รวมภาพ "นางรำ-ฟ้อนสาวไหม"
15 03 2565 รวมภาพ "นางรำ-ฟ้อนสาวไหม"blog นี้ตั้งใจเลือกภาพนำเสนอภาพถ่ายของนางรำตอนแรกก็คิดว่าจะลงภาพรวม ๆ ให้ชมกันไปซะทีเดียวเลย ไป ๆ มา ๆ ทำไม่จบ blog ในวันเดียว วันนี้เลยมาตัด blog ออก เอาเฉพาะภาพนางรำ ฟ้อนสาวไหม ก่อนละกันขอเปิด blog ด้วย ฟ้อนสาวไหมต้นฉบับของแม่ครูบัวเรียว รัตนมณีภรณ์-ครูภูมิปัญญาไทยรุ่นที่ 7 ศูนย์การเรียนรู้ภูมิปัญญาไทย ต้นฉบับท่าฟ้อนสาวไหมของแม่ครูบัวเรียวที่เป็นมาตรฐาน มี ๑๖ ท่าฟ้อน ดังนี้1. ไหว้ (เทพนม)2. บิดบัวบาน3. พญาครุฑบิน4. สาวไหมช่วงยาว5. ม้วนไหมซ้าย6. ม้วนไหมขวา7. ตากฝ้าย (เป็นท่าใหม่ที่แม่ครูบัวเรียว ได้เพิ่มเติม ประมาณปี พ.ศ. ๒๕๔๔)8. ม้วนไหมใต้เข่า9. ม้วนไหมใต้ศอก10. พุ่งหลอดไหม11. สาวไหมรอบตัว12. คลี่ปมไหม13. ปูเป็นผืนผ้า14. พับผ้า15. พญาครุฑบิน16. ไหว้ ตอนจบเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยการฟ้อนสาวไหมนี้ เป็นท่าหนึ่งของเชิงสาวไหมที่มักเรียกกันในภายหลังว่า "สาวไหมลายเจิง" แม่ครูบัวเรียวได้เล่าว่าเมื่อครั้งเล็ก พ่อครูกุยได้สอนเชิงสาวไหมให้กับหนุ่มๆ ในละแวกบ้าน และได้ปรับเอาท่าสาวไหมในเชิงนั้นมาคิดประดิษฐ์เป็นฟ้อนสำหรับผู้หญิง โดยนำไปผสมผสานกับวิถีชีวิตของชาวบ้านที่ปลูกฝ้ายเพื่อนำมาทอผ้า จึงได้นำวิถีชีวิต กระบวนการทอผ้ามาผสมผสานกับเชิงสาวไหมจนกลายเป็น "ฟ้อนสาวไหม" ให้กับลูกสาวคือแม่ครูบัวเรียวนั่นเองแต่ปัจจุบันนี้ มีผู้เข้าใจผิดคิดว่าการฟ้อนสาวไหมนั้น 'ประดิษฐ์มาจากการปลูกหม่อน เลี้ยงไหม เพื่อนำมาทอเป็นผ้าไหม' อยู่มากมายรวมไปถึงวิทยาลัยนาฏศิลป์เชียงใหม่ที่ได้นำการฟ้อนสาวไหมมาปรับปรุงด้วยเช่นกัน อาจจะเป็นเพราะความไม่เข้าใจในภาษาล้านนาอย่างลึกซึ้ง จึงตีความว่าเป็นการฟ้อนที่เลียนแบบการทอผ้าไหม ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว คำว่า "ไหม" ในภาษาล้านนา หมายถึงเส้นด้าย รวมถึงสิ่งที่มีลักษณะเป็นเส้นเล็กบาง เช่น ฝ้ายไหมมือ ก็คือเส้นด้ายที่ใช้ผูกข้อมือให้ศีลให้พร เป็นต้นหลักฐานที่สนับสนุนว่าการฟ้อนสาวไหม หมายถึงการฟ้อนที่ประดิษฐ์มาจากกระบวนการทอผ้าฝ้ายไม่ใช่ผ้าไหม ก็คือ สภาพความเป็นอยู่ การปลูกต้นฝ้ายเพื่อใช้ทอเป็นผ้าฝ้ายของชาวล้านนาตั้งแต่อดีตนั่นเอง ในล้านนามีการเลี้ยงไหมอยู่น้อยมากจนไม่อาจจะเรียกได้ว่าการปลูกหม่อน เลี้ยงไหมเป็นวัฒนธรรมของล้านนาอีกทั้งได้สอบถามยังครูเชิงหลายท่าน ทุกท่านต่างยืนยันว่าท่าสาวไหมในเชิงของล้านนา ไม่ได้หมายถึงการสาวเส้นไหมอย่างแน่นอนแม่ครูบัวเรียว รัตนมณีภรณ์ ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมในชื่อของฟ้อนสาวไหมว่า พ่ออุ้ยกุย สุภาวสิทธิ์ เห็นว่าคำว่าฟ้อนสาวไหม มีรูปภาษาที่สวยงามกว่าคำว่า ฟ้อนสาวฝ้าย ดังนั้นจึงเห็นว่าควรใช้ สาวไหม จะมีความงามทางด้านภาษามากกว่าฟ้อนสาวไหม เป็น ฟ้องที่แฝงด้วยปรัชญาชีวิต ว่า ชีวิตทุกชีวิตต้องมีอุปสรรค ดั่งการสาวไหมต้องเจอปม เมื่อคลี่ปมไหมให้ดี และถักทอเป็นผืนผ้าได้สวยงามก็ เปรียบดังชีวิตที่ต้องต่อสู้ฝ่าฟันด้วยความเพียรและอดทนผ่านพ้นอุปสรรคปัญหาต่างๆ มาได้ เป็นต้นมาต่อด้วยภาพถ่ายของน้องพิม-วิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (ปัจจุบันเรียนจบแล้ว) ภาพถ่ายชุดนี้ก็น่าจะนาน 10 ปีได้แล้วจดจำไม่ได้แล้วว่าตอนที่น้องพิมฟ้อนรำสายไหมจะได้เรียงท่ารำตามแบบฉบับท่าฟ้อนสาวไหม 16 ท่ารำไหม ลองชมกันไปครับ ภาพถ่าย set ของน้องพิม จะเยอะหน่อยการฟ้อนสาวไหมเป็นการฟ้อนรำที่แสดงถึงวิถีชีวิตของชาวล้านนา เป็นการเลียนแบบท่าทางการสาวไหมของหญิงสาว ที่ยามค่ำว่างจากการทำงานในพื้นที่เกษตรก็จะนิยมทอผ้าฝ้าย ผ้าไหมผู้คิดค้นประดิษฐ์ท่าฟ้อนสาวไหมขึ้นเป็นคนแรก ได้ค้นจากหลาย website พบว่าข้อมูลได้ระบุผู้คิดค้นคือ พ่อครูกุย สุภาวสิทธิ์ ภูมิลำเนาเดิมอยู่บ้านแม่ก๊ะ อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งต่อมาพ่อครูกุยได้ถ่ายทอดท่าฟ้อนให้บุตรสาวคือแม่ครูบัวเรียว รัตนมณีพรเป็นผู้สืบทอดแม่ครูบัวเรียวเล่าถึงประวัติความเป็นมาของการฟ้อนสาวไหมว่าถ่ายทอดมาจากวิถีชีวิตของชาวล้านนา ตั้งแต่การเก็บดอกฝ้าย สาวเส้นฝ้าย เข้าสู่กระบวนการถักทอที่ปราณีตบรรจง จนกลายมาเป็นผืนผ้าในที่สุดสำหรับท่ารำแม่ครูบัวเรียวได้ดัดแปลงลีลาการฟ้อนต่อสู้แบบชายให้เข้ากับบุคลิกของสตรีคือให้อ่อนช้อยและลงจังหวะดนตรีแบบนาฏศิลป์ไทย ซึ่งในแต่ละท่วงท่าก็มีที่มาจากภูมิปัญญาล้านนาดั้งเดิมทั้งสิ้น ส่วนท่ารำปัจจุบันนั้น ไม่ได้มีกฎเกณฑ์ตายตัว(คัดลอกข้อความบางส่วนมาจาก website ร้อยเรื่องเมืองล้านนา https://www.fm100cmu.com/blog/Lanna/content.php?id=299)น้องมะเกี๋ยง สาวน้อยลูกครึ่่งที่มีใจรักด้านการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมล้านนา - ด้านการแสดงมาที่รุ่นเล็กลงไปอีกหน่อยด้วยเลย (เจอะเจอในการแสดงฟ้อนรำที่เวทีวัดเจดีย์หลวง)มาต่อกับสองพี่น้องที่มีใจรักด้านการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมล้านนา และด้านการแสดงมีภาพถ่าย set นี้น่าจะเก่าสุดละ (ปี 2553) ปิดท้ายไว้กับสองภาพนี้ ด้วยจดจำได้ว่า "กำไลนางสวย สไบนางสวย ซิ่นนางสวย...มือคู่นี้ฟ้อนสาวไหมสวยสุด ๆ แล้ว"จำกัได้ไหมเอ่ย ว่ามือสวย ๆ คู่นี้เป็นของใครกันขอบคุณแม่ครูบัวเรียว รัตนมณีภรณ์ น้องพิม น้องมะเกี๋ยง น้องอ้อม และอีก 3 คนที่เป็นแบบถ่ายภาพนางรำ ฟ้อนสาวไหม ใน blog นี้ด้วยครับขอบคุณเพื่อน ๆ ที่แวะมาชมภาพถ่ายที่ blog กันด้วยครับ