เราเกิดมาเพี่อทำพระนิพพานให้แจ้ง แสวงบุญ สร้างบารมี เป้าหมายชีวิตคือที่สุดแห่งธรรม
Group Blog
 
 
สิงหาคม 2552
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
7 สิงหาคม 2552
 
All Blogs
 

บวช ๗,๐๐๐ รูป ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ชาติไทย









อานิสงส์ของการออกบวช

พระเจ้าอชาตศัตรูทูลถามพระพุทธเจ้าว่า :

"บุคคลในโลกนี้เขามีอาชีพแตกต่างกัน เป็นทหาร เป็นข้าราชการ เป็นคหบดี มีอาชีพ

เป็นช่างต่างๆเป็นชาวนา เป็นชาวไร่ ชาวสวน หรืออาชีพช่างไม้ต่างๆบุคคลที่ประกอบ

อาชีพเหล่านี้ เมื่อประกอบอาชีพแล้วก็สามารถจะสร้างตัวได้ เลี้ยงตัวได้ในปัจจุบัน

แล้วก็มีเงินทองเลี้ยงดูบุตรภรรยาของตน และก็ทำบุญ ทำทาน ก็มีโอกาสไปเกิดบน

สวรรค์ อยากจะถามว่า ในพระพุทธศาสนานี้ พระองค์ตรัสความเป็นสามัญผล คือ

ผลที่จะได้จากการบวช ของกุลบุตรในศาสนานี้ไว้อย่างไรบ้าง? "

พระพุทธเจ้าจึงได้ตรัสว่า : "ผู้ที่บวชเข้ามาในศาสนานี้ย่อมได้อานิสงส์ถึง ๑๔ ประการ"
สามัญญผล ๓ หมวด

สามัญญผล หรือ ผลของความเป็นสมณะที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้นี้ สามารถจัด

ออกได้เป็น ๓ หมวด คือ

หมวดที่ ๑ ทำให้พ้นจากฐานะเดิม

คือ พ้นจากความเป็นทาส เป็นกรรมกร เป็นชาวนา ได้รับการ

ปฏิบัติดีแม้จากพระมหากษัตริย์ นี้ คือ ผลข้อที ๑ และข้อที่ ๒

หมวดที่ ๒ เมื่ออบรมจิตใจเป็นสมาธิ เป็นเหตุให้ได้ฌานที่ ๑ ถึงที่๔ อันทำ

ให้กิเลสอย่างกลางสงบลงได้ คือ ผลข้อที่ ๓ ที่ ๔ ที่ ๕

และที่ ๖

หมวดที่ ๓ ทำให้ได้วิชชา ๘ เริ่มตั้งแต่ข้อที่ ๗ คือ ได้วิปัสสนาญาน จนถึงข้อ

ที่ ๑๔ คือ อาสวักขยญาณ

ในข้อแรก

พระพุทธองค์ตรัสถามพระเจ้าอชาตศัตรูว่า :

"ก็คนที่เป็นทาสกรรมกรของพระองค์ เคยรับใช้พระองค์อยู่ ตื่นก่อนนอนทีหลัง

ทาสกรรมกรเหล่านั้นมาพิจารณาว่า พระมหากษัติย์เจ้านายของเรานี้ทรงมี

บุญญาธิการ มีบุคคลแวดล้อม มีทรัพย์สินนานัปการ มีอำนาจยิ่งใหญ่ พระองค์ก็เป็น

มนุษย์ เราก็เป็นมนุษย์ เพราฉะนั้น เราจะต้องออกบวชเสียดีกว่า เมื่อออกบวชแล้ว

ประพฤติพรหมจรรย์ ต่อมาพระองค์ได้พบทาสกรรมกรของพระองค์นั้น พระองค์จะ

เรียกบุคคลนั้นให้มาทำงานรับใช้พระองค์ ให้ตื่นก่อนนอนทีหลังอีกหรือเปล่า? "

พระเจ้าอชาตศัตรูทูลตอบว่า :

"ไม่อย่างนั้น แต่ข้าพระองค์จะเคารพกราบไหว้ผู้นั้น ให้ความคุ้มครองตามธรรม"

พระพุทธองค์ตรัสว่า : นี่แหละคืออานิสงส์ของการบวชข้อที่ ๑ ที่เห็นได้ชัดในปัจจุบัน

ต่อจากนั้น

พระพุทธองค์ตรัสว่า : "มีคนที่ทำนาของพระองค์ มาพิจารณาว่า พระเจ้าแผ่นดินของ

เรามีอำนาจวาสนามีบุญใหญ่ พระองค์ก็เป็นมนุษย์ เราก็เป็นมนุษย์ ไฉนหนอ เราจึงจะ

ได้ออกบวชประพฤติพรหมจรรย์ และในที่สุด ท่านผู้นั้นก็ได้ออกบวชประพฤติ

พรหมจรรย์ เมื่อพระองค์ทรงพบภิกษุที่เคยเป็นชาวนานั้นเข้า จะตรัสเรียกท่านผู้นั้นให้

มาทำนาให้แก่พระองค์อีกหรือ ?"

พระเจ้าอชาตศัตรูทูลตอบว่า :

"ไม่อย่างนั้น แต่ข้าพระองค์จะเคารพกราบไหว้ ให้ความคุ้มครอง ถวายปัจจัย ๔ ให้

การคุ้มครองด้วยความเป็นธรรมแก่ผู้นั้น"

พระพุทธองค์ตรัสว่า : นี่เป็นสามัญญผล คือ ผลที่เห็นได้ชัดจากการบวชข้อที่ ๒

พระพุทธเจ้าจึงตรัสต่อไปว่า : คหบดีหรือ กุลบุตรในแว่นแคว้นของพระองค์นี้ มา

พิจารณาเห็นว่า พระเจ้าแผ่นดินของเรานั้นเพียบพร้อมไปด้วยความสุข มีความรุ่งเรือง

ก็เรานี้เห็นว่าการครองเรือนเต็มไปด้วยความทุกข์ เป็นที่คับแคบ ส่วนบรรพชาเป็นช่อง

ว่าง การที่อยู่ครองเรือนจะประพฤติพรหมจรรย์ให้บริสุทธิ์สะอาดดุจดั่งสังข์ขัดนั้นทำได้

ยาก เพราะฉะนั้น เขาจึงออกบวช ประพฤติพรหมจรรย์ สมบูรณ์ไปด้วยศีล

คือ จุลศีล มัชฌิมศีล และมหาศีล (คือ ศีลขนาดเล็ก ขนาดกลาง และศีลมาก) ต่อจาก

นั้นภิกษุนั้นสำรวมอินทรีย์ คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ มีสติสัมปชัญญะ ละบาปอกุศล

มีสันโดษ ยินดีด้วยปัจจัย ๔ ออกป่าบำเพ็ญสมาธิ ละนิวรณ์ ๕ ได้ ในที่สุดก็ได้

บรรลุฌานที่ ๑ ได้ประสบความสุขอันเกิดจากฌาน

นี้ คืออานิสงส์ของการบวช หรือสามัญญผล ข้อที่ ๓


ต่อจากนั้น ท่านผู้นั้นก็บำเพ็ญสมาธิจน

บรรลุฌานที่ ๒

ก็เป็นอานิสงส์ข้อที่ ๔

บรรลุฌานที่ ๓

ก็เป็นอานิสงส์ข้อที่ ๕

บรรลุฌานที่ ๔

ก็เป็นอานิสงส์ข้อที่ ๖


ต่อจากนั้น

ท่านก็น้อมจิตไปเพื่อเจริญวิปัสสนา โดยพิจารณาพระไตรลักษณ์ จนจิตของตนเข้าถึง

วิปัสนาญาน แยกรูปแยกนาม พิจารณานามรูป เห็นตามความเป็นจริง ก็เป็นเหตุให้

ท่านผู้นั้นสามารถบรรลุญาณทัสสนะ อันเป็นวิปัสสนาญาน

พระพุทธเจ้าตรัสว่า : นี้คือ อานิสงส์ของการบวชข้อที่ ๗


ต่อจากนั้น

ก็สามารถบรรลุ มโนมยิทธิ คือ ฤทธิ์ทางใจ นิรมิตกายอื่นจากกายนี้ได้

เป็นอานิสงส์ข้อที่ ๘

ต่อจากนั้น

ก็ได้บรรลุ อิทธิวิธิ คือ แสดงฤทธิ์ เช่น น้อยคนทำให้เป็นมากคน ดำไปในดิน ดำไปใน

น้ำได้ก็เป็นอานิสงส์ข้อที่ ๙

เมื่อปฏิบัติต่อไป

ก็สามารถได้ ทิพโสต คือ หูทิพย์ ได้ยินเสียงจากที่ไกลเกินวิสัยของหูมนุษย์ธรรมดา

เป็นอานิสงส์ข้อที่ ๑o

เมื่อปฏิบัติต่อไป

ก็สามารถได้ เจโตปริยญาน คือ รู้ใจคนอื่น คือ สามารถทายใจคนอื่นได้ (แม้ใน

ปัจจุบันก็มีพระบางรูปที่สามารถรู้ใจคนอื่นได้ เรียกว่า เจโตปริยญาน)

การได้เจโตปริยญาณ

เป็นอานิสงส์ข้อที่ ๑๑

บางท่านก็ระลึกชาติได้ ที่เรียกว่า บุพเพนิวาสานุสสติญาน คือ ระลึกชาติหนหลังได้

เป็นจำนวนมาก อาจจะเป็นจำนวนหลายๆชาติ หรือชาติจำนวนมากที่ผ่านมาในอดีต

การระลึกชาติหนหลังได้นี้

เป็นอานิสงส์ข้อที่ ๑๒

บางท่านก็ได้ทิพจักษุ หรือ จุตูปปาตญาณ คือ ญาณรู้จุติกำเนิดของสัตว์ทั้งหลาย คือ

สามารถรู้เห็นสัตว์ทั้งหลายที่เกิดและที่ตายด้วยตาทิพย์ การได้ทิพจักษุนี้

เป็นอานิสงส์ของการบวชข้อที่ ๑๓

ในที่สุดก็ได้บรรลุอาสวักขยญาณ คือ ทำกิเลสให้สิ้นไป

ก็เป็นอานิสงส์ข้อที่ ๑๔

พระพุทธองค์ทรงสรุป ในที่สุดแห่งทุกข้อว่า

เป็นผลแห่งความเป็นสมณะที่เห็นได้ในปัจจุบันว่าสูงกว่ากันไปตามลำดับ คือ ตั้งแต่

ขั้นแรกแล้วบรรลุสูงขึ้นๆ ไปตามลำดับ ซึ่งเป็นอานิสงส์ของการบวช ที่เห็นได้ชัดเช่น ผู้ที่

ได้บรรลุฌานที่ ๒ ก็ประเสริฐกว่าฌานที่ ๑ ได้บรรลุฌานที่ ๓ ประเสริฐกว่าฌานที่ ๒ ได้

บรรลุฌานที่ ๔ ประเสริฐกว่าฌานที่ ๓ และการบรรลุต่อๆ ไป ก็สูงขึ้นตามลำดับ

วิชชา ๘ คืออะไร?

วิชชา ๘ ก็คือ
๑. วิปัสสนาญาณ ญาณอันนับเข้าในวิปัสสนา

๒. มโนมยิทธิ ฤทธิ์ทางใจ

๓. อิทธิวิธิ แสดงฤทธิ์ได้

๔. ทิพโสต หูทิพย์

๕. เจโตปริยญาณ รู้ใจคนอื่น

๖. ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ระลึกชาติได้

๗. ทิพจักขุ ตาทิพย์

๘. อาสวักขยญาณ ทำอาสวะ คือ กิเลสให้สิ้นไปได้


ผู้บวชย่อมได้อานิสงส์แห่งบุญจากการบวช ได้ฝึกฝน อบรมตนเองตามพุทธวิธี แม้

เพียงระยะเวลาสั้นๆ ก็สามารถ นำพาชีวิตให้พบกับเป้าหมายอันสูงส่ง และย่อมได้

อานิสงส์ มากมาย ยากที่จะนับจะประมาณได้เพราะความตั้งใจอัน มั่นคงที่จะบวช

ฝึกฝนตนเอง ถ้าตั้งใจประพฤติปฏิบัติอย่าง เคร่งครัด ย่อมได้อานิสงส์ ดังนี้

๑.) เป็นผู้รู้จักบริหารเวลา คือรู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ เรียกว่า ความเป็นผู้รู้กาล

ซึ่งเป็นคุณธรรมข้อหนึ่งที่ทำให้ เป็นสัปบุรุษ

๒.) แม้ช่วงเวลาจะสั้น แต่ถ้าลงปฏิบัติอย่างจริงจัง ก็จะได้ ลิ้มรสความสุข จากความ

สงบตั้งแต่ยังเยาว์

๓.) มีโอกาสได้ศึกษาหลักธรรมไว้กำกับความรู้ จะได้ใช้ ความรู้ ไปในทางที่ถูกที่ควร

๔.) ได้ฝึกวินัยและเข้าใจวัฒนธรรมในการอยู่ร่วมกันเป็นหมู่คณะถ้าบรรพชาแล้วตั้งใจ

ฝึกฝนอบรมตนเอง อย่างจริงจัง ต่อไปจะเป็นคนรักระเบียบวินัย

๕.) ได้ฝึกสมาธิ ทำจิตให้สงบ ซึ่งเป็นผลดีต่อการเรียน

๖.) เกิดความปลื้มปิติยินดีที่ได้ทำความดีตั้งแต่ยังเยาว์ความปิตินี้เองที่จะเป็นเครื่อง

หล่อเลี้ยงหัวใจอยู่เสมอ

๗.) ทำให้มีความอดทน ไม่หวั่นไหวต่ออุปสรรคใดๆ

๘.) ทำให้รู้จักตนเองนั่นคือรู้ว่าตนเองมีความรู้ความสามารถคุณธรรมแค่ไหนเพียงใด

เพื่อที่จะได้พัฒนาปรับปรุง ตนเองให้ดียิ่งขึ้น

๙.)ได้ชื่อว่าเป็นผู้เริ่มถากถางหนทางไปพระนิพพาน





โครงการอุปสมบทหมู่ ๗,๐๐๐ รูป ๗,๐๐๐ ตำบล

หลักการและเหตุผล
ประเทศไทยเป็นดินแดนที่รุ่งเรืองด้วยพระพุทธศาสนามายาวนานนับพันปี พระมหากษัตริย์ไทยนับแต่อดีตถึงปัจจุบันทรงเป็นพุทธศาสนิกชน และทรงอุปถัมภ์บำรุงพระพุทธศาสนาให้รุ่งเรืองสืบต่อกันมา จึงเป็นที่ประจักษ์ว่าพระธรรมคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้กลายเป็นรากฐานสำคัญของสังคมไทย ทั้งการปกครอง กฎหมายข้อบังคับ และวัฒนธรรมประเพณีต่างๆ ซึ่งเป็นเหตุแห่งความเจริญรุ่งเรือง และความร่มเย็นเป็นสุขของประชาชนไทยตลอดมา

ปัจจัยหลักประการหนึ่งของการสืบทอดความรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนา คือ ประเพณีการบรรพชาอุปสมบทของชายไทยที่อายุครบ ๒๐ ปีบริบูรณ์ เพื่อปลูกฝังศีลธรรมและเรียนรู้หลักการดำเนินชีวิตอย่างถูกต้อง ก่อนเข้ารับผิดชอบหน้าที่ต่างๆในครอบครัวและสังคม ทำให้เมืองไทย เป็นสยามเมืองยิ้ม ผู้คนมีน้ำใจไมตรี เอื้อเฟื้อแบ่งปัน รักบุญกลัวบาป และมีสติยั้งคิด

มูลนิธิธรรมกาย และวัดพระธรรมกาย ร่วมกับ สมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย เล็งเห็นว่าในภาวะที่บ้านเมืองกำลังต้องการความสมานฉันท์และความสงบเย็น เพื่อดับร้อนวิกฤติปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ทั้งด้านการเมือง สังคม และเศรษฐกิจ ควรจัดให้มีโครงการบรรพชาอุปสมบทหมู่ครั้งใหญ่ขึ้น โดยมีผู้เข้าอุปสมบทจากทุกตำบลทั่วประเทศ ตำบลละ ๑ ท่าน ก็จะเกิดเป็นผลานิสงส์อันยิ่งใหญ่ เป็นการสั่งสมบุญกุศลร่วมกันของทั้งผู้บวช ผู้อุปถัมภ์การบวช และประชาชนชาวไทยทุกคน ซึ่งจะส่งผลเป็นบุญบารมี ความสมัครสมานสามัคคี และความมีสติปัญญา ที่จะนำประเทศไทยให้ฝ่าพ้นวิกฤติไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองได้ในที่สุด

วัตถุประสงค์
๑. เพื่อให้กระแสธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แผ่ปกคลุมทั่วผืนแผ่นดินไทยให้ดับร้อน
ฝ่าภัยวิกฤติไปสู่ความเข้มแข็งและเจริญรุ่งเรืองต่อไป
๒. เพื่อให้ประชาชนทุกตำบลทั่วประเทศได้ร่วมสั่งสมบุญบารมีในโครงการอุปสมบทหมู่และเป็นแบบอย่าง
อันดีให้เกิดโครงการเช่นนี้ขึ้นทั่วประเทศไทย
๓. เพื่อให้ผู้อุปสมบทได้มีโอกาสศึกษาและปฏิบัติธรรมเพื่อเป็นหลักในการดำเนินชีวิตอย่างถูกต้องสืบไป

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

๑. เป็นมหากุศล สร้างความร่มเย็นและนำความเจริญรุ่งเรืองมาสู่แผ่นดินไทย
๒. เกิดความร่วมมือในทาง สร้างสรรค์ระหว่างวัดและตำบลทั่วประเทศ เพื่อการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน
ต่อไป
๓. สร้างผู้นำในการเป็นต้นแบบทางศีลธรรมให้เกิดขึ้นในสังคมทุกภาคส่วนทั่วประเทศอย่างน้อยตำบลละ
๑ คน
๔. ผู้เข้าอุปสมบทได้เรียนรู้หลักธรรมนำไปใช้ในการดำเนินชีวิต



การรับสมัคร ( ภายใน วันที่ ๒๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ )
๑. สมัครด้วยตนเอง หรือส่งใบสมัครทางไปรษณีย์ได้ที่
ศูนย์ประสานงานโครงการบวชพระธรรมทายาท ๗,ooo รูป
(อาคารแจ่มจันทร์) วัดพระธรรมกาย ต. คลองสาม
อ. คลองหลวง จ. ปทุมธานี ๑๒๑๒o
เบอร์โทรศัพท์ : (๐๒)๘๓๑ – ๑๘๔o – ๑, (๐๘)๗๕๙๔ – ๙๕๙๕, (๐๘)๙๑๑๖ – ๘๑๘๖
หรือศูนย์ประสานงานโครงการฯ ในจังหวัดที่ท่านสังกัด
๒. สมัครผ่านระบบอินเตอร์เนต
เวปไซต์ : //www.dmycenter.com



หลักฐานการสมัคร
** สามารถกรอกรายละเิอียดและส่ง fax มาได้ที่ ๐๒-๘๓๑-๑๘๔๙

๑. รูปถ่ายขนาด ๑ นิ้ว (ไม่สวมหมวก ไม่ใส่แว่นตาดำ)
ถ่ายไว้ไม่เกิน ๖ เดือน ๑ ใบ
๒. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน จำนวน ๑ ใบ
๓. สำเนาทะเบียนบ้านจำนวน ๑ ชุด
๔. สำเนาหลักฐานการศึกษา จำนวน ๑ ชุด
๕. ใบรับรองแพทย์และใบระบุผลการตรวจเลือด HIV



คุณสมบัติผู้เข้าอุปสมบท
๑. เป็นชายแท้จบการศึกษา มัธยมศึกษาปีที่ ๓ ขึ้นไปและมีอายุระหว่าง ๒๐ – ๖๐ ปี
(เกิดก่อนวันที่ ๓๑ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๓๒)
๒. ได้รับอนุญาติจากผู้ปกครองหรือผู้รับรองเป็นลายลักษณ์อักษร
๓. ผ่านการสัมภาษณ์และสอบขานนาคจากคณะกรรมการฯ ที่วัดพระธรรมกาย
หรือผู้นำบุญในจังหวัดของท่าน
๔. สามารถเข้าอบรมได้ตลอดระยะเวลาการอบรม
๕. เป็นผู้ที่มีความประพฤติดี พร้อมที่จะรักษาระเบียบวินัยได้
๖. สุขภาพแข็งแรง ไม่เป็นโรคติดต่อ ไม่มีโรคประจำตัว เช่น ลมชัก โรคเบาหวาน โรคจิตประสาท โรคไต
โรคหอบหืด ต้องไม่ติดยาเสพติด
๗. เป็นผู้อยู่ง่ายกินง่าย ไม่เลือกอาหาร ให้เป็นภาระต่อตนเองและผู้อื่น
๘. ไม่เป็นผู้ที่มีร่างกายในลักษณะทุพพลภาพ
๙. ต้องมีคุณสมบัติผู้บวชตามกฎหมาเถรสมาคม และไม่มีรอยสักอันไม่เหมาะสม
( เห็นชัดเจนเมื่อห่มจีวร )


สถานที่
สถานที่อบรมและบรรพชา วัดพระธรรมกาย
สถานที่อุปสมบท วัดในเขตจังหวัดกรุงเทพฯ ปริมณฑล และภาคกลาง ๑๓๕ วัด


กำหนดการอบรม
๑. ระยะเวลาการอบรม
โครงการ ๒ อุปสมบถหมู่รุ่นพิเศษ
วันเสาร์ที่ ๒๒ สิงหาคม – วันศุกร์ที่ ๑๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๒
๒. วันสัมภาษณ์และสอบท่องขานนาค
- วันอาทิตย์ที่ ๒๖ กรกฎาคม, ๒, ๙ และ ๑๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๒
เวลา ๑๓.๓o น. – ๑๗.๓o น.
ห้องสัมมนาชั้น ๑ สภาธรรมกายสากล วัดพระธรรมกาย
- หรือสัมภาษณ์สอบ/สอบ โดยพระอาจารย์/ผู้นำบุญในจังหวัดแล้วลงชื่อรับรองด้านหลังใบสมัคร
๓. กำหนดการเข้าวัดและปฐมนิเทศ
วันเสาร์ที่ ๒๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๒
เวลา ๑๓.๓o น.
ปฐมนิเทศ ณ สภาธรรมกายสากล วัดพระธรรมกาย
๔. พิธีบรรพชาอุปสมบถ
วันที่ ๒๙ – ๓๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๒
๕. สิ้นสุดการอบรม
วันศุกร์ที่ ๑๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๒


การเตรียมของใช้ในการอบรม

ของใช้ในการอบรม
๑. ผ้าห่มกันหนาวสีเหลือง ๑ ผืน
๒. ชุดอบรมธรรมทายาท สีขาวล้วนไม่มีลาย จำนวน ๒ ชุด
๓. เสื้อพระราชทาน แขนสั้นสีขาวไม่มีลาย ๑ ตัว
๔. ของใช้ส่วนตัวเช่น ขันน้ำ(สีขาว) สบู่ ยาสระผม ผงซักฟอก แปรงและยาสีฟัน ไฟฉายพร้อมถ่านไฟฉาย
๕. กางเกงขาสั้น สำหรับใส่อาบน้ำ หรือผ้าขาวม้า และผ้าเช็ดตัว(สีเหลือง)
๖. ยาประจำตัว เช่น ยาแก้แพ้ ยาทากันยุง ยาแก้โรคกระเพาะ
๗. มีดโกนหนวด พร้อมใบมีดโกน อย่างน้อย ๔ ใบ
๘. รองเท้าแตะสีน้ำตาล จำนวน ๑ คู่
๙. ร่มกันฝนสีสุภาพ เช่น สีน้ำตาลหรือสีน้ำเงิน เป็นต้น

ของที่ไม่ควรนำมาในการอบรม
๑. หนังสืออ่านเล่น หรือสื่อ ที่เป็นอุปสรรคต่อการฝึกสมาธิ
๒. อาหาร และของขบเคี้ยวทุกชนิด
๓. เครื่องเล่นสื่อทุกชนิด เช่น วิทยุ, ซีดี, MP3, MP4
๔. กระจกเงา รูปถ่ายญาติมิตร และกล้องถ่ายรูป
๕. ของมีค่าและเครื่องประดับ เช่นแหวน สร้อยคอ เป็นต้น
๖. อุปกรณ์สำหรับติดต่อสื่อสารทุกชนิด เช่น โทรศัพท์มือถือ
(คณะกรรมการจะตรวจและเก็บดูแลของเหล่านี้แทนท่านระหว่างการอบรม)

ของที่ห้ามนำติดตัวตลอดการอบรม
๑. วัตถุมีคม อาวุธ สิ่งที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต และทรัพย์สินต่าง ๆ
๒. บุหรี่ รวมถึงยาเสพติดทุกชนิด

สอบถามรายละเอียดได้ที่
ศูนย์ประสานงานโครงการบวชพระธรรมทายาท ๗,ooo รูป
(อาคารแจ่มจันทร์) วัดพระธรรมกาย
๒๓/๒ หมู่ ๗ ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ๑๒๑๒๐
เบอร์โทรศัพท์ : (๐๒)๘๓๑ – ๑๘๔o – ๑, (๐๘)๗๕๙๔ – ๙๕๙๕ และ (๐๘)๙๑๑๖ – ๘๑๘๖
และทุกวันอาทิตย์ บริเวณเสา M7 ( เอ็ม ๗ ) สภาธรรมกายสากลหลังใหม่ ชั้น ๒

















 

Create Date : 07 สิงหาคม 2552
6 comments
Last Update : 12 สิงหาคม 2552 8:40:07 น.
Counter : 2403 Pageviews.

 


อรุณสวัสดิ์เจ้าค่ะเอากาแฟมาส่งตอน
เช้าเจ้าค่ะแอบเอาหัวใจใส่ไปเต็มเลยอะมีความสุขมากๆน๊า

 

โดย: yoja 21 สิงหาคม 2552 7:07:22 น.  

 

อยากทราบว่าธรรมทายาทไปบรรพชาที่วัดไหนค่ะ

 

โดย: ปณิชา IP: 125.25.234.177 30 สิงหาคม 2552 14:42:14 น.  

 


สวัสดีวันพุธเจ้าค่ะ..มีความสุขทั้งวันน๊า

 

โดย: yoja 2 กันยายน 2552 9:22:46 น.  

 

พิธีรับ มอบ โคกระบือ โรงสีข้าว
เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวันพ่อแห่งชาติ
ณ โรงเรียนฝึกกระบือไถ่นาในพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ ต.ป่าหวายนั่ง อ.บ้านฝาง จ.ขอนแก่น
วันเสาร์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ.2552
ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธค. 52 เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกท่านได้ร่วมสร้างบุญกุศลตอบแทนผู้มีพระคุณที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต คือ พ่อของแผ่นดินที่กำลังทรงพระประชวรอยู่ในขณะนี้ องค์หลวงพ่อทองปาน จารุวัณโณ (ศิษยานุศิษย์ในหลวงปู่บุญจันทร์ กมโล พระกรรมฐานสายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต) เจ้าอาวาสวัดป่าสันตินิมิต จ.ศรีสะเกษ ได้จัดทำโครงการไถ่ชีวิตโคกระบือจำนวน 199 ตัว เพื่อตอบสนองโครงการธนาคารโคกระบือตามพระราชดำริ โดยไปซื้อโคกระบือที่กำลังจะถูกฆ่าจาก โรงฆ่าสัตว์ไปมอบให้แก่เกษตรที่แจ้งความประสงค์ขอรับไปเลี้ยงดู ในพิธีรับมอบโคกระบือจะมีคณะกรรมการได้แก่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต เป็นผู้ดูแลเกษตรเพื่อให้ทำตามสัญญา คือ ห้ามฆ่า ห้ามขาย ห้ามแลกเปลี่ยนโคกระบือ ต้องดูแลโคกระบือจนสิ้นอายุขัย
เนื่องในโอกาสวันพ่อแห่งชาตินี้ จะมีพิธีมอบโคกระบือถวายเป็นพระราชกุศล ณ โรงเรียนฝึกกระบือไถ่นาในพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ ต.ป่าหวายนั่ง อ.บ้านฝาง จ.ขอนแก่นและอำเภอใกล้เคียงในวันเสาร์ที่ 12 ธค.นี้ ในการนี้ พระเดชพระคุณหลวงพ่อสนอง กตปุญโญ
เจ้าอาวาสวัดสังฆทาน จ.นนทบุรีได้เมตตามอบโรงสีข้าวจำนวน 1 ชุดแก่เกษตรกรและอำเภอใกล้เคียงเพื่อให้สามารถผลิตข้าว พืชผักปลอดสารพิษจำหน่ายให้กับประชาชนทั่วไปด้วย

กำหนดการ
วันเสาร์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ.2552
เวลา 7.30 น.- ใส่บาตรพระสงฆ์จำนวน 9 รูป
- ถวายภัตตาหารพระสงฆ์
เวลา 9.30 น.- ประธานพิธีจุดธูป เทียน บูชา
พระรัตนตรัย
- พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์
- ประธานโครงการ
ท่านหลวงพ่อทองปาน จารุวัณโณ กล่าวสัมโมทนียกถา
- พิธีถวายราชสดุดี
- พิธีรับ มอบ โคกระบือ และ
โรงสีข้าวถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวันพ่อแห่งชาติ
- ประธานพิธีกล่าวขอบคุณ เป็นอันเสร็จพิธี


ร่วมทำบุญได้โดยโอนเงินเข้า :
1. บัญชีออมทรัพย์ ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาบึงบูรพ์
จ.ศรีษะเกษ ชื่อบัญชี พระทองปาน จารุวัณโณ
เลขที่ 757-2-04169-9 หรือ
2. บัญชีออมทรัพย์ ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาศิริราช
ชื่อบัญชี ไถ่ชีวิตโค- กระบือ เลขที่ 016-4-20015-2

สนใจติดต่อสอบถามได้ที่ :
1. ผศ.ยุวดี ชาติไทย(รพ.ศิริราช)โทร.089-816-4343,
แฟกซ์ 02-424-8120
2. คุณเกรียงไกร โสมนิล โทร.089-897-8008,
แฟกซ์ 02-528-5840
3. คุณทิพยวรรณ มุกนำพร ภาควิชาวิสัญญีวิทยา
คณะแพทยศาสตร์
มหาวิทยาลัยขอนแก่น โทร.083-140-2285,
E-mail ; thimuk@Gmail.com
แฟกซ์ ; 043-348-390 ต่อ 405 พร้อมหมายเหตุท้ายชื่อว่า ส่งต่อคุณทิพยวรรณ มุกนำพร

ท่านที่ต้องการใบอนุโมทนาบัตร โปรดส่งสลิปการโอนเงินพร้อมชื่อ ที่อยู่ตามหมายเลขแฟกซ์หรือ E-mail ข้างต้น

บุญกุศลจากการไถ่ชีวิตโค-กระบือ คือ การเป็น “ ผู้ให้ ” ที่ยิ่งใหญ่ คือการให้ชีวิตแก่โค-กระบือที่เป็นสัตว์ใหญ่ การไถ่ชีวิตโค-กระบือครั้งนี้มีอานิสงค์แรงกล้า เพราะโค-กระบือทุกตัวจะได้รับการไถ่ชีวิตจากโรงฆ่าสัตว์ ซึ่งเตรียมจะถูกฆ่าในวันรุ่งขึ้น จึงนับว่าท่านได้ช่วยชีวิตสัตว์ใหญ่ให้รอดตายจากการถูกฆ่าอย่างเฉียดฉิว การช่วยชีวิตในภาวะวิกฤติเช่นนี้ จึงมีอานิสงค์แรงกล้า ทำให้ท่านได้รับบุญใหญ่ มีสุขภาพพลานามัยที่สมบูรณ์แข็งแรง ช่วยต่ออายุให้ท่านมีอายุยืนนาน ปราศจากทุกข์โรคาภัยพิบัติตลอดชั่วอายุขัยเช่นกัน




 

โดย: ไถ่ชีวิตโคกระบือวันพ่อ 199 ตัว IP: 125.26.193.19 16 พฤศจิกายน 2552 19:15:20 น.  

 

Test

 

โดย: Test IP: 115.87.114.20 23 พฤษภาคม 2554 14:27:42 น.  

 

เรารับทำ Snack Box นะคะ
เผื่อเป็น ตัวเลือก ให้คุณ
ลองเข้าไปดูที่เฟส เรานะคะ
https://www.facebook.com/vivi.bkk
หรือ โทรหาเราที่เบอร์
095 538 5667
หรือ Line : vivi sausage ค่ะ

 

โดย: ก้อยนะคะ IP: 171.99.141.6 28 กุมภาพันธ์ 2557 13:24:37 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


รัตนมาลี
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add รัตนมาลี's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.