กรกฏาคม 2556

 
1
2
3
5
7
8
11
12
13
15
16
17
19
21
22
23
24
25
26
28
29
30
31
 
 
All Blog
เฟลิกซ์ เบาม์การ์ตเนอร์' ทุบสถิติโดดร่มชูชีพสูงที่สุดในโลก

ภาพจากกล้องบนแคปซูลจับภาพขณะบามการ์ทเนอร์กระโดดจากแคปซูลในภารกิจดิ่งพสุธาที่ความสูงกว่า 39 กิโลเมตร (เรดบูลสตราโทส/สเปซด็อทคอม)

หลังจากที่ต้องเลื่อนมาหลายครั้ง ในที่สุด “ฟิลิกซ์ บามการ์ทเนอร์” ชาวออสเตียวัย 43 ปีก็ “ดิ่งพสุธา” จากขอบอวกาศสำเร็จ ทำลายสถิติ “โจ กิตติงเจอร์” ที่เคยทำไว้เมื่อกว่า 50 ปีก่อน และยังเป็นมนุษย์คนแรกที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วมากกว่าเสียงโดยไม่ต้องอาศัยยานพาหนะ

ฟีลิกซ์ บามการ์ทเนอร์ (Felix Baumgartner) อดีตทหารชาวออสเตรียวัย 43 ปี “ดิ่งพสุธา” จากชั้นบรรยากาศสตราโทสเฟียร์ (Stratosphere) ที่ความสูงกว่า 39 กิโลเมตรได้สำเร็จ และเป็นการทำสถิติดิ่งพสุธาที่ระดับสูงที่สุด ทำลายสถิติที่ โจ กิตติงเจอร์ (Joe Kittinger) ทหารอากาศสหรัฐฯ เคยทำไว้ในปี 1960 ที่ระดับความสูง 31.3 กิโลเมตร



บอลลูนบรรจุฮีเลียม 850,000 ลูกบาศก์เมตรที่มีความสูงเท่าตึก 55 ชั้น ในภารกิจ “เรดบูลสตราโทส” (Red Bull Stratos) ได้นำบามการ์ทเนอร์ขึ้นจากฐานปฏิบัติการในรอสเวลล์ที่อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของนิวเม็กซิโก เมื่อเวลา 22.30 น. ของวันที่ 14 ต.ค.2012 ตามเวลาประเทศไทย และถึงระดับความสูงที่ต้องการเมื่อเวลา 01.00 น.ของวันที่ 15 ต.ค.ตามเวลาประเทศไทย

เมื่อถึงความสูงที่ตั้งเป้าไว้บามการ์ทเนอร์ได้ดิ่งพสุธาและร่อนลงสู่พื้นทะเลทรายอย่างปลอดภัยด้วยร่มชูชีพโดยใช้เวลาทั้งหมด (ไม่นับช่วงเวลาที่บอลลูนลอยขึ้นไป) ประมาณ 20 นาที และตามรายงานของสเปซด็อทคอมซึ่งอ้างคำพูดของเจ้าหน้าที่จากเรดบูล ระบุว่าจากผลอย่างไม่เป็นทางการ บามการ์ทเนอร์ใช้เวลา “ตกอิสระ” (freefall) ประมาณ 4 นาที 22 วินาที

แม้ว่าระยะเวลาตกอิสระของบามการ์ทเนอร์จะสั้นกว่าสถิติตกอิสระที่นานที่สุดเล็กน้อย แต่ก็ทำให้เขามีความเร็วถึง 1,120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งสอดคล้องกับความเร็วระดับซูเปอร์โซนิกหรือเร็วกว่าเสียงตามที่ตั้งเป้าไว้ และทำให้เขากลายเป็นมนุษย์คนแรกที่ทำความเร็วเหนือเสียงโดยไม่อาศัยยานพาหนะช่วย


คลิกชมวีดีโอ


คลิประหว่างฟีลิกซ์ บามการ์ทเนอร์ "ตกอิสระ" และทำสถิติพุ่งด้วยความเร็วกว่าเสียง

บามการ์ทเนอร์เผยว่าระหว่างตกอิสระนั้นเกราะด้านหน้าของหมวกนิรภัยของเขามีหมอกเกาะเต็มไปหมดในช่วงพุ่งตัวลงมาอย่างเร็ว และหลังพุ่งมาได้ไม่กี่นาทีร่มชูชีพก็กางออก ท่ามกลางเสียงปรบมือที่แทรกขึ้นมาจากศูนย์ควบคุมปฏิบัติการของเรดบูลสตราโทส

เดิมทีกำหนดดิ่งพสุธาครั้งนี้คือวันที่ 8 ต.ค.แต่ต้องเลื่อนออกมาหลายครั้ง เนื่องจากความเร็วของกระแสลมไม่ปลอดภัยต่อการปล่อยบอลลูน แต่ความสำเร็จที่เกิดขึ้นในวันที่ 14 ต.ค.ตามเวลาท้องถิ่นนี้ก็ตรงกับวันสำคัญในอดีต เพราะเป็นวันครบรอบ 65 ปี ของการขับเคลื่อนบินที่เร็วกว่าเสียงเป็นครั้งแรก โดยนักบินอเมริกันคือ ชัค ยีเกอร์ (Chuck Yeager) ซึ่งเป็นนักบินผู้ขับเครื่องบินจรวดเบลล์เอกซ์-1 (Bell X-1) เมื่อปี 1947

ในภารกิจเสี่ยงตายนี้กิตติงเจอร์ในฐานะผู้สร้างสถิติยาวนานกว่า 5 ทศวรรษยังรับหน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้แก่ภารกิจ รวมทั้งสื่อสารกับบามการ์ทเนอร์ระหว่างที่เขาพุ่งตัวลงมาจากชั้นบรรยากาศ และเขายังพูดกับผู้สร้างสถิติคนใหม่ระหว่างที่ตกลงมาว่า ตัวเองคงไม่สามารถทำได้ดีกว่าที่เคยทำไว้ได้แน่

ก่อนดิ่งพสุธาบามการ์ทเนอร์ได้แถลงไว้ว่า เป้าหมายของปฏิบัติการครั้งนี้คือเพื่อรวบรวมข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อมาตรการกู้ชีวิตมนุษย์อวกาศและนักบิน และอาจจะรวมถึงนักท่องเที่ยวอวกาศต่อไปในอนาคต โดยปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการพิสูจน์ว่ามนุษย์สามารถทะลุความเร็วเหนือเสียงที่ชั้นสตราโทสเฟียร์และกลับสู่โลกได้ ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการสร้างระเบียบปฏิบัติด้านความปลอดภัยที่ระดับ “ขอบอวกาศ” (near-space) ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีระเบียบดังกล่าว

ด้าน อีวา (Eva) แม่ของบามการ์ทเนอร์ซึ่งเดินทางมาจากออสเตรียพร้อมสามีเพื่อร่วมลุ้นในภารกิจของลูกชาย กล่าวว่าบามการ์ทเนอร์นั้นเตรียมตัวมาเป็นอย่างดี และเธอรู้สึกยินดีมากที่เขาทำได้สำเร็จ เพราะเตรียมตัวอย่างเต็มที่เพื่อภารกิจนี้ เขาได้ทำให้ความฝันต้องแต่วัยเยาว์ของตัวเองกลายเป็นจริง

ก่อนจะทำสถิติดิ่งพสุธาด้วยความสูงที่สุดในโลก บามการ์ทเนอร์ไต่ความสำเร็จมาทีละขั้นตั้งแต่ต้นปี โดยเมื่อเดือน มี.ค.เขาดิ่งพสุธาจากระดับความสูง 21.8 กิโลเมตร และเมื่อเดือน ก.ค.เขาก็ดิ่งพสุธาจากระดับความสูง 29.6 กิโลเมตรได้สำเร็จ

ร่อนสู่พื้นโลกด้วยร่มชูชีพหลังจากตกอิสระนานกว่า 4 นาที และกินเวลาตั้งแต่กระโดดที่ความสูง 39 กิโลเมตรเป้นเวลาประมาณ 20 นาที (เรดบูลสตราโทส/สเปซด็อทคอม)

ลงพื้นอย่างปลอดภัยทำลายสถิติดิ่งพสุธา 5 ทศวรรษได้สำเร็จ (เรดบูลสตราโทส/สเปซด็อทคอม)

(บน) บรรยากาศขณะปล่อยบอลลูนได้สำเร็จ (เรดบูลสตราโทส/สเปซด็อทคอม) และภาพระหว่างเติมฮีเลียมให้บอลลูน หลังจากเช็คความเร็วลมเรียบแล้ว (เรดบูลสตราโทส)

(บน) ภาพจากกล้องบนแคปซูลระหว่างปล่อยบอลลูนได้ประมาณ 5 นาที (ล่าง) บามการ์ทเนอร์เตรียมพร้อมในชุดอวกาศที่ปรับความดันและอุณหภูมิให้เหมาะสมเมื่ออยู่ในชั้นสตราโตสเฟียร์ที่อุณหภูมิติดลบกว่า 40 องศาเซลเซียส และยังขาดออกซิเจนที่จำเป็นต่อการหายใจ (เรดบูลสตราโทส)

บามการ์ทเนอร์มาถึงฐานปฏิบัติการเพื่อรอทำภารกิจ (เรดบูลสตราโทส)


5 โอกาสตายเมื่อ “ดิ่งพสุธา” จากขอบอวกาศ

ฟีลิกซ์ บามการ์ทเนอร์ ขณะเตรียมกระโดดจากความสูงกว่า 39.045 กิโลเมตรในชั้นสตราโทสเฟียร์ (ภาพทั้งหมดจากรอยเตอร์)

แม้ว่า “ฟีลิกซ์ บามการ์ทเนอร์” นักดิ่งพสุธาชาวออสเตรียวัย 43 ปีจะทำสถิติดิ่งโลกที่ระดับความสูงเกินกว่าที่ตั้งเป้าไว้ที่ระดับ 36 กิโลเมตรไปหลายกิโลเมตร และยังพุ่งตัวลงมาด้วยความเร็วมากกว่าความเร็วเสียง แต่ปฏิบัติการดังกล่าวก็มีถึง 5 ปัจจัยเสี่ยงที่จะปลิดชีวิตเขาได้

ฟีลิกซ์ บามการ์ทเนอร์ (Felix Baumgartner) นักดิ่งพสุธาวัย 43 ปีชาวออสเตรีย ทำสถิติ “ตกอิสระ” (Freefall) จากความสูง 39,045 กิโลเมตร และทำสถิติพุ่งตัวด้วยความเร็วมากกว่าความเร็วเสียงได้เป็นคนแรกโดยไม่อาศัยยานพาหนะช่วยในการทำความเร็ว เมื่อวันที่ 14 ต.ค.2012 ตามเวลาท้องถิ่นจากฐานปฏิบัติการของภารกิจเรดบูลสตราโทส (Red Bull Stratos) ที่รอสเวลล์ นิวเม็กซิโก

อย่างไรก็ดี ไลฟ์ไซน์ระบุว่าบามการ์ทเนอร์และทีมเรดบุลสตราโทสได้ประเมินถึง 5 ปัจจัยความเสี่ยงที่จะทำให้เขาเสียชีวิตระหว่างปฏิบัติภารกิจ ดังนี้

1.หมุนควง “แฟลตสปิน”
ปัญหาคือเมื่ออยู่ในที่สูงซึ่งมีความดันอากาศต่ำ นักดิ่งพสุธาเสี่ยงที่จะตกอยู่ในภาวะ “แฟลตสปิน” ซึ่งในสภาวะดังกล่าวร่สงกายของนักดิ่งพสุธาจะหมุนควงในแนวนอน และการหมุนที่ไม่อาจควบคุมได้นี้อาจทำให้บามการ์ทเนอร์หมดสติได้ เลือดจะพุ่งพรวดไปที่สุดปลายสุดของร่างกาย ซึ่งรวมถึงศีรษะของเขา

เมื่อเลือดพุ่งไปที่ศีรษะก็อาจไปกองที่ดวงตาและทำให้เกิดภาวะตาบอดชั่วคราวได้ กรณีเลวร้ายที่สุดคือแรงหมุนและแรงฉีดเลือดพุ่งไปยังศีรษะ อาจเป็นสาเหตุให้เลือดออกที่สมองและจับตัวเป็นลิ่ม ซึ่งเป็นสาเหตุถึงตายได้โดยง่าย ทั้งนี้แนวทางป้องกันกรณีที่เกิดการหมุนจนไม่สามารถควบคุมได้นั้น ร่มชูชีพที่ออกแบบมาพิเศษจะดีดตัวออกทันทีเพื่อช่วยให้การตกลงมานิ่งขึ้น

(ระหว่างการตกอิสระของบามการ์ทเนอร์ในภารกิจประวัติศาสตร์นั้น เผยให้เห็นการหมุนตกลงมาด้วย แต่เขาก็กางร่มชูชีพและร่อนลงอย่างปลอดภัย)

2.เลือดเดือดเป็นฟอง
ที่ขอบอวกาศ (edge of space) ซึ่งบามการ์ทเนอร์ใช้เป็นจุดเริ่มต้นการดิ่งพสุธานั้น มีความดันอากาศน้อยกว่า 1% ของความดันอากาศที่พื้นผิวโลก โดยที่ความสูง 19,200 ขึ้นไปนั้นการขาดความดันอากาศจะทำให้เกิดฟองอากาศขึ้นในกระแสเลือดซึ่งเป็นอาการของ “เลือดเดือด” (Boiling Blood)

ฟองอากาศดังกล่าวใหญ่พอที่จะหยุดการไหลของกระแสเลือดในเส้นเลือดใหญ่และเป็นสาเหตุของความตายได้ และการลดความดันอากาศอย่างฉับพลันทำให้ปอดขยายและยุบตัวได้ และการลดความดันอากาศนี้เป็นสาเหตุให้ร่างกายบวมในไม่กี่วินาที ซึ่งเป็นเรื่องที่เคยเกิดกับ โจเซฟ ดับเบิลยู กิตติงเจอร์ (Capt. Joseph W. Kittinger) อดีตทหารสหรัฐฯ ผู้ทำสถิติดิ่งพสุธาที่ความสูง 31.133 กิโลเมตรเมื่อปี 1960 โดยเมื่อถุงมือของเขาไม่สามารถปรับความดันได้ตามปกติ มือของเขาก็บวมขึ้นเป็น 2 เท่าระหว่างที่ตกลงมา

สำหรับแนวทางป้องกันนั้น ทีมงานได้ออกแบบชุดปรับความดันและหมวกนิรภัยสำหรับบามการ์ทเนอร์ ที่ช่วยปกป้องนักดิ่งพสุธาจากปัญหาดังกล่าว และยังมีมาตรการฉุกเฉินทางการแพทย์รองรับทันที ในกรณีที่เกิดวิกฤตเมื่อบามการ์ทเนอร์ลงมาถึงพื้น

3.แข็งตาย
ที่ชั้นบรรยากาศสูงๆ นั้นเย็นจัดมาก โดยทีมเรดบูลสตราโทสประเมินว่า เมื่อบามการ์ทเนอร์ก้าวเท้าออกจากแคปซูลเขาจะเผชิญกับอุณหภูมิประมาณ -23 องศาเซลเซียส และเมื่อดิ่งตัวลงมาเขาจะเผชิญกับอุณหภูมิถึง -56 องศาเซลเซียสหรือต่ำกว่านั้น และที่อากาศเย็นขนาดนั้นร่างกายของเขาจะไม่สามารถรักษาระดับอุณหภูมิที่ 37 องศาเซลเซียสตามอุณหภูมิปกติไว้ได้ เมื่ออุณหภูมิร่างกายลดต่ำลงถึง 28 องศาเซลเซียสก็ทำให้เกิดการมหดสติได้ และเสียชีวิตได้เมื่อร่างกายมีอุณหภูมิต่ำกว่า 21 องศาเซลเซียส ดังนั้น เพื่อป้องกันการแข็งตายชุดของเขาจึงต้องป้องกันอุณหภูมิได้ถึง -58 องศาเซลเซียส

4.ปะทะคลื่นกระแทก
เมื่อร่างของบามการ์ทเนอร์พุ่งตัวด้วยความเร็วระดับเสียง จะเกิดแรงกระทำระหว่างคลื่นกระแทก (shock wave) เมื่อปะทะกับอากาศในชั้นสตราโทสเฟียร์ ซึ่งจะมีแรงตีเข้าหาร่างของเขาและอาจทำอันตรายแก่ร่างกายหรือชุดปรับความดัน และเขาจะปะทะกับอากาศอย่างรวดเร็วจนอากาศไม่สามารถไหลออกจากเส้นทางที่เขาพุ่งตัวลงมา แต่กรณีนี้ไม่เป็นปัญหามากนัก เพราะคลื่นกระแทกจะมีความรุนแรงน้อยในอากาศที่มีความหนาแน่นต่ำ

5.โหม่งพื้น
จากตกจากพื้นที่ความสูงกว่า 39 กิโลมตรโดยที่ไม่ลดความเร็วอย่างเพียงพอนั้นเป็นเรื่องอันตรายมาก แม้ว่าในกรณีที่บามการ์ทเนอร์หมดสติระหว่างดิ่งพสุธานั้นร่มชูชีพจะกางออกได้อัตโนมัติ แต่เขาก็ไม่อาจปรับความเร็วเพื่อลงจอดได้อย่างปลอดภัย ซึ่งจะทำให้การกลับสู่พื้นโลกเป็นเรื่องยากมาก

นอกจากที่ชั้นบรรยากาศสตราโทสเฟียร์ยังมีสภาพแวดล้อมที่อันตรายเกินกว่ามนุษย์จะมีชีวิตอยู่ได้ ที่ชั้นบรรยากาศดังกล่าวไม่มีออกซิเจนเพียงพอสำหรับมนุษย์และอุณหภูมิก็เย็นจัดมาก และยังเป็นภาวะสุญญากาศ ซึ่ง อาร์ต ทอมป์สัน (Art Thompson) ผู้อำนวยการโครงการด้านเทคนิคของเรดบูลสตราโทสกล่าวว่า หากอยู่ในชั้นสตราโทสเฟียร์โดยไม่สวมชุดอวกาศ คนเราจะตายภายใน 4 วินาที

บามการ์ทเนอร์ ยินดีกับความสำเร็จต่อหน้า อาร์ต ทอมป์สัน ผู้อำนวยการโครงการฝ่ายเทคนิค

กางร่มชูชีพร่อนลงสู่พื้นโลกอย่างปลอดภัย

บามการ์ทเนอร์ คุกเข่าลงหลังดิ่งพสุธาอย่างปลอดภัย

ภาพระหว่างเติมฮีเลียมเข้าบอลลูนก่อนนำบามการ์ทเนอร์ขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ

ภาพบามการ์ทเนอร์ในจอที่ห้องควบคุม

ครอบครัว เพื่อนสนิทและแฟนสาวมาร่วมเป็นกำลังใจให้บามการ์ทเนอร์




Create Date : 27 กรกฎาคม 2556
Last Update : 27 กรกฎาคม 2556 11:34:17 น.
Counter : 2167 Pageviews.

4 comments
  

The Ohana ( family ) collection will be the center for any outside gathering for years to come. A timeless design highlighted by clean lines and minimalist charm. Designed to keep you and your friends comfortable for hours! Purchase with Confidence! 4 inch thick beige cushions come with zipper for easy cleaning.


โดย: A2Z (arekaro ) วันที่: 27 กรกฎาคม 2556 เวลา:11:35:39 น.
  

This spacious 4' Western Red Cedar Glider comfortably seats two - great for patios. The wood glider is 34-1/2" high x 50" wide x 27" deep and made of western red cedar. The seat itself is 46" wide. Our lawn furniture is shipped partially assembled, with easy to follow instructions. Our seats are contoured for comfort. All our gliders have ball-bearing glider mechanisms for smooth gliding action. Our patio furniture products are made from natural tight knotty Western Red Cedar with non-staining hardware. Western Red Cedar is lightweight, dimensionally stable, and naturally resistant to splitting, cupping, and warping.


โดย: A2Z (arekaro ) วันที่: 27 กรกฎาคม 2556 เวลา:11:35:55 น.
  

Santa Fe Nailhead Iron Glider. Great piece for the porch or patio. The Santa Fe Nailhead Iron Double Glider is made of durable, weather and UV resistant iron and comes in a beautiful matte brown powder coat finish. Features a smooth gliding motion and curved seat which makes it comfortable to sit in for hours. The double glider has enough room to comfortably seat two people. Dimensions: Single Glider: 26"L x 34"W x 41"H; Weight: 49 lbs. Double Glider: 46"L x 34"W x 40"H; Weight: 70 lbs.


โดย: A2Z (arekaro ) วันที่: 27 กรกฎาคม 2556 เวลา:11:36:34 น.
  

Beautifully crafted and durably built of sustainable, eco-friendly plantation-grown solid teak, our bistro chairs are a long-lasting investment in your outdoor lifestyle. Teak's clean lines and classic style become more attractive with time, eventually taking on a natural patina and a well-loved look. Mortise and tenon joinery and weatherproof brass hardware. Chairs fold for storage and transport. Size: 18" x 22-1/2" x 38"H.


โดย: A2Z (arekaro ) วันที่: 27 กรกฎาคม 2556 เวลา:11:37:00 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

arekaro
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]