แด่ใครต่อใคร---ที่มีความลับของหัวใจ



สืบเนื่องมาจากการถ่ายรูปคนกับความรัก (ลับ) ในเดือนกุมภาพันธ์
ได้มีเพื่อนๆ น้องๆ ได้ร่วมมือช่วยส่งเรื่องความลับในใจมาให้
(ประเทศไทยใครเลยไม่เคยมีความลับ อิๆ)
เมื่อได้อ่านเรื่องราวของแต่ละคนแล้ว รู้สึกประทับใจมั่กๆ
เลยอยากเก็บเรื่องราวทั้งหมดมาเปิดเผยไว้ในนี้อีกครั้ง

ขอขอบคุณหัวใจของความลับทุกดวงนะตัวเอง






ความลับของ "กบ"


S U P E R* enter.. โอ๊ย! จะต้องประชุมอะไรกันหนักหนาเนี่ย พูดกันแต่เรื่องเดิม ๆ ซ้ำไป ซ้ำมา อืม ลองแอบเข้า เอ็มเอสเอ็น ออนไลน์ดูหน่อยซิว่ามีเพื่อนคนไหนแอบอู้งานเหมือนเราบ้างนะ นางสาวเอริกา พนักงานฝ่ายขายต่างประเทศของบริษัทอุตสากรรมหนักแห่งหนึ่ง แอบบ่นกับตัวเองอยู่อย่างเสียงดังอยู่ในใจ

“เอจ๊ะ เดี๋ยวเราโน๊ตไว้ด้วยนะว่าประชุมคราวหน้าจะต้องเพิ่มรายงานยอดขายของบราซิลเข้าไปด้วย” พี่เต๊ะ เมเนเจอร์คนเก่งของฉันตะโกนเสียงดังสั่งงานฉัน

“ค่ะพี่เต๊ะ” ฉันรีบรับคำสั่ง ในขณะที่มือขาวยังคงเลื่อนเม้าส์ไล่ดู status ใน msn ของเพื่อน ๆ หลังจากใส่พาสเวิดร์สุดเท่ของฉันเข้าไปแล้ว

“เอครับ เอ ทีดีใจมากเลยครับที่เห็นเอ ออนไลน์” กรอบหน้าต่าง msn ที่มีชื่อของทีทรรศ pop up อยู่ในเมนูบาร์หน้าจอคอมพิวเตอร์ฉัน

“เอครับ ทีอยากอธิบาย มันไม่ใช่อย่างที่เอคิดนะครับ”

นายทีทรรศยังพิมพ์ข้อควมส่งหาฉันอย่างต่อเนื่อง ฉันประมวลผลอย่างรวดเร็วมีเพื่อนคนไหนชื่อทีทรรศรึป่าว นึกไล่ย้อนไปตั้งแต่สมัยอนุบาล ประถม มัธยม มหาลัย เอ๊ะไม่น่าจะมีนะ ยกเว้นลูกค้าซื่อคุณธีซึ่งก็ไม่ใช่แน่นอน เพราะเราไม่เคยขัดใจอะไรกัน

ฉันเลยพิมพ์ตอบกลับไปอย่างสุภาพสตรีว่า “ขอโทษนะคะ คือดิฉันคิดว่าเราไม่เคยรู้จักันคะ คุณคงทักคนผิดแล้วหละคะ”

“เอครับ ทีขอโทษ จะให้ทีทำอะไรก็ยอม แต่อย่าแกล้งไม่รู้จักกันอย่างนี้ซิครับ ถ้าเอไม่ให้อภัย แค่ขอโอกาศให้ทีอธิบายก็ยังดี”

เอ้ย ดูนายทีนั่นตอบกลับมาซิ บอกไม่รู้จัก ก็ไม่รู้จักซิ จะทำงัยดีหว่า แกล้งเฉยดีมั๊ย ลี้ภัยเอาตัวรอดไปก่อน

“เอกลับมาจากญี่ปุ่นเมื่อไร ทำไมไม่บอกทีเลย ได้ข่าวว่าไปต่อทริปที่เวียดนาม ทีก็ไปนะแต่ติดต่อมือถือเอไม่ได้เลย”
กรอบหน้าต่าง msn ยังกระพริบไฟสีส้มเป็นการร้องบอกว่าตานายทียังคงไม่หยุดการปฎิการตามล่าสาวเอ เอ๊ะ แต่ฉันก็ไปญี่ปุ่นกับเวียดนามด้วยเหมือนกันนี่ ตานี่เค้ารู้ได้งัยว่าเราไปมา รึว่าจะเป็นเพื่อนของเรามาแกล้งอำเนี่ยะ

“คุณทีคะ ฉันคิดว่าฉันเป็นคนละเอ กับที่คุณตามหานะคะ ฉันไม่เคยหนีคนที่ชื่อทีค่ะ ถ้าจะแกล้งกันก็เลิกเถอะคะ ฉันไม่สนุกด้วยแล้ว ประชุมอยู่ด้วยคะ”
ฉันตอบกลับไปอย่างจริงจิง เพราะรู้สึกไม่ขำแล้วหละ ได้ผลอ่ะ อีตานายทีเงียบหายไปนานเลย

“ขอโทษนะครับ คุณคงไม่ใช่เอของผมจริง ๆ แต่ว่ามันจะเป็นไปได้ยังงัยที่อีเมลล์จะซ้ำกัน ชื่อก็เหมือนกัน” นายนั่นพิมพ์ตอบกลับมา ดูเหมือนว่าผิดหวังอย่างรุนแรง เฮ้ย จะฆ่าตัวตายมั๊ยเนี่ยะ

“คุณคะ ใจเย็นๆ นะคะ คุณคงจดอีเมลล์ผิดหนะคะ ลองค่อย ๆ ไล่สืบดูใหม่นะคะ ลองถามเพื่อน ๆ คุณเอเค้าดู ถ้าเค้ารู้ว่าคุณอยากขอโทษ เค้าคงจะดีใจนะคะ”

ฉันพยายามปลอบใจอีตานั่น เพราะรู้สึกว่าเค้าเสียใจ ที่ฉันไม่ใช่เอของเค้าจริง ๆ หลังจากพยายามอธิบาย (จนสัมฤทธิ์ผล) ว่าฉันเป็นใคร ฉันก็ได้พิมพ์ข้อความไปปลอบใจ และแนะวิธีตามหาสาวเออยู่หลายลู่ทาง

“ขอบคุณมากนะครับ และผมก็ยินดีมากที่ได้รู้จักคุณ คุณเอ คนที่คุณไม่รู้ว่าใคร แล้วเราคงได้มีโอกาศคุยกันอีกนะครับ เพราะฟ้าคงกำหนดให้เราสองคนได้รู้จักกัน” นั่นเป็นข้อความสุดท้ายที่เค้าส่งมา พร้อมกับการกล่าวปิดประชุมของพี่เต๊ะ

แต่นั่นไม่ได้เป็นครั้งสุดท้ายที่ฉันได้คุยกับตานายที เพราะหลังจากวันนั้นมา ทุกเช้าฉันหลังจากเปิดคอมพิวเตอร์ ฉันจะต้องพิมพ์ S U P E R* ที่โปรแกรมเอ็มเอสเอ็น และบ่อยครั้งฉันก็จะได้คุยกะคนที่ฉันก็ไม่รู้ว่าใคร แต่เค้าก็ทำให้ฉันยิ้มได้ตลอด เพราะเราคุยกันได้ทุกเรื่อง คอยให้กำลังใจ ให้คำปรึกษาซึ่งกันและกัน หรือแม้แต่เม้าท์คนรอบตัวของเราสองคน

แต่จนถึงวันนี้ฉันก็ไม่เคยเจอตัวเป็น ๆ ของเค้า เบอร์โทรศัพท์ก็ไม่เคยแลกกัน ฉันก็ไม่รู้ว่าต่อไปข้างหน้าเราสองคนจะคุยกันผ่านหน้าจอสี่เหลี่ยมกันอยู่อย่างนี้รึปาว หรือเราจะได้เจอกันสักวัน หรือว่าเราจะกลายเป็นแค่คนที่เคยรู้จักกัน แต่ฉันก็ได้แต่หวังว่า “It might be you”







ความลับของ M.O.S.


"ทำไมเย็นชาจัง มีหัวใจรึป่าวนี่"
"เปิดโอกาสให้ตัวเองบ้างสิ"

คำพูดเหล่านี้แหละที่ฉันได้ยินจนชินชา ก็มันยากนิที่จะรู้สึกดีๆกับใครสักคน จนบางทีฉันคิดเอาเองว่าหรือว่าฉันเป็นอย่างที่คนอื่นเค้าพูดกันจริงๆ แต่ในที่สุดวันนี้ฉันก็รู้แล้วว่า ฉันก็มีหัวใจเหมือนคนอื่นเหมือนกัน คงต้องขอบคุณเธอสินะที่เดินเข้ามา... แล้วก็...กำลังจะจากไปในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

ความบังเอิญทำให้เราได้เจอกัน ได้ใกล้ชิดกัน และก็ได้คุยกันทุกวัน เราค่อยๆสนิทกันมากขึ้น เริ่มคุยเรื่องส่วนตัวของกันและกัน แล้วในที่สุดเราก็คุยกันได้ทุกเรื่อง คุยกันทีเป็นวันๆ แปลกจังฉันไม่เคยคุยกับใครได้ขนาดนี้เลย เราคุยกันมากกว่าเจอกันซะอีก แต่พอได้เจอได้ใกล้ชิดกันก็ยิ่งทำให้ฉันเข้าใจในความเป็นเธอมากขึ้น ตัวตนจริงๆของเธอที่ไม่มีใครรู้จักและเข้าใจ ฉันได้เห็นอะไรที่คนอื่นไม่เคยได้เห็น หรือจะเรียกว่าไม่มีโอกาสได้เห็นสิ เธอเองก็บอกฉันว่า นอกจากคนในครอบครัวเธอแล้ว ก็มีฉันนี่แหละ ที่เข้าใจเธอ เธอกล้าพูด กล้าแสดงออกในสิ่งที่เธอเป็น แม้กระทั่งความคิดที่ไม่ดีของเธอก็ยังบอกฉัน เพราะเธอมั่นใจว่าฉันไม่มีวันเกลียดเธอแน่

ในสายตาคนอื่นเธอเป็นคนที่สุภาพ เรียบร้อย ยอมคน เงียบๆ ขึ้อาย แต่พอเวลาเธออยู่กับฉันเธอทั้งตลก พูดเก่ง หัวเราะง่าย คงมีอย่างเดียวที่คนอื่นเห็นเหมือนฉันนั่นก็คือเธอขึ้อาย ขึ้อายมาก เจอหน้าฉันทีไรหน้าเธอก็แดงทุกที หลบตาไม่กล้าสู้หน้า พูดจาตะกุกตะกัก เดินชนโต๊ะบ้าง ประตูบ้าง ฉันว่าเธอที่เป็นแบบนี้น่ารักดี ทำให้ฉันหัวเราะได้ตลอด แล้วก็ยังคอยช่วยเหลือฉันเสมอๆ ถ้าฉันโทรไปเธอจะรับสายทุกครั้ง ถ้าเธอไม่ได้รับสาย เธอจะโทรกลับมาพร้อมกับสาธยายเหตุผลที่เธอไม่รับสายฉันทุกครั้ง ฉันขำเพราะอยากบอกว่าฉันไม่ได้โกรธอะไรนี่ เวลาที่เธอไปไหนเธอก็จะบอกทุกครั้งว่าไปไหน วันไหน ไปกับใคร ชื่ออะไรบ้าง ฉันก็แปลกใจทุกครั้งว่าเธอมาบอกฉันทำไม ฉันไม่ได้อยากรู้ซะหน่อย ที่สำคัญชอบถามเรื่องคนที่เธอคิดว่าเป็นคู่แข่งของเธอทุกที ว่าเค้ากับฉันเจอกัน คุยกันบ้างไหม

เธอนี่ตลกจัง สิ่งที่ฉันไม่อยากรู้เธอกลับพูดเอา พูดเอา สิ่งเดียวที่ฉันอยากรู้ เธอกลับไม่เคยพูดมันเลยสักครั้ง เธอมักจะพูดเสมอว่า เธอไม่กล้าที่จะบอกรักคนที่เธอรักสักที ไม่กล้าที่จะแสดงออกให้เค้ารู้ว่ารัก แล้วในที่สุดเค้าก็จากเธอไปโดยที่เค้าไม่รู้เลยว่าเธอชอบเค้า ฉันก็บอกเธอว่า ถ้าอย่างนั้นต่อไปนี้ถ้าเธอรักใคร เธอต้องกล้าที่จะแสดงออก ที่สำคัญต้องบอกเค้านะ อย่าปล่อยให้เค้าหลุดมือไปอีก สิ่งที่ฉันพูดมันไม่ใช่เพื่อใคร แต่เพื่อตัวฉันเอง

แล้ววันนึงเพื่อนของเธอก็เดินมาบอกฉันว่า เธอชอบฉัน มันเหมือนฝันเลย ฉันทำอะไรไม่ถูก ฉันได้แต่รอให้เธอเดินมาบอกฉันด้วยตัวของเธอเอง แต่ฉันก็ได้แต่รอเพราะเธอไม่กล้าพูดออกมา ได้แต่เขิน อาย แล้วก็หลบหน้าหลบตาฉัน ส่วนฉันเองก็ไม่กล้าถามเธอ

แล้วทุกอย่างมันก็ล่วงเลยมาเป็นปี ต่างคนต่างไม่เคยพูดถึงเรื่องนั้นอีก แต่นี่ก็เกือบสองปีแล้วสินะที่เราสองคนคบกันแบบนี้ แบบที่ไม่รู้ว่าเราเป็นแค่เพื่อนกันหรือมากกว่านั้น มีแต่คนสงสัยว่าทำไมเธอยังไม่มีแฟนทั้งที่เพียบพร้อมขนาดนี้ แต่ฉันรู้ว่าทำไมเพราะเธอบอกฉันเสมอว่า เธอชอบคนที่จิตใจไม่ใช่ที่ความสวยงามภายนอก ถ้าเธอเลือกใครแล้วก็จะไม่มีวันเปลี่ยนใจอีกเลยต้องดูใจกันนานๆ แล้วที่สำคัญฉันว่าก็เพราะเธอขี้อายนั่นแหละ

แต่ก็ช่างเถอะ ตอนนี้ฉันไม่สนใจอะไรแล้ว ฉันมีเวลาเหลืออีกแค่ 10 วันที่จะตัดสินใจทำบางอย่าง เพราะเธอกำลังจะจากไปไกลเหลือเกินและอีกนานกว่าเธอจะกลับมา ฉันคิดแล้วคิดอีกหลายรอบ จนฉันเริ่มท้อฉันต้องเลือกระหว่างเก็บความรู้สึกนี้ไว้ในใจกับพูดมันออกไป

จนถึงวันนี้ตอนนี้ ฉันก็ยังไม่รู้เลยว่าจะทำยังไงกับความรู้สึกนี้ดี แปลกนะ ทั้งที่เราสองคนคุยกันได้ทุกเรื่อง แต่ไม่เคยมีสักครั้งที่เราจะพูดถึงความรู้สึกที่แท้จริงในใจที่เราสองคนมีให้กัน ทำไมถึงต้องเป็นอย่างนี้ คงเพราะว่าเราเหมือนกันมากเกินไป ใช่ไหม แล้วเธอล่ะเลือกที่จะทำยังไง หรือว่าจะปล่อยให้มันเป็นเหมือนทุกที

ฉันขออธิษฐาน…ให้มีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นได้ไหม ให้เธอได้เข้ามาอ่านข้อความนี้ก่อนวันเดินทาง แล้วตัดสินใจทำตามหัวใจตัวเองซะที ได้โปรดเถอะ แต่ไม่ว่ายังไง ขอให้เธอรู้ไว้ ฉันก็จะรอ รอคอยวันที่เธอประสบความสำเร็จกลับมา…





ความลับของ ปู


ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงเหมือนกัน ก็บอกไม่ถูกเหมือนกันว่ามีความลับกับเรื่องความรักหรือป่าว เหตุการณ์มันนานมากมาก สมัยเรียนมัธยมต้น ยังละอ่อน ใสปิ๊ง ก็แอบมองหนุ่มคนนึง คมเข้ม ตามสไตล์ที่เราชอบอ่ะ แต่ก็ได้แค่แอบมองเพราะว่าหนุ่มคนนั้นมาจีบเพื่อนในกลุ่มเรานั่นเอง555 ก็จะคอยมาทักเจอเพื่อนเราหน้าห้องเรียนเป็นประจำ หรือบางทีก็สวนกันตามชั้นเรียนแหละ เพราะเรียนตึกเดียวกันแต่คนละชั้น หนุ่มคนนั้นก็พยายามแวะเวียนมาหาเพื่อนเราประจำ แต่อย่างว่าเพื่อนเราคนนี้หน้าตาดี ขาว หมวย สวย น่ารัก หนุ่มๆ ตามจีบเพียบ หนุ่มที่เราแอบปิ๊งนะเป็นหนึ่งในจำนวนนั้น และทุกเย็นๆ ก็จะเห็นหน้าเพราะว่าจะมารวมตัวหาอะไรกินกันก่อนกลับบ้าน แต่ แต่เราซินั่งรถโรงเรียน ไม่มีเวลาเลยจริงๆ ต้องรีบวิ่งไปขึ้นรถโรงเรียนก็จะเห็นหน้าแค่แป๊ปเดียวแหละ ถึงให้มานั่งคุยด้วยก็ไม่ค่อยกล้าอ่ะ ก็แบบเลี่ยงๆ ตลอด

แล้ววันนึงก็มารู้ว่าหนุ่มนั้นไม่สามารถจีบเพื่อนเราต่อไปได้ อาจเป็นเพราะคู่แข่งเยอะด้วยมั๊งเลยถอดใจ เราก็ไม่ได้สนใจอะไร นึกว่าจบจากเพื่อนเราคงไปจีบคนอื่นต่อ พระเจ้า unbelievable พระเจ้า หนุ่มที่เราเคยแอบปิ๊ง ดันส่งเพื่อนมาบอกว่าขอเบอร์โทรบ้านเราหน่อย 555 เราก็เล่นตัว ทั้งๆที่อยากให้ไปจะตาย แต่ตอนนั้นฉุกคิดขึ้นมาออกแนวหมั่นไส้ แหมพอจีบเพื่อนฉันไม่สำเร็จ คิดจะจีบฉันต่อเหรอ สรุปก็ไม่ได้เบอร์เราไป เราก็เฉยๆ

แต่พอระยะหลังๆ เริ่มมาแปลก มาดักรอเจอเรา พยายามเข้ามาคุยกะเรา พยายามยื้อยุดฉุดกระชาก ออกแนวซาดิสม์นิดนึง ซึ่งเราชอบ555 ไม่หรอก ก็แค่มาบอกว่าขอคุยด้วยได้มั๊ย แต่เค้ากลัวเราไม่คุยด้วยมั๊ง มาดึงแขนเราไปซะงั้น แอบแต๊ะอั่งเรานี่หว่า เราบอกว่าถ้าจะคุยก็ปล่อยมือ เดี๋ยวเดินไปคุยด้วย แล้วจะนั่งคุยดีๆ คุยไปเรื่อยเปื่อยตามประสาเพื่อนแหละ เราก็ชวนคุยโน้นนี่ไปเรื่อยเพราะเราก็คุยเก่งใช่ย่อย หลังๆ ก็พยายามหาวิธีเข้าทางเพื่อนเรา ปีใหม่ก็เอาของมาให้ เราก็แอบดีใจเหมือนกันพอได้รับของ แต่ไม่แสดงอาการให้เพื่อนเห็นหรอก กลัวเพื่อนแซว แต่เพื่อนก็แซวตลอดแหละ เราก็บอกเพื่อนกัน บางครั้งเราก็แอบยิ้มขำอยู่คนเดียว

เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมา ที่ปิดบังความรู้สึกที่แท้จริงออกไป พอเรียนจบทุกอย่างก็จบเพราะไม่มีวิธีที่จะติดต่อกันได้แต่ฝากข้อความเพื่อนไปเผื่อว่าเพื่อนเราจะไปเจอเพื่อนเค้าบ้างอ่ะ อยากรู้ข่าวคราวของเค้าบ้าง พอรู้ข่าวอีกทีเค้ามีภรรยาและลูกไปซะแล้ว แต่ว่าปัจจุบันเค้าคนนั้นและเพื่อนของฉันอีกหลายๆ คนก็ยังไม่รู้เลยว่าฉันแอบปิ๊งเค้ารู้แต่ว่าเค้ามาจีบฉันแต่จีบไม่ติด

...แต่เราอยากตะโกนบอกว่ามันติดตั้งแต่วันแรกที่เค้าเดินเข้ามาคุยแล้ว 555






ความลับของ มด


บางครั้งเราอาจทำในสิ่งที่…มีเหตุผล
บางครั้งเราอยากออกจากวังวน...ที่คนเขาตีค่า
เพราะชีวิตเป็นของเรา...ที่พระเจ้าประทานมา
อยากใช้มันให้มีค่า...ตามปรารถนาที่เรามี

เมื่อหัวใจผูกพันต่อกันแล้ว
คงไม่แคล้วห่วงใยอยากใกล้ชิด
ขออย่าได้เอ่ยถามความถูกผิด
เพราะชีวิตอยู่ที่ใจใช่กฎเกณฑ์

ในความจริงที่เรานั้นต้องคิด
ว่าชีวิตดำเนินไปอย่างไรแน่
กลัวว่ารักลางเลือนจนเชือนแช
กลัวพ่ายแพ้แก่ชะตาที่มาเยือน

อยากจะขอปาฏิหาริย์แห่งความรัก
ให้ประจักษ์ความงดงามตามที่ฝัน
พ้นจากม่านมายาสารพัน
สู่คืนวันแห่งรักได้พักพิง












 

Create Date : 08 กุมภาพันธ์ 2551
0 comments
Last Update : 10 กุมภาพันธ์ 2551 23:42:33 น.
Counter : 243 Pageviews.


A grain of sand, I am
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





A grain of sand, I am
A stardust in the sky, I am
A drop of water in the ocean, I am
A happiness of what I am, I am




Group Blog
 
 
กุมภาพันธ์ 2551
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
242526272829 
 
8 กุมภาพันธ์ 2551
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add A grain of sand, I am's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.