มกราคม 2555

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
ระบบการศึกษาของประเทศเยอรมนี
ระบบการศึกษาของประเทศเยอรมนี


การศึกษาภาคบังคับของเยอรมนี เริ่มเมื่อเด็กมีอายุ 6 ปีเป็นต้นไป และสิ้นสุด
ที่อายุ 16 ปี คือเด็กที่มีอายุระหว่าง 6 ปี ถึง 16 ปี
กฎหมายบังคับให้เข้าโรงเรียน หากไม่เข้าเรียน
ก็อาจจะมีการเอาโทษกับผู้ปกครองได้
การศึกษาและโรงเรียน ในเยอรมนีอาจแตกต่างกันบ้างในแต่ละรัฐ
แต่โดยทั่วไปอาจแบ่งได้ดังนี้


1. การศึกษาในวัยก่อนเข้าโรงเรียน


คือในโรงเรียนอนุบาล ที่เรียกว่า คินแดร์การ์เท็น (Kindergarten) จะรับเด็กอายุตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไปจนถึง 6 ปี การเรียนในระดับนี้ไม่ใช่ภาคบังคับ
จะให้เด็กเข้าเรียนก็ได้ไม่ให้เข้าเรียนก็ไม่เป็นไร ที่นี่เด็กจะได้รับการกระตุ้นพัฒนาการทั้งทางร่างกายและทางสมอง
โดยจะเรียนรู้สิ่งต่างๆ จากการเล่นกับเด็กในวัยเดียวกัน เป็นการฝึกฝนการใช้ชีวิตในสังคม
การใช้สมาธิตามเหตุการณ์และสภาพแวดล้อมของแต่ละวัน เป็นการปรับตัวและเตรียมความพร้อมของเด็กเพื่อการเข้าเรียนในโรงเรียนประถมต่อไป


2. การศึกษาระดับประถม


เป็นการเริ่มต้นการศึกษาภาคบังคับ เด็กที่อายุครบ 6 ปี
จะต้องเข้าเรียนในชั้นประถม
ในเยอรมนีเด็กจะต้องเข้าโรงเรียนในเขตที่ตัวเองพำนักอยู่
โรงเรียนประถมเรียกว่า กรุนชูเล (Grundschule)
การศึกษาชั้นประถมจะมี 4 ชั้น คือ ชั้นที่ 1 ถึงชั้นที่ 4
แต่ในบางรัฐอาจจะรวมเอาชั้นที่ 5 และ 6
อยู่ในระดับประถมด้วยในโรงเรียนประถมจะเน้นการปูพื้นฐานการเรียนเป็นหลัก
เด็กจะได้รับการฝึกการเขียนและอ่านภาษาเยอรมัน คณิตศาสตร์
ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นอกจากนั้นอาจจะมีวิชาเสริม
เช่น ดนตรี หัตถศึกษา ศาสนา กีฬา เป็นต้น


3.การศึกษาระดับมัธยม


โรงเรียนในระดับมัธยมของเยอรมนีจะมีอยู่
4 รูปแบบด้วยกัน คือ


      3.1เฮาพ์ชูเล (Hauptschule) เป็นโรงเรียนมัธยมที่สอนเน้นความรู้ทั่วไป เช่น ภาษาเยอรมัน
คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศึกษา ภาษาต่างประเทศมีตั้งแต่ชั้นที่ 5 ถึง 9
เมื่อจบชั้นปีที่ 9 จะได้รับประกาศนียบัตรมัธยมตอนต้น เฮาพ์ชูลอับชลุส (Hauptschulabschluss)
สามารถเข้าเรียนต่อด้านอาชีพประเภทช่างหรืออาจจะเรียนต่อชั้นที่
10 ต่อไปก็ได้ เพราะการเรียนสายอาชีพบางสาขาจะต้องจบชั้นที่ 10


       3.2เรอาลชูเล (Realschule) เป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นเช่นกัน แต่จะมีตั้งแต่ชั้นที่
5 ถึงชั้นที่ 10 วิชาที่เรียนจะมากกว่าโรงเรียนมัธยมแบบเฮาพ์ชูเล เมื่อจบชั้นที่
10 จะได้ประกาศนียบัตรที่เรียกว่า มิทท์เลเรไรเฟ (Mittlere Reife) และสามารถเรียนต่อสายอาชีพทุกสาขาได้ทันที


        3.3กึมนาซิอุม (Gymnasium ) เป็นโรงเรียนมัธยม จะมีทั้งระดับมัธยมศึกษาตอนต้น
เซคุนดาร์ ชทูเฟ อายส์ (Sekundar Stufe I) และระดับเตรียมอุดมศึกษาที่เรียกว่า
เซคุนดาร์ ชทูเฟ ซวาย (Sekundar Stufe II) หรือโอแบร์ชทูเฟ (Oberstufe) ระดับมัธยมตอนต้นเรียนตั้งแต่ชั้นที่
5 ถึง ชั้นที่ 10 ในระดับมัธยมตอนปลายเริ่มจากชั้นที่ 11 ถึง 13 การเรียนจะเน้นทางด้านวิชาการมากกว่า
ดังนั้นเด็กที่จะเรียนกึมนาซิอุมควรเป็นเด็กที่เรียนดีพอสมควร เมื่อสำเร็จการศึกษา
ก็จะได้ประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนปลายที่เรียกว่า อบิทัวร์ (Abitur) และสามารถเข้าเรียนต่อในขั้นอุดมศึกษาได้


         3.4เกซัมท์ชูเล (
Gesamtschule) เป็นโรงเรียนมัธยมประสม
คือนำเอารูปแบบโรงเรียนมัธยมทั้งสามแบบที่กล่าวไปแล้วมารวมอยู่ด้วยกัน

จะเปิดสอนตั้งแต่ชั้นที่
5 ถึง ชั้นที่ 13
เด็กที่เข้าเรียนที่นี่สามารถที่จะเลือกเรียนชั้นมัธยมรูปแบบหนึ่งในสามแบบจากที่นี่
เมื่อเรียนไปแล้ว

เห็นว่าไม่เหมาะกับความสามารถของตน
ก็อาจที่จะย้ายไปเรียนอีกรูปแบบหนึ่งที่เหมาะกับตัวได้


4.การเรียนสายอาชีพ

เรียกว่า
เบรุฟเอาส์บิลดุง (Berufsausbildung) การเรียนสายอาชีพนี้
ผู้ที่จะเข้าเรียนได้ต้องมีความรู้จบประกาศนียบัตรมัธยมตอนต้น
(Hauptschulabschluss)
ซึ่งแล้วแต่สาขาอาชีพที่ต้องการจะเรียน
การเรียนแบบนี้เป็นการเรียนควบคือเรียนในโรงเรียนอาชีวะ ที่เรียกว่า
เบรูฟชูเล (Berufschule)
ซึ่งจะสอนวิชาการและวิชาเฉพาะที่เกี่ยวกับอาชีพนั้นๆ
และเรียนภาคปฏิบัติ คือ ฝึกงานในบริษัท ห้างร้าน
โรงงานที่รับเป็นผู้ฝึกอบรม
การเรียนในสายนี้ผู้เรียนจะได้รับเงินเดือนจากบริษัทหรือห้างร้านที่ไปฝึก
งาน
การเรียนสายอาชีพนี้จะใช้เวลานานระหว่าง 2 ถึง 3 ปีครึ่ง


5.การเรียนระดับอุดมศึกษา

ผู้ที่จบ Abitur สามารถที่จะเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยได้โดยไม่มีการสอบคัดเลือก
นอกจากบางสาขาวิชาที่มีคนต้องการเรียนมาก เช่น
แพทยศาสตร์ผู้ที่ต้องการศึกษาต่อสามารถที่จะเลือกสมัครสาขาวิชาที่ต้องการเรียนได้
ปัจจุบันการศึกษาในบางรัฐต้องจ่ายค่าเล่าเรียนเทอมละ 500 ยูโร





แผนผังการศึกษาในโรงเรียนต่างๆในประเทศเยอรมนี












จะเห็นได้ว่าระบบการศึกษาที่ประเทศเยอรมันนั้นแตกต่างกับประเทศไทยมาก
ดังนั้นในการที่เราจบการศึกษาจากประเทศไทยมาจึงจำเป็นต้องนำวุฒิบัตรมาเทียบวุฒิที่นี่ก่อนด้วย
ว่าวุฒิบัตรเราที่ได้มาเทียบได้กับระดับการศึกษาใดในประเทศเยอรมนี
จึงจะสามารถนำวุฒิบัตรไปใช้ในการเขียนใบสมัครงาน หางานต่อไปได้


Credit: //www.ladyinter.com/forum_posts.asp?TID=21249&PN=1






Create Date : 12 มกราคม 2555
Last Update : 4 กุมภาพันธ์ 2555 20:18:24 น.
Counter : 11269 Pageviews.

6 comments
  
สวัสดีค่ะ..

ขอบคุณที่แวะไปทักทาย...มาเก็บความรู้เกี่ยวกับเยอรมนีด้วยค่ะ..ภาคบังคับแค่ 16 ปีถือว่าน้อยนะคะ ที่นี่ 18 แหน่ะ

ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ
โดย: somjaidean100 วันที่: 12 มกราคม 2555 เวลา:22:12:22 น.
  
มันเป็นระบบที่วุ่นวายมากเลยค่ะ ยังไม่เข้าใจจนบัดนี้ 555 แต่นะคงต้องรีบทำความเข้าใจละ เพราะลูกจะเข้าป 1 ละ ไม่ไหวๆ
โดย: gadeja วันที่: 13 มกราคม 2555 เวลา:18:20:38 น.
  
ขอบคุณที่แวะไปดูที่บล้อกนะคะ Dampfnudel มันมีแบบสำเร็จวางขายในช่องอาหารสดแช่เย็นของ Edeka ด้วยนะคะ แต่ไม่แน่ใจว่าจะมีเฉพาะแถบ Reihnland Pfalz หรือเปล่านะคะ ลองหาดูนะคะถ้าอยากลองทานแต่ขี่เกียจทำเอง รสชาติดีใช้ได้ค่ะ

โดย: นุท (chay_tbh ) วันที่: 30 มกราคม 2555 เวลา:4:27:22 น.
  

สวัสดีค่ะ แวะมาทักทายจ้า เห็นบ่นว่ายังไม่ได้ไปไหน แต่จริงๆเยอรมันมีเมืองน่าเที่ยวเยอะมากเลยค่ะ ยังไปไม่ครบเลยเหมือนกัน ยังไงก็มีความสุขนะคะ เดี๋ยวได้ไปโรงเรียนแล้วก็ไม่เหงาแน่ๆ
โดย: Goedmorgen52 วันที่: 1 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:16:56:21 น.
  
สวัสดีค่ะ เป็นบทความมีประโยชน์มากเลยค่ะ ระบบการศึกษาเยอรมัน จบม.ปลาย ใช้เวลา 13 ปี ทำให้เด็กไทยที่จะเรียนที่นั้นมีปัญหา เพราะจบม. ปลายบ้านเราแค่ 12 ปี ทำให้ย้ายไปเรียน ป. ตรีที่่เยอรมันค่อนข้างลำบาก (อันนี้จำที่เพื่อนเล่ามาอีกที)

แต่ที่เจอกับตัว คือ คนรู้จักเป็น เด็ก ม. ปลาย ชาวเยอรมัน ที่เรียน Gymnasium จบ 13 ปี แต่สอบ Abitur ไม่ผ่าน จะมาเรียนต่อประเทศอื่น โดยใช้วุฒิว่าจบการศึกษา 13 ปี (แต่ไม่ได้วุฒิจบม. ปลาย และไม่มีสิทธิ์ เรียนต่อมหาวิทยลัยในเยอรมัน) ทำให้รู้สึกว่าการจบม. ปลายที่เยอรมันนี่ยากมากพอสมควรเลยนะเนี่ย เธอสามารถจบ ป.ตรีที่ไหนก็ได้ ยกเว้นที่ประเทศตัวเอง

ส่วนตัวเคยไปเยอรมันแค่ครั้งเดียว ไปคนเดียว (แต่ไปนัดเจอเพื่อนไว้ที่เบอร์ลิน) ชอบประเทศนี้มากเลย ถ้ามีโอกาสจะไปอีกค่ะ
โดย: ปลาทองในกองหนังสือ วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:18:05:24 น.
  
ขอบคุณค่ะที่ไปให้กำลังใจในบล๊อคแพท แวะมาทักทายค่ะ ตามเข้ามาอ่านมีประโยช์มากๆค่ะ
โดย: Ploytaphat วันที่: 25 กรกฎาคม 2555 เวลา:23:09:05 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

adia
Location :
Bkk  Germany

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



http://facebook.com/glossyart