ตีความหนัง...ตีความชีวิต
สารบัญภาพยนตร์
จัดอันดับภาพยนตร์ยอดเยี่ยมประจำปี 2012
ประวัติศาสตร์ภาพยนตร์(แยกตามลัทธิ)
ประวัติศาสตร์ภาพยนตร์(ตาม ค.ศ.)
<<
พฤษภาคม 2555
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
15 พฤษภาคม 2555

Dark Shadows (2012)

สารบัญภาพยนตร์

Dark Shadows (2012)


การเติมเต็มความฝันของคู่ซี้ เด็ปป์ และ เบอร์ตัน




ผู้กำกับสุดเซอร์ ทิม เบอร์ตัน และ นักแสดงสุดแนว จอห์นนี่ เด็ปป์ ได้โคจรมาจับคู่กันอีกครั้งในภาพยนตร์เรื่องที่ 8 ของพวกเขา เรื่อง Dark Shadows โดยดัดแปลงมาจากต้นฉบับซีรีย์กลางวันสุดฮิตในชื่อเดียวกันที่ออกฉาย ในปี 1966-1971 สิริรวมก็ 1 พันกว่าตอน และถือเป็นการสานฝันที่เป็นจริงของทั้งคู่ ที่นิยมชมชอบ ซีรี่ย์สุดคัลท์เมโลดราม่าชิ้นนี้

Dark Shadows เริ่มต้นในปี 1752 มหาเศรษฐีรูปงามนาม บาร์นาบาส(จอห์นนี่ เด็ปป์) ที่ลักลอบเป็นชู้กับคนใช้สาวสวย แองเจลิค บูชาร์ด(อีวา กรีน) แต่เป็นไปด้วยความเจ้าชู้ทำให้ แองเจลิค เล่นมนต์ดำไสยศาสตร์ใส่เขา อีกทั้งยังทำให้ โจเซทท์ (เบลล่า ฮีธโค้ท) แฟนสาวของนาร์บานาส ตกหน้าผาตาย รวมทั้งทำให้ตัวเขาต้องกลายเป็นแวมไพร์ถูกฝังกลบดินชั่วกาลนาน เวลาผ่านไปกว่า 200 ปี เขาจึงต้องกลับมาสะสางแค้นกับนางแม่มดสาว และ ฟื้นฟูครอบครัวตระกูลของเขาอีกครั้งหนึ่ง

ภาพยนตร์ เรื่องนี้ของ ทิม เบอร์ตัน ยังคงไว้ด้วยความแฟนตาซี ผสมตลกที่ได้จากบทบาทการแสดงของ จอห์นนี่เด็ปป์ไปเต็มๆ โดยอารมณ์ขันหลักของเรื่องมาจากการใช้ช่องว่างระหว่างยุคที่ผันเปลี่ยนของแวมไพรส์หลงยุค จึงเกิดเป็นความตลก ที่ต้องปรับตัวกับสามารถความเป็นอยู่และวิวัฒนาการต่างๆของโลกที่เปลี่ยนไป ซึ่งภาพยนตร์จับจุดตรงนี้ในการสอดแทรกมุกตลกได้อย่างดี จนทำให้เรื่องราวของ แวมไพรส์ ที่ผิดหวังจากความรัก และ ความแค้นส่วนตัว ไม่ได้ถูกเน้นย้ำเท่าไหร่นักในช่วงต้น แต่มักจะจับจุดไปที่ ตัว นาร์บานาส และครอบครัวยุคใหม่ของเขาเสียมากกว่า

ซึ่งไม่แปลกใจแต่อย่างไร ที่ครอบครัวของ นาร์บานาส จะเป็นตัวละครแปลกประหลาดน่าหัวร่อชิ้นดี ด้วยความที่เป็นสไตล์ ของ ทิม เบอร์ตัน ที่ต้องการสร้างสรรค์ทุกอย่างดั่งงานแฟนตาซี รวมทั้งองค์ประกอบศิลป์ของเรื่องของเบอร์ตันเอง แม้ไม่ได้งดงามจนน่าประทับใจ แต่ก็ยังคงไม่หลุดมาตรฐานของเขาไปมากนัก



แต่เมื่อผ่านไปสู่กลางเรื่องในจุดที่ต้องขมวดปมไปยังการต่อกรล้างแค้นกับแม่มดสาว ซึ่งด้วยโครงเรื่องแล้วนั้น ทำให้ความตลกจากการเป็นแวมไพรส์หลงยุดในช่วงต้น กลับกลายเปลี่ยนมาเป็นเคร่งขรึม เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งความแค้น เพื่อให้เรื่องดำเนินไปนั้นแต่กลับทำได้ไม่เท่าไหร่นัก หากเทียบกับการเปิดเรื่องด้วยความอลังการ อาจมีบ้างด้วยความสัมพันธ์หรือการแสดง ระหว่าง บาร์นาบาส(จอห์นนี่ เด็ปป์) และ แองเจลิค บูชาร์ด(อีวา กรีน) เองที่พอทำให้เห็นความทะเล้นที่เกิดขึ้นในเคมีระหว่างสองคน แต่นั้นเป็นพียงมุกตลกที่ใส่เข้าให้กล้อมแกล้มเท่านั้น เพราะต้องไม่ลืมว่า ด้วยโครงเรื่องของภาพยนตร์ที่ผ่านจุดปรับตัวของ บาร์นาบาส ไปแล้วนั้น มันทำให้ไม่สามารถเป็นภาพยนตร์ตลกได้อีกต่อไป

ดังนั้นเมื่อผ่านเข้าสู่จุดขัดแย้งหนักหรือขั้นคลายปม มันจึงดู ลักลั่นไปในทุกส่วน ทั้งการต้องที่ต้องให้ตัวละครครอบครัวของบาร์นาบาส ต้องแสดงบทบาท ซึ่งแต่ละตัวมีความแปลกประหลาดจนเหมือนกระเจิดกระเจิงไปคนละทิศละทาง หรือการคิดค้นหาทางกำจัดแม่มดสาว ซึ่งไม่ได้ทำให้ผู้ชมรู้สึกมีอารมณ์ร่วมหรืออะไร ทั้งความรักหรือความใคร่ ที่แม่มดมีต่อ บาร์นาบาส ทั้งๆนี้ประเด็นสามารถต่อยอดเป็นข้อคิดให้นักดูหนังได้ดีเลยทีเดียว

มุกตลก หรือ ความทะเล้นหน้าตาย ถูกกลืนหายไปในช่วงกลางเรื่อง ตั้งแต่ฉากที่มีการเปิดแสดงคอนเสิร์ตในบ้าน ที่มี อลิซ คูเปอร์ นักร้องแนวร็อครุ่นเก๋ามาแสดง และหากค้นข้อมูลในความหมายของฉากนี้แล้วนั้น ทิม เบอร์ตัน ได้เชิญนักแสดงรุ่นเก๋าของ ซีรี่ย์ Dark Shadows ทั้ง โจนาธาน ฟริด ที่แสดงเป็น บาร์นาบาส ,ลาร่า พาร์คเกอร์ เคยแสดเป็น แองเจลิค บูชาร์ด และ แคทเธอรีน ลีห์ สก็อตต์(แสดงหลายบทบาทจากต้นฉบับ) มาร่วมแสดงเป็นคนดูคอนเสิร์ตในบ้านหลังนั้น ซึ่งอาจหมายถึงให้ความเคารพต่อ นักแสดงอาวุโสเหล่านี้ ที่เป็นดังแหล่งบันดาลใจ ของ ทิม เบอร์ตัน และ จอห์นนี่ เด็ปป์ นั่นเอง



ดังนั้นหาจะกล่าวว่า ภาพยนตร์เรื่อง Dark Shadows นั้น เป็นไปไม่ต่างจากการทำความเติมเต็มทางจิตใจของ จอห์นนี่ เด็ปป์ และ ทิม เบอร์ตัน ก็ไม่ปาน โดยเฉพาะ เด็ปป์ เองที่บอกว่า เขาเป็นแฟนพันธ์แท้ซีรี่ย์ชุดนี้ในวัยเด็ก เขาต้องวิ่งกลับบ้านอย่างสุดพลังเพื่อเฝ้าติดหน้าจอ เพื่อดู Dark Shadows ต้นฉบับ และชื่นชอบ บาร์นาบาส คอลลินส์ มากมายแค่ไหน

ทั้งหมดที่กล่าวมานั้นจึงอาจสรุปได้ว่า แม้การแสดงของนักแสดงแต่ละคน ที่ปรากฏในเรื่องจะทำให้ภาพยนตร์มีความน่าสนใจมากแค่ไหนก็ตาม แต่ด้วยโครงเรื่องที่เน้นย้ำถึงความแค้น ไม่ได้ถูกทำให้กระจ่างชัดออกมา อีกทั้ง ความรู้สึก ของหนัง เดี๋ยวตลก เดี๋ยวดราม่า มันทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้มันดูประดักประเดิดสิ้นดี ซึ่งสิ่งที่ พอจะโดดเด่นออกมาได้ก็คือ ความเป็นจอห์นนี่ เด็ปป์ ความเซ็กซี่ ของอีวา กรีน เอง



และหากถามว่า จอห์นนี่ เด็ปป์ กับ ทิม เบอร์ตัน ทำผลงานชิ้นนี้ เพื่ออะไร คงพอเดาได้ว่า เขาทั้งสองคงทำเพื่อตอบสนองความฝันของตนเอง และการคารวะซีรี่ย์ชุดนี้

และหลังจากนี้พวกเขาทั้งสองคงเก็บ ภาพยนตร์ Dark Shadows ชุดนี้ไว้ในใจแสนลึกของเขา และมุ่งหน้าสร้างผลงานชิ้นใหม่ๆ ขึ้นมา

ส่วนผู้ชมก็เช่นกัน ทันทีที่ชม Dark Shadows จบลงผลงานชิ้นนี้คงถูกดันไปในใจเราส่วนลึกๆเช่นกัน แต่เป็นไปเพื่อรอรอหลุดลอกหายไปจากใจเราเท่านั้น เพราะอะไรหน่ะหรอ ?

เพราะมันไม่ได้สร้างความน่าจดจำขนาดลืมไม่ได้จริงๆ

เราขอคารวะแด่ ความฝัน จอห์นนี่ เด็ปป์ และ ทิม เบอร์ตัน

สักวันเราต้องลืมความฝันของพวกนายแน่เลย

คะแนน 7/10
เกรด B



อ่านบทความเรื่องอื่นได้ที่:สารบัญภาพยนตร์




Create Date : 15 พฤษภาคม 2555
Last Update : 1 มิถุนายน 2555 21:25:49 น. 1 comments
Counter : 2443 Pageviews.  

 
เกรดบี *0*


โดย: Diavolo Toppiez IP: 124.122.161.87 วันที่: 18 พฤษภาคม 2555 เวลา:16:05:32 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิกช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

A-Bellamy
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 19 คน [?]




ย้ายบล็อกแล้วนะครับ ติดตามกันต่อได้ที่ http://www.A-Bellamy.com ครับ

พูดคุยเรื่องหนังกันได้ที่Facebook

สนุกกับการอ่านบล็อกนะครับ


บทความล่าสุด
Jack the Giant Slayer (2013)
The Tree of Life(2011)
Iron Man (2013)
ลัทธิ Constructivism
คู่กรรม(2013)
Stoker(2013)
Amour(2012)
Silver Linings Playbook(2012)
Zero Dark Thirty(2012)
Les Misérables(2012)


บทความแนะนำ
จัดอันดับภาพยนตร์ยอดเยี่ยมประจำปี 2012
ประวัติศาสตร์ภาพยนตร์(แยกตามลัทธิ)
ประวัติศาสตร์ภาพยนตร์(ตาม ค.ศ.)
สารบัญภาพยนตร์ประวัติศาสตร์



[Add A-Bellamy's blog to your web]