มิถุนายน 2553

 
 
1
2
3
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
All Blog
We Love Bangkok : เปลี่ยนที่นอน พักผ่อนในเมืองกรุง # 1



 ~* TRIP NO. 11/2010 *~  
Katsu King X @ Digital Gateway – Banyan Tree Bangkok
- Vertigo & Moon Bar – China Town
.
.
.

แอบคิดอยู่ว่า ...
จะนับ”การเปลี่ยนที่นอนครั้งนี้” เป็นทริปการเดินทางของปี 2553 ด้วย ดีหรือไม่
??
เพราะถือว่าใกล้บ้านมากกก และน่าจะนับเป็นชีวิตประจำวันธรรมดาอีกวันก็ได้

สุดท้าย คิดว่านับไว้หน่อยละกัน
เพราะตอนนี้ เราถือเป็นคนต่างจังหวัด บ้านอยู่ในเขตปริมณฑล
ไม่ใช่อยู่ในกรุงเทพฯ เหมือนเคยแล้ว

อีกอย่าง ... มีการเปลี่ยนที่นอนเล็กน้อย
และถือเป็นประสบการณ์ครั้งที่ 2 ที่ได้ค้างคืน นอนโรงแรมในกรุงเทพฯ
(ครั้งแรก ... ก็คืนวันแต่งงาน ที่ทำพิธีส่งตัวนั่นแหละ)
Embarrassed

ที่มาของ"การเปลี่ยนที่นอน”ครั้งนี้
สืบเนื่องมาจากเพื่อนมี
voucher ที่พัก กำลังจะหมดอายุสิ้นเดือนพ.ค.
เลยเอามาโยนให้ ... แต่มีเงื่อนไขว่า เราต้องจ่ายเงินเพิ่มเติมเอง

โอเค
!! ชาวบ้านเขาออกไป shopping ช่วยชาติ
ซื้อเสื้อผ้า – รองเท้า –กระเป๋า ฯลฯ กัน
แต่เราต้องขอผ่าน ... เพราะช่วงนี้ซื้อได้แค่ชุดคลุมท้องเท่านั้น

งั้นขอช่วย ”ธุรกิจโรงแรม” ในกรุงเทพฯ แทนก็แล้วกัน
เพราะเขาเอง ก็ได้รับผลกระทบเยอะ

และเราคิดว่า *ธุรกิจการท่องเที่ยว*
เยียวยาได้ยากมากกว่าธุรกิจร้านค้า-ขายของ ที่มีฝ่ายสนับสนุน เป็นคนไทยด้วยกันเอง
ในขณะที่โรงแรมเมืองกรุง ต้องพึ่งพาชาวต่างชาติซะเป็นส่วนใหญ่
และต้องอาศัยเวลาอีกพักใหญ่ กว่าจะฟื้นตัวได้
.
.
.

ออกจากบ้านกันตอนสาย ... มุ่งหน้าเข้าเมือง
แวะทำธุระที่”สยาม สแควร์”กันก่อน

ช่วงก่อน แวะเข้ามาไม่ได้เลย
โชคดี ... ร้านไม่ได้รับผลกระทบ และยังเปิดอยู่

เสร็จธุระแล้ว ชวนพ่อหมีไปทานอาหารญี่ปุ่น ร้านโปรด  “
Katsu King X”
ที่ Digital Gateway หรือบริเวณ Center Point เดิม
((ยังไม่มีโอกาสมารีวิวร้านนี้สักที)

ร้านนี้เป็นอาหารเซ็ท ที่สามารถเติมชาเขียว และข้าวได้ไม่อั้น
เสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียง และไอศกรีม


++ Tonkatsu สอดไส้วาซาบิ @ Katsu King X ++

ดูนาฬิกา ... ได้เวลาล่ะ
เพราะที่โรงแรม เขาให้
check-in ได้เวลา 1400 น.

คืนนี้ ... เราจะไปนอนเล่นกันที่
*Banyan Tree Bangkok*
บนถนนสาธรค่ะ
^^

ปกติแล้ว ... ราคาห้องพักที่นี่ จะเริ่มต้นที่ประมาณ 5-6 พันบาท
แต่หลังจากเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบในกรุงเทพฯ
มีการปรับราคาลงเยอะ เหลือเพียงคืนละประมาณ 3
,100 บาทเท่านั้นเอง

ตอนที่เราไปถึง ... โรงแรมดูเงียบเหงาจริงๆค่ะ
ตั้งแต่ลานจอดรถ จนถึง
lobby เลย

เราได้เจอแขกคนอื่น ก็ตอนขึ้นลิฟต์ไปห้องพัก แค่ 4 คนเท่านั้น
นอกนั้นไม่เจอใครเลย ... เห็นแล้วเศร้าใจแทน
Cry

ห้องที่เราจองไว้ คือ ห้องเกรดต่ำสุด ~ “Deluxe - King Bed”
แต่ตอนที่เห็นห้องครั้งแรก ... แอบตกใจ
เพราะดูอลังการกว่าที่คิดไว้มาก
Shocked

จนมาเห็นป้ายในลิฟต์ตอนหลัง
ว่าห้องที่เราพักอยู่ชั้นเฉพาะ
และเป็นห้องพักแบบ “Banyan Tree Club” (#2301)
ซึ่งราคาขายปกติอยู่ที่คืนละ 8,100++ บาท (หรือ 9,500.- บาทเน็ท)
!!!!!



โอววว แม่เจ้า !!!! เที่ยวเมืองกรุง หลังวิกฤต
มันดีแบบนี้นี่เอง
!!!
^O^

ได้ upgrade ห้องพักแบบไม่คาดคิด ... แถมได้แบบกระโดดข้าม
เพราะจริงๆแล้ว จาก
Deluxe จะต้องเป็น Premier ก่อน
แล้วถึงจะเป็น
Banyan Tree Club
((รองจากห้อง Suite))

งานนี้ ... คุ้มเกินความคาดหมายจริงๆค่ะ
บ่ายนั้น เลยขลุกอยู่แต่ในห้องพัก ไม่ยอมออกไปไหนเลย
Tongue


++ ไม่ได้ไปไหน ก็นั่งคุยกับลูกหมีน้อยไปเรื่อยๆ ++
คุณหมอบอกว่า เขาเริ่มได้ยินเสียงแม่แล้ว ถึงแม้จะยังไม่เข้าใจความหมาย
แต่เขาจะสามารถจำโทนเสียงได้


ตอนแรก ว่าจะไป ”ถนนคนเดิน” ที่สีลม
แต่เห็นภาพข่าวในทีวีแล้ว ... ยอมแพ้กับฝูงชน
ดูแล้ว แทบจะไหลตามกันไป
><

เลยรอเวลาเย็นนั้น ... กับเป้าหมายอีกอย่างที่รอคอย
หลังจากได้ยินคำกล่าวถึงมาแสนนาน
^^

 

@ VERTIGO & MOON BAR @
ขึ้นลิฟต์สู่ชั้น 59 ของโรงแรม
แล้วเดินขึ้นบันไดต่ออีกหน่อย สู่ชั้น 61 สถานที่ตั้งของ
Vertigo & Moon Bar
ที่สามารถมองเห็นวิวของกรุงเทพฯยามเย็น ... ได้แบบ 360 องศา

ลมพัดเบาๆ ... เห็นแสงสีทอง รำไรอยู่ที่ขอบฟ้า
รู้สึกดี และจิตใจสงบอย่างบอกไม่ถูก




 We LovE BaNGkOk
*ดีใจ ที่ได้เห็นกรุงเทพฯที่รัก Heart สงบสุข สวยงามเหมือนวันวาน*

ณ เวลานั้น ... คือ 10 วันหลังจากเกิดเหตุการณ์ร้าย เมื่อ 19 พ.ค. 53
และเพิ่งมีการยกเลิกประกาศเคอร์ฟิว ได้ 1-2 วัน



ความรู้สึกที่ได้มองเห็น ”ภาพของกรุงเทพฯ” วันนี้
ช่างให้ความรู้สึกแตกต่างจากที่เคย
ทั้งดีใจ ... ทั้งรัก ... ทั้งห่วงใย ... จนบรรยายความรู้สึกไม่ถูก
 

นั่งเฝ้าดูเวลาเคลื่อนผ่านไป อย่างช้าๆ
นั่งมองรถราที่ติดอยู่ด้านล่าง ... แสงสียามค่ำคืน ที่ไม่หลับไหล
ทำเอาเผลออมยิ้มออกมาได้

แบบนี้แหละ
!! กรุงเทพฯ ที่เคยเห็น






 

กลับมาที่
“Vertigo และ Moon Bar”
เราไม่ได้ลองสั่งอาหารมาทานหรอก ((กะจะไปทานที่อื่น))

สั่งมาแต่เครื่องดื่ม และ snack
นิดหน่อย
กะมานั่งชิลล์ ... ดื่มด่ำกับบรรยากาศให้เต็มอิ่มซะมากกว่า
(ปกติแล้ว เขาจะให้บริการ snack ตั้งแต่ 2200 น. แต่วันนี้ ให้เป็นกรณีพิเศษ)



 

** ความเห็นส่วนตัว
: เปรียบเทียบระหว่าง Sirocco และ Vertigo **
ถ้าจะให้เปรียบเทียบกับ Sirocco แล้ว ... เราว่าราคาไม่โหดเท่าค่ะ
แต่ตัวเลือกอาหารที่
Sirocco ดูจะหลากหลายมากกว่า

ในแง่ของวิว ทิวทัศน์
ที่
Sirocco จะมองเห็นโค้งน้ำเจ้าพระยาได้อย่างชัดเจน
ที่
Vertigo จะเห็นแบบไกลๆ ... แต่ชมวิวได้แบบ 360 องศา

ในขณะที่
Sirocco จะเห็นวิวแบบ panorama
เพราะจะมีตึกสีทอง The Dome ... บังอยู่อีกทางฝั่งนึง

นอกจากนี้ ... ที่
Sirocco เข้มงวดเรื่องการถ่ายภาพ
และการรักษาความปลอดภัยมากกว่า ... เลยอาจทำให้รู้สึกอึดอัดไปบ้าง



แต่ที่
Vertigo ... สามารถทำตัวสบายๆได้มากกว่า
มีข้อจำกัดเรื่อง
Dress Code เล็กน้อย คือ ผู้ชายห้ามใส่กางเกงขาสั้น
และแขกต้องสวมรองเท้าปิดส้นค่ะ (ห้ามใส่รองเท้าแตะ)

เราชอบตรงที่เขาไม่ห้ามเรื่องถ่ายรูปนี่แหละค่ะ
เพราะที่
Sirocco จะถ่ายภาพแต่ละทีต้องคอยระวัง เพราะบางมุมไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพ
เขาค่อนข้าง
concern เรื่อง privacy ของแขกคนอื่นๆมาก


++ ทางเดินสู่ Moon Bar ++

 

จาก
Vertigo ... เรานั่ง taxi ต่อไปยัง “เยาวราช” ค่ะ
พ่อหมีบอกอยากทานอาหารทะเล ที่เห็นจากรายการทีวี เมื่อวันก่อน


++ สีสันของเมืองกรุง @ เยาวราช ++

เราน่ะ ... ขอสารภาพว่า ไปเยาวราชแบบนับครั้งได้เลย (ไม่ถึง 5 ครั้ง)
เพราะไม่สะดวกเรื่องที่จอดรถ เลยไม่ค่อยได้แวะไป

สรุป ... ร้านที่พ่อหมีอยากกิน เขาไม่ขายค่ะ
เลยเดินหาร้านอื่นแถวๆนั้นแหละ

ที่ร้านนี้ แปลกตรงที่เขาไม่ขายแบบชั่งน้ำหนัก
แต่ขายเป็นตัวเลย ... ปูทะเลตัวละ 500 บาท แต่ไซส์ไม่ค่อยใหญ่
สุดท้าย เลยไม่ได้กินซีฟู๊ดให้หายอยาก
T^T



กะจะซื้อขนมอื่นๆ ทานเล่นต่อ ... ก็ไม่ไหวแล้ว
เพราะซัดมาตั้งแต่ที่โรงแรม จนถึงนี่เลย

นั่ง
taxi กลับโรงแรม ... พักผ่อนๆ
ทาง Housekeeping ... มาทำ turndown service รอไว้แล้ว





ถือโอกาสพาลูกหมีน้อย มาเปลี่ยนที่นอนเล่น ... พักผ่อนสบายๆ
เปลี่ยนชีวิตประจำวัน ที่เคยจำเจ
ใช้ชีวิตชาวกรุงฯ ในแบบที่ไม่เคยดูบ้างละกัน


 

 ~* เพิ่มเติม *~
ภาพจาก Vertigo & Moon Bar @ Banyan Tree Bangkok
//www.facebook.com/photo.php?pid=4098727&l=c6719fd345&id=813372907



 

@ Banyan Tree Bangkok
Sat., 29 May.'2010






Create Date : 04 มิถุนายน 2553
Last Update : 4 มิถุนายน 2553 10:52:41 น.
Counter : 792 Pageviews.

8 comments
  
ไม่ต้องออกไปไหนหรอกค่ะ ใช้เวลาให้คุ้มอยู่ในห้องนั้นละ เนอะ
โดย: NucH (sa-bye-sa-bye TEAM ) วันที่: 4 มิถุนายน 2553 เวลา:11:21:49 น.
  
ตามไปพักผ่อนด้วยคนจ้า

ห้องพักน่าพักมากๆ คะ
โดย: เช้าวันใหม่กับใจดวงเดิม วันที่: 4 มิถุนายน 2553 เวลา:12:34:46 น.
  
เราเคยเจอปูตัวละ 500 บาท เหมือนกัน ที่ หัวหิน แพงจนกินไม่ลง สุดท้ายกับมากินที่ภูเก็ต ถูกกว่าเยอะ ชนิดที่กินแบบว่าให้หายอยากกันไปเลย ว่างๆ แวะมาเที่ยวภูเก็ตบ้างนะ ไม่แพงหรอก
โดย: aonnimaster วันที่: 4 มิถุนายน 2553 เวลา:13:12:42 น.
  
ภาพสวย ชัดใสกิ๊งทุกรูปเลยครับ

ขอแสดงความยินดีกับสมาชิกใหม่น้องลูกหมีน้อย ที่กำลังรอวัน Grand Opening นะครับ
โดย: Kit_Phuket วันที่: 4 มิถุนายน 2553 เวลา:14:04:33 น.
  
ภาพสวยจังเลยค่ะ ชอบจังกรุงเทพฯ ในมุมสูง มีไฟระยิบระยับ

ห้องก็น่านอนเป็นที่สุดเลยค่ะ
โดย: อาราเล่ กะ กั๊ตจัง วันที่: 4 มิถุนายน 2553 เวลา:14:26:04 น.
  
The room looks really good for the price... ^_^

Great view from Bkk!
โดย: Apfelsine วันที่: 4 มิถุนายน 2553 เวลา:14:53:42 น.
  
ห้องน่าพักมากๆเลยนะคะ
โดย: COCOSWEET วันที่: 4 มิถุนายน 2553 เวลา:16:45:05 น.
  
เป็นการพักผ่อนที่แปลกมาก มีแต่เขาจะออกต่างจังหวัด แต่นี่กลับเข้าพักผ่อนในกรุงเทพฯ ซึ่งจริงๆ แล้วบรรยากาศในกรุงเทพฯ ก็น่าเที่ยวเหมือนกัน ยังไม่เคยมีโอกาสเข้าไปเปลี่ยนบรรยากาศการนอนแบบนี้บ้างเลย เคยแต่เดินเที่ยวตอนกลางวัน พอบ่ายหน่อยก็ต้องรีบกลับบ้านแล้ว เพราะอยู่ต่างจังหวัดเหมือนกันค่ะ
โดย: pantipngon วันที่: 6 มิถุนายน 2553 เวลา:19:44:55 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

I-am-Nina
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



เรื่องราวของคนเดินทาง ที่ชอบสะพายกล้อง ท่องเที่ยว ไปทั่ว ... กับคนรู้ใจ

** สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539 ห้ามผู้ใดละเมิด ไม่ว่าการลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของภาพและ/หรือข้อความใน blog แห่งนี้ไปใช้ ทั้งโดยเผยแพร่และเพื่อการอ้างอิง โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร จะถูกดำเนินคดี ตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด **