ตีความหนัง...ตีความชีวิต
สารบัญภาพยนตร์
จัดอันดับภาพยนตร์ยอดเยี่ยมประจำปี 2012
ประวัติศาสตร์ภาพยนตร์(แยกตามลัทธิ)
ประวัติศาสตร์ภาพยนตร์(ตาม ค.ศ.)
<<
มีนาคม 2555
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
22 มีนาคม 2555

The Hunger Games (2012)

สารบัญภาพยนตร์

The Hunger Games (2012)


มีการคาดหมายกันว่า ภาพยนตร์ The Hunger Games จะเข้ามาเขย่าและสั่นสะเทือนบ๊อกออฟฟิศของต่างประเทศทั่วโลกทดแทนการจากไปของพ่อมดน้อยแฮรรี่ พอตเตอร์ และจะมาเป็นภาพยนตร์ขวัญใจวัยรุ่นเรื่องใหม่แทนแวมไพร์ ทไวไลท์ และมีการคาดการณ์กันอีกว่า บริษัทผู้ผลิตภาพยนตร์มีโครงการทำออกมาทั้งหมดถึง4 ภาคด้วยกัน

เรื่องราวของ TheHunger Games นั้นต้องก้าวไปสู่โลกในอนาคตในแถบประเทศอเมริกาที่เรียกว่า “พาเน็ม” เมืองของพาเน็มครอบคลุม 12 เขต โดยมีการปกครองแบบเผด็จการเบ็ดเสร็จจากเมืองหลวงที่ชื่อ“แคปิตอล” โดยในทุกปีนั้น ทุกๆเขตจะต้องส่งวัยรุ่นชายหญิงเขตละ 2 คน รวมทั้งหมด 24 คน  เพื่อเข้าร่วมการแข่งขัน TheHunger Games ซึ่งจะถ่ายทอดสดเสมือนรายการเรียลลิตี้ยอดนิยมในปัจจุบัน แต่เพียง TheHunger Games ความตายเป็นสิ่งแสนง่ายและผู้เหลือรอดคนเดียวเท่านั้นจะเป็นผู้ได้รับชัยชนะ

จากพล็อตเรื่องเริ่มต้นนั้นรวมทั้งสภาพการณ์ของประชาชนในเมืองหลวง”แคปิตอล”อาจพอมองเห็นได้ว่า นิยายชุดนี้หรือภาพยนตร์เรื่องนี้กำลังมุ่งเปรียบเปรยความหมายแบบประชดประชันของโลกในอนาคตที่เป็นแบบเผด็จการผู้คนในเมืองหลวงที่หลงถือตัวว่ามีตนอารยธรรมสูงส่ง และเอาเปรียบ 12 เขตรวมทั้งการหาความสนุกโดยการ จัดการแข่งขัน Hunger Games  ซึ่งถือเป็นความบันเทิงขั้นสูงสุดสำหรับคนในเมืองหลวงเลยทีเดียว    



โดยการดำเนินเรื่องนั้น The Hunger Games มุ่งเน้นไปที่ตัวละครในเขต 12 ที่ชื่อ แคทนิส เอฟเวอร์ดีน (Jennifer Lawrence) สาวแกร่งที่ขอเป็นตัวแทนในการเข้าแข่งขันแทนน้องสาวของเธอ กับชายหนุ่ม พีต้า เมลเลิร์ก (Josh Hutcherson) ซึ่งทั้งสองเป็นตัวแทนของเขตที่มีความยากจนแสนเข็ญเป็นที่สุด

ถึงแม้ภาพยนตร์จะถูกดัดแปลงมาจากหนังสือเล่มหนาก็จริง แต่ก็ไม่ทำให้บทภาพยนตร์เบาโหวงแต่อย่างไร ยังเน้นเล่าเรื่องราวอย่างกระชับ จนผู้ชมที่ไม่ได้อ่านหนังสือมาก่อนก็ยังสามารถเข้าใจเรื่องราวเสมือนที่ถูกถ่ายทอดออกมาได้อย่างน่าติดตาม

และการที่จุดศูนย์กลางของเรื่องราวจับจ้องไปที่ แคทนิส ซึ่งมีความกระอักกระอ่วนใจในการใช้ชีวิตจากความยากจนข้นแค้น ทำให้สไตล์กล้องในเรื่องสนับสนุนความคิดหลักของเธอตลอดทั้งเรื่อง ทำให้การนำเสนอจึงทำให้ผู้ชมอึดอัด กับสไตล์การเคลื่อนไหวของกล้อง และจะเป็นอย่างนี้ไปตลอดทั้งเรื่อง จึงเกิดคำถามว่า วิธีการเช่นนี้เหมาะสมแล้วหรือเปล่า เพราะมันทำให้บางครั้งภาพที่ออกมาดูไม่ประณีตในบางจุดบางตอน และบางครั้งทำให้เสียอรรถรสไปบางช่วงพอสมควร



จุดสนใจของภาพยนตร์เรื่องนี้นั้นถูกทุ่มเทและคาดหวังจากผู้ชมจากการร่วมสู้รบในใจกลางอารีน่า เพื่อฆ่าชีวิตและหนีเอาตัวรอด แต่หากผู้ชมคาดหวังจะได้พบ การต่อสู่ ที่ระทึกเร้าใจ การออกแบบการสไตล์การต่อสู้ในแบบงดงาม จะไม่มีทางพบเห็นในภาพยนตร์เรื่องนี้อย่างแน่นอน เพราะ The Hunger Games มิได้เน้นการต่อสู้ใดๆ และเมื่อไหร่ก็ตามที่มีการต่อสู้ กล้องจะสั่นไหว จนผู้ชมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้นจริงๆบนจอ นั่นจึงเป็นที่แน่ชัดว่าสิ่งที่ The Hunger Games เน้นจึงไม่ใช่การต่อสู้ แต่เป็นเรื่องราวความสัมพันธ์ต่างๆ ระหว่างตัวละคร ซึ่งจะมีทั้งสนุกปนเปขำขัน และ มีเรื่องราวแนวโรแมนซ์ เพื่อเอาใจกลุ่มเป้าหมายหลักของนักดูหนังก็คือ กลุ่มวัยรุ่นนั่นเอง

ทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมานั้น The Hunger Games จึงเป็นภาพยนตร์ที่มีความน่าชื่นชมในเรื่องของบทภาพยนตร์ที่กระชับ การนำเสนอตัวละครต่างๆที่ดีไซน์บุคลิกออกมาได้อย่างน่าสนใจ รวมทั้งการออกแบบแต่งหน้าและเครื่องแต่งกาย ที่มีความโดดเด่นอย่างเป็นที่สุด รวมทั้งการดำเนินเรื่องที่สนุกน่าติดตาม จนทำให้เชื่อเหลือเกินว่าทันที ที่ดูจบภาคแรกนั้น เสียงกระแสรอภาคสอง ไม่ไหวต้องออกมาอย่างแน่นอน

สุดท้ายสิ่งที่ภาพยนตร์กำลังมุ่งนำเสนอในเรื่องของการต่อสู้กับระบบของเผด็จการของเมืองแคปิตอลนั้นน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง การนำเสนอภาพของภาพยนตร์เรื่องนี้อาจมีคนเพียงสอกลุ่มเท่านั้นที่อยู่รอด นั่นคือ กลุ่มคนที่ยอมรับโดยดีกับระบบที่ไม่ถูกต้อง กับกลุ่มคนที่เลือกต่อสู้และกำหนดทางเดินด้วยชีวิตของตนเอง และบางทีเราอาจเห็นว่า คนที่มีอารยธรรมสูงส่งอย่างคนในเมืองหลวงแคปิตอลนั้น อาจดูไกลห่างไปจากการเป็นมนุษย์มากขึ้นทุกทีๆ ทั้งบุคลิกนิสัย การแต่งตัว การใช้เครื่องสำอางค์ จึงเป็นประเด็นเจ็บแสบให้คิดต่อไปว่า โลกปัจจุบันในทุกวันกำลังเดินทางเข้าสู่โลก อัปรีย์ในแบบ แคปิตอล มากขึ้นทุกทีหรือไม่อย่างไร ?

คะแนน 7.75/10
เกรด B+



อ่านบทความเรื่องอื่นได้ที่:สารบัญภาพยนตร์




Create Date : 22 มีนาคม 2555
Last Update : 27 เมษายน 2555 12:39:36 น. 1 comments
Counter : 2838 Pageviews.  

 
ผมมองว่า หนังแนว คนฆ่าคน ไม่น่าจะสั่นสะเทือนบ๊อกออฟฟิศได้ง่ายๆ
เรื่องนี้ ดูแล้วอึดอัดมาก แบบ อยากให้จบเร็วๆ
ไม่แน่ใจว่า เป็นเพราะ มีการตายแทยทั้งเรื่อง หรือการสั่นไหวของกล้องบ่อยๆ


โดย: sarun IP: 58.8.140.169 วันที่: 22 เมษายน 2556 เวลา:17:33:59 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิกช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

A-Bellamy
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 19 คน [?]




ย้ายบล็อกแล้วนะครับ ติดตามกันต่อได้ที่ http://www.A-Bellamy.com ครับ

พูดคุยเรื่องหนังกันได้ที่Facebook

สนุกกับการอ่านบล็อกนะครับ


บทความล่าสุด
Jack the Giant Slayer (2013)
The Tree of Life(2011)
Iron Man (2013)
ลัทธิ Constructivism
คู่กรรม(2013)
Stoker(2013)
Amour(2012)
Silver Linings Playbook(2012)
Zero Dark Thirty(2012)
Les Misérables(2012)


บทความแนะนำ
จัดอันดับภาพยนตร์ยอดเยี่ยมประจำปี 2012
ประวัติศาสตร์ภาพยนตร์(แยกตามลัทธิ)
ประวัติศาสตร์ภาพยนตร์(ตาม ค.ศ.)
สารบัญภาพยนตร์ประวัติศาสตร์



[Add A-Bellamy's blog to your web]