Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2551
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
30 สิงหาคม 2551
 
All Blogs
 
เกิดอะไรขึ้นกับช้างไทยพลัดถิ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ ๒ (คุณรู้เรื่องช้างไทยในญี่ปุ่นไหม?)

หากหลายคนกล่าวว่าหมีโคโอร่าเป็นทูตสันถวไมตรีของออสเตรเลีย หมีแพนด้าเป็นทูตสันถวไมตรีของจีน เราก็คงกล่าวได้ว่าช้างเป็นทูตสันถวไมตรีของไทย

“ช้าง” สัตว์คู่บ้านคู่เมืองของเรา ถูกส่งมาทำหน้าที่ทูตสันถวไมตรีกับประเทศญี่ปุ่นครั้งแรกเมื่อไรไม่มีหลักฐานแน่ชัด แต่ตามข้อมูลของสวนสัตว์อุเอะโนะ กรุงโตเกียว สวนสัตว์ที่มีความสำคัญเทียบเท่ากับสวนสัตว์ดุสิตของไทย พบว่าเมื่อวันที่ ๒๕ พ.ค. ๒๔๓๑ (ค.ศ.๑๘๘๘) ไทยส่งช้างพลายและช้างพังมาให้แก่พระราชวงศ์ของญี่ปุ่นแต่ไม่ได้ระบุชื่อช้างไว้ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีการระบุถึงช้างที่ส่งมาจากประเทศไทยครั้งแรก ในบันทึกของสวนสัตว์อุเอะโนะฯ

แม้ประเทศญี่ปุ่นจะเป็นประเทศในเอเชียแต่ก็ไม่มีช้างธรรมชาติ ช้างจึงเป็นสัตว์ที่หาดูยากสำหรับชาวญี่ปุ่น และถ้าจะพูดถึงช้างที่อยู่ในความทรงจำของชาวญี่ปุ่นมากที่สุด น่าเป็นช้าง ๔ เชือก ที่อยู่ในช่วงรอยต่อของสงครามโลกครั้งที่ ๒ กล่าวคือ วัลลี จอห์นและดองกี้ ช้าง ๓ เชือกซึ่งให้ความรู้และความเพลิดเพลินแก่เด็กๆ ในสวนสัตว์อุเอะโนะ

“วัลลี” ชื่อภาษาญี่ปุ่น “ฮานาโกะ” เป็นช้างพัง เกิดในปีพ.ศ.๒๔๖๐ (ค.ศ.๑๙๑๗) โดยประมาณ ซึ่งองค์กรเยาวชนไทยส่งมอบและนำมาญี่ปุ่นในวันที่ ๔ มิ.ย. ๒๔๗๘ (ค.ศ.๑๙๓๕) จากการพิจารณาเรื่องการเคลื่อนย้ายช้างมายังสวนสัตว์ในช่วงกลางวันนั้น เห็นว่าไม่ปลอดภัย จึงให้ช้างเดินจากสถานีรถไฟทะเมะอิเคะ (กรุงโตเกียว) มายังสวนสัตว์อุเอะโนะในเวลากลางคืนตั้งแต่เวลาตีหนึ่ง ถึงสวนสัตว์ฯ ประมาณตีสาม ระหว่างทางเดินนั้น ด้วยความที่ชาวบ้านอยากเห็นช้างสักครั้งหนึ่จึงพากันมามุงดูช้าง จนต้องจัดผู้รักษาความปลอดภัยให้เดินพร้อมช้าง



เมื่อวันที่ ๑๙ ก.ย. ๒๔๗๘ (ค.ศ.๑๙๓๕) ทางสวนสัตว์ฯ จัดกิจกรรมให้วัลลีแข่งชักกะเย่อกับผู้เที่ยวชมสวน ๓๐-๔๐ คน ผลการแข่งขันคือวัลลีเป็นฝ่ายชนะ เมื่อมันเจอคู่ต่อสู้ที่มีพลังมากมันจะย่อเท้าหน้าทั้งสองเพื่อยึดพื้นไม้ไว้ไม่ให้ตัวขยับ



วัลลี ถูกกำจัด(ฆ่า)พร้อมกับจอห์นและดองกี้ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ ๒
(แปลจาก ป้ายหน้าโรงช้างในสวนสัตว์อุเอะโนะ กรุงโตเกียว)

ดังที่กล่าวไว้ข้างต้น วัลลีและช้างอีก ๒ เชือกถูกกำจัดในช่วงสงครามโลกครั้งที่ ๒ ด้วยเหตุผลหลัก คือ ในช่วงสงครามประเทศญี่ปุ่นยากจนมาก ในขณะที่ชาวญี่ปุ่นเองก็ยังอดอยากหิวโหยหาอาหารกินไม่ได้ แล้วจะเอาอาหารอะไรไปเลี้ยงสัตว์ได้ เหตุผลนี้ไม่ได้ใช้เฉพาะวัลลีเท่านั้น แต่ใช้เป็นเหตุผลกำจัดสัตว์หลายประเภทในสวนสัตว์

อีกเหตุผลหนึ่งคือ ช้างถูกจัดเป็นสัตว์ดุร้าย เช่นเดียวกับเสือ สิงโต ฯลฯ หากลูกระเบิดตกลงมายังสวนสัตว์ ไม่ว่าจะด้วยความตั้งใจหรือโดยบังเอิญก็ตาม ทำให้สัตว์ดุร้ายเหล่านี้หลุดหนีออกจากกรงไปได้ ก็คงไม่มีใครรับรองได้ว่ามันจะไม่ทำร้ายคน แม้ว่าโดยปกติแล้วช้างจะมีนิสัยอ่อนโยน แต่หากมันตื่นตกใจ ก็อาจกลายเป็นสัตว์ที่ดุร้ายได้ทันที ทางสวนสัตว์จึงกำจัดโดยใส่ยาพิษลงในอาหาร มีเรื่องเล่าว่า ตอนแรกตั้งใจจะฉีดยาพิษเข้าร่างกายเหมือนสัตว์ประเภทอื่น แต่ด้วยความหนาของหนังช้าง ทำให้เข็มฉีดยาไม่สามารถแทงเข้าไปได้ จึงต้องเลือกวิธีใส่ยาพิษลงในอาหาร ซึ่งวัลลีและเพื่อนก็เหมือนรู้ชะตากรรมของตนเอง ไม่ยอมกินอาหารที่มียาพิษนั้น ทางสวนสัตว์ต้องใช้เวลาอยู่หลายวันกว่าที่ช้างทั้ง ๓ เชือกจะล้มลงไป ปัจจุบัน ทางสวนสัตว์จัดอนุสรณ์เป็นที่ระลึกให้กับสัตว์ที่เป็นเหยื่อความโหดร้ายของสงครามไว้ด้านหลังโรงช้างนั่นเอง


เมื่อสงครามสิ้นสุดลง โดยที่ไม่เกิดความเสียหายกับสวนสัตว์เลยแม้แต่น้อย สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเหยื่อของสงครามถูกกำจัดไปเพียงเพราะความหวาดกลัวของมนุษย์ กลัวอดตาย กลัวถูกทำร้าย หากสัตว์เหล่านั้นสื่อสารกับมนุษย์ได้ มันคงอยากบอกว่า แค่อดอาหารมันทนได้ คนยังอดได้ทำไมพวกมันจะอดไม่ได้ ทำไมต้องพรากชีวิตของพวกมันด้วย.....




Create Date : 30 สิงหาคม 2551
Last Update : 4 กันยายน 2551 20:54:09 น. 1 comments
Counter : 1637 Pageviews.

 
เงียบเชียว


โดย: peeko วันที่: 3 กันยายน 2551 เวลา:15:22:54 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

peeko
Location :
กรุงเทพ Japan

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add peeko's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.