ตีความหนัง...ตีความชีวิต
สารบัญภาพยนตร์
จัดอันดับภาพยนตร์ยอดเยี่ยมประจำปี 2012
ประวัติศาสตร์ภาพยนตร์(แยกตามลัทธิ)
ประวัติศาสตร์ภาพยนตร์(ตาม ค.ศ.)
<<
พฤศจิกายน 2554
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
23 พฤศจิกายน 2554

Confessions(2010)

Confessions(2010)

บทเรียนชีวิตของครูสาวผู้ล้างแค้น




*เปิดเผยเนื้อหาสำคัญของภาพยนตร์*

ภาพยนตร์มักนำเสนอสภาพสังคมในประเทศนั้นๆออกมา โดยไม่อาจรู้ว่าเป็นความจงใจของผู้กำกับหรือไม่ Confessions มีภาพความรุนแรงที่เกิดขึ้นด้วยน้ำมือของเด็กวัยรุ่นมากมาย โรงเรียนกลายเป็นที่ซ่องสุม ปลดปล่อย และใฝ่หาอิสรภาพจากเด็กๆผู้ไม่เคยสัมผัสได้จากที่บ้าน

ใช่แล้วครับ ปัญหาต้นตอมันเกิดมาจากที่บ้านเป็นสำคัญ ปัญหาครอบครัว การหย่าร้าง การไม่มีเวลาจากพ่อแม่ การเคี่ยวเข็ญในสิ่งที่เด็กไม่ต้องการ นำไปสู่การทุบตีโดยไร้เหตุผล จากเล็กๆจนกลายเป็นเรื่องใหญ่ที่ก่อกุมจิตใจเด็กๆเหล่านี้ จนมันกลายเป็นปมด้อยที่ไร้ทางแก้ไข

โรงเรียนจึงเป็นสิ่งเดียว ที่จะทำให้เด็กเหล่านี้หลุดจากสิ่งเลวร้ายทั้งปวง และค้นพบสัจธรรมบางอย่างในวัยของพวกเขา บางคนขาดความรัก ขาดการยอมรับ ขาดการเอาใจใส่ โดดเดี่ยวเปลี่ยวเหงา จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เด็กๆจะค้นหาสิ่งเหล่านี้ในโรงเรียน อาจกล่าวได้ว่าหากที่บ้านคือต้นตอปัญหาของเนื้อร้าย โรงเรียนก็คือแหล่งซ่องสุมเพื่อหาทางจำกัดเนื้อร้ายเหล่านั้น

คุณครูสาวโมริกุจิ (Takako Matsu) เป็นแบบอย่างของแม่สมัยใหม่ที่ต้องเลี้ยงลูกคนเดียวโดยปราศจากสามี

หนังเล่าเรื่องถึงการอำลาของครูสาวด้วยคำปราศรัยต่างๆนานาในเรื่องชีวิตซึ่งนักเรียนทั้งชั้นไม่ได้สนใจเลย แต่คำบอกเล่าของครูเริ่มมีน้ำหนักเมื่อเธอกล่าวว่า ลูกสาววัย 4 ขวบของเขาถูกนักเรียนในห้องฆ่า

และเขาได้ใส่เลือดที่ติดเชื้อเอดส์ ลงไปในนมให้เด็กที่ต้องสงสัยว่าจะเป็นฆาตกรดื่ม ก่อนจะบอกว่า สิ่งที่เธอทำนั้นเพื่อทำให้ฆาตกร เข้าใจถึงคุณค่าในการชีวิต เพราะกฎหมายไม่สามารถเอาผิดเด็กจากการฆาตกรรมได้เลย



หนังใช้ระยะเวลาเปิดเรื่องถึง 30 นาทีอย่างมีพลังน่าติดตามของคำพูดครูสาว หลังจากนั้นหนังก็ทยอยเปิดเผยคำสารภาพรายตัวของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดในเหตุการณ์ โดยเฉพาะเรื่องราวของฆาตกรเด็ก 2 คน

ซึ่งจะทำให้ผู้ชมไม่สามารถแค่ดูตามเรื่องได้ แต่ต้องเข้าใจในมิติทางจิตเพื่อให้ปะติดปะต่อความคิดลึกๆของพวกเขาได้

หนึ่งคน ชูยะ วานาตาเบ้(Yukito Nishii) มีปมเรื่องครอบครัวจากการโดนแม่ทิ้งไปในวัยเด็ก เพียงเพราะไม่สามารถเจริญรอยตามแม่ที่มีพรสวรรค์ในเรื่องวิทยาศาสตร์ ทำให้เขาหมกตัวในห้องเพื่อสร้างสิ่งประดิษฐ์ เพื่อหวังว่าแม่จะกลับมาสนอกสนใจอีกครั้งหนึ่ง และนั่นคืออุดมการณ์กล้าแกร่งของเด็กคนนี้ โดยมองสิ่งอื่นรอบกายเป็นแค่ของเล่นฆ่าเวลาเท่านั้นเอง

ส่วนอีกคน นาโอกิ(Kaoru Fujiwara) มีความรักจากแม่เต็มเปี่ยม (หนังไม่ได้กล่าวถึงพ่อ แต่อาจจะหย่าร้างไปแล้ว) แต่ด้วยความรักที่มากเกินไป รักเหมือนโลกนี้มีเธออยู่กับลูกแค่ 2 คน ทำให้เขาเหมือนลูกแหง่ เมื่ออยู่ในโรงเรียนก็เป็นเหมือนคนโง่ ไร้พรสวรรค์ และนั่นทำให้เขาใฝ่หาเพื่อนที่จะยอมรับในตัวเขา คนที่จะบอกเขาว่าเขาไม่ใช่คนโง่เพียงเท่านั้น



แม้อาจจะมีเด็กในเรื่องหลายคนที่ดูสุ่มเสี่ยงในประเด็นปัญหาของครอบครัว แต่ความสำคัญของการดำเนินเรื่องก็คือการค้นหาฆาตกรของครูสาวและให้บทเรียนแก่เขาอย่างสาสม

ที่กล่าวว่าครูสาวโมริกุจิ เป็นแบบอย่างของแม่สมัยใหม่ ก็คือ เธออาจจะเข้าใจปัญหาของสถาบันครอบครัวเป็นอย่างดีด้วยความที่เป็นครู จึงได้ให้ความรักความเอาใจใส่ลูกสาวของเธออย่างเต็มประสิทธิภาพที่แม่ควรจะมี แม้สามีของเธอที่จะเป็นโรคร้ายและอาจตายในไม่ช้าก็ตาม แต่ทุกอย่างพลิกผันไป เพราะการฆาตกรรมลูกสาวสุดที่รักจากนักเรียนของเธอเอง

อาจน่าเห็นใจเด็กๆไม่เว้นแม้กระทั่งเด็กที่ฆ่าคนเองที่ต้องเป็นผลกระทำแห่งปัญหาสังคม

แต่เชื่อเถอะว่าไม่มีผู้ใหญ่คนใดอยากให้มันเป็นไปแบบนั้น ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นย่อมมีทางออกแห่งทางแก้ไข ใช่ว่าโลกเรามีแค่เราอยู่เพียงคนเดียว สิ่งที่เราต้องการกระทำมีความหมายมากสุดในปฐพีซะเมื่อไหร่

ความผิดหวังอาจจมปลักอยู่กับเราไม่นานก็จากไป ปัญหาจิตใจต้องถูกเยียวยาด้วยบางสิ่งที่ไม่ใช่แค่เพียงความตาย ทั้งคนอื่นตายและตัวเราเองที่ตาย เพราะไม่เช่นนั้นแล้ว ปัญหามันก็ยังคงอยู่ต่อไป



แม้ความงดงามจากการนำเสนอภาพในเรื่อง เป็นดั่งลูกอมสีสันสดใส แต่เมื่อลิ้นได้สัมผัสลิ้มรสกลับขมขื่นเหมือนยารักษาบาดแผลในจิตใจ แต่ทุกสิ่งทุกอย่างมีความลงตัวและลื่นไหลไปในทิศทางเดียวได้อย่างน่ายกย่อง

แม้จะมีความขัดแย้งในการนำเสนอเรื่องราวรุนแรงขมขื่นแต่นำเสนอภาพไห้วิจิตรตระการก็ตาม เพราะฉะนั้นอาจเหมาะอย่างยิ่งที่วัยรุ่นควรดูและให้คิดใคร่ครวญต่อคุณค่าชีวิต ภาพยนตร์เรื่องนี้จึงไม่ต่างจากลูกอมสีสดใส ที่ควรค่ากับวัยรุ่นได้ลิ้มลองเสียจริงๆ

คุณครูสาวโมริกุจิ อาจดูมีความโหดเหี้ยมอำมหิตในแววตาแห่งความนิ่งในตอนต้นเรื่อง แต่ไม่มีใครเลยจะสนใจ แต่เมื่อถึงตอนจบในท้ายเรื่อง นักเรียนทุกคนกลับตั้งใจฟังครูสาวพูดอย่างตั้งใจไม่เว้นแม้แต่ผู้ชม

บทเรียนในตำราอาจไม่มีสั่งสอนเรื่องคุณค่าชีวิต แต่ครูสาวได้ให้บทเรียนนั้นแก่นักเรียนแล้วเรียบร้อย คุณค่าชีวิตที่ไม่ใช่หมายถึงว่าแค่ตัวเอง แต่เหมารวมด้วยคุณค่าชีวิตของผู้อื่นด้วยเป็นสำคัญ “หรือนี่ผู้กำกับกำลังสั่งสอนเด็กๆในสังคมของเขาทางอ้อมหละเนี่ย”

“เราอาจได้ยินเสียงบางสิ่งที่สำคัญสำหรับเรากำลังหายไป แต่เราไม่ควรทำสิ่งที่สำคัญสำหรับคนอื่นให้หายตามไปด้วย”

คะแนน 8.25/10
เกรด A






Create Date : 23 พฤศจิกายน 2554
Last Update : 7 มีนาคม 2555 1:42:41 น. 6 comments
Counter : 1683 Pageviews.  

 
อ่านหนังสือจบไปอยากดูมากเลยค่ะ ดูได้ที่ไหนคะ


โดย: ambition IP: 124.122.211.54 วันที่: 23 พฤศจิกายน 2554 เวลา:21:09:16 น.  

 
แผ่นแท้น่าจะไม่มี อาจต้องโหลดเอาอ่ะครับ


โดย: A-Bellamy วันที่: 23 พฤศจิกายน 2554 เวลา:21:36:33 น.  

 
มีขายที่ร้านขายDVD. ชั้น1 ที่ฟอร์จูนครับมีsub ไทยด้วย
หนังเรื่องนี้ดีครับดูรอบแรกแล้วยังงง แต่พอได้อ่านreview
แล้วทำให้เข้าใจมากขึ้นครับ


โดย: Sun IP: 49.228.58.94 วันที่: 24 พฤศจิกายน 2554 เวลา:14:04:51 น.  

 
ต้องอ่านหนังสือด้วย เนื้อหาละเอียดกว่ามากค่ะ
แต่หนังเรื่องนี้ภาพสวยมาก ชอบๆๆ


โดย: แพท IP: 58.8.72.186 วันที่: 2 สิงหาคม 2555 เวลา:20:19:36 น.  

 
แม้ไม่ใช่หนังผี แต่เป็นหนังดีที่ดูแล้วน่ากลัวได้ใจมากครับ(แค่ฉากที่ครูบอกอย่างเย็นชาว่าฉีดเลือดHIVเข้าไปในกล่องนม ผมก็ตกใจวูบเลย) .... น่ากลัวในแง่ที่ว่า เด็กวัยรุ่นในเรื่องนี้ บกพร่องในการเข้าใจสิ่งผิดชอบชั่วดีได้ไม่ดีเท่าที่ควร ความคิดแยกแยะความหนักเบาของเรื่องราวออกแนวน่าตกใจ(ขาดE.Q.กันสุดสุด) ถึงแม้จะได้รับการเลี้ยงดูอย่างดี(แบบที่พ่อแม่คิดว่าดี)ในครอบครัวก็ตาม ...หวังว่าสังคมในความเป็นจริงจะไม่ขนาดนี้นะครับ ...ทึ่งกับหนังเรื่องนี้มาก ขอบคุณที่แนะนำครับ


โดย: C Minor IP: 183.89.250.12 วันที่: 24 พฤศจิกายน 2555 เวลา:11:37:55 น.  

 
^
^
หนังสร้างความอืมครึมได้เห็นสภาพสังคมและจิตใจของสังคมได้ดีมากเลย ใครพลาดจะเสียดาย ^^


โดย: A-Bellamy วันที่: 25 พฤศจิกายน 2555 เวลา:16:53:30 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิกช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

A-Bellamy
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 19 คน [?]




ย้ายบล็อกแล้วนะครับ ติดตามกันต่อได้ที่ http://www.A-Bellamy.com ครับ

พูดคุยเรื่องหนังกันได้ที่Facebook

สนุกกับการอ่านบล็อกนะครับ


บทความล่าสุด
Jack the Giant Slayer (2013)
The Tree of Life(2011)
Iron Man (2013)
ลัทธิ Constructivism
คู่กรรม(2013)
Stoker(2013)
Amour(2012)
Silver Linings Playbook(2012)
Zero Dark Thirty(2012)
Les Misérables(2012)


บทความแนะนำ
จัดอันดับภาพยนตร์ยอดเยี่ยมประจำปี 2012
ประวัติศาสตร์ภาพยนตร์(แยกตามลัทธิ)
ประวัติศาสตร์ภาพยนตร์(ตาม ค.ศ.)
สารบัญภาพยนตร์ประวัติศาสตร์



[Add A-Bellamy's blog to your web]