|
|
| | 1 | 2 | 3 |
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |
|
| |
|
|
|
|
|
|
|
|
บทที่ 10 การบริหารความเสี่ยง และการควบคุม
ความหมายของความเสี่ยง เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน หรือ ภัยคุกคามที่ก่อผลให้เกิดผลเสียกับกิจการหากไม่ได้รับการจัดการที่ดี ไม่คาดฝัน แต่ก็ควรรู้ว่ามีโอกาสเกิดขึ้นได้ ปัญหาคือ ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไร แต่บางกรณีก็มีการเตือนก่อนล่วงหน้าบ้าง ผลเสีย ก็คือ การพลาดจากวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ ของทั้งองค์กรอย่างร้ายแรง ความเสียหายทางการเงิน การบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ทรัพย์สินเสียหาย เสียชื่อเสียง ทำลายสิ่งแวดล้อม
ความหมายของการบริหารความเสี่ยง กระบวนวิเคราะห์ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ พิจารณาผลกระทบ และ หาวิธีแก้ไขความเสี่ยงนั้นๆ โดยการบริหารกลยุทธ์ บุคลากร กระบวนการ และเทคโนโลยี อย่างเป็นระบบและครอบคลุม ป้องกัน prevention เตรียมการ preparation ปฏิบัติ performance เรียนรู้ learning ความเสี่ยงและความเจริญเติบโต ความเสี่ยงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่มีอะไรแน่นอน เท่ากับความไม่แน่นอน การก้าวเดินไปก็จะเพิ่มความเสี่ยงมากขึ้น การลงทุนยอมเสี่ยงก็ต้องมีผลตอบแทนที่น่าพอใจ High risk, high return (เสี่ยงมากขึ้น ผลตอบแทนมากขึ้น)
ประโยชนที่ไดจากการบริหารความเสี่ยง 1. มีการจัดสรรทรัพยากรไปบริหารความเสี่ยงในจุดที่ถูกต้อง 2. ปรับปรุงกระบวนการตัดสินใจ เพื่อใหมีความรูเกี่ยวกับความเสี่ยง เพื่อใหเกิดประสิทธิผลในการบริหารความเสี่ยง และผลตอบแทนที่จะไดรับการขยายผล 3. มีระบบรายงานการบริหารความเสี่ยงและการควบคุมทั้งภายในองคกรและการ นําเสนอสูภายนอก 4. ปรับปรุงกระบวนการปฏิบัติงานทั้งภายในองคกรและกับภายนอกใหมี ประสิทธิภาพสูงขึ้น และมีการเตรียมพรอมกับการเปลี่ยนแปลงทั้งหมด 5. ปรับปรุงระบบการสื่อสาร และการแบงปนความรูในงาน ตาง ๆ โดยอาศัยการสร้างความเขาใจในเรื่องความเสี่ยงและเรื่องอันเปนสาระที่เกิดผลกระทบตอธุรกิจ และความสําเร็จของการบริหารกลยุทธของ องคกร ประโยชน์จะได้รับจากการบริหารงาน การเพิ่มผลผลิต ประหยัด สิ่งแวดล้อม การควบคุมภายในที่ดี ทำให้สามารถตรวจพบสิ่งบกพร่องเล็กๆ ก่อนที่จะกลายเป็นปัญหาใหญ่ ความเสี่ยงด้านต่างๆ ของกิจการ SMEs 1. หลักการบริหารความเสี่ยง 2. ความเสี่ยงทางด้านการเงิน 3. ความเสี่ยงในการดำเนินงาน 4. ความเสี่ยงทางด้านกลยุทธ์ 5. ความเสี่ยงในปัจจุบัน ความเสี่ยงทางด้านการเงิน การบริหารความเสี่ยงทางด้านการเงิน / ผลประกอบการ วิเคราะห์งบกำไรขาดทุน โดยคำนวณค่าใช้จ่ายต่างๆ ในแต่ละเดือน ดูยอดขาย เป็นต้น สถานภาพทางการเงิน ดูทรัพย์สินที่เรามี งบกระแสเงินสด รายงานเงินเข้า – ออก แต่ไม่ได้บอกถึงผลกำไรหรือการขาดทุน การคํานวณหาความเสี่ยงและผลตอบแทนเปนพื้นฐานสําคัญในการตัดสินใจเชิงกลยุทธ มูลคาปจจุบันสุทธิ (Net present value –NPV) การคำนวณค่าของเงิน อัตราผลตอบแทนจากเงินลงทุน (Return on investment) อัตราผลตอบแทนจากการคํานวณตามระยะเวลาการลงทุน(Internal rate of return –IRR) บริการจากสถาบันการเงิน กู้ ค้ำประกัน กำหนดอัตราแลกเปลี่ยนล่วงหน้า ซื้อขายล่วงหน้า เช็คเครดิตของลูกค้า และกำหนดเพดานเงินเชื่อ กำหนดข้อแม้ให้ลูกค้าทราบอย่างชัดเจน ตรวจสอบความถูกต้องของใบวางบิล ออกใบวางบิลอย่างรวดเร็ว คอยตรวจสอบสภาพแวดล้อมอยู่ตลอดเวลา ติดตามระบบการวางบิลและติดตามการจ่าย จัดการระดับสต็อก บริหารคู่ค้า สื่อสารกับทุกฝ่าย บริหารเงินสด และแหล่งเงินทุน
ความไม่แน่นอนที่ส่งผลต่อการดำเนินงานของกิจการ ภายนอก กฎระเบียบ (Regulation) ประเพณีวัฒนธรรม (Culture) ภายใน การบัญชี ระบบข้อมูล การคัดเลือกบุคลากร ห่วงโซ่อุปทาน การปฏิบัติงาน (Operational ) กระบวนงาน ( Process ) นวัตกรรม ( Innovation)
ตัวอย่าง การเปิดกิจการเล็กๆ จะทำการซื้อตึกเพื่อลงทุนหรือเช่าตึกเพื่อลงทุน ความเสี่ยง คือ ซื้อตึก ลงทุนเยอะหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้นอาจปรับตัวไม่ทัน เช่าตึก หากเจ้าของไม่ต่อสัญญาจะทำอย่างไร ความเสี่ยงในปัจจุบัน ภายนอก คู่ค้า ภัยธรรมชาติ สภาพแวดล้อม กลุ่มเรียกร้อง: แอนตี้สินค้า ฟ้องร้อง เดินขบวนต่อต้านสินค้า ความเสี่ยงในปัจจุบัน ภายใน • สินค้าและบริการ • ทรัพย์สิน • ความเครียด • ความผิดพลาดทางด้านเทคนิค: อุบัติเหตุในการผลิต ผลิตสินค้าผิดพลาด • ความผิดพลาดของบุคลากร • การปฏิบัติตนไม่ถูกต้อง: เอาเปรียบ หลอกลวง ผิดศีลธรรม หรือ กฎหมาย • ความรุนแรงในสถานทำงาน • ข่าวลือ: ข้อมูลที่ผิดพลาด • การรั่วไหลของข้อมูล
ความเสี่ยงในปัจจุบัน อุบัติเหตุและภัยธรรมชาติ สุขภาพและสิ่งแวดล้อม ละเมิดยี่ห้อ ความล้มเหลวของเทคโนโลยี พนักงานไม่ดี ทำรายการสิ่งเลวร้ายที่อาจเกิดขึ้นได้สำหรับกิจการของเรา เราสามารถทำอะไรได้กับสิ่งเลวร้ายแต่ละอย่าง
ความหมายของการควบคุมภายใน กระบวนการที่ผู้บริหารขั้นสูงกำหนดขึ้น เพื่อสร้างความมั่นใจว่า กิจการจะสามารถดำเนินไปสู่วัตถุประสงค์ทางด้าน ประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการดำเนินงาน ความถูกต้องของการรายงานทางการเงิน การปฏิบัติตามกฎระเบียบของรัฐ การป้องกันทรัพย์สิน ผู้บริหารต้องกำหนดเป็นนโยบายและขั้นตอนเพื่อการควบคุมที่เหมาะสม
ตัวอย่างของการควบคุมภายใน ล็อคโต๊ะทำงาน ประตูห้อง รถยนต์ ตัวอย่างของการควบคุมภายใน ตั้งรหัสผ่านในการเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ และเปลี่ยนรหัสบ่อยๆ
ตัวอย่างของการควบคุมภายใน ตรวจสอบรายงานต่างๆ กับเอกสารจริง เช่น ใบเสร็จรับเงิน เก็บเงินสดและสมุดเช็คไว้ในที่ปลอดภัย
ความสำคัญของการควบคุมภายใน ระบบควบคุมภายในที่ดีจะช่วยให้ตรวจพบข้อผิดพลาดก่อนที่จะกลายเป็นปัญหาใหญ่ ระบบควบคุมจะลดโอกาสในความผิดพลาดที่ไม่จงใจให้เกิด หรือการฉ้อโกง ภัยธรรมชาติ น้ำท่วม ไฟไหม้ พายุ อุปกรณ์ขัดข้อง เครื่องคอมพิวเตอร์เสีย ไฟดับ ความสับเพล่า วินาศภัย โจรภัย
องค์ประกอบของการควบคุมภายใน • สภาพแวดล้อมในการควบคุม การประเมินความเสี่ยง กิจกรรมเพื่อการควบคุม ระบบข้อมูลและการสื่อสาร การตรวจสอบ
การสร้างสภาพแวดล้อม 1 ความมั่นคง และจริยธรรม 1 แนวคิดและวิธีการบริหารของผู้บริหาร 1 โครงสร้างองค์กร 1 คณะกรรมการตรวจสอบที่แต่งตั้งโดยเจ้าของกิจการ 1 การมอบอำนาจและความรับผิดชอบ 1 นโยบายและการปฏิบัติทางด้านบุคลากร 1 ปัจจัยภายนอก
คอยเฝ้าระวังปัจจัยเสี่ยงทางด้าน • กลยุทธ์ การทำในสิ่งที่ไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ • การเงิน ทรัพย์สินสูญหาย เสียหาย หรือ ถูกขโมย • ข้อมูล ระบบข้อมูลที่ผิดพลาด หรือไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ ต้องคำนึงถึงโอกาสที่ความเสี่ยงนั้นๆ จะเกิดขึ้น และ ความเสียหายหากเกิดความเสี่ยงนั้น พิจารณาค่าเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้ มูลค่าความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นหากติดตั้งระบบควบคุม เทียบกับ ความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น หากไม่ได้ติดตั้งระบบควบคุม
กิจกรรมการควบคุมภายใน นโยบายและขั้นตอนที่กำหนดขึ้นเพื่อลดความเสี่ยงความผิดพลาดการไม่ปฏิบัติตามระเบียบ และการฉ้อโกง ตรวจสอบตัวทรัพย์สิน การแบ่งหน้าที่ การมอบอำนาจ เอกสารประกอบ การประเมินผลงาน การแบ่งหน้าที่ ความรับผิดชอบในการเก็บรักษาหรือใช้ทรัพย์สิน ควรแยกจากผู้ทำรายงานทรัพย์สินนั้น แยกฝ่ายดำเนินงานจากฝ่ายบัญชี แยกงานฝ่ายต่างๆ ไม่ควรมอบหน้าที่ให้คนๆเดียวมากเกินไป แบบฟอร์มและเอกสาร ช่วยให้มีการบันทึกรายการอย่างถูกต้อง ต้องมีช่องให้ลงชื่อผู้อนุมัติด้วย ควรออกแบบเอกสารให้ง่ายต่อการใช้และการเข้าใจ พิมพ์หมายเลขเอกสารไว้ล่วงหน้า และตรวจสอบเป็นระยะ บทบาทหน้าที่ของแต่ละฝ่ายในการควบคุมภายใน ผู้บริหาร เจ้าของ พนักงานเฝ้าระวัง ผู้ตรวจสอบภายใน บทบาทหน้าที่ของแต่ละฝ่ายในการควบคุมภายใน ผู้บริหาร มีหน้าที่ออกแบบระบบควบคุมในแต่ละฝ่าย มีหน้าที่กำหนดนโยบาย และขั้นตอนปฏิบัติ ต้องมีอำนาจและความสำนึกในหน้าที่ ผู้ตรวจสอบภายใน การติดตามและประเมินการควบคุมภายใน การทบทวนกระบวนการควบคุมภายใน เพื่อให้แน่ใจว่าระบบการควบคุมดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ การเปลี่ยนแปลงระบบการทำงานทำให้ต้องยกเลิกระบบควบคุมที่ไม่จำเป็นแล้วบางระบบไป หรือต้องสร้างระบบควบคุมแบบใหม่ขึ้นมาใช้แทน การติดตามและประเมินการควบคุมภายใน ระบบการบันทึกสองชุดแยกจากกัน ตรวจนับจำนวนจริงกับจำนวนในบัญชี ข้อควรระวัง ประสิทธิภาพของระบบควบคุมขึ้นอยู่กับผู้ใช้ การก้าวก่ายของผู้บริหารทำให้ระบบการควบคุมผิดพลาดได้
การควบคุมและการตรวจสอบภายใน การควบคุมภายใน คือ กระบวนการที่ผู้บริหารกำหนดขึ้นเพื่อสร้างความมั่นใจว่าจะดำเนินงานให้ได้บรรลุตามวัตถุประสงค์
การตรวจสอบภายใน คือ การประเมินเพื่อวัดประสิทธิภาพของระบบควบคุมภายใน
ผู้ตรวจสอบภายในมีหน้าที่ ประเมินระบบควบคุม ตรวจว่ามีการปฏิบัติตามนโยบาย ขั้นตอน กฎ และระเบียบต่างๆ อย่างถูกต้อง
| Create Date : 13 กรกฎาคม 2553 |
| Last Update : 13 กรกฎาคม 2553 18:01:28 น. |
|
3 comments
|
| Counter : 6757 Pageviews. |
 |
|
|
โดย: อ.หน่อย (Benjawan_B ) วันที่: 14 กรกฎาคม 2553 เวลา:11:06:19 น. |
|
|
|
| โดย: นักศึกษาน่ารัก... IP: 182.52.197.70 วันที่: 16 ธันวาคม 2553 เวลา:19:43:30 น. |
|
|
|
|
|
|
|
|
Location :
เชียงใหม่ Thailand
[ดู Profile ทั้งหมด]
|
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 93 คน [?]

|
วิทยากร, ที่ปรึกษาธุรกิจ ด้านการบริหารและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (HRM & HRD), การบริหารความเสี่ยงองค์กร, การจัดการมาตรฐานแรงงาน, กฎหมายแรงงาน,เขียนหนังสือและบทความ
|
|
| |
|
|
|
|
|
|