ตีความหนัง...ตีความชีวิต
สารบัญภาพยนตร์
จัดอันดับภาพยนตร์ยอดเยี่ยมประจำปี 2012
ประวัติศาสตร์ภาพยนตร์(แยกตามลัทธิ)
ประวัติศาสตร์ภาพยนตร์(ตาม ค.ศ.)
<<
มกราคม 2555
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
9 มกราคม 2555

Midnight in Paris (2011)

สารบัญภาพยนตร์

Midnight in Paris (2011)


ความหอมหวานของปารีสยุคเรืองรอง




“มนุษย์มักนิยมชมชอบความหอมหวานในอดีต และประเมินค่าปัจจุบันเป็นสิ่งไร้ค่าที่แสนทรมาน” ประโยคข้างต้นคงตอบคาแรคเตอร์ตัวละคร กิล เพ็นเดอร์ (Owen Wilson) ได้เป็นอย่างดี

กิลมีโอกาสไปเที่ยวกับคู่หมั้น อิเนซ(Rachel McAdams)พร้อมพ่อแม่ของเธอ ที่ปารีส ซึ่งมีแต่ กิล เท่านั้นที่หลงใหลในนครปารีสและอยากจะใช้ชีวิตอยู่ที่นี่เพื่อหันเหจากคนเขียนบทฮอลลีวู้ด มาสู่อาชีพเขียนนิยายที่เขารัก แต่ช่างแตกต่างกับ อิเนซ เธออยากใช้ชีวิตอยู่ที่มาลิบู (ชานเมืองในฝันของผู้มีอันจะกิน ในอเมริกา ดาราฮอลีวู้ดมักนิยมมาซื้อบ้านอยู่ที่นี่) ที่สำคัญเธอมีความแตกต่าง จากแนวความคิดกับ กิลไปในทุกๆอย่าง ทำให้ กิล ต้องทบทวนในชีวิตของเขา

หนังใช้ความเชื่อมต่อระหว่างโลกแห่งความจริงและฝัน ได้อย่างน่าอัศจรรย์ การใช้อารมณ์ความเบื่อหน่ายของกิล ในโลกแห่งความจริง นำไปสู่ปารีสในยุค 1920 ที่เขาอยากจะไปนั้นมันทำให้ชีวิตเขาค้นพบสิ่งต่างๆ อย่างมากมายและที่สำคัญ มันทำให้เขามีความสุขอย่างที่สุดที่ขาได้พบกับนักเขียนไอดอลของเขา ทั้งเออร์เนสต์ เฮมมิงเวย์ และ สกอตต์ ฟิตซ์เจอรัลด์ และศิลปินร่วมยุคนั้นอีกมากมาย เช่น ปิกัสโซ่ ดาลี บุนเยล ฯลฯ

ไม่ว่าผู้ชมจะรู้จักศิลปิน เหล่านั้นมากน้อยแค่ไหน ไม่สำคัญ เพราะการใช้อารมณ์ของ กิล เป็นแก่นดำเนินเรื่องนั้น ทำให้เราได้ปลื้มปิติ ไปพร้อมกิล ในทุกๆเมื่อ เมื่อเขาได้เจอบุคคลที่ยิ่งใหญ่ และความหอมหวาน ในยุคนั้น ทำให้บรรยากาศของความโหยหาอดีตตลบอบอวลเขาไปสู่จิตใจอย่างไม่รู้ลืม ทุกๆคำพูดทุกๆคำเจรจาของบุคคลผู้ยิ่งใหญ่ การแสดงออกหรือกิริยาต่างๆ มันทำให้ผู้ชมรู้สึกอิ่มเอมไปตลอดทั้งเรื่อง เสมือนกับเราได้หลุดไปสู่โลกแห่งจินตนาการเหล่านั้นได้อย่างเสมือนจริง

เมืองปารีส ที่ถูกถ่ายทอดด้วยภาพเคลื่อนไหวมาตั้งแต่เริ่มเรื่อง คลอไปกับบทเพลงคลาสสิคในยุคสมัยแห่งแจ๊ส ในช่วงเริ่มต้นนั้นและดำเนินไปตลอดทั้งเรื่องนั้น เชื่อเหลือเกินว่า ผู้ชมจะถูกมนต์เสน่ห์ของเมืองปารีส สะกดเข้าอย่างจัง และยากที่เกินจะพรรณนานอกจากจะนั่งอิ่มเอมต่อภาพเหล่านั้นอย่างจำยอม และปล่อยอารมณ์ไปสู่โลกแห่งจินตนาการ แกมเพ้อฝันอย่างโดยดี

อดไม่ได้ที่จะชื่นชม Woody Allen ผู้กำกับหนัง โรแมนติก-คอเมดี้ ผู้ยิ่งใหญ่ ผู้ซึ่งทำให้ผู้ชม มีความสุขกับการโหยหาอดีต ภายในระยะเวลา 94 นาทีในภาพยนตร์เรื่อง Midnight in Paris และเขาเองก็ไม่ใจร้ายต่อผู้ชมมากนักในการปล่อยให้ภาพยนตร์จบลงขณะผู้ชมยังคงหลุดสู่โลกจินตนาการ ในปารีสยุคทองศิลปิน แต่ Woody Allen ยังอาสาพาผู้ชมมาส่งคืน ณ โลกแห่งความจริง แล้วทิ้งข้อคิดเตือนใจให้ขบคิดอีกด้วยว่า

ที่ผ่านมานั้นชีวิตคนเรามักหลบเข้าสู่อดีตที่แสนงดงามที่แต่ละคนอยากสัมผัสหรือเข้าไป จนลืมคิดไปว่า ณ ปัจจุบัน อาจเป็นช่วงเวลาที่งดงามที่สุด ที่เราสามารถจะได้เป็นบุคคลที่น่ายกย่องหรือยุคสมัยที่น่าจดจำที่ ใครๆต่างเฝ้าฝันถึง

ดังนั้นอดีตที่งดงาม อาจเป็นแค่แรงบันดาลใจอันหอมหวล ที่เรียนรู้ให้เราได้เข้าใจ ก่อนที่จะประยุกต์ใช้ปฏิบัติในโลกแห่งความเป็นจริง และคอยเตือนตัวเองไว้ว่า ไม่ว่าปารีสยุคทองหรือจะเป็นปารีสยุคใดๆ ความเป็นปารีสยังคงมนต์ขลังงดงามไม่เคยเสื่อมคลายไปจากยุคสมัยใดๆเลย

คะแนน 8.75/10
เกรด A+




แนะนำเพลง

Conal Fowkes - Let's Do It (Let's Fall In Love)


หากใครอยากฟัง Sountrack ทั้งอัลบั้มดาวน์โหลดที่นี่ครับ Download

อันดับหนังยอดเยี่มประจำปี 2011 พร้อมรีวิว(ยังไม่สิ้นสุดการจัดอันดับ)
1.The Tree of Life (2011)
2.50/50 (2011)
3.Midnight in Paris (2011)
4.The Help(2011)

อ่านบทความเรื่องอื่นได้ที่:สารบัญภาพยนตร์

----------------------------------------------------------------------------------
เกร็ดเล็กๆน้อยๆ

รายชื่อทั้งหมดด้านล่างคือ บุคคลที่มีชื่อเสียงทั้งหมดที่ปรากฏอยู่ในภาพยนตร์

F. Scott Fitzgerald (1896 - 1940): เป็นบุคคลที่เราได้รับเสียงชื่นชมในวงกว้างว่า เป็นหนึ่งในนักเขียนที่ดีที่สุดของอเมริกันในช่วงศตวรรษที่ 20 ซึ่งมีหนังสือที่รู้จักกันเป็นอย่างดีคือ 'The Great Gatsby' (รักเธอสุดที่รัก) และเรื่องสั้น ชื่อ 'The Curious Case of Benjamin Button'

Zelda Fitzgerald (1900 - 1948): นักเขียนนิยายชาวอเมริกัน นักประพันธ์ที่มีชื่อเสียง ซึ่งแต่งงานกับ สกอตต์ ฟิตซ์เจอรัลด์
Ernest Hemingway (1899 -1961) : เป็นทั้งนักเขียนและนักหนังสือพิมพ์ชาวอเมริกัน ผู้ซึ่งชนะรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมในปีค.ศ. 1954 ซึ่งมีหนังสือที่รู้จักกันเป็นอย่างดีคือ 'A Farewell to Arms' (รักระหว่างรบ) และ 'For Whom the Bell Tolls'(ศึกสเปญ)

Pablo Picasso (1881 - 1973): เป็นจิตกรและช่างแกะสลักชาวสเปน เป็นผู้ก่อตั้งศิลปะที่เรียว่า ศิลปะคิวบิสม์

Salvador Dalí (1904 - 1989):เป็นจิตกรลัทธิเหนือจริงที่มีชื่อเสียงชาวสเปน ซึ่งภาพที่รู้จักที่สุดคือ The ภาพ Persistence of Memory'

T.S. Eliot (1888 - 1965): เป็นนักเขียนบทละคร และนักวิจารณ์วรรณกรรม ชาวอเมริกัน ซึ่งมีความสำคัญของกวีภาษาอังกฤษในช่วงศตวรรษที่ 20 ผู้ซึ่งชนะรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมในปี ค.ศ. 1948 มีชื่อเสียงจากบทกวี The Waste Land, The Love Song of J. Alfred Prufroc,The Hollow Men เขาใช้เวลาในชีวิตอยู่ที่ประเทศอังกฤษ จนได้เป็นพลเมืองที่นั่น และยังได้เป็นผู้อำนวยการสำนักพิมพ์ที่มีชื่อเสียงของอังกฤษ ที่ชื่อ Faber and Faberอีกด้วย

Henri Matisse (1869 - 1954): เป็น ช่างพิมพ์ จิตรกรและประติมากร

Man Ray (1890 - 1976) : เป็นจิตกรโมเดิร์นชาวอมเริกัน และมีชื่อเสียงจากการถายภ่ายบุคคล

Henri de Toulouse-Lautrec (1864 - 1901): ศิลปะช่างเชียนและนักวาดภาพประกอบ ในศิลปะอิมเพรสชันนิสม์สมัยหลัง

Luis Buñuel (1900 - 1983): ผู้ผลิตภาพยนตร์ชาวสเปนเช่น Los Olvidados' (1950) และ 'The Discreet Charm of the Bourgeoisie' (1972) ซึ่งงานของเขานับว่าถูกจัดในลัทธิเหนือจริง ซึ่งชอบวิพากษ์ศาสนาและชนชั้นกลาง

Paul Gauguin (1848 - 1903) : ศิลปะแบบโพสต์ – อิมเพรสชันมิสม์ (Post-Impressionism) ชาวฝรั่งเศส ผู้ซึ่งจบชีวิตที่ French Polynesia
Gertrude Stein (1874 - 1946): เป็นนักเขียน นักสะสมศิลปะ นักประพันธ์ และกวีชาวอเมริกัน

Cole Porter (1891 - 1964): เป็น นักแต่งเพลง ที่มีชื่อเสียงอย่างกว้างขวาง ผู้ซึ่งประสบความสำเร็จในโรงละคร Brodway เพลงที่เขาแต่งมักอยู่มาอย่างยาวนานและมักถูกCover โดยศิลปินคนอื่น เพลงที่มีชื่อเสียง 'You Do Something to Me', 'Night and Day', 'I get a Kick Out of You', 'Anything Goes', 'Begin the Beguine' and 'Just One of Those Things'

Josephine Baker (1906 - 1975): เป็นนักเต้น นักร้อง และนักแสดง เป็นผู้หญิงลูกครึ่งแอฟริกัน-อเมริกัน คนแรกที่มีชื่อเสียงในอุสาหกรรมบันเทิง
Juan Belmonte (1892 - 1962): นักสู้วัวกระทิงชาวสเปน ผู้ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของ Ernest Hemingway และมักจะเป็นแรบันดาลใจให้งานเขียนของเขา

Leo Stein (1872 - 1947): เป็นนักสะสมศิลปะ นักวิจารณ์ และเป็นพี่ชายของ เกอร์ทรูด สไตน์

Djuna Barnes (1892 - 1982): นักเขียนชาวอเมริกัน ผู้ซึ่งเป็นเขียนเรื่องเกี่ยว เลสเบียน เป็นคนแรกๆ

Edgar Degas (1834 - 1917): จิตกรรมและประติมากรรม ชาวฝรั่งเศส ผู้มีชื่อเสียงจากรูปปั้นนักเต้นที่งดงาม

Jean Cocteau (1889 - 1963): ศิลปินชาวฝรั่งเศส ผู้ทำงานในหลายๆที่ รู้กันอย่างกว้างขวางเขาเป็นคนที่มีเพื่อนมากและจัดงานเลี้ยงสุรุ่ยสุร่าย แถมยังเป็นคนสร้างหนังและนักเขียนอีกด้วย




Create Date : 09 มกราคม 2555
Last Update : 21 กุมภาพันธ์ 2555 0:06:47 น. 4 comments
Counter : 4007 Pageviews.  

 
Photobucket

Happy NewYear 2012


โดย: Cheria (SwantiJareeCheri ) วันที่: 9 มกราคม 2555 เวลา:17:23:08 น.  

 
เรื่องนี้ดูจากแผ่น ซับอังกฤษ เล่นเอามึน กำลังชั่งใจจะไปดูในโรงภาพยนตร์ดีไหม?


โดย: คนขับช้า วันที่: 13 มกราคม 2555 เวลา:22:01:01 น.  

 
ไปดูในโรงภาพยนตร์มาแล้ว ชอบมากครับ


โดย: คนขับช้า วันที่: 19 มกราคม 2555 เวลา:18:12:06 น.  

 
เรื่องนี้เพลงประกอบเพราะ ดูแล้วอยากไปปารีสมาก


โดย: marble IP: 103.1.164.30 วันที่: 20 มกราคม 2555 เวลา:11:36:44 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิกช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

A-Bellamy
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 19 คน [?]




ย้ายบล็อกแล้วนะครับ ติดตามกันต่อได้ที่ http://www.A-Bellamy.com ครับ

พูดคุยเรื่องหนังกันได้ที่Facebook

สนุกกับการอ่านบล็อกนะครับ


บทความล่าสุด
Jack the Giant Slayer (2013)
The Tree of Life(2011)
Iron Man (2013)
ลัทธิ Constructivism
คู่กรรม(2013)
Stoker(2013)
Amour(2012)
Silver Linings Playbook(2012)
Zero Dark Thirty(2012)
Les Misérables(2012)


บทความแนะนำ
จัดอันดับภาพยนตร์ยอดเยี่ยมประจำปี 2012
ประวัติศาสตร์ภาพยนตร์(แยกตามลัทธิ)
ประวัติศาสตร์ภาพยนตร์(ตาม ค.ศ.)
สารบัญภาพยนตร์ประวัติศาสตร์



[Add A-Bellamy's blog to your web]