มีนาคม 2556
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
27 มีนาคม 2556
 

“เมื่อยักษ์ยังหลับอยู่” การโค้ชพัฒนาจุดแข็งจึงล้มเหลว

ติ๊ก อดีตอาจารย์สาวมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง เพิ่งพลิกผันตัวเองจากอาชีพอาจารย์สู่การเป็นนักธุรกิจสาวได้ไม่กี่เดือน เธอเป็นคนที่ดูมีพลังเหลือเฟือ ทำอะไรได้ดูน่าสนุกสนาน และช่างคิดสร้างสรรค์ไปได้เสียทุกเรื่อง เธอทำให้ชีวิตตัวเองดูตื่นเต้นมีชีวิตชีวาได้อยู่ตลอดเวลา และมีความสุขกับการได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ รู้จักเพื่อนใหม่ๆสังคมใหม่ๆ เสมอ

สิ่งที่เธอทำให้เพื่อนๆ ประทับใจได้ คงหนีไม่พ้นพรสวรรค์ด้านการสื่อสารของเธอ ทั้งจังหวะการพูด น้ำเสียงการพูด ถ้อยคำที่ใช้พูดดูเหมาะเจาะลงตัว ราวกับเธอเตรียมสุนทรพจน์มาเป็นอย่างดี แต่เพื่อนๆ ก็ถึงกับอึ้งเมื่อเธอบอกว่า “ก็ไม่ได้เตรียมอะไรมากมายค่ะ ให้จังหวะและอารมณ์พาไปเท่านั้นเอง”

ในคลาสกิจกรรมการเรียนรู้ “การโค้ชเพื่อพัฒนาจุดแข็ง” ของ Executive Coaching Scholarship โดย อ.เกรียงศักดิ์ นิรัติพัฒนะศัย เธอได้กลายเป็นหนึ่งในกรณีฝึกฝนการพัฒนาจุดแข็งจากพรสวรรค์ที่เธอมีอยู่ สิ่งที่เธอคิดว่าเธอน่าจะพัฒนาได้มากกว่านี้กลับทำให้เพื่อนๆในคลาสรู้สึกประหลาดใ

โค้ช : อ.ติ๊ก คิดว่าอยากพัฒนาจุดแข็งของตัวเองในเรื่องอะไร โดยจุดแข็งนั้นๆสามารถสร้างความแตกต่างให้กับตัวอาจารย์เองได้

อ.ติ๊ก : คิดว่า อยากพัฒนาทักษะการสื่อสารเรื่องการพูดและการทำสื่อมีเดียเพื่อปลุกกระแสค่ะ

โค้ช และกลุ่มเพื่อนๆ สะท้อนความคิดเห็นที่หลากหลาย และได้ข้อสรุปกันว่าสิ่งที่อดีตอาจารย์สาวกำลังอยากจะพัฒนาจุดแข็งนั้น เป็นเพียงแค่ การใช้ (Utilize) พรสวรรค์ที่มีอยู่แล้ว ไม่ได้พัฒนาให้สิ่งนี้กระโดดข้ามขั้นแบบก้าวกระโดดแต่อย่างใด หลายๆคน พยายามท้าทายให้เธอคิดใหญ่ ปลุกยักษ์ในตัวเองให้ตื่นขึ้นเถิด แต่ดูเหมือน ณ ขณะนั้น จิตใจของอดีตอาจารย์สาวได้มีปฏิกิริยาต่อต้านต่อคำท้าทายเหล่านั้นไปเสียแล้ว ดังนั้น กระบวนการโค้ชเพื่อพัฒนาจุดแข็งของเธอจึงต้องยุติลง

ทำไมการโค้ชครั้งนี้จึงต้องยุติลง ?

สำหรับการโค้ชเพื่อพัฒนาจุดแข็งนั้น จะเกิดการเปลี่ยนแปลงได้จริงก็ต่อเมื่อผู้ถูกโค้ชต้องการหรือมีแรงบันดาลใจที่จะเปลี่ยนแปลงจริง แต่สำหรับกรณีของอดีตอาจารย์สาวคนนี้ ดูเหมือนจะเป็นโจทย์ที่ยากเกินไปเสียแล้ว เพราะ เธอยังไม่มีแรงบันดาลใจที่จะเปลี่ยนแปลงนั้นเอง

และเมื่ออดีตอาจารย์สาวกลับมาย้อนถามตัวเอง ว่า อะไรเป็นเหตุผลที่เธอไม่คิดจะพัฒนาจุดแข็งเรื่อง “การพูด” ซึ่งเป็นพรสวรรค์ที่มีดั่งฟ้าเบื้องบนประทานมา ให้มีศักยภาพเกินขอบเขตที่เธอเป็นอยู่ อะไรกันแน่นะที่เป็นความเชื่อเบื้องหลังที่ฉุดรั้งจิตใจของเธอ มันคืออะไรกันแน่

เธอใช้เวลาใคร่ครวญเรื่องราวต่างๆในชีวิตที่ผ่านมาของเธอ อย่างพินิจพิเคราะห์ แต่ก็ไม่ได้ใช้เวลายาวนานเกินไป เพราะเธอเป็นคนคิดอะไรรวดเร็วเสมอ และแล้วคำตอบที่เธอตอบกับตัวเองได้ คือ “ฉันไม่ได้ต้องการที่จะเป็นเบอร์หนึ่ง เพราะฉันรู้สึกไม่มั่นคงกับการเป็นเบอร์หนึ่ง”

และภายใต้ความเชื่อนี้เองที่กำหนดพฤติกรรมที่ผ่านมาของเธอ เธอไม่เลือกที่จะพัฒนาศักยภาพของตัวเองให้โดดเด่นระดับเป็นเลิศ เช่น เธอตัดสินใจที่จะไม่เรียนต่อปริญญาเอกในสาขาวิชาที่เธอเคยสอนอยู่ในมหาวิทยาลัยทั้งๆที่ก็ไม่ใช่เรื่องยากลำบากที่เธอจะทำ, เธอเลือกที่จะทำสิ่งต่างๆแค่ในระดับ “ดี” จากนั้นเธอก็เปลี่ยนความสนใจไปทำสิ่งอื่นๆต่อ เป็นต้น

สำหรับเธอแล้ว เธอ “เลือกที่จะทำสิ่งสามสิ่งให้ได้แปดสิบ แทนที่จะเลือกทำสิ่งสิ่งเดียวให้ได้ร้อย” เพราะมันทำให้เธอรู้สึกมั่นใจ และมีความสุขมากกว่า

คำถามที่น่าสนใจสำหรับการโค้ชในครั้งนี้ คือ เราจำเป็นต้องท้าทาย หรือผลักดันให้เธอเปลี่ยนความคิดหรือไม่ การเปลี่ยนความเชื่อของเธอจะมีผลดีต่อเธอ หรือต่อสังคมอย่างไร .. คำตอบที่ได้กลับมา คงเป็นประเด็นถกเถียงกันไม่สิ้นสุด

บ้างก็บอกว่า “ได้โปรดผลักดันปลุกเธอให้ตื่นเถิด”

บ้างก็บอกว่า “เสียดายของดีในตัวเธอ”

บ้างก็บอกว่า “เราต้องเคารพการให้คุณค่ากับชีวิตของเธอเอง”

บ้างก็บอกว่า “ก็ไม่เห็นเสียหายคนเราอาจจะเลือกที่จะเกือบเก่งในหลายเรื่องมากกว่าเก่งสุดๆแค่เรื่องเดียว”

แต่ไม่ว่าจะเป็นความคิดเห็นใดๆ ท้ายที่สุดแล้ว คนที่จะตัดสินใจก็คือตัวเธอเอง ณ วันนี้เธออาจจะยังมีความเชื่อบางประการที่ยังไม่อยากที่จะเปลี่ยนแปลง แต่เราหวังว่า สักวันหนึ่ง อาจจะมีเป้าหมายบางอย่างที่ทำให้เธอเลือกเปลี่ยนความเชื่อนี้ และปลุกยักษ์ในตัวเธอเพื่อสร้างผลลัพธ์ที่น่าอัศจรรย์อย่างเหลือเชื่อให้กับโลกนี้ได้ ...พวกเราหวังให้เป็นเช่นนั้น ณ เวลานี้ อาจจะยังไม่ใช่เวลาของยักษ์ในตัวเธอ แต่ไม่ได้หมายความว่า ยักษ์ในตัวเธอจะไม่ถูกปลุกขึ้นมา




 

Create Date : 27 มีนาคม 2556
0 comments
Last Update : 27 มีนาคม 2556 1:07:31 น.
Counter : 1052 Pageviews.

 
Name
* blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Opinion
*ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet

ajarntik
 
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




ได้รับทุนภูมิพล(ปริญญาตรี)
เศรษฐศาสตร์ มธ. (เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง)
แล้วได้รับทุนจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ปริญญาโทเศรษฐศาสตร์ มธ.)
มีประสบการณ์สอน 15 ปี จากสถาบันกวดวิชาเดอะเบรน
และอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ก่อนจะผันตัวเองออกมาทำธุรกิจส่วนตัว พร้อมๆไปกับงานที่ปรึกษา
[Add ajarntik's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com