เรื่องราวหลากหลายเทคโนโลยีน่ารู้เพื่อคุณ
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2551
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
2 มิถุนายน 2551
 
All Blogs
 
วีดีโอดิกชันนารีสำหรับผู้บกพร่องทางการได้ยิน

เรื่องที่จะเล่าวันนี้เกี่ยวกับงานวิจัยที่คิดขึ้นเพื่อช่วยผู้บกพร่องทางการได้ยินครับ สำหรับแหล่งที่มา ก็ตามลิงก์นี้เลยครับ
//canadianpress.google.com/article/ALeqM5ijJJ3pQiMrNWpixhbpLiYRGv7KZQ


คุณ Joan Nash ซึ่งมีอาชีพเป็นครูสอนเด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน เจอปัญหาคือบางครั้งเธอก็ไม่เข้าใจสิ่งที่นักเรียนพยายามจะสื่อกับเธอครับ คือในบางครั้งเด็กเหล่านี้ก็ใช้สัญลักษณ์ท่าทางที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อน อ่านถึงตรงนี้แล้วงงไหมครับ ผมขอขยายความหน่อยแล้วกัน คือคุณ Nash นี่เธอไม่ได้เป็นผู้พิการนะครับ แต่เธอเรียนภาษาสำหรับผู้พิการทางการได้ยิน (ผมขอเรียกโดยใช้ศัพท์ที่พวกเราใช้กันคือภาษามือ แล้วกันนะครับ แต่จริง ๆ เดี๋ยวจะเห็นว่ามันไม่ใช่แค่มือ)  และก็ใช้ภาษานี้เพื่อสอนวิชาการต่าง ๆ ให้กับเด็ก ๆ ที่มีปัญหาด้านการได้ยิน  ตอนนี้คุณ Nash เป็นนักศึกษาปริญญาเอกอยู่ที่มหาวิทยาลัยบอสตัน และเธอก็ได้อยู่ในทีมที่ทำวิจัยที่จะแก้ปัญหานี้ โดยแนวคิดก็คือให้ผู้พิการมาแสดงท่าทางต่อหน้ากล้องวีดีโอ จากนั้นสัญญาณจากกล้องวีดีโอก็จะถูกส่งไปประมวลผลในคอมพิวเตอร์ เพื่อแปลความหมายของท่าทางดังกล่าว  สิ่งที่จำเป็นมากอย่างหนึ่งของงานวิจัยนี้ก็คือดิกชันนารีครับ ซึ่งดิกชันนารีนี้ไม่ใช่ดิกชันนารีธรรมดาครับ แต่จะเป็นวีดีโอดิกชันนารี ซึ่งบันทึกท่าทางและความหมายของท่าทางนั้นเอาไว้  โดยในการบันทึกท่าทางนี้ เขาไม่ได้บันทึกแค่ลักษณะของมือนะครับ แต่จะบันทึกการเคลื่อนไหวของมือและแขน และการแสดงออกทางใบหน้าด้วยครับ โดยงานวิจัยนี้จะพยายามบันทึกคำศัพท์ให้ได้มากกว่า 3,000 คำ ถ้างานวิจัยนี้ทำเสร็จก็จะเป็นประโยชน์อย่างมากครับ เช่นพ่อแม่ที่มีลูกที่บกพร่องทางการได้ยินก็จะสามารถสื่อสารกับลูกได้ดีมากขึ้น ภาษาที่เขาบันทึกลงวีดีโอนี่จะเป็นภาษาที่เรียกว่า American Sign Language นะครับ ซึ่งผมเข้าใจว่าน่าจะเป็นภาษาของชาวอเมริกันเท่านั้น ดังนั้นถ้านักวิจัยไทยสนใจก็ลองนำมาดัดแปลงสำหรับคนไทยบ้างก็คงจะดีนะครับ  
คราวนี้ลองย้อนกลับมาดูบ้านเราบ้าง ในบ้านเราเท่าที่ผมทราบก็มีงานวิจัยที่ใช้คอมพิวเตอร์มาช่วยสำหรับผู้พิการครับ  แต่เท่าที่ผมทราบมาจะเน้นไปที่คนพิการทางการเห็นครับ ส่วนคนที่มองเห็นแต่ไม่ค่อยได้ยินนี่ยังไม่ค่อยมีครับ (ใครมีข้อมูลจะมาแลกเปลี่ยนกันก็เชิญนะครับ) เท่าที่เห็นมากที่สุดนี่ก็คือมีทีวีบางช่องที่มีจอเล็ก ๆ สำหรับให้คนมาแปลจากคำพูดเป็นภาษามือ ถึงตรงนี้แล้วก็อยากจะฝากให้หลาย ๆ ช่องที่ยังไม่น่าจะมีนะครับ หรือจะใช้แบบที่ต่างประเทศเขาทำก็ได้คือมี caption ขึ้นมา ผู้ที่ไม่ได้ยินก็สามารถอ่านได้ (หรือได้ยินแล้วไม่รู้เรื่องอย่างผม Smiley คือสมัยที่ผมไปเรียนช่วงแรก ๆ  ยังฟังไม่ค่อยจะทันก็ใช้อันนี้ละครับช่วย) แต่คิดอีกที่การที่ไม่ได้ยินอะไรซะบ้างก็น่าจะดีนะครับ ตอนนี้เปิดทีวีไปก็ปวดหัวครับ ประเทศชาติมีปัญหาจะแย่อยู่แล้ว ยังจะมาคิดเอาชนะคะคานอะไรกันอยู่ได้ อ้าวไหงลากมาลงเรื่องนี้ได้ ขอจบแล้วกันนะครับ  



Free TextEditor


Create Date : 02 มิถุนายน 2551
Last Update : 2 มิถุนายน 2551 19:31:31 น. 5 comments
Counter : 1167 Pageviews.
Share to Facebook

 
ดีครับ ได้เพื่อนแนวเดียวกันเลย แต่ผมไม่ค่อยได้ค้นคว้าข้อมูลแบบนี้อ่ะ ได้เข้ามาอ่านก็ได้ความรู้เพิ่มขึ้นครับ จะแวะเวียนมาบ่อย ๆ นะครับ (ถ้าทำได้) อิอิ


โดย: Kaklakrub (kattin ) วันที่: 3 มิถุนายน 2551 เวลา:0:36:05 น.  

 


โดย: หอมกร วันที่: 4 มิถุนายน 2551 เวลา:12:55:14 น.  

 
ทีแรกเข้ามาอ่านดูก็ งง งง ค่ะ
สายตาไม่ค่อยดี เห็นตัวหนังสือติดๆกันอ่านยาก

เรื่องการวิจัยเพื่อช่วยผู้บกพร่องทางการได้ยิน
ภาษาชาวบ้านก็คือคนใบ้ใช่ไหมคะ


จริงๆ อย่างที่คุณว่า ทีวีบ้านเราน่าจะมี caption มากว่า
เหมือนเราดูหนังต่างประเทศแล้วมี caption เป็นภาษาไทยน่าจะช่วยได้มากกว่า แต่ก็อย่างว่าจะทำกันสดๆ เห็นจะยาก

แต่ก็อีกนั่นแหละ ถ้านักวิชาการและผู้เกี่ยวข้องของบ้านเมืองจะสนใจในการศึกษาและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทยให้มากกว่านี้ เรื่องเหล่านี้ก็ไม่ใช่เรื่องยาก

มัวมาสนใจเอาชนะคะคานอะไรกันอยู่ได้
อ้าวไหงลากมาลงเรื่องนี้ได้...อิอิ


เรื่องของเรื่องคือคนหูดีๆ ยังฟังไม่รู้เรื่องเลยค่ะ
เพราะคำสั่งสอนที่ถูกฝังไว้ในระบบการศึกษา
ทีสอนให้ ฟัง ฟัง ฟัง
แล้วก็ยอมรับโดยปราศจากความเข้าใจ

ยิ่งเขียนก็ยิ่งเข้าเรื่องการเมืองทุกที พอแค่นี้ก่อนดีกว่า

ขอบคุณที่แวะไปที่บล็อกนะคะ


โดย: เอื้องศาลา วันที่: 4 มิถุนายน 2551 เวลา:19:15:14 น.  

 
ขอให้งานวิจัยนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี เพราะจะเป็นประโยชน์อย่างใหญ่หลวงสำหรับผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับได้ยิน ซึ่งพวกเขามีอยูุ่มากมายทั่วโลก ส่วน American Sign Language คิดว่าน่าจะเป็น international sign language ไปแล้วนะคะ เพราะที่เคยเห็นนั้นเป็นที่รับรู้ของคนทั่วไปเช่นการยกนิ้วกลาง หรือ ทำนิ้วฉันรักเธออะไรทำนองนั้น

แต่เคยเห็นเครื่องหมายมือจริง ๆ ค่ะ ในเวปอะไรสักอย่างนานมาแล้ว เป็นเวปของเมกา แล้วเคยไปเล่นกับเพื่อนชาติอื่น ปรากฎว่าเขาเข้าใจค่ะ แสดงว่าอินเตอร์ใช่ไหมคะ

ไม่อาว ไม่พูดเรื่องการเมือง เขาบอกว่า (ซึ่งไม่รู้ว่าใคร) อย่าพูดคุยเรื่องการเมืองและศาสนา เด๋วจะเป็นเรื่อง



โดย: fulgurant วันที่: 6 มิถุนายน 2551 เวลา:2:25:48 น.  

 
ขอบคุณสำหรับทุกความเห็นนะครับ
สำหรับคุณเอื้องศาลา ผมต้องขอโทษด้วยครับที่ตัวหนังสืออาจเล็กไปหน่อย เอาไว้แวะมาอ่านอีกนะครับ รับรองว่าตัวจะใหญ่ขึ้น (ตัวหนังสือนะครับ ส่วนตัวผมจริง ๆ ก็ใหญ่ขึ้นทางด้านข้างทุกวัน เฮ้อ)
คุณ fulgurant ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะครับ ก็ดีครับถ้า Ameican Sign Language เป็นภาษาสากลแล้วจริง ๆ งานวิจัยชิ้นนี้สำเร็จก็จะเป็นประโยชน์กับผู้คนทั่วโลก ส่วนเรื่องการเมืองผมถึงได้รีบจบไงครับ งั้นเดี๋ยวจะยาวไปกันใหญ่ ไม่คุยเรื่องการเมืองในบ้านก็ดีครับ ถ้าอยากคุยไปบอร์ดพันทิพย์ดีกว่า


โดย: motokop วันที่: 6 มิถุนายน 2551 เวลา:20:18:01 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

motokop
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




สวัสดีครับ สำหรับบล็อกนี้ผมก็ตั้งใจจะให้เป็นข่าวสารที่น่าสนใจทางคอมพิวเตอร์ ทั้งข้อมูลด้านเทคโนโลยีที่น่าสนใจ การพัฒนาโปรแกรม และงานวิจัยต่าง ๆ อาจแทรกไปด้วยเรื่องอื่นๆ บ้าง ตามแต่อารมณ์และสถานการณ์ครับ ยินดีรับความคิดเห็นของทุกคนครับ
Visit InfoServe for backgrounds.

เพื่อนที่กำลังชมบล็อก:

ผู้ชมทั้งหมด:

Friends' blogs
[Add motokop's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.