เมษายน 2559

 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
เที่ยวคลายร้อน นอนสบาย @ ibis Styles Krabi Ao Nang



สวัสดีค่ะ

ทักทายกันอีกครั้ง
หนนี้ได้รับโอกาสดีๆจาก”เพจพักสบาย”ร่วมกับ”ibis ErawanHotels – Thailand” ในการเฟ้นหานักรีวิว ซึ่งเราโชคดีเป็น 1 ใน 3นักรีวิวที่ผ่านการคัดเลือกในครั้งนี้ค่ะ

ส่วนตัวแล้วเราเป็นสมาชิกของบัตร
Accor Plus มา 8 ปีกว่าและกล้าพูดว่าตัวเองเป็นแฟนพันธุ์แท้ของไอบิสคนหนึ่งค่ะ เพราะแบรนด์ไอบิสอยู่ในเครือแอคคอร์ซึ่งเรามีโอกาสได้เข้าพักที่ไอบิสบ่อยมากที่สุด ด้วยราคาที่สบายกระเป๋าและจับต้องได้ง่ายบางครั้งได้ราคาโปรโมชั่นไม่ถึงพันบาทต่อคืน แม้แต่ราคาไม่ถึง 100บาทก็เคยได้มาแล้วค่ะ เมื่อหลายปีก่อน

เรามีโอกาสได้ไปพักกับไอบิสมาแล้วเกือบทั่วประเทศไทย ขาดแต่”ไอบิสสยาม”เพียงแห่งเดียว ที่เคยแต่ไปแวะทานอาหาร แต่ไม่ได้เข้าพัก ...และสำหรับการเข้าพักครั้งล่าสุดกับไอบิส เราเจาะจงเลือกพักที่
“ibis StylesKrabi Ao Nang” ที่พักไอบิสล่าสุดของเครือไอบิสเอราวัณซึ่งเป็นอีกแห่งหนึ่งที่เราเล็งไว้มานาน พอรู้ว่าผ่านการคัดเลือกครั้งนี้ก็ไม่รีรอที่จะเลือกขอพักที่นี่ทันทีค่ะ



หมายเหตุ
:
SR = ที่พัก 3 วัน 1 คืน รวมอาหารเช้า
CR = ค่าเดินทาง (ตั๋วเครื่องบิน, รถเช่า,น้ำมัน) ค่าอาหารมื้ออื่นๆ

ก่อนจะไปพักกันที่กระบี่ ขอให้ข้อมูลสักเล็กน้อยเกี่ยวกับ”ไอบิส” ...
ไอบิสในประเทศไทย จะแบ่งออกเป็น
ibis (โลโก้หมอนสีแดง) และ ibisStyles (โลโก้หมอนสีเขียว) ซึ่ง ibis Styles (โลโก้หมอนสีเขียว)จะมีแค่ 2 แห่งคือ ที่จ.เชียงใหม่ และที่จ.กระบี่ ... แต่ที่เชียงใหม่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มของไอบิส เอราวัณ เพราะฉะนั้นการตกแต่งและรูปแบบห้องจึงแตกต่างจากไอบิสอื่นๆในไทย(ซึ่งจัดเป็นกลุ่มของไอบิส เอราวัณ)โดยสิ้นเชิง

++ หมอนแดงและหมอนเขียว ทางที่พักไม่ได้เตรียมให้นะคะ เราเอาไปเอง ++
หมอนแดง  -ได้มาจากส่งรูปเข้าประกวดในแคมเปญ ibis Happy Sleep
หมอนเขียว - ได้มาจากการสอยดาวในงาน ibis Market



ibis Erawan Hotels – Thailand
https://www.facebook.com/ibisthailand
หากนับเฉพาะไอบิสในกลุ่มของ”ไอบิส เอราวัณ”แล้ว ถือว่ามีสาขามากที่สุดในประเทศไทยประกอบไปด้วย ...
1)
ibis Phuket Kata
2) ibis Phuket Patong
3) ibis Samui Bophut
à เป็นไอบิสเพียงแห่งเดียวในไทยที่อยู่ติดทะเล
4)
ibis Hua Hin
5) ibis Pattaya
6) ibis Bangkok Siam
7) ibis Bangkok Sathorn
8) ibis Bangkok Riverside
9) ibis Bangkok Nana
10) ibis Styles Krabi Ao Nang ** (น้องใหม่ล่าสุดในเครือไอบิสเปิดให้บริการตุลาคม 2557)

โลโก้สีเหลี่ยมๆของไอบิสสื่อถึง"หมอน"จนมีแคมเปญ"หลับสบายกับไอบิส -
ibis Happy Sleep"เมื่อประมาณปี2012-2013 ซึ่งครั้งนั้นไอบิสได้ทำการปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ใหม่รวมถึงเปลี่ยนที่นอนให้อ่อนนุ่มนอนหลับสบายมากขึ้น(หากใครเคยได้พักไอบิสก่อนหน้านั้น จะรู้ว่าที่นอนเขาแข็งมาก T.T ดีใจมากที่เขาเปลี่ยนที่นอนให้อ่อนนุ่มมากขึ้นเพราะเมื่อก่อนนอนแล้วแอบปวดหลัง)

เห็นคำว่า
Styles โผล่เพิ่มเข้ามา ชวนให้สงสัยล่ะว่า จะแตกต่างจากไอบิส(โลโก้หมอนสีแดง) ที่อื่นอย่างไร?? จะมาเล่าให้ฟังในรีวิวนี้ค่ะ ^^



.
.

ทริปนี้พาลูกหมีวัยซนขึ้นเครื่องบินไปเที่ยวกระบี่กันค่ะเป็นเด็กที่ชอบเครื่องบินมาก ปิดเทอมทั้งทีเลยพาไปบินให้สมใจ ... วิวนอกหน้าต่างฟ้าสีสวยมาก แต่หารู้ไม่ว่าอุณหภูมิ 38 องศาเซลเซียสรออยู่ที่ปลายทางตอนแรกว่าจะซื้อเดย์ทริปออกไปเที่ยวเกาะ แต่อากาศร้อนจัด จนยอมแพ้ค่ะ





ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.20 ชม. ติดต่อรับรถเช่าเสร็จก็ออกเดินทางกันต่อ (ถ้าไม่เช่ารถ เขามีบริการรถ
shuttlebus ไปส่งตามที่พักต่างๆบริเวณอ่าวนางในราคาคนละ 150.-บาทแต่เรามีลูกเล็กไปด้วย เลยขอสบายและสะดวกสักนิดนึง)

แวะทานมื้อกลางวันกันง่ายๆระหว่างทางผ่าน กับร้านดังของกระบี่“ร้านขนมจีนไก่ทอดโกจ้อย” ... ตอนแรกกะจะไปทานที่”สาขาตลาดเก่า” ตรงข้ามโรงเรียนเทศบาล
1 ปรากฏว่าหาไม่เจอค่ะ ร้านย้ายไปแล้ว T.Tวนไปมาสักพัก ตั้งหลักใหม่ ก็เผอิญเจอโดยบังเอิญ

ร้านย้ายมาอยู่ริมถนน ทางไปสนามบินกระบี่นี่แหละค่ะ ออกมาจากตัวเมืองนิดนึง ...สอบถามพนักงานที่ร้านเขาบอกว่าเป็นสาขาตลาดเก่า ย้ายมาเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน 2558 เพราะหน้าโรงเรียนเทศบาล
1 หาที่จอดรถยาก เขาเลยมาเช่าพื้นที่ด้านข้างบ้านหลงรักกระบี่ ...สาขานี้หยุดทุกวันอาทิตย์ เปิดตั้งแต่ 0730 – 1730 น.

Note : ร้านขนมจีนไก่ทอด โกจ้อย ตอนนี้มีทั้งหมด 4 สาขา คือ
- สาขาตลาดเก่า (ย้ายมาอยู่ด้านหน้าของบ้านหลงรักกระบี่)
- สาขาในเมือง
- สาขาสนามบินกระบี่
- สาขาเหนือคลอง



อิ่มแล้ว มุ่งหน้าสู่”อ่าวนาง”ที่พักของเราค่ะ ... มาตามทางป้ายบอกทางไปอ่าวนางเลยที่พักจะอยู่ก่อนถึงชายหาด อยู่ทางซ้ายมือตรงข้ามกับมัสยิดอ่าวนาง
.
.

Ibis Styles Krabi Ao Nang
https://www.facebook.com/ibisStylesKrabiAoNang



มาถึงที่พักตอนเที่ยง คนค่อนข้างเยอะเพราะเป็นช่วงเวลาเช็คเอาท์ ทำเรื่องเช็คอินเสร็จแต่แม่บ้านยังเคลียร์ห้องไม่เสร็จ เลยต้องรอประมาณครึ่งชั่วโมง

++ บริเวณ lobby ที่ต้องมาเก็บภาพตอนกลางคืน เพราะกลางวันคนเยอะตลอด ++


ที่นี่จะมี
welcome drink ตั้งไว้ให้บริเวณล็อบบี้เป็นแบบบริการตัวเอง ดีตรงที่ว่าไม่ใช่ครั้งเดียวแล้วจบ อยากทานตอนไหนก็ได้พร้อมกับมีขนมให้ทานเล็กๆน้อยๆ อย่างเช่น เผือกทอด กล้วยฉาบ ขนมปังไส้สับปะรด ฯลฯ ...พนักงานดูแลดี คอยเติมน้ำสมุนไพรเปลี่ยนไปเรื่อยๆ อย่างตอนมาถึงเป็นกระเจี๊ยบตอนเย็นเป็นน้ำฝรั่ง วันถัดมาเป็นน้ำมะตูม

น้องพนักงานบอกว่าไว้สำหรับแขกที่กลับมาจากไปทัวร์ทะเลแบบ
day trip ด้วยค่ะ แขกจะชอบมาก กลับมาที่พักท่ามกลางอากาศร้อนๆบางทีต่อแถวรอกันยาวเลย

++ เด็กหมี happy เลยค่ะนั่งรอแม่บ้านเคลียร์ห้อง กินเพลินเลย ไม่อั้น ++


บริเวณล็อบบี้ จะมี
Koh Bar บริการเครื่องดื่มต่างๆ ซึ่งหากเป็นสมาชิกถือบัตรAccor Plus เขาจะมีคูปองแลก welcome drink เพิ่มได้ สามารถแลกรับเครื่องดื่มได้ที่นี่ซึ่งรายการเครื่องดื่มมีให้เลือกตามสถานะของบัตร เช่น สถานะ Silver จะเลือกได้เฉพาะน้ำอัดลม, น้ำผลไม้, smoothies ... หากเป็นสถานะ Gold จะมีเมนูให้เลือกเพิ่มมากขึ้นและสถานะ Platinum สามารถเลือกได้หมดทุกเมนูรวมทั้งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อย่างค๊อกเทล เบียร์และไวน์

++
Mocktail : Krabi Blossom บริการพิเศษเพิ่มเติมสำหรับสมาชิกบัตรแอคคอร์++


ใกล้ๆกัน จะมีโต๊ะ
pool (มีค่าบริการแบบหยอดเหรียญ)



แต่ที่โดดเด่นคือ”เก้าอี้มาการองหลากสี” อยู่ติดกับ
internet corner ซึ่งให้บริการฟรีสำหรับแขกที่เข้าพัก รวมถึงมีจักรยานให้เช่า และยังมี shutterservice บริการฟรีไปส่งที่อ่าวนางทุกๆ 1 ชั่วโมงรวมถึงรับกลับมายังโรงแรม ที่นี่ห่างจากอ่าวนางประมาณ1.5 กิโลเมตร ใช้เวลานั่งรถแค่ 5 นาที

++ เก้าอี้มาการอง – เอกลักษณ์โดดเด่นของที่นี่ค่ะ ++


++ บริการให้เช่าจักรยาน หากใครไม่ต้องการรอรอบเวลา shuttle service ขี่จักรยานไปหาดก็ยังไหวค่ะ++


คำว่า “Styles” ง่ายๆตรงตัวเลยค่ะ ... คือ “มีสไตล์”
เพราะฉะนั้นแล้วการตกแต่งห้องพักที่นี่จึงมีดีไซน์และสไตล์แอบซ่อนไว้ตามมุมต่างๆเน้นถึงความสดใสและสนุกสนาน ไม่ให้รู้สึกว่าเรียบมากเกินไปนัก หากเทียบกับไอบิสหมอนสีแดง

ยกตัวอย่าง ...
- เก้าอี้มาการอง สีสันสดใส
- มุม
internet corner และผ้าม่านในห้องพักที่ซ่อนการตกแต่งของกิจกรรมปีนหน้าผาอันเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของ จ.กระบี่
- ลายประดับหัวเตียงนอน ที่เป็นรูปแผนที่จ.กระบี่

++ โปรดสังเกตรูปคนไต่หน้าผา เหนือเครื่องคอมพิวเตอร์ ++

ห้องพักที่นี่ มี 2 แบบ คือ
Standard Room และ FamilyRoom สามารถเพิ่ม extra bed โดยมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมแต่ถ้าเป็น baby cot สำหรับเด็กทารกบริการฟรีค่ะ

สำหรับการเข้าพักครั้งนี้ เราพักในห้องแบบ
”Family Room”ค่ะซึ่งปกติแล้วห้องพักแบบนี้จะให้บริการสำหรับผู้ใหญ่ 2 คนและเด็ก 2 คน มีความพิเศษตรงที่มีเตียงชั้นเพิ่มเข้ามาในห้องพักพร้อมบริการเครื่องเล่นเกมส์ XBOX ฟรีในห้องพัก(ติดต่อขอยื่มแผ่นเกมส์ได้จากทาง front office ค่ะ)





เข้ามาในห้องพัก เด็กหมีก็ร้องตื่นเต้นกับรูปฝูงปลาที่ตกแต่งอยู่บนผนังและไม่ทันไรก็ปีนขึ้น-ลงเตียงชั้นอย่างสนุกสนาน ตามประสาที่บ้านไม่มีเตียงชั้นให้ปีนเล่น




ห้องพักแบบนี้ ตกแต่งเอาใจเด็กน้อย มีตุ๊กตาวางไว้ให้บนเตียงด้วย น่ารักดีค่ะสรุปคืนนั้นแม่หมีแย่งลูกขึ้นไปนอนเตียงชั้นบน นอนกอดตุ๊กตา ขาแอบเลยนิดนึง เพราะเป็นเตียงไซส์เด็ก^^”

++ ลายผ้าม่าน ก็ยังเป็นรูปคนไต่หน้าผา ++


พื้นที่เหมือนไอบิสอื่นๆ ห้องอาจจะไม่ได้ใหญ่กว้างขวางมากแต่จัดสรรพื้นที่ได้สัดส่วน โดยส่วนตัวเราชอบไอเดียทีเก็บกระเป๋าใต้เตียงนอนค่ะทำให้เป็นระเบียบเรียบร้อยและมีพื้นที่ในห้องพักมากขึ้น กระเป๋าไม่เกะกะ



++ สามารถเก็บกระเป๋าใต้เตียง เพิ่มพื้นที่ในห้องพัก ++





++ ห้องน้ำขนาดกระทัดรัด แต่เพียงพอ ++


มุมโต๊ะเครื่องแป้งอยู่ติดกับตู้แขวนเสื้อผ้า ... ไม่ใช่สิ ต้องบอกว่าเป็นเหมือนกล่องมากกว่าจะเป็นตู้เสื้อผ้าเพราะไม่มีบานประตูเปิด-ปิด

ด้านในมีอุปกรณ์ตามมาตรฐานทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นตู้เซฟร่ม ไฟฉายฉุกเฉิน ... ส่วนตัวชอบที่มีผ้าเช็ดตัวเพิ่มเติมให้ (
pool towel) วางไว้ให้ในห้องพักเลยค่ะ สะดวกดีไม่ต้องคอยเซ็นต์ยืมจะหิ้วไปชายหาดก็ยังได้



ตู้เย็นไม่ได้มี
minibar อะไรมากมาย มีเพียงแค่น้ำเปล่าตามแบบฉบับ budget hotel ... สำหรับเราไม่เดือดร้อนค่ะเพราะปกติก็ไม่ค่อยได้ทานอะไรอย่างอื่นใน mini bar อยู่แล้ว

ส่วนบริเวณหัวเตียง มีชา-กาแฟและกาต้มน้ำร้อนให้ตามมาตรฐานทั่วไปเช่นกัน

แต่สำหรับที่นี่ จะไม่มีมุมโต๊ะเขียนหนังสือนะคะ มีเพียงโซฟาเล็กๆ (ไอบิสบางแห่งอย่าง
ibis Bangkok Riverside ห้องจะกว้างกว่าและมีมุมโต๊ะเขียนหนังสือให้)



ระเบียงเล็กๆพร้อมเก้าอี้ ไว้ชมวิวสระว่ายน้ำและภูเขาหินปูนอันเป็นเอกลักษณ์ของจ.กระบี่
... ฟิล์มกรองแสงที่ติดค่อนข้างทึบดีค่ะห้องเลยไม่ค่อยร้อน เพราะแสงเข้าทางฝั่งห้องที่เราพักเต็มๆตอนช่วงเย็น และถ้ามองจากระเบียงด้านนอกจะเห็นเป็นเงาสะท้อน ไม่สามารถมองเข้ามาภายในห้องพักได้

++ วิวจากระเบียงห้องพัก เห็นสระว่ายน้ำและภูเขาหินปูน ++


จุดเด่นอีกอย่างของไอบิสคือ เป็น
“Pet Friendly Hotel” ค่ะที่นี่ยินดีต้อนรับสัตว์เลี้ยง ซึ่งจำกัดน้ำหนักตัวและมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ...ต้องขออภัยที่ไม่มีข้อมูลตรงส่วนนี้มากนัก เพราะตัวที่ลูกหมีอุ้มไป พักฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายค่ะ ^^” (ก็นะแม่หมีไม่ยอมให้เขาเลี้ยงสุนัขค่ะ เขาเลยมีตุ๊กตาตัวนี้เป็นตัวโปรด คอยอุ้มไปด้วยทุกที่)



ปล่อยพ่อ-ลูกไปว่ายน้ำเล่นกัน (ลูกหมีได้เพื่อนใหม่จากหลายชาติเลยค่ะสำหรับการมาพักที่นี่) ส่วนตัวเองก็ไปชมห้องพักแบบ
Standard เก็บภาพมานิดหน่อย

สำหรับห้องพักแบบ
Standard แล้ว การตกแต่งเหมือนกันกับ FamilyRoom ทุกอย่างค่ะ ต่างกันเพียงแค่ไม่มีเตียงชั้น ...เตียงนอนมีให้เลือกได้ทั้งแบบ double bed (เตียงเดี่ยว) และ twinbeds (เตี่ยงคู่) สามารถ request ขอห้องพักแบบ connectingroom ได้ตามต้องการค่ะ

++ โปรดสังเกตภาพที่หัวเตียง เป็นรูปแผนที่จ.กระบี่ ++



++ ห้องพักแบบ twin beds ++


++ วิวจากระเบียง ++


วกกลับมาในบริเวณของ
lobby ... ที่นี่ ยังมี facilitiesอื่นๆอีกค่ะ อาทิเช่น
- บริการห้องประชุมและห้องสัมมนา แต่ไม่มีโอกาสได้เก็บภาพมาฝาก ไม่ได้ใช้บริการในส่วนนี้ค่ะ
- บริการเคาน์เตอร์ทัวร์ มีโปรแกรมให้เลือกหลากหลายที่เป็นที่นิยมก็จะเป็นทัวร์ 4 เกาะและเกาะห้องค่ะ
-
Koh Bar (ให้รายละเอียดไปแล้วในตอนต้น)

Plum Siam Massage & Spa
บริเวณศาลาริมสระว่ายน้ำ เท่าที่สอบถามมาเขาบอกว่าเป็นร้านข้างนอกมาเช่าพื้นที่ ไม่ใช่ของโรงแรมโดยตรง แต่ราคาโอเคเลยไม่แรงมากยกตัวอย่างเช่น นวดเท้าหรือสครับเท้า
300 บาทต่อ 1 ชั่วโมง

เรากลับมาจากพักที่นี่ไม่ถึง 2 อาทิตย์ เขามีโปรโมชั่นพัก 2 คืนแล้วแถมแพ็คเกจนวดไทย1 ชม.ด้วย ... เสียใจจัง
T.T พลาดโปรโมชั่นดีๆ

++ บริเวณนวดในศาลาริมสระว่ายน้ำ ++


ห้องอาหาร
The Cliff Cafe & Restaurant
ห้องอาหารอยู่ใกล้สระว่ายน้ำ มีทั้งส่วน
outdoor ตกแต่งสีสันสดใส
และในส่วนของห้องแอร์

++ บริเวณด้านนอกแบบ open air ++



++ บริเวณด้านในแบบห้องแอร์ ++




บริการอาหารเช้าตั้งแต่
6 โมงเช้าถึง 11 โมง ... อาหารเช้าตามมาตรฐานทั่วไป แต่เท่าที่สังเกตและสอบถามจากเชฟ เมนูที่ทำจากเนื้อหมูจะมีหลักๆคือพวกแฮมและเบคอนค่ะ จะมีป้ายรูปหมูกำกับชัดเจน แต่ถ้าอาหารอื่นๆเช่นข้าวผัดข้าวต้ม หรือก๋วยเตี๋ยวผัด จะไม่ใช้หมูเป็นส่วนประกอบค่ะ จะเป็นไก่

อาหารที่นี่ส่วนหนึ่งเป็นฮาลาลค่ะ เข้าใจว่า เพราะที่พักอยู่ตรงข้ามกับมัสยิดอ่าวนางและมีแขกชาวมุสลิมมาพักค่อนข้างเยอะพอสมควร









บริการอาหารเที่ยงแบบ
a la carte รวมถึงมี afternoontea set ให้บริการ ... ส่วนมื้อเย็นจะมีอาหารบุฟเฟ่ต์บางวัน เช่นวันอังคารเป็น BarBQ Buffet, วันพฤหัสเป็นอาหารไทย, และคืนวันเสาร์เป็น ItalianNight

สระว่ายน้ำ
จะมี 2 สระด้วยกัน คือ สระเด็กและสระผู้ใหญ่ ... ส่วนตัวแล้วชอบที่เขามีอุปกรณ์เครื่องเล่น อย่างห่วงยางและที่ฉีดน้ำไว้ให้เด็กๆเลือกเล่นได้ตามอัธยาศัย










++ เครื่องบินส่วนตัว เอาใส่กระเป๋าไปเองนะฮับ แต่พนักงานที่นี่น่ารักมาก ช่วยเป่าลมให้ ++


นอกจากนี้ยังมีมุมสนามเด็กเล่นเล็กๆ พร้อมไม้ลื่นและชิงช้า



ใกล้ๆกัน เดินขึ้นบันไดไปยังชั้น 2 จะมีส่วนของ
Sun Deck บริการเก้าอี้ชายหาดไว้ให้นอนอาบแดดกัน (ซึ่งแน่นนอนว่า เราไม่ได้ใช้ แค่นี้ก็ร้อนจะแย่แล้ว T^T)


.
.

สำหรับการเข้าพัก 3 วัน 2 คืนครั้งนี้ ...วันแรกเราใช้เวลาพักผ่อนอยู่ในที่พักเต็มที่ เด็กขอกระโดดน้ำเล่น สนุกได้ทั้งวันแถมแรงดีมาก ปิดเทอมแล้วพลังงานเหลือเฟือ ตื่นตี 3 มาขึ้นเครื่อง(ตื่นเองก่อนปลุกด้วยค่ะ ตื่นเต้นจัดจะได้ไปเที่ยว) กลางวันไม่นอนเล่นน้ำทั้งวันจน 5 ทุ่มกว่าก็ยังไม่นอนค่ะ แม่หมียอมแพ้เลยค่ะ งานนี้
T.T

วันที่ 2 ขอออกไปตะลอนชมโลกภายนอกบ้าง อุตส่าห์เช่ารถไว้แล้วนี่นา เลยไป”ท่าปอมคลองสองน้ำ”1 ใน Unseen Krabi หลังจากเคยไปครั้งแรกเมื่อปี 2546ซึ่งนานมากแล้ว (ไม่ได้กลับไปตั้ง 12 ปี) ... ใช้เวลาขับรถไปประมาณ 30 นาทีแต่ถ้าหากไม่มีรถ สามารถซื้อทัวร์แบบเดย์ทริปได้ค่ะเขาจะพ่วงกับโปรแกรมพายเรือคายักที่ท่าเลน แล้วปิดท้ายที่ท่าปอมคลองสองน้ำ
.
.


ท่าปอมคลองสองน้ำ
ค่าเข้าสำหรับผู้ใหญ่คนละ 20 บาท / เด็กคนละ 10บาท

ที่เรียกว่า”คลองสองน้ำ” เพราะว่าเป็นบริเวณรอยต่อของน้ำจืดกับน้ำเค็ม เมื่อน้ำทะเลหนุนสูงน้ำในคลองที่จืดสนิทจะกลายเป็นน้ำกร่อย ... พอน้ำลง น้ำจืดจากป่าต้นน้ำก็จะดันน้ำทะเลออกหมด ทำให้พื้นที่ธารน้ำท่าปอมเป็นป่าพรุที่มีลักษณะพิเศษคือมีน้ำเค็มและน้ำจืดไหลมาบรรจบกัน



น้ำที่นี่สีสวยใส โดยบางช่วงใต้ผืนน้ำแต่งแต้มด้วยสีเขียวสดจากพืชใต้น้ำที่มองเห็นได้อย่างชัดเจน เห็นฝูงปลาแหวกว่าย สามารถเดินชมความงามได้ในเส้นทางศึกษาธรรมชาติเป็นวงรอบในระยะทาง
700 เมตร ซึ่งนอกจากคลองสองน้ำแล้วยังมีป่าธรรมชาติให้เลือกชมในเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติด้วยค่ะ



เรามาที่นี่ครั้งแรกเมื่อปี 2546
เพิ่งจะได้กลับมาอีกครั้ง สิ่งที่เปลี่ยนไปคือตอนนี้ไม่ให้ลงเล่นน้ำมิฉะนั้นจะถูกปรับ 500 บาท ได้ยินว่ามีคนลงไปเล่นน้ำและเอาสบู่กับแชมพูลงไปใช้ ก็เลยห้ามลงเล่น
.
.
++ วิวสวยๆระหว่างการเดินทาง ++


ช่วงบ่ายเรากลับมายังอ่าวนาง แต่เลยไปทางสุสานหอยล้านปีตามคำบอกเล่าของพนักงานของไอบิส สไตล์ท่านหนึ่ง ขออนุญาตเอ่ยชื่อถึงเขาชื่อว่า”คุณแมว”ค่ะ ...คุณแมวเป็นพนักงานที่ดูแลครอบครัวของเราดีมากๆตั้งแต่ตอนที่ไปถึง จนถึงเดินมาส่งขึ้นรถวันกลับ

ทุกครั้งที่เดินผ่านหรือเผอิญเจอกันบริเวณล๊อบบี้คุณแมวจะคอยทักทายและชวนลูกหมีคุยเล่นตลอด พอรู้ว่าเราจะออกไปข้างนอกกันคุณแมวก็แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งไม่ไกลจากที่พักให้ค่ะด้วยเหตุผลว่าเด็กๆน่าจะชอบที่นี่ ... ต้องขอบคุณคุณแมวด้วยค่ะเพราะไม่เคยรู้จักที่นี่มาก่อน และแน่นอนค่ะว่าถูกใจลูกหมีเขาล่ะ
.
.

ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งกระบี่
ใช้เส้นทางเดียวกันกับสุสานหอยล้านปี ขับผ่านท่าเรืออ่าวน้ำเมา ให้สังเกตทางขวามือจะเห็นรูปปั้นปลานีโม่และม้าน้ำอยู่ด้านหน้า ... ที่นี่เข้าชมฟรีค่ะ เป็นศูนย์เพาะเลี้ยงเพื่อจำหน่ายพันธุ์ปลาต่างๆ มีหลายบ่อ ทั้งแบบบ่อเปิด
-บ่อปิด เลี้ยงในกระชัง เลี้ยงในตู้กระจก ฯลฯ



สำหรับบ่อกลางแจ้ง จะเป็นทางเดินรอบบ่อ พร้อมมีหลังคาบังแดดให้ มาตอนบ่ายๆช่วงฤดูร้อนก็ยังไหวค่ะ







มาที่นี่ครั้งแรก เพิ่งรู้ว่าปลาการ์ตูนหรือนีโม่มีหลากหลายสีสันและลวดลายมากกว่าที่คิดไว้ มีทั้งลายขาวดำลายจุดเหมือนม้าลาย รวมถึงเพิ่งเคยเห็นปลาการ์ตูนท้องโตครั้งแรก พุงพุ้ยน่ารัก
…นอกจากนี้ยังมีปลาดาว ปลาไหลมอเร่ย์ ปักเป้า ปลาเทวดา ปลาหูช้าง ฯลฯแต่หาม้าน้ำไม่เจอ

เด็กๆมาทัศนศึกษาที่นี่กันเยอะค่ะ และแน่นอนว่าลูกหมีชอบมากตะโกนส่งเสียงเรียกให้เดินไปดูทางนั้นทางนี้ ไม่ยอมหยุดเลยค่ะ


.
.

ร้านอาหารบ้านโกเล็ก
มื้อกลางวันไม่ไกลจากสถานที่ดูปลาค่ะ ขับรถต่อไปอีกนิดนึง จะมีทางแยกซ้ายจากถนนใหญ่เข้าไปลึกหน่อย ช่วง
300 เมตรสุดท้ายเป็นทางลูกรังแต่ด้านในร้านบรรยากาศดีค่ะ ติดริมน้ำและป่าโกงกาง

นอกจากร้านอาหารก็ยังมีบริการ
homemade bakery แบบห้องแอร์ ... ราคาอาหารไม่แพง เปิดเพลงเพราะ ชื่อร้านอาจจะดูโบราณหน่อยแต่บรรยากาศกับเพลงค่อนข้างเป็นวัยรุ่นสมัยใหม่





ลองสั่งเมนูชื่ออัยย๊ะ ลาก๊ะ ราคา 230.- บาทเป็นรวมทะเลนึ่ง มีหอยแครง หอยตลับ กุ้ง ปลาหมึก เนื้อปลา ฯลฯ โรยมาด้วยหอมทอดกรอบแยกน้ำจิ้มซีฟู้ด



หมูฮ้องราคา
150.-บาท และอีกจานของคุณลูกหมีเป็นกุ้งชุบแป้งทอดราคา150.-บาท พนักงานดูแลดี ... เสียดายว่าอิ่มมากเลยไม่ได้ลองชิมเบเกอรี่เขาต่อแต่นับเป็นอีกร้านที่ถูกใจสำหรับทริปเที่ยวกระบี่ครั้งนี้ค่ะ





.
.

บ่ายแก่ กลับมาที่โรงแรมอีกครั้ง ให้ลูกหมีเล่นน้ำคลายร้อนก่อนที่ช่วงเย็นจะนั่งรถ
shuttle van ของโรงแรมออกไปเดินเล่นที่ริมหาดอ่าวนางกันค่ะ

ช่วงเย็นคนเยอะ ที่นั่งในรถเต็มแต่ทางที่พักก็อำนวยความสะดวกโดยการเพิ่มรอบรถในช่วงเวลานั้นๆให้ค่ะ ไม่ได้จำกัดว่าวิ่งแค่รอบเดียว ...นั่งรถไปไม่เกิน 5 นาทีก็ถึงชายหาดแล้ว พร้อมบริการรับกลับโรงแรมตามรอบเวลาถึงแม้ที่พักอาจจะไม่ได้อยู่ติดทะเลแต่ก็อำนวยความสะดวกให้ดีมากค่ะ


++ รอบเวลารถ ไปอ่าวนาง ++


เดินเล่นยามเย็นบนหาดทรายด้วยกัน... ชมวิวพระอาทิตย์ตกดิน





ช่วงหัวค่ำบริเวณหน้าโรงแรม
ibis Styles Krabi Ao Nang จะมีตลาดนัดขายของเล็กๆให้เดินเล่นเพลินๆค่ะ หรือจะเดินหาขนมอร่อยๆทานบริเวณหน้ามัสยิดอ่าวนางฝั่งตรงข้ามโรงแรมก็มีค่ะ ... ของทานเล่นหลากหลายโดยเฉพาะอาหารฮาลาลบริเวณนี้มีเยอะมาก และที่ห้ามพลาดคือ โรตีค่ะมีให้เลือกเยอะแยะเลย (ลูกหมีไม่เคยทานโรตีมาก่อน ยอมเปิดใจลองชิมเพราะทริปนี้เลย)





สุดท้ายนี้ ขอถือโอกาสขอบคุณเพจพักสบาย และ
ibis Erawan Hotels – Thailand ที่ให้โอกาสครอบครัวหมีได้กลับไปพักผ่อนที่ไอบิสอีกครั้งค่ะ

ด้านล่างนี้ คือข้อความเก่าๆที่เคยโพสไว้ใน
facebook ส่วนตัวเมื่อปี 2013
เพราะลูกหมีคนนี้ มีโอกาสได้ไปพักที่ไอบิสบ่อยๆ และผูกพันกับไอบิสมาตั้งแต่เริ่มจำความได้

เสียงหัวเราะและรอยยิ้มของลูกชายตัวน้อยวัย
2 ขวบกว่า ...
* ภาพที่เขาเดินลากกระเป๋าเดินทางด้วยตัวเองเพื่อไปเช็คอิน ที่ ibis Pattaya
* ภาพที่เขากล้าที่จะกระโดดลงสระน้ำครั้งแรกที่ibis Hua Hin
* พิซซ่าชิ้นแรกในชีวิตของเขา จากห้องอาหารTaste ที่ ibis Phuket Kata และเขาชอบมากถึงขนาดออกมาแล้วเดินกลับไปที่ห้องอาหารอีกรอบ
* ภาพที่เขาเกาะกระจกหน้าต่างห้องพักแล้วมองหาเรือกับรถไฟอย่างไม่รู้เบื่อ ที่ ibis Bangkok Riverside
* ภาพที่เขาได้เจอเพื่อนใหม่จากอีกซีกโลกและเล่นสนุกด้วยกันที่ ibis Phuket Patong
* ภาพที่เขาสนุกสนานมุดเข้ามุดออกอยู่ใน baby cot ที่ ibis BangkokRiverside
ฯลฯ

ทุกเรื่องราว คือความสุขของแม่คนนี้ที่ได้เห็นลูกน้อยสนุกสนานและเต็มไปด้วยรอยยิ้ม … เป็นความตื้นตัน-ประทับใจเมื่อเราได้หวนกลับไปในที่ที่คุ้นเคยและเขาเปล่งเสียงเรียกชื่อ"ไอบิส"โดยที่เราไม่ได้บอก ...เขาจำได้และรู้มากกว่าที่เราคิด




ขอบคุณที่มอบรอยยิ้มในช่วงปิดเทอมให้เด็กน้อยคนนี้อีกครั้งนะคะ
ปัจจุบันอายุ 5 ขวบแล้วฮับ
...
จะผ่านไปกี่ปีก็"รักไอบิส"เหมือนเดิม แต่เพิ่มเติมคือ"ibis Styles"

^^











Create Date : 14 เมษายน 2559
Last Update : 14 เมษายน 2559 0:26:11 น.
Counter : 1948 Pageviews.

4 comments
  
thx u crab
โดย: Kavanich96 วันที่: 14 เมษายน 2559 เวลา:3:42:41 น.
  
สุขสันต์วันสงกรานต์ค่ะ...

มีความสุขมากๆนะคะ..
โดย: อ้อมแอ้ม (คนผ่านทางมาเจอ ) วันที่: 14 เมษายน 2559 เวลา:6:33:32 น.
  
เพิ่งไปพักไอบิสสไตล์เชียงใหม่มาเหมือนกันครับ ประทับใจเลย ราคาโอเคแค่พันต้นๆ
โดย: ไอฟายน้อย (Ces ) วันที่: 14 เมษายน 2559 เวลา:10:33:43 น.
  
Ibis style ที่เชียงใหม่ก็กว้างขวาง แบบนี้เลยครับ
โดย: ทนายอ้วน วันที่: 19 เมษายน 2559 เวลา:6:40:54 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

I-am-Nina
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



เรื่องราวของคนเดินทาง ที่ชอบสะพายกล้อง ท่องเที่ยว ไปทั่ว ... กับคนรู้ใจ

** สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539 ห้ามผู้ใดละเมิด ไม่ว่าการลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของภาพและ/หรือข้อความใน blog แห่งนี้ไปใช้ ทั้งโดยเผยแพร่และเพื่อการอ้างอิง โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร จะถูกดำเนินคดี ตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด **