Alone in my trip
26 03 2565 Alone in my tripblog นี้มาเล่าเรื่องถึงการไปท่องเที่ยวต่างแดน ข้ามน้ำข้ามประเทศไปเที่ยวประเทศไหน ๆ มักจะได้หลงทางกับกลุ่มซะเกือบทุกครั้งไป หรือจะบอกว่าไม่ได้หลงทาง แต่เป็นการได้ไปเดินเทียวคนเดียวจะดีกว่าAlone in Paris : Franceครั้งแรก (นี่ยังหาภาพไม่เจอ) ไปเที่ยวยุโรปครั้งแรก ครั้งนั้นมีไปเที่ยวเยอรมัน เนเธอร์แลนด์ ฝรั่งเศส จำได้ว่าที่ฝรั่งเศสย่านถนนชือดัง Champs Elysees ที่เป็นย่านขายสินค้าน้ำหอม เครื่องสำอาง สินค้าแบรนด์เนมชื่อดัง ก็มาขายกันอยู่ในย่านนี้ และทริปที่ไปด้วยกันทุกครั้ง ก็มักจะเป็นผู้ชายคนเดียว และหัวหน้าทัวร์อีก 1 คนที่เป็นผู้ชาย สาว ๆ ในกลุ่ม trip ก็วางเป้ามาเยือนถนน Champs Elysees น่าจะ 3 ครั้งด้วย ในครั้งที่ 3 นี้ เลยตัดใจแยกตัวมาเดินเที่ยวคนเดียว เดินไปใช้บริการรถไฟใต้ดินคนเดียว นี่ก็เป็นครั้งแรก และที่รถไฟใต้ดินของฝรั่งเศส เหมือนจะเป็นอะไร ๆ ที่ทำให้หลงทิศทางกันอยู่ คล้ายกับว่าป้ายบอกสถานีทั้งสองฝั่งจะเขียนชื่อเหมือนกัน และลูกศรบอกทางไปก็เขียนเหมือนกันอีก ทำให้ไม่มั่นใจกันเลยว่าลงอยู่ฟากของขบวนรถไฟใต้ดินที่จะไปถูกฝั่งไหม ครั้งนั้นตัดสินใจไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ (Louvre Museum) คนเดียว แล้วตกเย็นกลับไปจุดนัดหมายกับ trip ที่ Champs Elysees ตามเดิมหยิบยืมภาพจาก https://th.wikipedia.org/wiki/พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ มาให้ชมกันด้วยไปเที่ยวยุโรปครั้งแรกนี้จะนานมากแล้ว และน่าจะยังเป็นช่วงที่ไม่มีกล้องดิจิตอลใช้งานกันในช่วงนั้นด้วยAlone on Nami Island : Koreaครั้งที่สองนี้เป็นทริปไปเที่ยวเกาะนามิ ประเทศเกาหลี ครั้งนี้อาจจะไม่ได้หลงกับทริปแบบเดินคนเดียว เพราะทริปนี้ไปกับภรรยา และก็หลงอยู่บนเกาะนามิกันทั้งคู่จะว่าหลงกับทริปก็ไม่ใช่หรอก เพียงแต่กลับมาขึ้นเรือกลับฝั่งไม่ทันกับกลุ่มทริป และไกด์สาวเกาหลีคงได้ตัดสินใจให้ลูกทัวร์ขึ้นเรือกลับฝั่งไปก่อน โชคดีที่ว่าไกด์สาวเกาหลียังนั่งรออยู่ที่ท่าเรือ เลยกลายเป็นให้ทริปล่าช้าไป /// ไม่ต้องโทษใคร โทษตัวเองนี่ล่ะที่มัวแต่เดินถายภาพให้จุใจตัวเองซะมากกว่าวิ่งกลับมาที่ท่าเรือเลยเวลานัดหมายไป เรือออกฝั่งไปแล้วช่วงที่ไปเกาหลี เกาะนามิในครั้งนั้น ก็ไปตามรอยซีรี่ส์เกาหลีเรื่องดังในครั้งนั้น Winter Love Songช่วงถ่ายภาพนี้มีหุมะโปรยปราย เลยจะดูชวนให้ตื่นเต้นกับหิมะแรกAlone on Suomenlinna Island : Finlandครั้งที่สามนี้ ที่ประเทศฟินแลนด์ได้มาเที่ยวชมเกาะมรดกโลก Suomenlinna ต้องบอกว่าครั้งที่เกาะนามิ ก็ทำให้ใจหาย ตกใจไปไม่น้อย ดีที่ว่ามาถึงท่าเรือยังได้เห็นไกด์สาวยืนโบกมือเรียกอยู่(แต่เรือก็ออกไปแล้ว) ส่วนครั้งนี้ทริปท่องเที่ยวยุโรป สแกนดิเนเวีย หลงอยู่บนเกาะ ภาคสอง....รู้กันบ้างไหม ฉันก็กลัวเป็นนะครั้งนี้จะเป็นว่าหลังจากที่กลุ่มทริปนั่งเรือข้ามมายังเกาะ Suomenlinna กันเรียบร้อยแล้ว ก็เป็นไปตามปกติพอมีจุดให้เข้าห้องน้ำ และซื้อเสบียงกันได้แบบเล็กๆ น้อยๆ ครั้งนี้ทริปมาใช้เวลากันอยู่จุดนี้นานมาก เลยตัดสินใจมาเดินถ่ายภาพเล่นๆ กันก่อนบรรยากาศวันนั้นดูเหมือนไม่เป็นใจเอาซะเลย ท้องฟ้าหม่น ๆ ชวนให้เข้าบรรยากาศจะได้เดินถ่ายภาพคนเดียวอีกแล้ว 555หลังจากที่ไปเดินเล่นถ่ายภาพ และกลับมาอาคารต้อนรับนักท่องเที่ยว กลุ่มทริปก็หายวับไป ไม่ได้เดินมาถ่ายภาพกันแถวนี้ แว๊บนั้นรีบหยิบแผนที่เที่ยวชมของเกาะออกมากางดุเลยว่ากลุ่มทริปจะไปเดินจุดไหนบ้าง ออกเดินตามไปในหลาย ๆ จุด ก็ไม่เจอลูกทัวร์กันสักคน ฉันหลงบนเกาะอีกแล้ว 555ตัดสินใจเดินเที่ยวถ่ายภาพในบริเวณจุดทางเดินรอบ ๆ ขาออก คิดว่ายังไงเดี๋ยวกลุ่มทริปก็น่าจะเดินกลับมาทางนี้กันอยู่บ้างปั้นหน้ายิ้ม กลบเกลื่อนร่องรอยของ Alone on Suomenlinna Island ได้แค่นี้ล่ะ 555สุดท้ายก็เจอกับกลุ่มทริปในทางเดินขาออกกันที่บริเวณนี้ หลงเกาะครั้งนี้ก็รอดตายไปAlone in WonderLand-OktoberFest : Germanyครั้งนี้มันดูว่าจะตื่นตาตื่นใจกับเครื่องเล่นจนเดินหลงทาง หรือจะตั้งใจเองว่าขอให้หลงทางกับกลุ่มทริป จะได้เดินถ่ายภาพเล่นให้จุใจ และเมื่อเดินเข้ามาแป๊บเดียว ก็หลงกับกลุ่มจนได้ (เหมือนตั้งใจ ...ดูว่าจะตั้งใจหลงทางซะมากกว่า 555)เล่าเรื่องไว้ก่อนว่า ทริปท่องเที่ยวยุโรปน่าจะ 3-4 ครั้งได้ จะเป็นการมาเยือนเมืองมิวนิค จะเป็นจุด Start ของทริป หรือขากลับของทริป ก็จะได้แวะมาเมืองมิวนิคเลยเหมือนจะบอกว่าเมืองมิวนิคนี่หลับตาเดินได้แล้ว 555ครั้งนี้ที่จะ Alone in Wonderland Oktoberfest : Germany จึงไม่ใช่เป็นเรื่องหนักใจ หรือจะต้องวิตกอะไรมากนัก หลับตาเดินกลับโรงแรมได้แน่ ๆ เพียงแต่ว่าช่วงค่ำคืนที่จะเดินคนเดียวมันชวนให้ดูเปลี่ยวใจอยู่หน่อยมีภาพมาให้ชมกันครับท้าย blog นี้ครับมาเมืองมิวนิคหลายครั้ง ก็จะไม่ได้เห็นรถสามล้อปั่นจักรยานแบบบ้านเราสักเท่าไรโซนนี้อยู่บริเวณทางเข้างาน OktoberFestขอบคุณเพื่อน ๆ ที่แวะมาชมภาพถ่ายที่ blog กันด้วยครับ