Smileyค่อยๆ ก้าวอย่างทารก เพื่ออิสระภาพของชีวิตSmiley

Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2549
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
9 ธันวาคม 2549
 
All Blogs
 

ระวัง Hot Money หนีตลาดหุ้น 2550

ระวัง Hot Money !! หนีตลาดหุ้น 2550 ไม่ใช่ปีทองของ "บลูชิพ"

นับตั้งแต่กลางปี 2547 เป็นต้นมาจนถึงขณะนี้ สถิติบ่งชี้ว่ามี "เงินฝรั่ง" สะสมอยู่ในตลาดหุ้นไทยมากกว่า 2.4 แสนล้านบาท
แค่ปีนี้ปีเดียว มีเงินทุนไหลเข้าจากต่างประเทศเข้ามาในเมืองไทยกว่า 6 แสนล้านบาท ในจำนวนนี้ 1.1 แสนล้านบาท เข้าไปลงทุนในตลาดหุ้น

ต้องบอกว่าในช่วงปีนี้ตลาดหุ้นไทย "เอนจอย" กับ "เงินฝรั่ง" ที่หลั่งไหลเข้ามา โดยเฉพาะในเดือนพฤษภาคมและเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา แต่นักวิเคราะห์และบรรดาเกจิ Fund Flow เริ่มออกมาส่งสัญญาณแล้วว่า "ธีมการลงทุนเปลี่ยนไปแล้ว"

หลายสำนักฟันธง ตลาดหุ้นไทยปี 2550 น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง หลังจากค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นมาถึง 14% ในปีเดียว ทำให้เงินทุนต่างชาติในตลาดหุ้นไทยได้กำไรถึง 2 ต่อ ทั้งจากค่าเงิน และส่วนต่างราคาหุ้น

และนับจากนี้โอกาส "เงินฝรั่ง" ย้อนกลับมีมากโข บอกได้คำเดียวว่า เล่นหุ้น "ปีหมู" ...ไม่หมูอย่างชื่อ และอาจไม่ใช่ยุคทองของหุ้นบลูชิพอีกต่อไป

เล่นหุ้นปี 2550 บนทางเสี่ยง...Fund Flow

นาฏยา ปานเฟือง
ประเมินกันว่าปี 2550 จะเป็นปีที่ตลาดหุ้นไทยต้องเผชิญกับความเสี่ยงสูงยิ่ง จากภาวะเงินทุนไหลเข้าและไหลออก ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่คาดเดาได้ยาก ควบคุมไม่ได้ และที่สำคัญมีน้ำหนักมหาศาลต่อดัชนีตลาดหุ้นไทย

นับจากปี 2547 จนถึงขณะนี้ มีเงินทุนไหลเข้าจากต่างประเทศสูงถึง 28,900 ล้านเหรียญ หรือ 8.7 แสนล้านบาท

เงินจำนวนนี้พักอยู่ในตลาดพันธบัตรกว่า 6 แสนล้านบาท

อีก 2.4 แสนล้านบาท เคลื่อนไหวอยู่ในตลาดหุ้น

จากสมการง่ายๆ ว่า ปีนี้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น 14% เงินดอลลาร์ที่เข้ามาพักอยู่ในตลาดตราสารหนี้และตลาดหุ้นไทย เฉพาะปีนี้ก็ทำกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนไปแล้ว 14%

ไม่ต้องทำอะไร ไม่ต้องรอให้ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวขึ้น "ฝรั่ง" ก็ทำกำไรไปแล้วในระดับที่น่าพอใจทีเดียว แล้วอะไรจะเกิดขึ้นต่อไป

ปี 2550 เงินฝรั่ง 6 แสนล้านจะยังอยู่ในตลาดหุ้นไทยหรือไม่ ...หรือว่าเตรียมถอยออกหลังจากทำกำไรไปแล้ว ในขณะที่ต่างชาติถือหุ้นอยู่ในตลาดหุ้นไทยสูงถึง 68% ของจำนวนหุ้นหมุนเวียนในตลาด (Free Float)

ในความเห็นของนักวิเคราะห์หลายสำนัก แม้ว่าเศรษฐกิจไทยปี 2550 ไม่น่าจะมีปัญหาด้านการเติบโต แม้สถานการณ์ส่งออกจะไม่ดีเท่าไรก็ตาม แต่การลงทุนในตลาดหุ้น "ปีหมู" อาจ "ไม่หมู" อย่างชื่อ เพราะปัจจัยเสี่ยงรอบด้าน ทั้งทิศทางตลาดหุ้นสหรัฐ ราคาน้ำมันโลก ค่าเงินบาท และอัตราดอกเบี้ย

ที่น่าสนใจคือ ปัจจัยทั้งหมดนี้คือ "ตัวแปร" ที่กำหนดทิศทางไหลเข้า-ออกของเม็ดเงินต่างชาติ (Fund Flow) ซึ่งกระจายอยู่ในสินทรัพย์ต่างๆ ของไทยเกือบ 9 แสนล้าน

หากเกิดปรากฏการณ์ "เงินฝรั่ง" วกกลับ ! จะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยทีเดียว ทั้งกับตลาดหุ้นไทย และตลาดตราสารหนี้

“แสงธรรม จรณชัยกุล” ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บล.ธนชาต ให้ความเห็นไว้ว่า ตั้งแต่มกราคม 2549 ถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายน 2549 มีเงินฝรั่งซื้อสุทธิอยู่ในตลาดหุ้น 1.2 แสนล้านใกล้เคียงกับปี 2548 ที่มีเงินทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 1.15 แสนล้านบาท

เมื่อเงินฝรั่งอยู่ในตลาดหุ้นไทยมากขนาดนี้ ตัวกำหนดทิศทางตลาดปี 2550 จึงมาจาก 3 ปัจจัยหลักคือ 1.ทิศทางตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกา 2.ราคาน้ำมัน 3.ค่าเงินบาทและอัตราดอกเบี้ย

ด้วยปัจจัยเหล่านี้ทำให้ฟันธงลงไปได้เลยว่า การลงทุนในตลาดหุ้นปี 2550 ต้องเต็มไปด้วยความยากลำบาก

“หุ้นสหรัฐกำลังอยู่ในจุดปรับฐาน ซึ่งเป็นผลจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจ ความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นคือ หากดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐทรุดตัวลง จะทำให้เกิดผลกระทบต่อตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชีย รวมถึงหุ้นไทยด้วย และจะมีผลต่อการเคลื่อนย้ายเงินทุนต่างชาติ“

เขามองว่า ในปี 2549 มีการเก็งกำไรค่าเงินบาทจนทำให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นไปสูงถึง 14% ในรอบ 3 ปี อย่างไรก็ตามเขาเชื่อว่า ถ้าค่าเงินบาทไม่แข็งค่าทะลุเพดาน 35.55 บาทต่อดอลลาร์ ทางเทคนิคจะเกิดจุดหักเหของค่าเงินบาทและทำให้ค่าเงินอ่อนตัวลง

และจังหวะของการอ่อนค่าของเงินบาท อาจทำให้เกิดจุดพลิกผันในตลาดหุ้นไทย

แสงธรรมคาดการณ์ว่า ในปลายปี 2549 ถึงต้นปี 2550 เม็ดเงินต่างชาติจะทยอยไหลออก เมื่อค่าเงินบาทเริ่มอ่อนค่า เพื่อ realize กำไรออกไปก่อน

สถานการณ์ดังกล่าวจะทำให้ราคาหุ้นขนาดใหญ่ปรับตัวลดลง เพราะเม็ดเงินลงทุนของต่างชาติ ที่อยู่ในตลาดหุ้นไทยกว่า 2 แสนล้านบาท ล้วนฝังอยู่ในหุ้นขนาดใหญ่ทั้งสิ้น

“หลังจากได้กำไรจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น 14% นับแต่ต้นปีถึงพฤศจิกายน นอกจากนั้นยังมีกำไรจากส่วนต่างของราคาหุ้น เพราะดัชนีหุ้นไทยปรับตัวขึ้น ตั้งแต่กลางเดือนกรกฎาคม-สิ้นเดือนพฤศจิกายน กว่า 15% และราคาหุ้นใหญ่ก็ปรับตัวขึ้นไปมากกว่า 25%" แสงธรรมกล่าว

ในความเห็นของเขา ปี 2550 ไม่ใช่ปีของหุ้นที่มีมาร์เก็ตแคปขนาดใหญ่ ทั้งในมุมของผลประกอบการที่ความสามารถในการทำกำไรไม่ได้เพิ่มขึ้น ขณะที่ราคาหุ้นจะเคลื่อนไหวตามกระแสของ Fund Flow

"ถ้าเม็ดเงินไหลออก ราคาหุ้นก็จะขึ้นๆ ลงๆ จึงมีความเสี่ยงที่ต่างชาติจะขายทำกำไรก่อนสิ้นปี 2549 เพราะกองทุนต่างชาติต้องการโชว์ฝีมือการลงทุน” แสงธรรมกล่าว

ถามว่าดัชนีหุ้นไทยปี 2550 จะเป็นอย่างไร "แสงธรรม" ให้มุมมองไว้ว่า “ดัชนีหุ้นปี 2550 จะอยู่ระหว่าง 660-770 จุด แต่ถ้าหากมีฟันด์โฟลว์มากก็จะไปได้ถึง 800 จุด แต่ถ้าเงินทุนไม่เข้าต่อเนื่อง โอกาสที่จะทะลุ 770 จุดจะยากลำบาก ฉะนั้นทิศทางการลงทุนในหุ้นบลูชิพ ที่เคยนำตลาดปี 2549 อย่างหุ้นน้ำมัน อาจทรงตัวหรืออ่อนตัวลง ไม่เป็นผลดีต่อตลาดหุ้น”

ราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มทรงตัว ไม่ปรับตัวขึ้นแรงเหมือนปี 2549 ที่ขึ้นไปสูงสุดถึง 78 เหรียญต่อบาร์เรล จะส่งผลลบต่อราคาหุ้นน้ำมัน

"ผมคิดว่าหุ้นน้ำมันจะมีผลประกอบการดีที่สุดในไตรมาส 2 ปี 2549 แต่แนวโน้มในปีหน้า (2550) ราคาน้ำมันจะทรงตัวและไม่ปรับขึ้น โดยจะอยู่ที่ 50-55 เหรียญต่อบาร์เรล หุ้นน้ำมันจากที่เคยเป็นพระเอก จะซบเซาและชะลอตัว"

จากนี้ไปหุ้นน้ำมันขนาดใหญ่จะเป็น ”ขาลง” และน่าจะให้ผลตอบแทนจากการลงทุน “ต่ำกว่า” หุ้นขนาดใหญ่อื่นๆ

ขณะที่แสงธรรมประเมินว่า จังหวะการอ่อนค่าของเงินบาทจะเกิดขึ้น “อุสรา วิไลพิชญ์” นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด ยังเชื่อว่า ในช่วงสั้นค่าเงินบาทจะยังแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องไปจนถึงไตรมาส 1/2550

เหตุผลก็คือ ในช่วงปลายปีต่อเนื่องถึงต้นปี กองทุนต่างประเทศจะมีการปรับพอร์ตลงทุน และหากเศรษฐกิจสหรัฐไม่ดี เงินก็จะไหลเข้ามาลงทุนในภูมิภาคนี้ ซึ่งจะทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นไปอีก

สิ่งที่ต้องระวังคือ เงินไหลเข้าเหล่านั้นเป็น Hot Money และมีโอกาสทำให้ค่าเงินผันผวนสูง

“เงินบาทแข็งค่าขึ้นมาปีนี้ 14% หลังจากมีเงินเข้ามาซื้อหุ้นชิน รวมถึงนักลงทุนนำเงินเข้ามาพักในไทยก่อนหน้านั้น 2 แสนล้านบาท และปีนี้อีกแสนล้านบาท รวมแล้ว 3 แสนล้านบาท ทั้งที่เศรษฐกิจไทยไม่ได้ดีและมีปัญหาการเมือง

เงินที่พักไว้ตั้งแต่ปี 2548-2549 หลังจากค่าเงินบาทแข็งค่าจาก 41 บาทต่อดอลลาร์ ไปล่าสุดที่ 35.9 บาท เฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 37 บาท จนถึงขณะนี้ทำกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนไม่ต่ำกว่า 10% บวกกับกำไรหุ้นอีกถือว่าไม่น้อย

"เขาทำกำไรไปได้ระดับหนึ่งแล้ว ดังนั้นตลาดหุ้นไทยอาจเผชิญกับเม็ดเงินต่างชาติไหลออก โดยขายทำกำไรค่าเงินบาทและตลาดหุ้น“

อุสราเชื่อว่า ค่าเงินบาทในช่วงครึ่งแรกของปี 2550 จะยังแข็งค่าและมีโอกาสเห็น 35.50 บาทในไตรมาสแรก แต่หลังจากนั้นจะอ่อนค่าถึง 39 บาทในช่วงไตรมาส 3 ปี 2550

“เรามองว่าสภาพคล่องทั่วโลกจะยังมีอยู่ แต่จะเคลื่อนย้ายไปที่ไหนขึ้นอยู่กับทิศทางของเศรษฐกิจโลก เราเชื่อว่าเงินจะยังไหลเข้าตลาดเอเชียถึงต้นปี 2550 แต่จะเป็นการเคลื่อนย้ายเข้าออกที่รวดเร็วมาก เป็นเงินทุนที่มีความผันผวนสูง ในบ้านเราต้องระวังช่วงไตรมาส 2 อาจมีการย้ายเงินออก ต้องจับตาเศรษฐกิจสหรัฐเป็นสำคัญ”

เช่นเดียวกับ “วิศิษฐ์ องค์พิพัฒนกุล” รองกรรมการผู้จัดการ บล.ทรีนีตี้ ที่มองว่า ปัจจัยเสี่ยงการลงทุนในปีหน้า จะขึ้นอยู่กับการเคลื่อนย้ายเม็ดเงินต่างชาติเป็นหลัก เพราะตั้งแต่ปี 2547 ถึงปัจจุบัน มีเงินทุนไหลเข้าจากต่างประเทศถึง 28,900 ล้านเหรียญ (รวม Forward Position) หรือราว 8.7 แสนล้านบาท

แยกเป็นเงินลงทุนในพันธบัตร ตั๋ว บี/อี อสังหาริมทรัพย์ รวมถึงเงินฝากธนาคารและกองทุนเปิดกว่า 6 แสนล้านบาท และลงทุนในตลาดหุ้นอีก 2.4 แสนล้านบาท

”เงินทุนต่างประเทศในตลาดหุ้นคิดเป็น 30% ของเงินที่ไหลเข้าประเทศ ขณะนี้ต่างชาติถือหุ้นสูงถึง 68% ของ Free Float และเคยขึ้นไปสูงสุด 69% จนทำให้หุ้นไทยในช่วงเดือนพฤษภาคมปรับตัวขึ้นสูงสุด“

สาเหตุที่ทำให้มีเม็ดเงินต่างชาติไหลเข้าประเทศไทยตลอด 2 ปีครึ่งที่ผ่านมา เป็นผลมาจากสหรัฐขาดดุลการค้าถึง 2 แสนล้านเหรียญ หรือ 6% ของจีดีพี ทำให้นักลงทุนไม่มั่นใจต่อค่าเงินดอลลาร์ นักลงทุนต่างชาติจึงมองหาแหล่งลงทุนใหม่ โดยเฉพาะประเทศในเอเชียที่ปรับลดดอกเบี้ย ซึ่งได้แก่ ตลาดหุ้นอินโดนีเซีย ที่ดอกเบี้ยปรับลดลงอย่างเร็วถึง 200 basis point ทำให้ได้รับผลตอบแทนที่สูงมากถึง 30-40% นักลงทุนต่างชาติจึงมองหาประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคที่มีแนวโน้มลดดอกเบี้ยปี 2550

ไทยเป็นอีกประเทศหนึ่งที่ดอกเบี้ยมีแนวโน้มปรับตัวลง ขณะที่เงินเฟ้อของไทยต่ำ ดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัดดีขึ้น จากราคาน้ำมันที่ลดลง ทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นในปีนี้ถึง 12% และเป็นเหตุให้มีเม็ดเงินไหลเข้ามาในเดือนพฤศจิกายนอีกรอบ

อย่างไรก็ตามหลังจากที่เงินทุนไหลเข้าต่อเนื่อง วันนี้ "วิศิษฐ์" ฟันธงอีกครั้งว่า ถึงจังหวะที่ Fund Flow ที่ไหลอยู่ในเอเชียและตลาดไทย จะไหลย้อนกลับ

"ธีมของการลงทุนเปลี่ยนไปแล้ว เพราะผลต่างของดอกเบี้ยสหรัฐเทียบกับดอกเบี้ยประเทศอื่นๆ ยังสูงอยู่ ต่างกันถึง 3% โดยเฉพาะผลต่างของดอกเบี้ยสหรัฐและญี่ปุ่นที่ปัจจุบันอยู่ที่ 0.25% ต่างกันถึง 5% หากญี่ปุ่นขึ้นดอกเบี้ยไม่มาก ก็จะทำให้เงินไหลกลับสหรัฐอีกครั้ง"

เขาเชื่อว่าเงินทุนใกล้จะไหลออกจากตลาดหุ้นไทย เพราะผลต่างของดอกเบี้ยไทยและสหรัฐสูงขึ้น

"แม้ปัจจุบันดอกเบี้ยไทยจะถูกกว่าสหรัฐ 0.25 แต่เชื่อว่าแบงก์ชาติจะปรับลดดอกเบี้ยลงอีก ซึ่งจะทำให้เกิดผลต่างที่ห่างกันมากขึ้น นอกจากนี้ยังต้องดูที่ดุลบัญชีเดินสะพัด ซึ่งปี 2550 มีโอกาสจะขาดดุล จากนโยบายการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ และผลจากที่คาดว่าราคาน้ำมันจะปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้งในไตรมาสแรกของปีหน้า"

จุดวกกลับของ Fund Flow จะเกิดขึ้นในปลายไตรมาสแรก หรือต้นไตรมาสสองปี 2550 !!!

นั่นคือมุมมองของกูรู Fund Flow

ที่ต้องจับตาคือ ราคาน้ำมันที่คาดว่าจะปรับขึ้น และเม็ดเงินลงทุนในพันธบัตรและตลาดหุ้นจะถูกขายทำกำไรช่วงปลายไตรมาสแรกและไตรมาส 2 ปีหน้า

////

วิศิษฐ์

"จุดวกกลับของ Fund Flow จะเกิดขึ้นในปลายไตรมาสแรก หรือต้นไตรมาสสองปี 2550 "

แสงธรรม

"มีความเสี่ยงที่ต่างชาติจะขายทำกำไรก่อนสิ้นปี 2549 เพราะกองทุนต่างชาติต้องการโชว์ฝีมือการลงทุน”

อุสรา

"เขาทำกำไรไปได้ระดับหนึ่งแล้ว ดังนั้นตลาดหุ้นไทยอาจเผชิญกับเม็ดเงินต่างชาติไหลออก โดยขายทำกำไรค่าเงินบาทและตลาดหุ้น"


จาก Bizz Week
วันศุกร์ที่ 08 ธันวาคม พ.ศ. 2549




 

Create Date : 09 ธันวาคม 2549
2 comments
Last Update : 9 ธันวาคม 2549 23:45:16 น.
Counter : 744 Pageviews.

 

น่ารักดีค่ะ

 

โดย: achara2506@thaimail.come IP: 222.123.37.162 20 มกราคม 2551 14:37:50 น.  

 

//www.facebook.com/akaeisoojo

เจอกันที่นี่นะครับ

 

โดย: akae 15 ธันวาคม 2555 13:10:11 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


akae
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สวัสดีเพื่อนๆทุกคน เรา akae ยินดีต้อนรับ
หน้า Blog อั๊พเดทก่อนหน้า
>>>วันเกิดเจ้าตัวน้อย น้องไอโซ่
>>>เที่ยงเมืองนารา เกียวโต [AOTS]
>>>akae ล่องแก่งลำน้ำเข็ก พิษณุโลก
www.buzzidea.tv
Custom Search
คลังกระทู้เก่า DSM
คลับเพื่ออิสระภาพทางการเงิน
ห้องสินธร เรื่องการเงินและหุ้น
พันทิปดอทคอม
หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ
หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
หนังสือพิมพ์ข่าวสด
หนังสือพิมพ์เนชั่นสุดสัปดาห์
หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ
หนังสือพิมพ์มติชน
หนังสือพิมพ์คม ชัด ลึก
นิตยสารมติชนสุดสัปดาห์
นิตยสารศิลปวัฒนธรรม
นิตยสารเนชั่นนอลจีโอกราฟฟิก
นิตยสารบ้านและสวน


ข่าวหุ้น
ข่าวธุรกิจ
กระทู้จากห้องสินธร Pantip.com
New Comments
Friends' blogs
[Add akae's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.