ตุลาคม 2553

 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
2. ลัดฟ้าสู่เกาะอังกฤษ (update 3/11/53)
วันที่ 6 กันยายน 2550 เวลาประมาณ 10.00 น.นัดพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก เคาน์เตอร์สายการบินไทย ช่องที่ 4 แถว H โดยเราจะออกเดินทางด้วยเที่ยวบินที่ TG916 ผมมาถึงสนามบินเวลาประมาณ 09.45 น.ผมมีสัมภาระติดตัวเป็นกระเป๋าเดินทาง ๑ ใบและกระเป๋ากล้อง ๑ ใบ ตรวจสอบสัมภาระส่วนตัว ใครพร้อมก็เช็คอินได้ก่อน ผมไม่รอช้าที่จะเช็คอิน โดยโหลดกระเป๋าใบใหญ่ส่วนใบเล็กใช้สำหรับติดตัว เครื่องบินเริ่มขยับปีก และออกจากสนามบินเมื่อเวลาประมาณ12.25น.
ผมเริ่มบันทึกภาพแห่งความทรงจำครั้งแรกที่มีโอกาสได้เดินทางไปประเทศอังกฤษ และยุโรป แม้ว่าจะเก็บอาการแล้วก็ยังคงมีแววอาการตื่นเต้นครับ อิ อิ อิ
สนามบินสุวรรณภูมิ "ไม่เล็กเลยนะและศิลปการออกแบบก็ดูจะไม่ด้อยไปกว่าใครในภูมิภาคนี้" ผมนั่งคิดไปในระหว่างที่เก็บภาพไป นี่หากเราไม่มีโอกาสเดินทางท่องเที่ยวแล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าเมืองอื่นๆเขาอยู่กันอย่างไรมีสภาพบ้านเมืองเป็นอย่างไร "เออดีเหมือนกัน ถ่ายภาพสนามบินเราแล้วไปถึงลอนดอน จะได้ถ่ายภาพสนามบิน ฮีทโธรว์เปรียบเทียบกับสุวรรณภูมิ" ผมคิดต่อไปเรื่อยเปื่อย ขณะที่เคลิ้มครึ่งหลับครึ่งตื่น ผมสะดุ้งตื่นอีกครั้งเมื่อมองผ่านช่องหน้าต่างออกไปด้านนอกเครื่องบิน เห็นสภาพภูมิประเทศแตกต่างไปจากที่คุ้นเคย เห็นสภาพแห้งแล้งเป็นภูเขาดินหรือทะเลทรายก็มิอาจจะบอกได้ ซึ่งผมมองนาฬิกาแล้วเวลาอยู่ที่ 17.17 นาฬิกา(ภาพชุดนี้อยู่ในชุดเกริ่นนำ)ใช้เวลาบินอยู่เหนือบริเวณดังกล่าวประมาณชั่วโมงกว่าๆ ก็เริ่มจะมองเห็นทะเลและภูมิทัศน์แปลกๆรูปร่างของแหลมที่มีลักษณะเว้าแหว่งแลดูสวยงามมากและแปลกตา


เริ่มเห็นทะเล

สีท้องฟ้าและน้ำทะเลสีเดียวกัน

ภูมิทัศน์แปลกทะเลและทราย

แหลมในมุมมองที่แปลกตา

ศิลปะน่าพิศวง

ข้อต่อของแหลม

แบ่งทะเลออกเป็นสองฝั่ง

เริ่มบินหนีออกห่าง



มีแถมให้เห็นอีกนิด
เราใช้เวลาบินร่วมสองชั่วโมงกว่าจะจะเริ่มพ้นภูมิประเทศดังกล่าว ผมมองดูนาฬิกาข้อมือบอกเวลา 21.28 น. แอร์โฮสเตสเริ่มทยอยแจกอาหารมื้อค่ำดูแล้วน่าจะอิ่มพอดีละ แต่ที่แปลกก็คือว่าขณะนี้บนเครื่องมองเห็นแสงแดดกำลังจ้าเลยทีเดียว แสดงว่าเวลาของเราต้องเร็วกว่าทางซีกโลกนี้แน่นอน และจริงๆก็คือเราเร็วกว่าประมาณ 6 ชั่วโมง



ดูดีอาหารฝรั่ง

ขออีกสักมุม


ผมมารู้อีกทีก็ตอนที่เครื่องกำลังลดระดับเพื่อลงจอดที่สนามบิน ฮีทโธรว์ กรุงลอนดอน ผมดูนาฬิกาข้อมือ บอกเวลา 00.20 น. แต่มองลอดหน้าต่างเครื่องบินออกไปยังสว่างโร่อยู่เลย แน่นอนครับเวลาท้องถิ่นที่นี่ ประมาณห้าโมงกว่าๆหรือหกโมงเอง เราต้องปรับตัวแล้วละในเวลาที่แตกต่างกันถึงหกชั่วโมง อีกแว้ปหนึ่งที่ผมมองผ่านช่องหน้าต่างผมว่าตาคงจะไม่ฝาดไปนะครับ ที่ผมเห็นก็คือ ชิงช้าสวรรค์ขนาดใหญ่ (อันนี้เรียกตามภาษาบ้านเรา) ทีจริงก็คืออายอฟลอนดอน (eyes of London) หลังจากนั้นเครื่องก็ร่อนลงสู่สนามบินฮีทโธรว์ ผมสังเกตูสนามบินจากการมองผ่านในภาพรวมๆ สู้สนามบินสุวรรณภูมิของเราไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นด้านความสวยงาม ความยิ่งใหญ่ หรือว่าขนาดของสนามบิน หากเปรียบเทียบกันในนาทีนี้แล้วสนามบินของเรากินขาด เครื่องจอดสนิทแล้ว ต่อไปก็คงจะเป็นพิธีการทางศุลกากรและตรวจคนเข้าเมือง





eyes of London มองจากมุมสูง




ลานจอดเครื่องบินสนามบินฮีทโธรว์



หอบังคับการบินของสนามบิน

ภาพสนามบินของทั้งสองแห่งลองเปรียบเทียบดูนะครับว่าเป็นจริงตามที่ผมพูดไว้หรือไม่ แต่การเปรียบไม่ได้มีเจตนาที่ที่จะโอ้อวดสนามบินของเรา นะครับ.........



วันนี้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้าลอนดอนเยอะมาก ทั้งที่เป็นกรุ๊ปทัวร์ เดินทางมาท่องเที่ยวเอง หรือมากับแฟนก็เยอะ คณะเราใช้เวลาร่วม ๒ ชั่วโมงกว่าจะเสร็จเรื่อง หลังจากนั้นจึงเดินทางเข้าสู่ลอนดอนด้วยรถโค้ชขนาดกลางพร้อมด้วยไกค์นำทาง ที่มารับที่สนามบินผมสังเกตุเห็นด้านข้างของรถเขียนภาษาอังกฤษคำว่า Description ก็ไม่ทราบว่าเป็นชื่อบริษัทหรือเปล่าผมก็ไม่ได้ติดใจถามเพื่อทราบคำตอบด้วย
ไกค์บอกเราว่าปกติแล้วชาวอังกฤษจะเดินทางเข้าสู่ลอนดอนค้วยรถใต้ดิน
เราใช้เวลาเดินทางอีกประมาณ ๑ ชั่วโมงก็เข้าสู่ลอนดอน โชคดีวันนี้รถไม่ติด เพราะเลยช่วงเวลารถติดไปแล้ว นี่แสดงว่าเมืองใหญ่ๆในโลกนี้เรื่องรถติดธรรมดาหรือรถติดยาวเหยียดก็เป็นเรื่องธรรมดาไปเสียแล้ว แต่จะพักย่าน Kensington



เราเดินทางไปยังที่พักทันทีเพื่อจะได้เก็บสัมภาระ และทำภารกิจส่วนตัวกันก่อน ก่อนที่จะออกไปรับประทานอาหารเย็นเพราะยังพอมีเวลาอยู่บ้าง โรงแรมที่พัก ชื่อ Holiday Inn Kensington Forum หลังจากทุกคนทำภารกิจส่วนตัวกันเรียบร้อยแล้ว จึงออกเดินทางไปรับประทานอาหารค่ำ ย่านไชน่าทาวน์ เมื่อบริเวณร้านอาหารพวกเราทยอยเดินลงจากรถ ผมสังเกตุเห็นด้านหน้าร้านอาหารที่เรานั่งเป็นหมือนกับเธียร์เตอร์ สอบถามแล้วได้ความว่าเป็น โรงละครหรือละครเวทีอะไรทำนองนั้นแหละ หลังจากรับประทานอาหารเสร็จ ระหว่างรอรถละครเลิกพอดีเห็นคนออกมาเยอะพอสมควร แสดงว่าคนอังกฤษยังคงมีสุนทรียารมณ์มากพอสมควร และสิ่งที่สังเกตุเห็นในระหว่างรอรถย่านไชน่าทาวน์นั้นก็คือ สามล้อปั่น(ไม่รู้ไว้เอาใจนักท่องเที่ยวหรือปล่าว) จักรยาน แท๊กซี่ลอนดอน และผู้คน(ผู้ดีอังกฤษ) หลังจากขึ้นรถแล้ว รถจึงพาไปวนย่านราตรี เห็นมีผับมากมาย ไกด์บอกให้เราฟังว่า ผับที่นี่ เมื่อเต็มแล้วจะต้องรอคิว เมื่อมีที่นั่งว่างจึงจะเข้าไปได้ จริงหรือปล่าวก็ไม่รู้ เขาเล่ามาก็ต้องรับฟังไว้

ผมเสียดายที่ไม่ได้นำกล้องติดตัวลงไปเพราะเห็นว่ามืดแล้วและการถ่ายภาพกลางคืนดูจะยุ่งยากสักหน่อย จงเป็นบทเรียนที่ทำให้เราพลาดโอกาสจะได้ภาพดีๆไปได้เช่นกัน,,,,,,,,,,,,,กลับถึงที่พักเกือบเที่ยงคืนจึงเข้านอนทันทีเพื่อเอาแรงไว้ลุยพรุ่งนี้ต่อ

จบช่วงที่ ๑



Create Date : 20 ตุลาคม 2553
Last Update : 3 พฤศจิกายน 2553 11:48:57 น.
Counter : 1401 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

koonkrich
Location :
ภูเก็ต  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



New Comments