ฉันเกิดมาเพื่อที่จะมีชีวิตเป็นของฉัน เธอเกิดมาเพื่อที่จะมีชีวิตเป็นของเธอ เราต่างไม่ได้เกิดมาเพื่อที่จะมีชีวิตอยู่ซึ่งกันและกัน
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2549
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
4 ธันวาคม 2549
 
All Blogs
 

ตอนที่ 5 เมื่อวันสุดท้ายในชีวิตของพ่อมาถึง.....

เมื่อวันสุดท้ายในชีวิตของพ่อมาถึง

5 พฤษภาคม ของทุกปี เป็นวันที่เราถือว่าเป็นวันที่มีความสิริมงคลวันหนึ่ง เพราะวันนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุยเดชฯ ทรงกระทำพระราชพิธีพระบรมราชาภิเษก เสด็จขึ้นครองราชย์ เป็นอันดับที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรี

วันที่ 5 พฤษภาคม 2545 เป็นวันที่พ่อได้ลาจากโลกนี้ไป นับจากวันนั้นเป็นต้นมา วันที่ 5 พฤษภาคม ของทุกปี ก็เป็นวันที่มีความหมายกับเรามากที่สุดวันหนึ่ง

หลังจากที่เราจับได้ว่า เมื่อลับหลังเรากับแม่หลอดมักจะแอบทำร้ายพ่อ เรารู้สึกโกรธและเกลียดหลอดมาก บอกให้แม่ไล่ออกจากบ้านไปเลย แต่แม่บอกว่ายังทำอย่างนั้นไม่ได้ ให้รอสักระยะนึงก่อน ให้พ้นช่วงที่พ่อจะต้องขึ้นเบิกความขอเป็นผู้จัดการมรดกที่ดินในส่วนของป้าก่อน ค่อยว่ากันอีกทีว่าจะทำอย่างไร

แม่บอกว่าพวกเราคงทำอะไรมากไม่ได้ แม่เองก็ไม่ได้ทิ้งพ่อไปไหน จะอยู่ช่วยหลอดเวลาที่ต้องป้อนข้าวและอาบน้ำให้พ่อด้วย บางทีถ้ามีงานที่อาจต้องทิ้งพ่อให้อยู่กับหลอดสองคน แม่ก็จะให้หลอดไปทำงานนั้นแทน ซึ่งหลอดก็มักจะแสดงกิริยาที่ไม่พอใจออกมาให้เห็น แม่แค่เพียงบอกกับหลอดว่า เห็นใจนะที่อาจจะเครียดเรื่องที่ต้องทำหน้าที่ดูแลพ่อ แม่ขอโทษแทนพ่อด้วย แต่พ่อป่วยเค้าไม่ได้มีเจตนาจะทำร้ายหลอดเลย

เริ่มนับถอยหลัง 5 วัน ก่อนที่พ่อจะจากโลกนี้ไป

1 พ.ค. 2545
แม่ต้องการความเป็นส่วนตัวภายในครอบครัว เพื่อเตรียมตัวพาพ่อขึ้นเบิกความในศาล แม่จึงอนุญาตให้หลอดกลับบ้านได้ และให้กลับมาอีกครั้งในวันที่ 4 พ.ค. วันนี้พ่อรู้สึกตัวดี และรับรู้จากแม่ว่าพ่อจะต้องเตรียมตัวขึ้นศาลในวันรุ่งขึ้น

2 พ.ค.2545
วันนี้พ่อต้องขึ้นเบิกความในศาลเพื่อร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกในส่วนของที่ดินที่เป็นของป้าซึ่งเสียชีวิตไปก่อนหน้านี้ เรา แม่ และทนายค่อนข้างหนักใจ เพราะพ่อรู้สึกตัวเพียงครึ่งๆกลางๆ เมื่อทนายซักซ้อมการเบิกความพ่อก็ตอบได้บ้าง ไม่ได้บ้าง แต่ทนายบอกว่าให้ลองดูก่อน แล้วปล่อยให้เป็นดุลยพินิจของศาลว่าจะตัดสินอย่างไร โดยทนายได้ยื่นหลักฐานประกอบการเบิกความที่สำคัญมากคือ ใบรับรองแพทย์ที่ออกโดยแพทย์ประจำตัวของพ่อที่รักษาโรคนี้ให้พ่อมา 20 กว่าปี ซึ่งระบุว่าพ่อป่วยด้วยโรคสันนิบาตลูกนก ( Parkinsonism )

วันนั้นเราเดินจูงมือพ่อเข้าห้องพิจารณาคดี และพาพ่อส่งเข้าคอกพยานด้วยตัวเราเอง ช่วงเวลานั้นเหมือนเป็นวินาทีแห่งความเป็นความตายที่จะตัดสินว่าพ่อจะสามารถร้องขอต่อศาลเพื่อเป็นผู้จัดการมรดกได้หรือไม่ และน่าแปลกว่ามีสิ่งที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น เมื่อพ่อเข้านั่งในคอกพยาน พ่อสามารถตอบคำซักของทนาย และตอบคำถามของศาลได้อย่างถูกต้อง ด้วยน้ำเสียงที่ดังฉาดฉานและก้องกังวานเหมือนเมื่อเวลาที่พ่อมีสติสัมปชัญญะครบถ้วน เราแปลกใจมากว่าเพราะอะไรพ่อจึงรู้สึกตัวขึ้นมาได้
แต่เรารับรู้ได้จากความรู้สึกว่า พ่อพยายามที่จะรวบรวมสติสัมปชัญญะและเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีอยู่ในตอนนั้น เพื่อทำสิ่งที่ดีที่สุดให้กับเราตามความประสงค์ของพ่อ หลังจากพ่อเบิกความเสร็จ ศาลได้มีคำสั่งให้พ่อเป็นผู้จัดการมรดกได้ตามที่ร้องขอ เมื่อพ่อลงจากคอกพยาน พ่อเกิดอาการเกร็งทั้งตัว ไม่สามารถก้าวขาได้ จนเราต้องกึ่งประคองกึ่งอุ้มและกึ่งลากพ่อไปตามทางเดิน พ่อบอกว่าปวดฉี่อยากเข้าห้องน้ำ เราพาพ่อเดินเข้าห้องน้ำชาย พ่อบอกกับเราว่าพ่อยืนเองไม่ไหว แม้แต่จะทำธุระส่วนตัวพ่อก็ยังไม่มีแรงที่จะทำได้ จนเราต้องเป็นคนจัดการธุระนั้นให้พ่อ และเมื่อกลับถึงบ้านพ่อก็ไม่เริ่มไม่รู้สึกตัวอีกครั้ง ในเย็นวันนั้นพ่อมีอาการแปลกๆเกิดขึ้น คือมีเสมหะออกมาพร้อมกับน้ำลายที่ไหลย้อยมาตามมุมปาก

4 พ.ค. 2545
วันนี้เมื่อพ่อตื่นนอนมาในตอนเช้า ขณะที่เรากำลังเช็ดหน้าให้พ่อ อยู่ๆพ่อก็พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่าว่า วันนี้เป็นวันอะไร ... เราหยุดชะงักและมองสบตาพ่อ แล้วยิ้มออกมาด้วยความดีใจ ดีใจมากๆที่ระยะ 3 - 4 วันมานี้พ่อรู้สึกตัวถี่ขึ้น หลังจากที่ไม่รู้สึกตัวมานาน แต่เราก็ดีใจได้ไม่นานนัก เพราะเมื่อเริ่มเข้าสู่เวลาตอนเย็น พ่อก็กลับไปเป็นแบบเดิมๆอีก เช่นเดียวกับที่เพิ่มอาการแปลกๆเข้ามาด้วยคือ พ่อมีอาการคล้ายมีเสมหะติดคอ หลอดกลับมาบ้านตอนเย็น

5 พ.ค. 2545เช้าวันนี้แม่ทำก๋วยเตี๋ยวผัดไท เราเป็นคนป้อนข้าวให้พ่อด้วยตัวเอง เราสังเกตเห็นว่าพ่อยังคงมีอาการผิดปกติอยู่ และดูเหมือนว่าพ่อจะมีเสมหะเยอะมากขึ้นกว่าเมื่อ 2 - 3 วันก่อน พ่อพยายามที่จะทานอาหารเช้ามื้อนั้น แต่ติดที่มีเสมหะออกมาอยู่ตลอดเวลา จนทำให้พ่อทานได้ไม่มากเท่าที่ควร

หลังจากป้อนข้าวและยาให้พ่อแล้ว เราก็หยิบเก้าอี้ตัวเล็กๆที่ใช้สำหรับนั่งซักผ้ามานั่งข้างๆพ่อ สักพักหนึ่งพ่อก็ก้มตัวลงมาหาเราแล้วใช้แขนโอบหลังเราไว้พร้อมกับพูดว่า

พ่อ : ทำไมมานั่งอยู่ตรงนี้ล่ะ ระวังตกเก้าอี้นะ

เราเงยหน้าขึ้นมองสบตากับพ่อ แล้วเราก็ยิ้มออกมาด้วยความดีใจอีกแล้ว เพราะเราพบว่าดวงตาของพ่อที่มองเราในวันนี้ คือพ่อที่มีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์อีกครั้ง พ่อพูดกับเราด้วยน้ำเสียงปกติ ไม่อ้อแอ้ แต่แฝงไว้ด้วยความเหนื่อยล้าว่า .... พ่อ : วันนี้วันที่เท่าไหร่แล้ว พ่อเหนื่อยจัง ... พ่อรู้สึกเหมือนกับว่าหลับแล้วฝันไป พยายามที่จะบอกกับตัวเองว่าตื่นได้แล้ว ๆ แต่มันก็ไม่ตื่นสักที บางทีความรู้สึกมันเหมือนครึ่งหลับครึ่งตื่นนะ

เรา : คุณพ่อฝันว่าอะไรมั่งเหรอคะ

พ่อ : เหมือนถูกคนทำร้ายนะ ถูกจับมัดมือมัดเท้า บางทีก็เหมือนถูกจับตัวกระแทกกับเตียง มันสะเปะสะปะ เลอะเทอะไปหมด รู้แต่ว่าทรมานเหลือเกิน ทรมานที่มันไม่ยอมตื่นสักที

ได้ยินสิ่งที่พ่อเล่าเราเองก็สะเทือนใจไม่น้อย เพราะสิ่งที่พ่อคิดว่านั่นคือความฝันที่แสนจะทรมาน เป็นความฝันที่พ่อคิดว่าอยากจะตื่นขึ้นมาจากความฝันที่แสนจะโหดร้ายนั้น ซึ่งแท้ที่จริงแล้วนั่นคือความจริงทั้งหมดที่พ่อไม่ได้ฝันไป ร่างกายของพ่อคงพยายามที่จะดิ้นรนและต่อต้านกับอาการของ Parkinsonism ที่เริ่มเลวลง


หลังจบบทสนทนานี้แล้วพ่อก็เงียบไป เพราะมีเสมหะออกมามากขึ้นกว่าเดิม เสมหะข้นเหนียวพร้อมน้ำลายที่มีออกมาตลอดเวลา จนมือทั้งสองของเราเลอะเปื้อนมันไม่ได้ทำให้เรารู้สึกว่ารังเกียจพ่อเลย เราคิดว่ามันต้องมีอะไรบางอย่างที่ผิดปกติเกิดขึ้น เราจึงพยายามโทร.หาแฟน( ในตอนนั้น )เพื่อบอกเล่าอาการ แต่เราไม่สามารถโทรติดต่อเค้าได้เลย ตอนบ่ายแม่บอกให้เราไปเอาของที่บ้านป้า เราออกไปอย่างไม่ค่อยเต็มใจนักเพราะอยากที่จะอยู่กับพ่อมากกว่า ซึ่งถ้าเรารู้ว่าถ้าไปบ้านป้า แล้วกลับมาจะไม่ได้พบพ่ออีกเลยชั่วชีวิต เราก็คงเลือกที่จะไม่ออกไป

เรากลับมาถึงบ้านตอนทุ่มครึ่ง กลับพบว่าไม่มีใครอยู่บ้านเลย แม่ทิ้งโน้ตไว้ว่า " พาคุณพ่อไปโรงพยาบาล " ในใจของเราตอนนั้นนึกเป็นห่วงพ่อขึ้นมา แต่พยายามคิดปลอบใจว่าพ่อคงไม่เป็นไรมาก เราลองโทรเช็คไปที่โรงพยาบาลเพื่อสอบถามว่าพ่อไปถึงหรือยัง ได้รับคำตอบว่าไม่มีคนไข้ชื่อนี้ ...

เวลาประมาณสองทุ่มแม่กลับมาถึงบ้าน แค่เพียงเห็นสีหน้าของแม่เราก็พอจะเดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับพ่อ แม่บอกให้เราไปโรงพยาบาลตอนนี้พ่ออยู่ในห้องฉุกเฉิน หมอกำลังช่วยปั๊มหัวใจอยู่ เรานั่งนิ่งเงียบมาตลอดทาง หูก็ได้ยินเสียงแม่เล่าว่าหลังจากที่เราออกจากบ้านไปแล้ว พ่อมีอาการหายใจแรงจนเหมือนหอบ มีเสมหะออกมาตลอดเวลา และเริ่มดีขึ้นในตอนเย็น แต่อยู่ๆพ่อก็หายใจแรงขึ้นมาและร้องบอกกับแม่ว่า พ่อแน่นหน้าอกหายใจไม่ออก แม่จึงรีบเรียกแท็กซี่พาพ่อส่งโรงพยาบาล ในระหว่างทางพ่อรู้สึกตัวตลอด

เมื่อไปถึงโรงพยาบาลเรารีบวิ่งเข้าห้องฉุกเฉิน ภาพที่ได้เห็นคือร่างของพ่อที่เปลือยด้านบน มีสายระโยงระยางอยู่ตามตัว ร่างนั้นนอนสงบนิ่งอยู่เหมือนคนนอนแต่ตาของพ่อแทนที่จะปิดสนิท กลับยังคงลืมตาค้างอยู่ ทันทีที่เห็นเราวิ่งเข้ามาในห้องฉุกเฉินหมอบอกกับเราว่า “ หมอเสียใจด้วยจริงๆนะ หมอพยายามแล้ว ทั้งฉีดยากระตุ้นทั้งปั๊มหัวใจ แต่พ่อของคุณไม่มีอาการตอบสนองเลย หมอเพิ่งถอดเครื่องช่วยหายใจออกเดี๋ยวนี้เอง ”

ณ วินาทีนั้น ความรู้สึกของเรามันวูบๆไหวๆบอกไม่ถูก ขาที่ยืนอยู่เหมือนมันอ่อนแรงจนเซเกือบล้มลง เราเซไปยืนเกาะโต๊ะที่หมอนั่งอยู่ ไม่มีคำพูดใดๆหลุดจากปาก และไม่มีแม้แต่น้ำตาสักหยดที่จะไหลออกมา เราถามตัวเองในใจว่า นี่เรากำลังนอนหลับไปแล้วฝันอยู่ใช่มั้ย ... พ่อไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย พ่ออยู่ที่บ้านต่างหาก ไม่จริงหรอกเรากำลังฝันไป
แต่แล้วความคิดนั้นต้องหยุดลงเมื่อได้ยินเสียงแม่พูดขึ้นว่า “ ไปกราบพ่อก่อนเถอะ เดี๋ยวเค้าจะพาพ่อไปแล้ว ” เราเดินตรงเข้าไปหาร่างของพ่อ สองมือประคองที่ใบหน้านั้นแล้วลูบปิดเปลือกตาที่ลืมค้างอยู่จนปิดสนิทลง เราเอื้อมมือไปจับมือทั้งสองของพ่อแล้วบีบจนแน่นด้วยความหวังว่า มือทั้งสองข้างนั้นคงจะบีบตอบกลับมา มือของพ่อยังอุ่น ตัวของพ่อก็อุ่น เราก้มลงจูบที่หน้าผากของพ่อแล้วเลื่อนมาที่แก้ม ก่อนที่จะก้มลงกราบที่ปลายเท้าพร้อมกับคำอธิษฐานว่า “ ขอให้คุณพ่อไปสู่สุคติ ไปสู่ภพภูมิที่ดีเถิดค่ะ ถ้าลูกได้เคยล่วงเกินคุณพ่อไว้ด้วยกายกรรม วจีกรรม และมโนกรรม ทั้งที่ตั้งใจและไม่ได้ตั้งใจ ลูกขอให้คุณพ่อได้โปรดอโหสิกรรมและยกโทษให้ลูกด้วยเถิด และเกิดชาติหน้าฉันใดก็ขอให้เราได้พบและเป็นพ่อลูกกันอีก ขอให้ลูกได้รับใช้ดูแลคุณพ่อให้ดีกว่าในชาตินี้ค่ะ ”

หมายเหตุ : หมอยืนยันสาเหตุการตายของพ่อว่า " กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน "




 

Create Date : 04 ธันวาคม 2549
30 comments
Last Update : 5 ธันวาคม 2549 0:48:52 น.
Counter : 1148 Pageviews.

 

อ่านแล้วเศร้าจังครับ คุณน้องออส

 

โดย: หัวฟู IP: 203.113.33.13 5 ธันวาคม 2549 0:16:25 น.  

 

เศร้าจังครับ ... คุณพ่อผมก็เพิ่งเสียไปเมื่อต้นปีนี้เหมือนกัน

 

โดย: Galaxian Explosion !!! 5 ธันวาคม 2549 0:49:02 น.  

 

อา...ชีวิต

แวะมาเยี่ยมจ้ะ มาร่วมเศร้าด้วย

บาย....................................................................

 

โดย: คายตรี (คายตรี ) 5 ธันวาคม 2549 1:00:31 น.  

 


คุณปรนนิบัติต่อท่านได้ดีมาก ๆ เลยค่ะ
จนวินาทีสุดท้าย แม้จะเป็นวินาทีสุดท้ายที่พ่อไม่อาจจะรับรู้ คุณก็ทำได้ดีที่สุดเลยค่ะ

 

โดย: 1girlshow 5 ธันวาคม 2549 10:53:29 น.  

 


บางครั้ง เราอาจไม่เห็นค่าของบางสิ่ง แต่ ....

เมื่อใดที่เราขาดสิ่งนั้นไป เราจะรู้สึกทันทีว่า
มันมีค่ามากมายยิ่งนัก

 

โดย: สยึมกึ๋ย 5 ธันวาคม 2549 18:52:14 น.  

 

เศร้าจังเลยค่ะ

 

โดย: Second impact 6 ธันวาคม 2549 9:27:05 น.  

 

แวะมาเศร้าด้วยคน นึกถึงตอนที่คุณแม่เสียเหมือนกันค่ะ

 

โดย: Im onair IP: 203.150.233.178 6 ธันวาคม 2549 13:26:09 น.  

 

...ฮื้อออ เส้าจังเลย...

 

โดย: 2boo 6 ธันวาคม 2549 13:41:03 น.  

 

เศร้าจริงๆเลย

 

โดย: Mr.Submarine 6 ธันวาคม 2549 15:38:30 น.  

 


เข้ามาทีไร เศร้าทุกทีเลย ว่าจะฮาซักหน่อย เห้อ ...

 

โดย: สยึมกึ๋ย 6 ธันวาคม 2549 17:07:43 น.  

 

สวัสดีทุกๆท่านนะค้า อย่าเศร้ามากค่ะ ถ้าคิดถึง

" สงสารน้องออส" ก็คลิกดูรูปใกล้ๆ Profile ดูไปก่อนค่า .....ฮ่าฮ่า..... ได้เป็นนางนพมาศเชียวนะนั่น...รูปสวยๆหาดูได้ยาก ต้องรีบเอามาโชว์

เดี๋ยวงวดหน้าอัพบล็อคใหม่ จะใส่ทูพีซมาโชว์ไขมันขาวๆ อวบๆ .... อิอิ....ของใครบางคน... เจ้าประคู้นนนนนนนนนนนนนนนนนน อย่าเพิ่งเข้ามาอ่านเจอนะคุณไท...

 

โดย: สงสารน้องออส 6 ธันวาคม 2549 19:01:51 น.  

 

^
^
เง้อ ... นึกว่าจะโชว์เองซะอีก กรรม

 

โดย: สยึมกึ๋ย 6 ธันวาคม 2549 21:25:14 น.  

 

พ่อและแม่ยังอยู่ข้างๆกายเราเสมอ จะคิดจะทำอะไรขอให้นึกถึงท่านไว้ ผมน่ะยามที่ท้อแท้ก้อได้แม่ที่คอยเป็นกำลังใจให้ ยังไงก้อสู้ๆครับ

 

โดย: หลังติดเบาะ IP: 61.47.80.128 6 ธันวาคม 2549 21:28:29 น.  

 

อ่านแล้วอยากจะร้องไห้เลยค่ะ สงสารคุณพ่อจัง
แต่อย่างน้อยคุณลูกก็ได้อยู่จนวินาทีสุดท้ายของพ่อ

 

โดย: ประมุขขวัญ 7 ธันวาคม 2549 9:34:59 น.  

 


ตกลง จะโชซืได้ยังอ่ะ รูปหน่ะ รอจนเหงือกแห้งแล้ว

 

โดย: สยึมกึ๋ย 7 ธันวาคม 2549 21:13:38 น.  

 

เศร้าจังอะ

 

โดย: REX-REX IP: 125.25.41.238 7 ธันวาคม 2549 22:49:47 น.  

 

เศร้าจริงๆเลย

 

โดย: แมท (everything on ) 9 ธันวาคม 2549 6:26:12 น.  

 



 

โดย: Moody-Angle 9 ธันวาคม 2549 8:37:51 น.  

 

เศร้าอีกแล้ว แงๆ

 

โดย: มาดามปีย์ (space4chic ) 9 ธันวาคม 2549 14:31:04 น.  

 




เศร้า...

 

โดย: ยิ้มซ่า@หน้าเหลือง 9 ธันวาคม 2549 15:44:42 น.  

 

ไว้อาลัยให้พ่อคุณนะครับ
เศร้าจัง

 

โดย: tpipe 10 ธันวาคม 2549 13:05:52 น.  

 

เข้ามาเยี่ยมเยียน(กลับมาแว้ว)...ชะเอิ่งเอิงเอย

 

โดย: ชะเอิงเอย IP: 202.29.129.10 11 ธันวาคม 2549 6:44:46 น.  

 

สวัสดีตอนเช้าเช้าค่ะ แว๊บมาเยี่ยมมค่ะ :) ...

 

โดย: 2boo 11 ธันวาคม 2549 8:53:46 น.  

 

หวัดดีค่ะ...เข้ามาเยี่ยมเยียนอ่ะค่ะ....

 

โดย: M!nT (นักฆ่า...น่ารัก ) 11 ธันวาคม 2549 13:48:50 น.  

 

อิอิ.. แวะมาทักมาทายอีกรอบ..คะคุณออส
ไปเที่ยวไหนมาบ้างป่าวค่ะวันหยุดยาว
ไปเที่ยวบ้างน่ะค่ะสาวๆอย่างเราจะได้สดและใสขึ้น

คุณออสขอฝากโน๊ตผ่านหน่อยน่ะ

นี่ๆ นายชะเอิงเอยแวะไปหาช้านบ้างน่ะแก ที่มาบอกว่า "กลับมาแล้ว"
เป็นโมฆะไปเพราะวันนี้เพิ่งอัพบลอคใหม่...............แฮๆ..
รับทราบเดี่ยวมิชะน๊านช๊านจะเจาะยางรถแก.. ฮ่าๆ..

 

โดย: มาดามปีย์ (space4chic ) 12 ธันวาคม 2549 21:17:34 น.  

 

เป็นกำลังใจให้นะครับ ผมก็เสียคุณพ่อไป 10 กว่าปีแล้ว แต่ก็ยังมีแม่คอยเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรอยู่ แค่นี้ก็มีความสุขแล้วครับ

 

โดย: Love...Story IP: 203.146.113.175 13 ธันวาคม 2549 9:43:02 น.  

 


หวัดดีตอนเช้าค่ะ

เข้ามาอิจฉา คนจะได้หยุดยาว ....

 

โดย: Moody-Angle 13 ธันวาคม 2549 10:56:36 น.  

 

แว่บบบ...แว้บบบ...แว้บ....เข้ามาทักทายและขอบคุณเพื่อนๆทุกคนที่เข้ามาให้กำลังใจนะคะ ขออนุญาตตอบรวมถึงทุกๆคนค่า..เวลามีน้อย

 

โดย: สงสารน้องออส IP: 58.136.71.66 13 ธันวาคม 2549 10:58:12 น.  

 


ป๋าแวะมาดูลาดราวนิดหน่อย แต่ อยากจะบอกว่า
Bloggang อืดมาก เซ็งเลย

 

โดย: สยึมกึ๋ย 13 ธันวาคม 2549 11:04:09 น.  

 

เข้มแข็งนะคะ

 

โดย: แม่น้องแดนนี่ บอย (แดนนี่ บอย ) 19 ธันวาคม 2549 14:06:06 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


สงสารน้องออส
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




Friends' blogs
[Add สงสารน้องออส's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.