1 เดือนและแรงบันดาลใจในการลดน้ำหนัก
หลายครั้งที่สาววัยใกล้ 40 อย่างเราชอบหาเหตุผลในการไม่ยอมลดน้ำหนัก เช่น

-อายุเยอะแล้ว ระบบเผาพลาญไม่ดี ลดน้ำหนักไม่ได้
-ต้องดูแลลูก ๆ ไม่มีเวลาว่างมากขนาดนั้น
-งานเยอะ ไหนจะต้องทำงาน ดูแลครอบครัว ดูแลบ้าน เรียน บลาๆๆๆ
 แต่จริง ๆ แล้วเหตุผลหลักของเรา คือ ขี้เกียจ ไม่ให้ความสำคัญ คิดว่าตัวเองยังไม่อ้วนมาก

และเมื่อมันมีเหตุผลมากพอ 
- หมอนัดรับยาคอเรสเตอรอลทุกเดือน เราไม่อยากทานเพราะทานแล้วนอนไม่หลับ 
-ทานยาลดความอ้วน กาแฟลดความอ้วนไม่ได้ เพราะใจสั่น นอนไม่หลับ (ลองซื้อมาทุกยี่ห้อที่มีคนมาเสนอ 555)
-เมื่อก่อนสามีหนัก 70 กก.เราหนัก 44 แต่ปัจจุบันสามีก็ยังหนัก 70 แต่เรา 67 กก.
 ใคร ๆ ก็ทักว่าสามีไม่เปลี่ยนเลยดูดีตลอด ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี แต่พอเหลียวมองมาทางเราได้แค่ยิ้ม ๆ แล้วเปลี่ยนเรื่องพูด 55555 (รู้ค่ะว่าคิดอะไร)
-คุณแม่ของเพื่อนๆลูก มีแต่คนหุ่นดี ๆ สวยๆ หน้าใส ๆ ปิ๊ง ๆ เราไม่กล้าไปรับลูก จนบางครั้งรู้สึกขาดการติดต่อสื่อสารระหว่างเรากะโรงเรียนไปเลย

สุดท้าย++ กลัวตาย เพราะมีอยู่คืนนึงแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก ฝันร้าย ตื่นมาบอกกับตัวเองว่า เราตายไม่ได้ลูก ๆ เรายังไม่พร้อม เค้ายังไม่โตพอที่จะอยู่เพียงลำพังกับพ่อโดยที่ขาดแม่ดูแล++

ผลลัพธ์ของเดือนแรก
1/06/2013  น้ำหนัก 67.00 กก. ไขมัน 30.2 % กล้ามเนื้อ 32.00 %
30/6/2013  น้ำหนัก 62.10 กก. ไขมัน 27.7 % กล้ามเนื้อ 34.70 %
 1.ปรับการทานอาหาร
                    เช้า โฮลวีต 2 แผ่นทาเนยถั่ว+ไข่คนไม่ใส่น้ำมัน+ผัก 
                    สาย ผลไม้(ไม่หวาน) 1 ผล หรือ โยเกิร์ต 0% ชาเขียวร้อนไม่ใส่น้ำตาล 1 แก้ว (การทานอาหารทุก2-3 ชั่วโมงช่วยให้ร่างกายเผาพลาญตลอดเวลาและช่วยให้ลดความอยากอาหารในมื้อต่อไป จะได้ไม่กินอย่างบ้าคลั่ง)
                    กลางวัน ข้าวกล้อง+กับข้าวที่ไม่ใช้วิธีการทอด+ผัก
(ข้าวกล้อง : เพื่อให้ร่างกายมีพลังงานจากคาร์บแต่ให้พลังงานช้า ๆ ต่อเนื่องให้รู้สึกอิ่มนาน+จะลดไขมัน ก็ไม่ควรบริโภคไขมันเพิ่มไปอีก+ควรรับไฟเบอร์และวิตามินจากผักผลไม้เพื่อให้ร่างกายได้สารอาหารครบ)
    บ่าย กล้วยหอม 1 ผล หรือ โยเกิร์ต 0% หรือ ไข่ขาวต้ม 1 ฟอง
    เย็น  สลัด/เกาเหลา/สุกี้ ฯลฯ
                    ก่อนนอน  โปรตีนเช็ค 1 แก้ว

Tips : 1.อาหารควรเน้นการปรุงแบบไม่ใส่เครื่องปรุงใด ๆ เรียกว่า Clean Food 
เพราะโซเดียมในเครื่องปรุงรส เป็นอีกตัวที่ทำให้ร่างกายบวมน้ำและน้ำหนักไม่ลด          2.ใช้วิธีการ ย่าง นึ่ง ต้ม อบ แทนการทอด-ผัด หากต้องการผัดควรใช้น้ำมันมะกอกและใช้แต่น้อย
         3.บริโภคคาร์บแบบไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ปังโฮลวีต เส้นหมี่ข้าวกล้อง

      2.ปรับการออกกำลังกาย เป็น 5 วันต่อสัปดาห์
เราควรออกกำลังกายให้ครบ 3 ประเภท เพื่อให้เกิดความสมดุลย์
1. นำไขมันเก่าออก : ด้วยการเบิร์นไขมัน จาก การเดิน วิ่ง แอโรบิค ปั่นจักรยานฯ
                             และต้องต่อเนื่อง 30 นาทีขึ้นไป/ครั้ง
2. สร้างกล้ามเนื้อเพื่อป้องกันไม่ให้ไขมันเข้าไปแทนที่ได้ง่าย
                           : ด้วย Weight Training เพิ่มการเผาผลาญและป้องกันโยโย่ได้ดีกว่าการเบิร์น เช่น Body Weight , Machine ,Free Weight
3.เพิ่มความยึดหยุ่นของร่างกาย   
                           : ด้วย โยคะ หรือ พิลาทิส 






Create Date : 18 กรกฎาคม 2556
Last Update : 18 กรกฎาคม 2556 14:02:06 น.
Counter : 455 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

2Be@Tok-Tak
Location :
เชียงใหม่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



สวัสดีค่ะ เพื่อนสมาชิกชาวบล๊อกทุกคน หลังจากภารกิจพิชิตไขมันของเราประสบความสำเร็จไปเมื่อ 2 ปีที่แล้ว (จาก 62.50 เหลือ 52 กิโลกรัม) เราได้หนีไปเรียนต่อ ป.โท จนจบมา 1 ใบเมื่อปลายเดือน มิ.ย. 55 ได้ความสำเร็จมาและแล้วก็ประสบความล้มเหลวกับการคุมน้ำหนักที่เคยลดไปแล้วตอนนี้มันขึ้นมา จาก 52 กก.เป็น 66.60 (พระเจ้า เกือบ 15 โล) ..ฮือ ๆ ไม่โทษใคร นอกจากตัวเองที่ปล่อยให้อารมณ์อยู่เหนือจิตใจ..เอานะลองใหม่อีกสักครั้งเป็นไงเป็นกัน สู้ด้วยกันนะ หมูเรนเจอร์ทั้งหลาย...
My Weight Chart:
Weight Chart
กรกฏาคม 2556

 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31