...and the OSCAR goes to !!!! +++
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2552
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
11 พฤษภาคม 2552
 
All Blogs
 
การกลับมาแห่ง Star Trek ...126 นาทีสุดยอดความบันเทิงแห่งโลกภาพยนตร์

วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤษภาคม 2552 รอบ 21.00 น.
โรงภาพยนตร์สกาลา


[Glossary]
Trekkie (n.) = แฟนคลับ หรือกลุ่มคนที่ชื่นชอบ Star Trek;
อาเธอร์ ดับเบิลยู. ซาฮา (Arthur W. Saha) ใช้คำนี้เพื่อเรียกกลุ่มแฟนๆ ของ Star Trek ฤดูกาลฉายแรกในช่วงปี 1967
{ที่มา: สารานุกรมเสรี (Wikipedia) หัวข้อ Trekkie}

Space, the final frontier... = 'อวกาศ, พรมแดนด่านสุดท้าย...'
ประโยคเปิดเรื่องที่เป็นอมตะตั้งแต่สมัยที่เป็นละครโทรทัศน์ในยุค 60
{ที่มา: สยามโซน.คอม}




I was not a Trekkie.
บทความนี้เริ่มเขียนขึ้นจากแรงบันดาลใจโดยพื้นฐานของคนที่ไม่ได้เป็น Trekkie และไม่เคยรู้ความเป็นมาใดๆ ของ Star Trek มาก่อนเลย...



ผมเป็นเด็กที่โตมากับการดูหนังครับ เริ่มดูหนังจริงๆ จังๆ ก็ซักประมาณปี 1995 ได้ จึงไม่แปลกเลยที่ผมจะรู้จักหนึ่งในสุดยอดหนังไซไฟอมตะตลอดกาลอย่าง Star Trek เอาเมื่อครั้งที่มันล่วงเลยมาจนถึงภาค 8 ที่มีชื่อว่า First Contact และมีกัปตันฌอง ลุค พิคาร์ดเป็นผู้ดูแลยานเอ็นเตอร์ไพรซ์แล้ว (Star Trek: First Contact ออกฉายในปี 1996) ครั้งนั้นถือว่าเข้าสู่ช่วงขาลงของหนังชุดนี้ครับ เพราะหลังจากภาคนี้ ก็มีการสร้างออกมาแค่เพียง Star Trek: Insurrection ในปี 1998 และ Star Trek: Nemesis ที่ดูเหมือนจะดับสนิทในปี 2002 ...ทั้ง 3 ภาคนี้ ผมเองก็ไม่เคยได้ดูซักภาคหรอกครับ ด้วยความที่นั่นคือยุคตกต่ำของหนัง Star Trek และตรรกะง่ายๆ ของผมเองที่มองว่าหนังคงไม่มีสีสันมากพอ เพราะดูแค่เหล่านักแสดง (รุ่นดึก) ก็รู้สึกว่าเรี่ยวแรง และความฉูดฉาดของนักแสดงกลุ่มนี้คงมอดไปเยอะ

มาในปี 2009 เจ็ดปีที่ผมคาดว่าคงเป็นช่วงเวลาที่ช่างยาวนานของเหล่าแฟนหนัง ...Star Trek ถูกนำมากลับยกเครื่องใหม่แล้วครับ ถ้ามองว่านี่คือภาคที่ 11 การกลับมาเป็นครั้งที่ 11 ในที่นี้ก็ขอย้อนกลับไปเล่าเรื่องราวถึงการรวมตัวสู่การเดินทางข้ามจักรวาลครั้งแรกของเหล่าสมาชิกแห่งยานยูเอสเอส เอ็นเตอร์ไพรซ์อันเลื่องชื่อครับ ...นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ๆ ที่ฮอลลีวูด ณ ขณะนี้ ขยันยกเครื่องหนังเก่ากันมากมาย ซีรีส์หนังภาคต่ออันยาวนานทั้งหลายถูกนำมาเล่าอีกครั้งบนพื้นฐานของการตีความใหม่โดยคนยุคใหม่ แม้ว่าบางเรื่องจะไม่ตกในกรณีดังกล่าวแต่สุดท้ายก็ลงด้วยว่าหนังเป็นการเล่าเหตุการณ์ในช่วงเวลาก่อนหน้า พร้อมกับคำโปรยอะไรซักอย่างที่ต้องมีคำว่า "...Begins" เสมอๆ

...ไม่ใกล้ไม่ไกลกับหนังมนุษย์กลายพันธุ์เมื่ออาทิตย์ก่อนอย่าง X-Men Origins: Wolverine ที่มาชี้แจงประวัติความเป็นมาของวูลฟ์เวอรีนผู้มีกรงเล็บที่เป็นเอกลักษณ์
...บอนด์ ..เจมส์ บอนด์ ก็ถูกเล่าใหม่ในชื่อเรื่องเดิมกับ Casino Royale
...Star Wars Episode I: The Phantom Menace มาพร้อมคำโปรยบนโปสเตอร์ว่า Every Saga has the 'Beginning'
...หลังจากความล้มเหลวของ Batman and Robin มนุษย์ค้างคาวขอกลับมาใหม่ในชื่อ Batman 'Begins'
...แม้แต่ Star Trek 2009 ในครั้งนี้ยังมีประโยค The Future 'Begins' อยู่บนโปสเตอร์กับเค้าด้วย

ไม่ว่าจะอย่างไรก็แล้วแต่ เทรนด์ใหม่ที่นิยมการสร้างหนังพรีเควล (Prequel) นั้นมาเพื่อช่วยต่อลมหายใจให้กับหนังเรื่องนั้นๆ ครับ ถ้าในเมื่อดำเนินเรื่องเป็นเส้นตรงต่อไปเรื่อยๆ มันมีแต่เจ๊งกับเจ๊ง ก็เอามาเล่าใหม่ทำใหม่กันให้รู้แล้วรู้รอดไป ถ้าผลคือเวิร์ค หมายความว่าหนังชุดนั้นจะกลับมามีลมหายใจอีกครั้งนึง ...ทฤษฎีง่ายๆ ของฮอลลีวูดยามนี้




การฟื้นคืนชีพของ Star Trek หนนี้ ถือว่าทำได้ 'ล้ำ' ในทุกๆ ทางครับ พลังของดารารุ่นใหม่คือข้อสำคัญมากในครั้งนี้ (อย่างน้อยทีมหน้าใหม่อายุน้อยก็ชวนให้เรากระชุ่มกระชวยกว่ารุ่นเดอะอย่างแพทริก สจ๊วตเป็นไหนๆ) สำหรับบทนำผมมั่นใจเลยว่าทั้งคริส ไพน์ ในบทกัปตันเจมส์ ไทบีเรียส เคิร์ก และแซ็คคารี ควินโต หรือไซลาร์แห่งซีรีส์เรื่องดัง Heroes ในบทสป็อค จะต้องดังเป็นพลุแตกแน่ๆ สิ่งที่น่าสนใจที่สุดก็คือการที่หนังใช้ประโยชน์ของลูกเรือทุกคนอย่างเต็มที่ครับ แม้แต่กับบทสมทบที่ช่วยสร้างสีสันให้กับเรื่อง ซึ่งล้วนแล้วแต่มาจากเอกลักษณ์อันโดดเด่นของลูกเรือแต่ละคน (และคาดว่าคงมีมาตั้งแต่ใน Star Trek ยุคก่อน) ก็ถูกหยิบมานำเสนอได้อย่างชัดเจนและเป็นที่จดจำ ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์ขันของพาเวล เชคอฟ (รับบทโดยแอนตัน เยลชิน) กับภาษาอังกฤษสำเนียงรัสเซีย ความเป็นเอเชียที่มาพร้อมกับทักษะการใช้ดาบของฮิคารุ ซูลู (รับบทโดยจอห์น โช) ความฉลาดหลักแหลมของสาวสวยอูฮูรา (รับบทโดยโซอี้ ซัลดานา) คุณหมอเลียวนาร์ด 'โบนส์' แมคคอย (รับบทโดยคาร์ล เออร์บัน) ที่ช่างฝอยซะไม่มี หรือแม้แต่การปรากฎตัวของผู้รับบทสป็อคในอดีตอย่างคุณลุงเลียวนาร์ด นิมอยที่ทำให้แฟนคลับเดนตายอาจตื่นเต้นจนช็อกตายคาโรงก็เป็นได้!!! ยอมรับครับว่าผู้พัฒนาบทภาพยนตร์ทั้งโรเบอร์โต ออร์ซิ และอเล็กซ์ เคิร์ซแมนเก่งมาก และเก่งจริง!! ที่ทำให้คนดูไม่รู้สึกว่าตัวละครไหนมีความสำคัญมากหรือน้อยกว่าตัวไหนจนเกินไป

ทั้งออร์ซิ และเคิร์ซแมนยังเล่าเรื่องราวอันยิ่งใหญ่ของจักรวาลได้โดยไม่จำเป็นต้องผนวกความเป็นดราม่าหนักๆ หรือปรัชญาหนักๆ เข้าไปเหมือนที่หนังซูเปอร์ฮีโร่แฟนตาซียุคใหม่อย่างเช่น หนังตระกูลมนุษย์ค้างคาว และไอ้แมงมุมชอบทำกัน (โดยเฉพาะพี่แมงมุมที่หนักข้อเข้าไปเรื่อยๆ จน Spider-Man 3 กลายเป็นดราม่าไปซะ 80%!!!) หรือแม้แต่หนังที่เหมือนเป็นฝาแฝดกลายๆ อย่าง Star Wars แต่ใช้สไตล์การเล่าเรื่องแบบเก่าที่ตรงไปตรงมา มีดราม่าพอประมาณ และขอแค่จับจังหวะให้ได้ก็พอ

...Vulcan Salute



ผมตื่นตาตื่นใจกับฉากเปิดเรื่องมากครับ ถึงจะไม่เคยสัมผัส Star Trek เลยซักครั้งก็ตามเถอะ แต่ก็รับรู้ได้ถึงความยิ่งใหญ่ และการค่อยๆ โน้มนำผู้ชมเข้าสู่การเดินทางอันแสนมหัศจรรย์ของผู้กำกับเจ เจ แอบรามส์ในที่นี้ ...ทันทีที่จบโลโก้พาราเมาท์ พิคเจอร์ส, สปายกลาส เอนเตอร์เทนเมนท์ และแบด โรบอท (ที่คุ้นตากันดีจากทีวีซีรีส์ Lost) หนังไม่รีรอที่จะแสดงสเกลงานออกแบบขนาดใหญ่มหึมาไม่ว่าจะเป็นตัวยาน หรือจักรวาลอันเวิ้งว้างแต่วุ่นวาย รวมทั้งฉากแอ็คชันดราม่าตะลึงตายาวหลายนาที ก่อนที่จะปรากฎชื่อเรื่องขนาดใหญ่พร้อมกับสัญลักษณ์บูมเมอแรงสตาร์ฟลีทให้ผู้ชมได้เห็น และเสียงดนตรีเร้าอารมณ์ (มารู้ทีหลังว่ามันไม่ใช่เพลงธีม) ที่ขับเสน่ห์ของการเดินทางอันยาวนานของ Star Trek นับตั้งแต่ออกฉายทางทีวีครั้งแรกในปี 1966 ให้ได้ยิน ...ใช่เลย ผมบอกความหมายโดยนัยได้ทันทีเลยว่า "Star Trek กลับมาแล้ว!!" ...มันมีความหมายที่ยิ่งใหญ่ครับ ยิ่งใหญ่จริงๆ ผมอยากลุกปรบมือให้เดี๋ยวนั้นเลย น้ำตาจะไหล

หนึ่งในฉากที่ผมชอบมากที่สุดของเรื่องก็คือ ฉากโดดร่มจากอวกาศของลูกเรือ 3 คนลงมายังแท่นขุดเจาะบนดาววัลแคนครับ นอกจากจะสร้างความแตกต่างให้กับหนังอวกาศในยุคหลังๆ แล้ว ฉากแอ็คชันที่ว่านี้ยังให้ความรู้สึกแปลกใหม่กับผู้ชม โดยเฉพาะงานออกแบบแท่นขุดเจาะเองที่นับว่าเป็นความสำเร็จของงานออกแบบใดๆ ซักงานบนโลกภาพยนตร์ด้วยครับ

เวลา 126 นาทีผ่านไปเร็วมากครับ กับที่สุดของความบันเทิงแห่งโลกภาพยนตร์ของผม ...126 นาทีแห่งความตื่นตาตื่นใจ ...126 นาทีที่สัมผัสได้ถึงมนต์เสน่ห์แห่งจักรวาลอันยิ่งใหญ่ ...126 นาทีที่ผมรู้สึกได้ถึงความสมบูรณ์แบบในการนำทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็น Star Trek กลับมา ...126 นาทีแห่งความสุขในโรงภาพยนตร์แสนรัก งานนี้นอกจากจะได้ใจ Trekkie รุ่นเก่าแล้ว ยังช่วยสร้างฐานกำลัง Trekkie รุ่นใหม่ที่ช่วยให้พาราเมาท์ พิคเจอร์สได้กินยาวไปอีกหลายปีด้วยแน่นอนครับ



I am a Trekkie now.
บทความนี้จบลงด้วยคำสัญญาจาก Trekkie คนหนึ่งที่พร้อมจะเดินทางในทุกๆ การเดินทางใหม่ไปกับยูเอสเอส เอ็นเตอร์ไพรซ์ผ่าน 'อวกาศ...พรมแดนด่านสุดท้าย' ตลอดไป...





(วันที่ดาว) วันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม 2552
(เวลาดาว) 21.30 น.







ข้อต่อไปนี้ ถ้าใครยังไม่ได้ดู อาจจะไม่เข้าใจก็ได้นะครับ (เอ๊ะ..หรือเข้าใจ) แต่ไม่ได้สปอยล์แน่นอน

รายการหมายเหตุ ส่วนตั๊ว...ส่วนตัว

1) ซูฮกคนทำซับไตเติ้ลไทยครับ เท่าที่ฟังเข้าใจว่าศัพท์เฉพาะเยอะมาก แถมเป็นศัพท์เชิงวิชาการก็เยอะพอดู
2) ขอบคุณไมเคิล จีแอคคิโน กับอีกหนึ่งงานประพันธ์ดนตรีเยี่ยมๆ ในครั้งนี้ครับ (เยี่ยมมาตั้งแต่ Lost แล้ว)
3) ฮ่าๆๆ ชอบใจคุณพี่ป๊อค..สป็อคครับ หูแหลม คิ้วเชิด หัวหลิม ...unique ได้อีกพี่ แค่นี้ก็เด่นเกินหน้าเกินตาคนอื่นแล้ว ขออนุญาตเรียกพี่สลิ่มละกัน ผมเขียน 'ซ่าหริ่ม' แบบชื่อขนมไทยไม่ได้ เพราะเดี๋ยวมันจะไม่ตรงกับรากศัพท์ที่มาจาก 'สป็อค' + '(หัว)หลิม' น่ะสิครับ 555+
4) ชื่นชอบคุณพี่ซูลูมากเช่นกันครับ สู้ด้วยทักษะการใช้ดาบ เท่ห์ดี ช็อตที่พี่ท่านเปิดหมวกฮู้ด แล้วก็สะบัดดาบออกมา เท่ห์ได้อีก แต่ก็มาอีหรอบเดียวกับคุณพี่แกมบิทแห่ง X-Men คือ ได้เท่ห์มันแค่ฉากเดียวนั่นแหละ เอิ๊กๆๆ
5) คุณน้าวิโนน่า ไรเดอร์ ดีใจด้วยครับที่ได้เห็นหน้าค่าตากันอีกครั้ง ยังมีชีวิตอยู่!! (เผื่อใครนึกไม่ออก... คุณน้ารับบทเป็นมารดาเชื้อสายมนุษย์ของพี่สลิ่มน่ะครับ) ยังสวยไม่สร่าง แต่ก็ดูโทรมไปเยอะเหมือนกัน ...ผมแอบตกใจชุดที่คุณน้าใส่ฉากแรก ที่เห็นเป็นเงานั่นแหละครับ ตกใจตรงเกาะอกคุณน้าแก มันดูแปลกตามากมาย
6) แอบคิดว่าฉากที่คุณน้าวิโนน่าปรากฎบนจอครั้งสุดท้ายเนี่ย เดี๋ยวคุณน้าแกต้องโชว์โง่ด้วยการเดินไปหาพี่สลิ่ม และทำให้เครื่อง 'บีม' มันล็อกตำแหน่งไม่ได้แน่ๆ แต่ก็ไม่ใช่กลายเป็นอย่างอื่นแทน
7) อยากได้เครื่องบีมมาใช้สักเครื่อง ถ้า built-in ยานเอ็นเตอร์ไพรส์มาด้วยจะดีมาก (หยึย..เค้ามีแต่ยานเอ็นเตอร์ไพรส์ built-in เครื่องบีม!! อ่าว ว่าไปนั่น)
8) เตรียมตัวดูภาคต่ออีกหลายภาคนับจากนี้ได้เลย
9) ผมคงคลั่งหนังเรื่องนี้ไปอีกซักพักเลยล่ะครับ เพราะมันถูกใจใช่เลยจริงๆ ...เอาไป 10/10 เล้ยยย






Create Date : 11 พฤษภาคม 2552
Last Update : 11 พฤษภาคม 2552 21:16:38 น. 13 comments
Counter : 682 Pageviews.

 
ชอบดู Star trek มาก แต่ชอบตอนที่เป็น serie ทีวีอ่ะค่ะ ที่ยานจะชื่อ Enterprise แล้วมีกัปตันชื่อ ฌอง ลุค พิคาด แต่ถ้าเค้าทำเป็นหนังโรงก็จะดูนะคะ ขอบคุณค่ะ


โดย: Mermaid AI วันที่: 11 พฤษภาคม 2552 เวลา:7:29:19 น.  

 
ไม่เคยดูซักภาคนะครับ เรื่องนี้กะรอแผ่นนะครับ พอดีจะเปิดเทอมแล้ว


โดย: McMurphy วันที่: 11 พฤษภาคม 2552 เวลา:10:52:12 น.  

 
+ วันนี้อุ้งตื่นเช้ามาอัพบล็อกจังแฮะ (เอ๊ะ! หรือยังไม่ได้นอน อิๆ) แล้ววันนี้หยุดหรือว่าทำงานอ่ะครับ? (ของพี่ ต้องมานั่งทำแหง็กๆ อยู่เนี่ย )

+ บล็อกพี่ ขอคงหน้าเดิมไว้อีกสักวัน 2 วันนะครับ ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเอา บาหลี ตอนต่อไป หรือหนังที่ได้ดูเดือนที่แล้ว มาลงดี (เพราะยังไม่ได้ร่างอะไรเลย 555 )

+ เฮ้ยยย! ตกลงเราเดินย่ำรอยกันอยู่เลยนะครับเนี่ย (หรืออาจเคยเดินผ่านกันแล้ว แต่ไม่รู้จักฉัน ไม่รู้จักเธอ ) เพราะถ้าวนเวียนแถวสยาม, ลิโด, CTW ก็เป็นโซนเดียวกับพี่นั่นเอง เพียงแต่พี่มักได้เข้า (เมือง) ไปดูหนังวันเสาร์ ไม่ก็อาทิตย์อ่ะครับผม

+ วันเสาร์พี่ไปตลาดดอนหวาย (นครปฐม) กับที่บ้านมาครับ ส่วนเมื่อวานก็ไปดูหนัง 2 เรื่อง ซึ่ง 1 ใน 2 ก็คือ Star trek นี่แหละน่อ

+ โห! อุ้งดูวันแรกรอบ 3 ทุ่มเลยเหรอ แสดงว่าอยากดูมาก และบ้านอยู่ไม่ไกลจากกลางๆ เมืองจิครับเนี่ย

+ เราคล้ายๆ กันอีกแล้วแฮะ พี่เริ่มดูหนังในโรงอย่างจริงๆ จังๆ ราวๆ ปี 90-91 (จำได้จาก Silence of the lambs และ Pulp fiction) ถ้าเก่ากว่านั้นก็ต้องอาศัยสื่ออื่นๆ ส่วน Star trek พี่ก็ยังไม่เคยดูสักภาคเหมือนกัน (เพราะรู้สึกว่ามันดูเชยๆ สู้ Star wars ไม่ได้) แต่ก่อนจะได้ดูภาคนี้ก็อ่านรายละเอียดมาพอสมควรว่าสามารถ casting ดารารุ่นเด็กมาได้ใกล้เคียง "รุ่นดึก" ที่เคยเล่นมาก่อนหน้านี้เลยทีเดียว (โดยเฉพาะ สป๊อค ทั้ง 3 วัย) .......

(ชักจะยาวล่ะ ขอไปต่ออีกเม้นต์นึงนะครับ เด๋วจะโพสต์แล้วหายไปซะก่อน)


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 11 พฤษภาคม 2552 เวลา:11:04:23 น.  

 
+ แซคคารี ควินโต เค้าหน้าแปลกอยู่แล้ว แต่ไม่น่าเชื่อว่าพอมาแต่ง สป๊อค แล้วจะเหมือนคุณลุงเลนเนิร์ด นีมอย ซะขนาดนั้นเนอครับ (แค่ฉาก 2 ตัวออกมาประจันหน้ากันตอนท้ายนั่นก็ขนลุกแล้ว)

+ ต้องเรียกว่าแต่ละตัวมี วินาที อันโดดเด่นของตัวเอง คริส ไพน์ ก็เลือดเดือดได้ดีทีเดียว (ไม่รู้เวอร์ชันแก่เป็นแบบนี้ด้วยรึเปล่า) ส่วนคนที่แสดงเป็นซูลู (จอห์น โช) นี่ใช่คนเดียวกับที่แสดงหนังตระกูล Harold and Kuma รึเปล่าอ่ะครับ คุ้นๆ ว่าเป็นคนเดียวกันอ่า

+ น้าวิโนน่า ได้ข่าวว่ายังรักษาโรค "อีจิ๊ก" ไม่หายอ่ะครับ ล่าสุดก็เพิ่งจะเป็นคดีความอีกเมื่อเร็วๆ นี้ ... ทำไมหนอ หมอรักษาไม่เก่งพอ หรืออาการ (ในจิตใจ) เธอหนักหนาสาหัสจริงๆ ล่ะเนี่ย

+ ว่ากันว่า เครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ ใน Star trek นั้น "ล้ำ" กว่าเวลาจริงนานหลายปีอยู่ (หรือคนสร้างอาจได้แรงบันดาลใจจากที่เห็นในเรื่องนี้? ) ... ดังนั้นไม่แน่นะครับ ในอนาคตที่ยังทันรุ่นพี่รุ่นอุ้ง อาจมีค้นคิดค้น เครื่องบีม ออกมาสำเร็จก็เป็นได้

+ ว้าว! อุ้งปวารณาตัวเป็น เทรคกี้ แล้วเหรอครับเนี่ย? ยังงี้ตั้งกลับไปควานหาตอนเก่าๆ มาดูให้ครบทุกภาคเน้อ ฮุๆๆ


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 11 พฤษภาคม 2552 เวลา:11:28:38 น.  

 
ยังไม่เคยดูเลยซักภาค
เพราะไม่ค่อยชอบหนัง ไซไฟเท่าไร
ยังงัย ถ้ามีโอกาส ก็จะลองดูละกัน


โดย: phaley13 IP: 58.10.27.178 วันที่: 11 พฤษภาคม 2552 เวลา:21:10:08 น.  

 
+ แว่บเข้ามาตอบก่อนนอน

+ กร๊ากกกก บาหลีเป็น 1 ใน "กองดอง" ที่พี่จะอัพก็ต่อเมื่ออารมณ์มาอ่ะครับ ดังนั้นจึงมักถูกเรื่องอื่นแซงหน้าไปก่อนอยู่เนืองๆ (แต่รู้สึกหัวข้อใกล้จะหมดแล้ว คงต้องวนไปถึงซะทีอ่ะครับ)

+ มีประโยคนึงเกี่ยวกับการดูหนัง ที่พี่จะถือว่าเป็น "คำชวน" ละกันนะครับ 55 (เอาไว้ค่อยนัดกันเน้อ)

+ ตอนนี้พี่กลายเป็น "เด็กต่างจังหวัด" ไปโดยสมบูรณ์แบบแล้วครับ (ในวันธรรมดา) เพราะออฟฟิศอยู่นนท์ (แจ้งวัฒนะ) บ้านก็อยู่นนท์ (รัตนาธิเบศร์) แถมยังเดินห้างในนนท์อีก (เมื่อก่อนเคยอยู่แถวๆ รัชดาฯ) ... ดังนั้นจึงต้องใช้คำว่า "เข้าเมือง" (ด้วยการนั่งรถเมล์ทางด่วน) ไป (ต่อ BTS) ไงครับ หุๆ

+ อัมพวา เคยไปเมื่อนานมา ตอนนี้เลือนๆ ไปแล้วอ่ะครับ ... ส่วนดอนหวาย ของกินเยอะดี แต่เซ็ง ร้อน หลงทาง (พี่พลัดกับคนที่บ้าน กว่าจะหากันเจอ แทบเป็นลม) เหอๆๆ

+ อ้าว! อุ้งสายตาสั้นเหมือนกันเหรอครับเนี่ย ท่าทางจะเป็นเด็กเนิร์ดป่าว? อิๆ ... ของพี่ก็เคยเนิร์ด แต่ไปทำเลสิคมาเรียบร้อยแล้วครับ

+ น้าวิโน ไม่ทราบเหมือนกันครับว่าใครชวนมา แถวๆ นิตยสารหนังก็ไม่ได้ออกรายละเอียดเอาไว้ด้วยจิ แหะๆ

+ จะไปนอนแล้วจ้า ง่วงเต็มทีแล้วอ่า (อุ้งอัพทีละเรื่องยังดี ของพี่ล่อเข้าไป 7 เรื่องรวด! ของเดือนที่แล้ว เหอๆ ) ฝันดีครับผม


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 12 พฤษภาคม 2552 เวลา:0:54:59 น.  

 
ตกลงเป็นเพื่อนกันแล้ว ก็จะได้แวะไปมาหาสู่กันบ่อยขึ้นนะคะ ที่ bloggang มีคน review เรื่องนี้หลายคนที่เดียว แต่น้องเป็นคนแรกนะ

ตอนนี้ที่ burger king อเมริกามีของเล่นเป็น Star Trek อ่ะ แก้วอะไรเป็นหมดเลย น่ารัก


โดย: Mermaid AI วันที่: 12 พฤษภาคม 2552 เวลา:2:09:11 น.  

 
เอ ทำไมพี่ยัง add น้องไม่ได้ก็ไม่รุ สักหักจะลองใหม่ เขียนเม้นท์ อะไรได้หมด แต่ add ไม่เข้า แปลกจริง


โดย: Mermaid AI วันที่: 12 พฤษภาคม 2552 เวลา:2:11:40 น.  

 
ทำไมต้องแยกนิ้วอะ


โดย: Ghoeby วันที่: 12 พฤษภาคม 2552 เวลา:9:10:03 น.  

 
^
^
ลองทำท่าดูแล้ว ทำได้นะ แต่ยากจิ๊บเป๋ง ต้องใช้เวลาบังคับประสาทตัวเองอยู่ราว 7 วินาที ถึงจะแหกนิ้วตัวเองได้สำเร็จอ่า เอิ๊กๆ

ส่วนคำถามว่า "ทำไม" นี่ ตอบไม่ได้เหมือนกันแฮะ ต้องไปถามเหล่าเทรกกี้พันธุ์แท้อ่ะครับ


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 12 พฤษภาคม 2552 เวลา:15:45:26 น.  

 
+ แวะมาตอบก่อนนอน (อีกแล้ )

+ ในหนัง Harvey ลุงแกก็เหี่ยวตามวัยนะครับ งั้นพี่ขอเดาว่าโปสเตอร์อาจ(โฟโต้)เฉาะเจงๆ เพื่อให้ดูดีชวนดูมากขึ้นอ่ะครับ หุๆ

+ แหม! เกือบถูกทีเดียวเชียวครับ ไม่ใช่ Sw Park แต่ว่าเฉียดๆ อ่า เดาง่ายมั่กๆ เพราะแถวนั้นมีตึกสูงๆ ที่มองเห็นอยู่ไม่กี่ตึกหรอกครับ หุๆ

+ อ้าว! ไปอบรมที่นั่น แสดงว่าเราทำงานอยู่ในวงการใกล้เคียงกันรึเปล่าครับนี่? เอ! แต่ตึก Sw มันก็มีตั้งหลายองค์กรนี่เนาะ มี กท. ยุติธรรมด้วยนี่นา

+ เนิร์ด เหรอครับ ... เคยมีคนให้ลิงค์ nerdtest พี่มานะครับ แต่เอาไปเซฟไว้ตรงไหนก็ไม่รู้แล้วอ่า ถ้าให้นิยามเนิร์ดแบบเจ๋งเป้ง คงประมาณใน Napoleon Dynamite มังครับ

+ เลสิค เหรอ? (ว่าจะเขียนบล็อกเกี่ยวกับเรื่องนี้ในสักวัน) ... คร่าวๆ คือ มันยิ่งกว่าผ่าตัดอีกครับ ... มันคือการฝานกระจกตา แล้วยิงเลเซอร์เข้าไปทำให้ (อะไรสักอย่าง - น่าจะเป็นเรตินา) บางลง เพื่อให้จุดโฟกัสของภาพ ตกพอดีที่จอประสาทตา อ่ะครับผม (ฟังแล้วน่ากลัวมั้ย กรึ๋ยๆๆ )

+ ระวังจะติดทำนิ้ว Vulcan Salute ไปจนถึงตอนนอน แล้วตื่นขึ้นมาจะแกะออกจากกันไม่ได้นะคร้าบ 555


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 12 พฤษภาคม 2552 เวลา:23:42:24 น.  

 
+ ลืมไปอีกอย่าง 166 พี่นั่งจนชินแล้วมั้งครับ เลยรู้สึกว่าทางมันไม่ยาวเท่าไหร่ ... อีกอย่างเวลา "เข้าเมือง" จากบ้าน (มันต้องมาทางเส้นงามวงศ์วาน) พี่ต้องนั่ง 522 อ่ะครับ แค่หายใจไม่กี่ปื้ด ก็ลงถึงอนุสาวรีย์ฯ แล้วอ่า ตอนขาเข้าเลยรู้สึกว่าไม่ไกลเท่าไหร่ แต่ตอนกลับเนี่ยสิน่อ (มันดึกแล้ว) กว่าจะถึงบ้าน แถมรถเมล์ชอบไม่ค่อยจะจอดป้ายตรงข้ามหมู่บ้านพี่อีกต่างหาก เหอๆๆ


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 12 พฤษภาคม 2552 เวลา:23:48:34 น.  

 
_\\\\// อิๆ (แกะนิ้วออกจากกันได้ยางงงง)


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 13 พฤษภาคม 2552 เวลา:13:39:15 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

The Academy Award Winner
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





... B E S T   A C T O R   &   B E S T   A C T R E S S ...


... B E S T   S U P P O R T I N G   A C T O R ...


... B E S T   S U P P O R T I N G   A C T R E S S ...

Friends' blogs
[Add The Academy Award Winner's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.