถาจะรู้สึกสึกผิดหวังเพียงไรถ้าถึงเวลาแล้วไ ม่มีข้าพเจ้าไปแสดงปาฐกถา พร้อม ๆ กันนั้นก็เกิดการตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวขึ้นมาทันทีว่า จะต้องไปแสดงปาฐกถาให้ได้

"ท่านผู้บัญชาการที่รักและคิดถึง" ข้าพเจ้าพูดออกมาคล้ายคนบ้า "ท่านจะเอากับผมอย่างไรก็เอา ผมยอมทั้งนั้น แต่ผมขอความกรุณาจากท่านเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้าย คือขออนุญาตออกไปแสดงปาฐกถาที่พุทธสถานในคืนวันศุกร์ที่ 20 สิงหาคมนี้ ท่านจะอนุญาตหรือไม่"

ผู้บัญชาการฯ นิ่งคิดอยู่นักครู่หนึ่ง แล้วพูดว่า "ตกลง เพื่อประโยชน์ส่วนรวม แต่ผมจะให้เจ้าหน้าที่เรือนจำ 3 คนควบคุมคุณไปทุกฝีก้าว"

พระคุณเจ้าและท่านสาธุชนที่เคารพ ขณะที่ข้าพเจ้ากำลังพูดอยู่นี้ เจ้าหน้าที่ทั้ง 3 คนจากเรือนจำก็กำลังยืนคุมข้าพเจ้าอยู่ คนที่ยืนทางขวามือของข้าพเจ้าคือเจ้าหน้าที่ทรมานนักโทษให้ตายโดยวิธีตัดแข้ งตัดขา คนที่ยืนทางซ้ายมือนี้คือพนักงานปล่อยสัตว์ร้ายให้กัดนักโทษตาย ส่วนอีกคนหนึ่งที่ยืนถือขวานอยู่ข้างหลังข้าพเจ้านั้นคือเพชฌฆาตผู้ประหารช ีวิตนักโทษโดยตรง หลังจากแสดงปาฐกถาที่นี่เสร็จแล้ว ข้าพเจ้าก็จะถูกนำตัวสู่เรือนจำและจะถูกประหารชีวิต ณ วันใดวันหนึ่ง ซึ่งข้าพเจ้าเองไม่มีทางรู้

ข้าพเจ้าขออำลาท่านทั้งหลายไปก่อน......................สวัสดี.


ขอบคุณ : คุณ ธรรมดา ธรรมดา สำหรับงานเขียนที่มีคุณภาพนะคะ
เว็บลานธรรม ที่มีเรื่องราวดีๆ มาให้อ่านกัน



Create Date : 26 กันยายน 2550
Last Update : 9 ตุลาคม 2550 11:47:10 น.
Counter : 223 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

พายุสีเงิน
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ชอบกิน...
ชอบเที่ยว...
ชอบทำบุญ...
ชอบอ่าน...
...ประกาศความเป็นตัวเองให้โลกรู้








กันยายน 2550

 
 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
21
22
23
24
25
27
28
29
30
 
 
All Blog