สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง.... มีกรรมเป็นของตน.... มีกรรมเป็นผู้ให้ผล....มีกรรมเป็นแดนเกิด.... มีกรรมเป็นผู้ติดตาม.... มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย.... จักทำกรรมอันใดไว้ ....เป็นบุญหรือบาป........ จักต้องเป็นผู้ได้รับผลกรรมนั้น ๆ สืบไป
ถนนสายนี้มีตะพาบครั้งที่ 69"อาณาจักรแห่งใหม่"

ถนนสายนี้มีตะพาบครั้งที่ 69"อาณาจักรแห่งใหม่"











เป็นดินแดนในความฝัน

ของตัวเอง เขียนบรรยายจินตนาการในรูปแบบตัวเอง

ถึงอาณาจักรที่ตนเองอยากมีชีวิตอยู่ แบบไหนก็ได้

สุข เศร้า เหงา สงคราม การเมือง และอื่นๆ อีกมากมาย

อยากเขียนแต่ก็อีกนั่นละ ปั่นตอนก่อนส่งงานละกันเน้อ
โจทย์โดยสาวน้อย “น้องสา”น้องใหม่ไฟแรงของเรานี่เอง

ขอให้ชื่อตอนนี้ว่า"อาณาจักรของใจ"






อาณาจักรของใจ












ในชั่วโมงสังคมศึกษาหลังจากที่สอนเสร็จก่อนเวลา


คุณครูนุ้ย กิ่งฟ้า ณ.ลำปาง เปิดโอกาสให้เด็กนักเรียนชั้นป.6

โรงเรียนวัดตะพาบพิทยาราม ถามคำถามอะไรก็ได้ที่อยากรู้

“คุณครูครับประเทศไหนน่าอยู่ที่สุดในโลกครับ?”

เด็กชายตฤณวัฒน์ ณ.ภูเก็ต ยกมือขึ้นถาม

“ครูอยู่มานาน....................................” คุณครูกิ่งทำหน้าคิดถึงอดีต

สมัยยังเด็กๆอยู่ คิดถึงบทเรียนสมัยเรียนชั้นประถมหนึ่งจนถึงปัจจุบัน

“....นานจนเห็นการเปลี่ยนแปลงของโลกอย่างชัดเจน


สิ่งอันใดในโลกนี้ล้วนไม่เที่ยง

ย่อมเปลี่ยนแปลงผันไปตามสมัย

เจริญขึ้นและเสื่อมลงอยู่ร่ำไป

แม้จิตใจเคยชื่นชมยังจืดจาง"


"คุณครูนุ้ยว่าเป็นกลอนเลยนะครับเนี่ย" เด็กชายก๋าว่ากะ ทักครูนุ้ย


"ขอโทษทีนะจ๊ะ ครูเผลอว่ากลอนสดไปตามอารมณ์สะท้อนใจน่ะ

ครูจะค่อยๆเล่าให้เธอฟังว่า ทำไมครูถึงรู้สึกว่าโลกนี้

มันมีแต่ความเปลี่ยนแปลงไม่แน่นอนเอาซะเลย









ครูเกิดมาตั้งแต่เมืองไทยยังล้าสมัย

ยังเป็นประเทศด้อยพัฒนา ยากจน ยังเป็นสังคมเกษตรกรรม

สินค้าออกของไทยคือ ไม้สัก ข้าวสารและแร่ดีบุก

มีปัญหาลัทธิคอมมิวนิสต์

ที่อ้างว่าจะเป็นทางออกของสังคมที่ไม่เท่าเทียมกัน

เพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่มีภาวะคนจนมากกว่าคนรวย



ผู้คนอยู่กันอย่างยากจน ขาดสิ่งอำนวยความสะดวก

ของใช้และเสื้อผ้าราคาแพงมาก

นักเรียนใส่เสื้อขาดๆกางเกงปะก้น ก็มีให้เห็นกันจนชิน

ภาพนักศึกษาในเหตุการณ์ 14 ตุลาคมที่เสียชีวิตในการต่อสู้ ครูยังจำได้...


...แล้วคอมมิวนิสต์ก็จากไปพร้อมกับฐานะทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้น









ต่อมาเราก็กลายเป็นประเทศกำลังพัฒนา

เราฝันอยากเป็นเสือตัวที่5ของเอเชีย ...


...หลังจากความไม่สงบของบ้านเมืองหลายครั้งหลายครา

ปัญหาการคอร์รัปชั่นของข้าราชการและนักการเมืองที่เพิ่มขึ้นๆ

เหมือนบ้านเรือนที่ถูกปลวกเจาะแทะกัดกินเนื้อไม้กระดาน ต้นเสาจนร่วน

จนประเทศไทยล้าสมัยกว่าหลายๆประเทศตอนนี้


....ครูก็ไม่เห็นใครพูดถึงเสือตัวที่ห้าอีกเลย









ครูเกิดในยุคที่คนผิวดำและคนเอเชียถูกดูถูกสีผิวจากชาวผิวขาว

ได้ยินเรื่องราวต่างๆมากมายถึงการกระทำที่ไม่ดีต่อคนที่ผิวสีต่างกัน


แล้วคนทัศนะคติต่อสีผิวก็เปลี่ยนไป ในช่วงเวลายี่สิบปีผ่านมา

คนผิวสีได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐถึงสองสมัย

คนผิวเหลืองได้เป็นศาสตราจารย์และอาจารย์ในมหาวิทยาลัยดังๆในยุโรป

และอเมริกาทั่วไป

ครูก็ว่าเดี๋ยวนี้คนดูถูกสีผิวกันน้อยลง

จนเดี๋ยวนี้ฝรั่งก็กลับมาชอบผิวสีคล้ำๆมากกว่าผิวสีขาวของตัวเองด้วยซ้ำไป










ความเจริญและการเข้าถึงเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ต

ทำให้เรายอมรับกันและกันได้มากขึ้นและรวดเร็ว


คนบางคนก็สามารถโด่งดังได้เพียงชั่วข้ามคืน

หรืออาจจะสูญเสียชื่อเสียงได้เพียงชั่วข้ามวันก็ได้


เมื่อก่อนในฝั่งตะวันตกมีความเจริญมากทั้งทางวัตถุและเศรษฐกิจ

ตอนนี้ความเจริญทางเศรษฐกิจมาอยู่ในทวีปเอเชีย

ประเทศไทยเนื้อหอมมีคนจ้องมาซื้อหุ้นและลงทุนในประเทศไทยมากมาย

ไม่มีใครว่าไทยเป็นประเทศด้อยพัฒนาอีก

มีแต่คนในและต่างประเทศจ้องหาผลทางด้านการค้า

และผลประโยชน์จากทรัพยากรในเมืองไทยที่พอมีเหลืออยู่

เราควรดีใจหรือเปล่าอันนี้ครูเองไม่ค่อยแน่ใจนัก











ถ้านักเรียนต้องการ”อาณาจักรแห่งใหม่”ที่มีอยู่จริงบนโลกใบนี้


ต้องการเมืองที่มีลักษณะเด่นดังนี้คือ



เป็นเมืองของพระพุทธศาสนาที่ผู้คนมีน้ำใจต่อกัน

มีกษัตริย์อันเป็นประมุขของชาติที่ที่เป็น king of the king

เป็นธรรมราชาทรงทศพิธราชธรรมเปี่ยมด้วยพระเมตตา

ทรงปกครองพวกเราเหมือนพ่อปกครองลูก ทำทุกอย่างเพื่อลูกของท่าน

เป็นศูนย์รวมดวงใจของคนทั้งชาติ



เป็นเมืองแห่งความแตกต่างทางการเมืองความคิดอย่างเสรี

เป็นเมืองที่มีความหวังให้กับคนที่ไม่ท้อถอยต่อชีวิต

สามารถจะสร้างฐานะได้อย่างชอบธรรม

มองซ้ายมองขวาไปยังประเทศอื่นๆในตอนนี้

ครูว่าเมืองไทยของเรานี้ก็ไม่น้อยหน้าชาติใดอีกแล้ว"









“คุณครูขาการปกครองแบบไหนดีที่สุดค่ะ?”

ดญ.รินนรี ยกมือขึ้นถามบ้างกลัวฝ่ายหญิงจะน้อยหน้าฝ่ายชาย


“เมืองไทยและประเทศส่วนใหญ่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย

จีน เกาหลีเหนือ เวียดนาม ลาว ปกครองด้วยระบอบสังคมนิยม

แต่ครูว่ามันขึ้นกับประวัติศาสตร์ของประเทศนั้นๆนะ ว่ามีปัญหาใดมาก

ปัญหาใดน้อยและการใช้ระบอบการปกครองแบบไหน

ที่สามารถทำให้คนพอมีพอใช้กันได้มากกว่ากัน

คงบอกไม่ได้ว่าการปกครองแบบไหนดีกว่ากัน

เพราะทุกอย่างย่อมมีเหตุผลในตัวของมันเองท้้งนั้น









การปกครองภายนอกก็ไม่สำคัญเท่าการปกครองในใจของเรานี่?”


“ยังไงครับคุณครู?” ดช.ชีริว คูกิมิยะและ ดช.ต่อตูน โมเดลลิ่ง

พูดขึ้นพร้อมกัน


“เธอรู้หรือไม่ว่าเราทุกคนก็คือ

พระราชาในอาณาจักรใจของเราเอง


ถ้าเราปล่อยตัวปล่อยใจทำอะไรตามแต่ใจชอบ

หลงมัวเมาวัตถุทำอะไรตามใจกิเลส ที่คอยสั่งตลอดเวลาอย่างไร้จิตสำนึก

อยากทำอะไรก็จะทำ เขาเรียกว่าการปกครองแบบ"ทำตามอำเภอใจ"

ชีวิตนั้นตกเป็นทาสของกิเลสเสียแล้ว



ถ้าเข้มงวดกับตัวเองและผู้อื่นจนเกินไปจนเกิดความตึงเครียด

เขาเรียกการปกครองแบบ"เผด็จการทางความคิด"

เป็นจอมเผด็จการฮิตเลอร์หลงยุค








ถ้าเราทำอะไรต้องได้ดังใจ มีความคิดที่ไม่ยอมเปลี่ยนแปลง

ไม่รู้จักรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น ไม่มีการอะลุ่มอล่วยกับใครเลย

เขาเรียกว่าการปกครองแบบ"ปิดประเทศ"ขาดเสรีภาพและล้าหลัง


ถ้าเธอเปิดรับความคิดเห็นของตัวเองและคนรอบข้าง รู้จักสิทธิและหน้าที่

ความรับผิดชอบของตนเอง เคารพสิทธิของคนอื่น

ไม่ตึงเกินไปไม่หย่อนจนเกินไป

มีน้ำใจช่วยเหลือคนที่ด้อยกว่าในสังคม

เขาเรียกว่าปกครองแบบ"ประชาธิปไตยแบบมีคุณภาพ"


ถ้าเธอไม่ทำผิดศีลธรรม มีสติรู้ตัวไม่ทำผิด แก้ไขตัวเองได้

เรียนรู้ความจริงของจิตใจและโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

เป็นคนไม่ล้าสมัยหลงยุค หัวเก่า เอาแต่อนุรักษ์แบบไม่มีเหตุผล

เขาเรียกว่าการปกครองแบบ"ธรรมราชา"








การปกครองที่ดีก็คือการปกครองตัวเองคือร่างกายและจิตใจให้ได้รับ

"ความพอใจในชีวิต" รู้จักทรัพยากรที่สำคัญคือเวลา และ ทรัพย์สิน

ทำนุบำรุงประเทศอันคือร่างกายจิตใจของเราให้มีความสุข


รู้จักแบ่งเวลาเพื่อออกกำลังกาย รับประทานอาหารที่ดี

ให้ตัวเองได้มีความผ่อนคลายและมีจิตใจทีสงบเย็นเป็นสุขในแต่ละวัน

ด้วยธรรมะ มีอุดมการณ์หรือความดีเปรียบเสมือนโยบายของประเทศที่ดี

ทำงานและหน้าที่เพื่อเป็นประโยชน์ต่อตัวเองและเพื่อนมนุษย์

ทำชีวิตให้มีคุณค่าสมกับที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ชาติหนึ่ง

ความภูมิใจในการกระทำความดีต่อคนรอบข้างและสังคม

ก็จะหล่อเลี้ยงจิตใจของเราให้มีความสุขในชีวิตตลอดเวลา



ไม่มีการปกครองแบบไหนที่ดีที่สุด เพราะเราเกิดมากับความไม่รู้

เราค่อยๆเรียนรู้ชีวิตในแง่ที่ถูกต้อง ค่อยๆเอาชนะกิเลส

ค่อยๆเอาชนะความคิดฝังหัวว่าตัวเองถูกและดีเสมอ

ค่อยๆคลายความยึดติดในชีวิต

รู้จักคลายจากความเป็นเผด็จการของตัวเอง

เปิดรับประเทศต่างๆเหมือนเปิดประชาคมอาเซี่ยน AEC

ค่อยๆมีน้ำใจกับคนรอบข้าง สร้างบรรยากาศที่เป็นมิตรในสังคม

แล้วก็มาเป็นธรรมราชาที่ปกครองจิตใจด้วยธรรม

ให้ใจเราได้ร่มเย็นตลอดไป


นี่แหละคือสิ่งสำคัญที่สุดในการสร้างอาณาจักรแห่งใหม่

ภายในจิตใจของเรานี้"^^







เรื่องและภาพประกอบ วนารักษ์


ขอบคุณเพื่อนๆทุกๆคนที่แวะเข้ามาอ่านงานตะพาบครั้งนี้

ช่วงนี้ จขบ.ยังไม่มีเวลาตอบเม๊นท์ของเพื่อนๆ

จึงขออนุญาตไม่ได้ลงกล่องเม๊นท์ไว้ให้

แต่ก็ยังระลึกถึงเพื่อนๆทุกๆคนอยู่เสมอ

ขอบคุณเพื่อนๆทุกๆคนที่มาให้กำลังใจหลังไมค์

ขอบคุณคุณธูปหอมที่ให้กำลังใจด้วยนะครับ ^^






Create Date : 28 พฤศจิกายน 2555
Last Update : 29 พฤศจิกายน 2555 9:48:47 น. 0 comments
Counter : 1520 Pageviews.

วนารักษ์
Location :
ปราจีนบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 30 คน [?]




ขอต้อนรับสู่บล็อกเล็กๆแห่งนี้มีมิตรภาพและความจริงใจให้กับเพื่อนๆทุกท่านที่แวะเข้ามาทักทายกัน ^^

บทความและรูปภาพนี้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่เป็นธรรมทาน พร้อมทั้งขอมอบเป็นน้ำใจกับเพื่อนๆทุกคนที่แวะเข้ามา สามารถคัดลอกนำไปเผยแพร่ได้ ยกเว้นเพื่อประโยชน์ทางการค้าซึ่งต้องขออนุญาตก่อนว่าเหมาะสมหรือไม่

เพื่อนบางคนมาครั้งเดียว นานๆมาที มาไม่บ่อย มาบ่อยๆ
บางคนมาเยี่ยมทุกวันให้ชื่นใจ

บางคนเคยมาทุกวัน บางคนเคยมานานแล้ว บางคนหายไปจากบล็อก บางคนก็จะไม่แวะมาทักทายกันอีก

แต่ไม่ว่าอย่างไรก็จะขอเก็บความรู้สึกดีๆที่มีให้กันไว้ตราบนานเท่านาน เพราะเมื่อรักกันแล้วย่อมเข้าใจกันได้ไม่ยาก

จขบ.เป็นคนซื่อๆง่ายๆจริงใจ ไม่มีเจตนาแอบแฝงในการทำบล็อก แต่บทความหรือรูปภาพก็อาจทำให้ผู้อ่านขัดใจได้ เพราะความรู้เท่าไม่ถึงการของ จขบ.หรืออาจเป็นเพราะเราไม่เคยรู้จักดีพอ จึงกราบขออภัยมา ณ.ที่นี้ด้วย และขอขอบพระคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียนด้วยความจริงใจนะครับ ^^


ฝากข้อความหลังไมค์
เริ่มนับ 12 /12/12 เวลา 12.12 น. ^^
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2555
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
28 พฤศจิกายน 2555
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add วนารักษ์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.