Lilypie First Birthday tickers Lilypie Kids Birthday tickers
คนนี้น้ำใส ตอน ข้อมูลเสริมเรื่องการแพ้อาหาร .. ในเด็กเล็กคับป๋ม

แพ้อาหาร…เกือบตาย

วันหนึ่ง มีคุณแม่กับคุณลูกสาววัยน่ารักจูงมือกันมาหาหมอนิต
ท่าทางไม่เหมือนคนป่วย สดใสสวยงามกันทั้งคุณแม่คุณลูก

คุณแม่แจ้งให้ทราบว่าที่ต้องมาหาหมอนิต
เพราะน้ำหวานลูกสาวเธอเพิ่งเฉียดความตายเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
เรื่องมันเป็นอย่างนี้ค่ะ…

สุดสัปดาห์ก่อนพ่อแม่ลูกไปเที่ยวทะเลกัน
เที่ยวทะเลก็ต้องรับประทานอาหารทะเลซิคะ
ระหว่างที่รับประทานอาหาร อยู่ในร้านนั่นเอง
น้ำหวานบ่นแน่นหน้าอก แน่นในลำคอ หน้าแดง ตัวแดง
เริ่มหายใจลำบาก

คุณพ่อคุณแม่รีบหาโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด
ระหว่างทางอาการแย่ลงทุกที หายใจไม่ออก มือเท้าเริ่มเขียว
ก็โชคดีถึงโรงพยาบาลพอดี

คุณหมอที่ห้องฉุกเฉินรีบตะลุมบอนรักษา
ให้ทั้งออกซิเจน น้ำเกลือ และยาฉีดอีกหลายเข็ม
อาการทุเลาลงตามลำดับ

คุณหมอให้นอนค้างโรงพยาบาล เพื่อดูอาการอีกหนึ่งคืน
ปลอดภัยดีแล้วจึงให้กลับบ้าน…
พร้อมกับมีการบ้านมาให้คิดกันว่า น้ำหวานแพ้อะไร ?

คุณพ่อคุณแม่คิดไม่ออก
จะเดาว่าอาหารทะเลหรือก็ไม่แน่ชัด เพราะเคยรับประทานมาก่อน
ไม่เห็นมีอาการอย่างนี้ บางทีมีผื่นขึ้นบ้าง แต่ไม่ทุกครั้ง
แล้วบ้างทีก็มีผื่นลมพิษขึ้น

ตอนที่ไม่ได้รับประทานกุ้ง หอย ปู ปลาเลยนี่นา
แต่ครั้นจะปล่อยไปเฉยๆ โดยไม่หาสาเหตุ คงไม่ได้
เพราะอาการครั้งสุดท้ายนี้เราเรียกว่า "เกือบตาย"
ไม่อยาให้เกิดซ้ำอีกเลยล่ะค่ะ

สรุปว่าที่มาหาหมอนิต
เพื่อให้หมอนิตเป็น "นักสืบ" สืบว่าแพ้อาหารจริงหรือไม่
และแพ้อาหารอะไร

หมอนิตพาโรค "แพ้อาหาร" มาแนะนำให้รู้จักกันก่อนดีกว่า

นี่แหละ "แพ้อาหาร" ของแท้

การ "แพ้" หรือ "Allergic reaction"
คือ การที่ระบบภูมิต้านทานของร่างกายเกิดปฏิกิริยา มากผิดปกติ ต่อสารธรรมดา

ในคนทั่วไป ระบบภูมิต้านทานของร่างกาย
จะมีปฏิกิริยาต่อสิ่งที่จะทำอันตรายร่างกายเท่านั้น เช่น พวกเชื้อโรคต่างๆ

โดยร่างกายจะสร้างสารที่เรียกกันรวม ๆ ว่า "ภูมิคุ้มกัน" (Antibody)
ออกมามากมายหลายชนิด

ในคนที่เป็นโรคภูมิแพ้
เมื่อร่างกายได้รับสารธรรมดาบางอย่าง เช่น ละอองเกสร ไรฝุ่น
เศษแมลงสาบ รังแคสัตว์เลี้ยง สปอร์เชื้อรา
หรือแม้แต่สารอาหารชนิดต่างๆ

ร่างกายกลับสร้างภูมิคุ้มกันชนิดหนึ่ง ที่เรียกว่า IgE
ขึ้นมามากมาย มาต่อสู้กับ "สารก่อภูมิแพ้" ดังกล่าว

จนเกิดอาการต่างๆ ของโรค ในตระกูลที่เกิดจากภูมิแพ้
อันได้แก่ แพ้อากาศ หอบหืด แพ้อาหาร แพ้แมลงกัดต่อย แพ้ยา
ผื่นผิวหนังที่เกิดจากการแพ้ ลมพิษ แองจีโออีดีมา ฯลฯ

ในรายที่ "แพ้อาหาร" จึงหมายถึง
คนที่รับประทานอาหาร อย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น นม ไข่ อาหารทะเล ฯลฯ
เข้าไปแล้ว ร่างกายของเขาสร้าง IgE มาต่อสู้กับโปรตีนของสารอาหารดังกล่าว จนทำให้เกิดอาการแพ้ขึ้น


อาการของโรคแพ้อาหาร

อาการมีได้หลายอย่างค่ะ
แบ่งตามระบบดีกว่านะคะ จะได้ไม่งง

อาการในระบบทางเดินอาหาร เช่น คันปาก คลื่นไส้ อาเจียน
ปวดท้อง อาหารไม่ย่อย ท้องเสีย

อาการในระบบทางเดินหายใจ เช่น คัดจมูก น้ำมูกไหล จาม คันในจมูก คันคอ หายใจลำบาก แน่นหน้าอก หอบ

อาการทางผิวหนัง เช่น มีผื่นขึ้น อาจเป็นผื่นแผงๆ ที่เรียกว่า eczema หรือ ผื่นแบบลมพิษ คันตามตัว

รายที่อาการเป็นมาก รุนแรง เป็นทีเดียวหลายระบบ
ก็ช็อก (shock) ได้ค่ะ ถ้ารักษาไม่ทันก็มีสิทธิ์ตายได้

ทั้งนี้ทั้งนั้นอาการและความรุนแรงจะแตกต่างกันไป ในผู้ป่วยแต่ละราย
แม้ในรายเดียวกัน อาการแพ้แต่ละครั้ง อาจแตกต่างกัน
ไม่เหมือนครั้งก่อนๆ ก็ได้ค่ะ

นอกจากนี้ในบางราย โดยเฉพาะรายที่ปฏิกิริยาแพ้ไม่รุนแรง
อาการอาจไม่เกิดทันทีที่รับประทานอาหารนั้นเข้าไป
แต่จะทิ้งช่วงหลายชั่วโมงจนถึงเป็นวัน
ซึ่งยิ่งทำให้นักสืบจับผู้ร้ายยากใหญ่ค่ะ

และยังควรทราบด้วยว่า
อาการที่เกิดเนื่องจากการรับประทานอาหาร ไม่จำเป็ต้องเป็นโรคแพ้อาหารเสมอไป

ยกตัวอย่างเช่น
กรณีที่ไปรับประทานอาหารไม่สะอาด
หรืออาหารมีเชื้อโรคปนอยู่ ทำให้เกิดอาการปวดท้อง ท้องเดิน
อย่างนั้นเราไม่เรียกว่า แพ้อาหาร นะคะ เรียกว่า อาหารเป็นพิษค่ะ

หรือในคนที่ดื่มนมวัวแล้วท้องเสีย
เนื่องจากร่างกายขาดน้ำย่อยชนิดหนึ่ง แบบนี้ก็ไม่เรียกว่า "แพ้" ค่ะ



ทำไมแพ้อาหารจึงเป็นกับบางคนเท่านั้น ?

ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะกรรมพันธุ์
บางคนรับถ่ายทอดกรรมพันธุ์การแพ้มาจากบรรพบุรุษ
จัดเป็นมรดกตกทอดที่ไม่น่าพิสมัยนักนะคะ

การแพ้อาหาร มักเริ่มตั้งแต่วัยเด็ก
แต่บางรายเพิ่งจะมาเริ่ม แพ้อาหารเอาตอนโตแล้วก็ได้ค่ะ
บางคนแพ้อาหาร ที่เคยรับประทานได้มานานโดยไม่เคยมีปัญหา
แบบนี้ก็มีเหมือนกันค่ะ

ความแข็งแรงของร่างกายนี่ก็สำคัญ
บางคนตอนร่างกายแข็งแรง รับประทานกุ้งได้ไม่เป็นไร
แต่พอป่วยไข้ไม่สบายด้วยโรคอื่น หรือแม้แต่เครียด
แค่รับประทานกุ้งแล้วผื่นขึ้นค่ะ

มาสืบกันดูว่า…แพ้อาหารอะไร


ในรายที่รับประทานไข่ปุ๊บ ลมพิษขึ้นปั๊บ
และเป็นอย่างนี้ทุกทีที่รับประทานไข่
แบบนี้ง่ายค่ะ ส่วนใหญ่คนไข้พวกนี้ มักไม่ต้องหาหมอหรอกค่ะ
เขารู้ได้เองแทบทุกราย

แต่คนไข้อีกส่วนหนึ่ง
อาการเกิดหลังรับประทานอาหารหลายชั่วโมง
บางครั้งเป็นวัน และบางรายอาการเล็กน้อย แต่สะสมมาจนเรื้อรัง

" โดยเฉพาะเด็กเล็กๆ ที่เป็นผื่นแดงๆ ตามข้อพับ ใบหน้า
ที่หมอชอบเรียกว่า eczerma พวกนี้คุณพ่อคุณแม่ตอบไม่ค่อยได้ว่าแพ้อะไร
เพราะผื่นเริ่มขึ้นมาทีละน้อยสะสมจนมากขึ้นเรื่อยๆ
บางวันผื่นมากบางวันผื่นน้อย "
แบบนี้แหละค่ะ ที่มักถึงมือหมอภูมิแพ้


หมอก็ต้องสวมวิญญาณเป็นลูกคุณช่างถาม
เช่น ถามว่า รับประทานอะไรเข้าไปบ้าง มากน้อยเท่าไร
รับประทานตั้งแต่เมื่อไหร่ ก่อนมีอาการกี่ชั่วโมง
คนอื่นที่รับประทานด้วยกัน มีอาการผิดปกติหรือเปล่า
เคยรับประทานอาหารนี้มาก่อนไหม

ถ้าเคย ครั้งก่อนมีอาการอย่างไร
ช่วงนี้สุขภาพแข็งแรงดีอยู่เดิมไหม อาการที่เกิดขึ้นมีอะไรบ้าง
เรียงตามลำดับโดยละเอียด ยังต้องซักย้อนไปถึงโรคประจำตัวเดิม
ยาที่รับประทานประจำ ประวัติโรคทางกรรมพันธุ์ในครอบครัว
โดยเฉพาะโรคภูมิแพ้สิ่งแวดล้อมในบ้าน ที่ทำงานเป็นอย่างไร ฯลฯ

ถามเฉยๆ บางทีไม่พอ
เพราะคนไข้ก็จำไม่ได้ว่า รับประทานอะไรเข้าไปบ้าง
ยิ่งถ้าต้องย้อนหลังหลายๆ วัน ไม่มีใครจำได้หรอกค่ะ
หมอจึงอาจให้คนไข้ทำสมุดจดรายการอาหาร
ที่รับประทานแต่ละวัน จดได้ทุกวัน
วันไหนมีอาการอย่างไรก็ให้บันทึกลงไปด้วย
ไว้เป็นแหล่งข้อมูลช่วยในการวินิจฉัยโรคอย่างหนึ่งค่ะ


ทดสอบภูมิแพ้ผิวหนังกันหน่อย

นอกจากนี้หมออาจต้องทำการทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนัง
โดยการเอาสารอาหารชนิดต่างๆ หยดลงบนผิวหนัง
แล้วสะกิดให้ผิวเป็นรอยถลอกเล็กๆ พอให้น้ำยาซึมลงไปได้
ไม่ถึงขนาดเลือดตกยางออกหรอกนะคะ

แล้วรอ 20 นาที อ่านผลได้เลย การอ่านผลบวกหรือลบ
ดูที่ว่า มีตุ่มนูน แดง คล้ายยุงกัด เกิดขึ้นที่บริเวณหยดน้ำยาใด
ขนาดตุ่มใหญ่เล็กเท่าไหร่ จัดลำดับออกมาเป็นบวกมาก บวกน้อย
ถ้าไม่มีตุ่มนูนแดงเกิดขึ้น เรียกว่าลบ คือไม่แพ้ค่ะ

ส่วนพวกที่บวก
เรายังไม่รีบด่วนสรุปว่าแพ้อาหารตัวนั้นๆ ทันทีนะคะ
ในรายที่ปฏิกิริยาการแพ้อาหารไม่รุนแรง
เราจะลองให้คนไข้รับประทานอาหารนั้น
ถ้ามีอาการแพ้เกิดขึ้น จึงถือว่าแพ้จริง
แต่ถ้ารับประทานได้ไม่มีปัญหา ก็ยังไม่ถือว่าแพ้ค่ะ

แม้ว่า การทดสอบให้ผลก็ตาม
เพราะเมื่อร่างกายย่อยอาหารนั้นแล้ว ดูดซึมผ่านผนังลำไส้
โมเลกุลของอาหารจะต่างจากสารเริ่มต้น
ที่เรานำมาทดสอบ คนไข้อาจไม่แพ้โมเลกุลที่ผ่านขบวนการ
มาหลายขั้นตอนแล้วนั้น

ยกตัวอย่างเช่น
ผลทดสอบได้ผลบวกต่อไข่และกุ้ง
แต่เวลาคนไข้รับประทานไข่เจียว
ไข่ดาว ไข่ต้ม ไม่เคยมีอาการแพ้
แต่ถ้าเมื่อไหร่รับประทานกุ้งเผาจึงได้เรื่อง
แบบนี้เราสรุปว่า แพ้กุ้ง ไม่แพ้ไข่ค่ะ

บางรายอาจรัปบระทานแล้ว
ก็ยังตอบไม่ได้ว่ามีอาการ "แพ้ " ต่ออาหารนั้นหรือไม่

โดยเฉพาะพวกเด็กที่เป็นผื่น eczema
เราก็จะลองให้งดอาหารที่ผลการทดสอบเป็นบวก
โดยลองงดดูที่ละอย่าง อย่างละ 2-3 สัปดาห์

สังเกตดูซิว่า ผื่นลดลงในช่วงงดอาหารนั้นไหม
ค่อยๆ งดไปทีละย่าง บางทีอาการแพ้ไม่รุนแรงจนอันตราย
เราอาจให้ลองรับประทานอาหารนั้นใหม่

หลังจากงดไปสัก 2-3 สัปดาห์ ถ้าผื่นเห่อขึ้นมาอีก
แบบนี้ค่อนข้างมั่นใจว่าแพ้อาหารนั้นแน่


ตรวจเลือดก็พอจะบอกได้

บางรายเราอาจต้องใช้การตรวจเลือด
แทนการทดสอบทางผิวหนัง โดยเฉพาะพวกที่ผื่นขึ้นมาก

ในผิวหนังส่วนที่เราใช้ทดสอบ หรือผิวหนังมีปัญหาที่เรียกว่า
b>dermatographia คือผิวหนังไวมาก โดนอะไรขูดขีดเป็นบวมแดงไปหมด
แบบนี้ขืนเอาไปทดสอบ ผลจะผิดพลาดเชื่อถือไม่ได้ นึกว่าแพ้ไปเสียทุกอย่าง

คนไข้อีกประเภทหนึ่งที่ต้องตรวจเลือด
คือ พวกที่รับประทาน ยาแก้แพ้อยู่เป็นประจำ
และไม่สามารถงดยาก่อนทดสอบได้ เพราะโรคจะกำเริบ
แบบนี้ก็ให้รับประทานยาต่อไป ใช้วิธีตรวจเลือดแทน
แต่การตรวจเลือดนี้มีข้อเสียที่ยิ่งใหญ่ในยุค IMF คือแพงมากค่ะ
เมื่อได้ผลเลือดแล้วก็ต้องมาลองรับประทาน ลองงดอาหาร
เหมือนพวกที่ทดสอบทางผิวหนังเหมือนกันค่ะ

อาหารที่ทำให้แพ้ได้บ่อย
อาหารบางอย่างมีสารก่อภูมิแพ้มากกว่าอาหารอื่น
อาหารพวกนี้จึงพบเป็นสาเหตุของโรคแพ้อาหารได้บ่อย เช่น

อาหารทะเล ได้แก่ กุ้ง หอย ปู ปลา ปลาหมึก แมงกะพรุน
ไข่ โดยเฉพาะไข่ขาว
ถั่ว ทั้งพวกถั่วลิสง ถั่งเหลือง อัลมอนด์ วอลนัท ฯลฯ
ข้าวสาลี
ข้าวโพด

แต่นอกเหนือจากอาหารพวกที่กล่าวมาแล้ว อาหารทั่วไปอื่นๆ ก็แพ้ได้ และรายที่แพ้อาหารอย่างใดอย่างหนึ่งเข้าแล้ว ต้องระวังว่าอาจแพ้อาหารอื่นในกลุ่มเดียวกันด้วยเช่น ถ้าแพ้หอยแมลงภู่ ก็อาจแพ้หอยอื่นๆ ได้ด้วย



รายหนูน้ำหวาน เมื่อได้ทำครบถ้วนกระบวนความแล้ว
ผลออกมาไม่ได้แพ้อาหารทะเลเลยค่ะ

นั่นเป็นเหตุผลที่ว่า
ทำไมรับประทานอาหารทะเลครั้งก่อนๆ ไม่เคยมีปัญหา
แล้วแพ้อะไร ถึงได้เคยมีอาการเล็กๆ น้อยๆ มาบ้าง ก่อนจะเจอแจ็กพ็อตเข้าให้ในคราวสุดท้าย

หนูน้ำหวานเธอแพ้ "แป้งสาลี" ค่ะ
เวลารับประทานอาหารที่มีแป้งเป็นส่วนผสม เช่น พวกบะหมี่เกี๊ยว ขนมปัง ขนมกรุบกรอบ ขนมเค้ก ถึงมีผื่นขึ้นอยู่เรื่อยๆ

แล้วทำไมถึงมีอาการแพ้รุนแรงมากมาย
วันที่ไปรับประทานอาหารทะเล ก็เพราะวันนั้น
อาหารจานโปรดของหนูน้ำหวานคือ กุ้งชุปแป้งทอดค่ะ
อร่อย มากคนเดียวหมดจานเลย

แป้งที่ชุปทอดนั่น มีแป้งสาลีเป็นส่วนผสมถึง 85 เปอร์เซ็นต์ค่ะ

พ.ญ.สิรินันท์ บุญยะลีพรรณ
ขอบคุณนิตยสารดวงใจพ่อแม่ ที่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่

//www.elib-online.com/doctors/skin_food_allergy.html



. . . . . . . . .

การแพ้อาหาร (Food allergy)

นพ.ณัฐพงษ์ อัครผล
ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

อุบัติการการแพ้อาหารในเด็กสามารถพบได้ไม่น้อย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กที่อายุน้อยกว่า 1 ปี
ซึ่งมีโอกาสที่จะเกิดได้บ่อยกว่ากลุ่มอายุอื่น

อันเนื่องมาจากการที่ระบบทางเดินอาหารในเด็กเล็ก
ยังไม่มีการพัฒนาการที่สมบูรณ์
ทั้งในแง่ของระบบภูมิคุ้มกัน การย่อย และการดูดซึมอาหาร
ทำให้สารอาหารโดยเฉพาะโปรตีนที่ถูกย่อยได้ไม่สมบูรณ์
และถูกดูดซึมเข้าไปทำให้เป็น foreign antigen ขนาดใหญ่
ที่สามารถกระตุ้นให้เกิดการแพ้ได้

โดยเฉพาะในเด็กที่มีการแพ้เป็นแบบ IgE-mediated food allergy และเด็กกลุ่มนี้มักจะมีประวัติภูมิแพ้ในครอบครัว

อย่างไรก็ตามอาการทางระบบทางเดินอาหาร
มักจะไม่เฉพาะเจาะจง และไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นทันที
หลังจากกินอาหารที่ทำให้เกิดการแพ้นั้นๆ

ดังนั้นการที่สงสัยว่าเด็กอาจมีภาวะแพ้อาหาร
รวมไปถึงการซักประวัติที่ละเอียดเพื่อให้ได้ถึงอาหาร
ที่สงสัยว่าอาจจะเป็นตัวการที่ทำให้แพ้ได้
และการทำ test บางอย่างจะช่วยให้ได้การวินิจฉัยที่ถูกต้อง
อันนำไปสู่การรักษาที่ถูกต้องเช่นกัน


การงดอาหารที่สงสัยโดยไม่ได้มีการวินิจฉัยที่แน่นอน
อาจทำให้เด็กเกิดการขาดสารอาหารโดยไม่จำเป็นได้
และไม่แนะนำให้ทำเช่นนั้น



การแพ้นมวัวมักจะเกิดในเด็กทารกโดยเฉพาะอย่างยิ่งใน 1 เดือนแรก

แต่ถ้าการแพ้นมวัวนั้นเกิดหลัง 3 ปี
โอกาสที่จะเป็นยาวนานมีได้สูงกว่า
เด็กที่มีการแพ้นมวัวในช่วงขวบปีแรก

โดยสรุป ..
การแพ้อาหารในเด็กพบได้บ่อยพอควร
ดังนั้น ..
การปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ทำการรักษา
หรือรักษาได้ไม่ถูกต้องจะทำให้เกิดผลเสียอย่างมากตามมา

//www.med.cmu.ac.th/etc/cme/exam/foodallergy.htm

. . . . . . . . .


อาการแพ้อาหาร จะแพ้มาก แพ้น้อย หรือแพ้อะไรบ้าง

อาหารแบบไหน...ที่ลูกแพ้ได้

+ นมวัว
การแพ้โปรตีนนมวัวในเด็กเล็ก
เป็นภาวะที่พบบ่อยขึ้นในปัจจุบัน ซึ่งอาจจะเกิดจากปัจจัยหลายด้าน
ทั้งพันธุกรรม และจากการให้อาหารเสริมทารกที่เร็วขึ้น

โดยเฉพาะเมื่อสังคมมีความเปลี่ยนแปลง
รูปแบบการดำรงชีวิตเปลี่ยนไป ครอบครัวคนเมือง
โดยเฉพาะคุณแม่ อาจไม่สะดวกให้นมแม่
จำเป็นต้องเสริมนมผสมให้ลูกเร็วขึ้น

ด้วยเหตุนี้จึงพบว่า
เด็กวัยแรกเกิด- 4 เดือนที่ได้รับนมผสมที่มีโปรตีนนมวัวเป็นส่วนผสม
มีโอกาสเกิดอาการแพ้โปรตีนนมวัว
และมีข้อสังเกตที่พบว่า คุณแม่ที่ดื่มนมมากกว่าปกติระหว่างตั้งครรภ์และระหว่างให้นมแม่ ลูกจะ มีโอกาสเกิดการแพ้โปรตีนนมวัวได้

+ ถั่ว
ในประเทศทางตะวันตก พบว่า
ถั่วลิสงเป็นสาเหตุ อันดับต้นๆ ที่ทำให้เด็กเล็กเกิดอาการแพ้
คาดว่าเป็นจากวิธีการนำถั่วมาเตรียมอาหาร
ที่ส่งผลให้โปรตีนในถั่วสามารถกระตุ้นให้เกิดการแพ้

ตลอดจนปัจจัยทางเชื้อชาติ
โดยประเทศไทยหรือเชื้อชาติแถบเอเชียจะพบว่า มีเด็กน้อยราย
ที่เกิดอาการแพ้ถั่วลิสงเมื่อเทียบกับทางตะวันตก

ส่วนถั่วอีกชนิดหนึ่งที่เด็กแพ้ได้คือ ถั่วเหลือง
พบว่า เด็กมีอาการแพ้โปรตีนในถั่วเหลือง
เพราะรูปแบบการกินอาหารของคุณแม่ในช่วงตั้งครรภ์
หรือให้นมลูก เช่น กินนมถั่วเหลืองมากเป็นพิเศษ
ก็มีส่วนส่งเสริมให้ลูกมีอาการแพ้

+ แป้งสาลี
ปัญหาการแพ้อาหารประเภทแป้ง เท่าที่พบ
ส่วนใหญ่เป็นการแพ้แป้งสาลีในอาหารประเภทขนมปัง
หรือสปาเกตตี มะกะโรนี ซึ่งมีสารโปรตีนของแป้งสาลีอยู่ค่อนข้างมาก

ฉะนั้น เมื่อเด็กกินอาหารประเภทนี้
จึงมีโอกาสที่จะกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ ได้ง่ายขึ้น

+ อาหารทะเล
มีข้อสังเกตที่ตรงกันทั้งในต่างประเทศและในบ้านเราว่า กลุ่มอาหารทะเล
โดยเฉพาะสัตว์ที่มีกาบหรือกระดอง เช่น กุ้ง ปู หรือปลาทะเล
เป็นกลุ่มที่มีส่วนกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ได้มากกว่าปลาหรือสัตว์น้ำจืด

อาหารทะเลจึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เด็ก แพ้ได้
ดังนั้น การเริ่มกินเนื้อสัตว์ประเภทเนื้อปลา
ควรเริ่มจากปลาน้ำจืด เช่น ปลาช่อน ปลาดุก
เพื่อลดความเสี่ยงต่อการแพ้อาหารทะเลค่ะ

+ ไข่ขาว
ไข่ เป็นอาหารที่มีสารอาหารสำคัญ คือโปรตีน
มีกรดอะมิโนที่จำเป็น (Essential amino acids) อยู่ครบถ้วน
ทั้งในไข่ขาวและไข่แดง
แต่ในไข่ขาวมีโปรตีนชนิดที่ชื่อว่า โอวัลบูมิน (ovalbumin)
เป็นโปรตีนที่กระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ได้

ช่วงเริ่มอาหารเสริม
คุณหมอจึงแนะนำให้คุณแม่เริ่มให้ไข่แดงก่อน
และเริ่มให้ลูก กินไข่ขาวได้เมื่ออายุ 6 เดือนไปแล้ว
เพื่อลดโอกาสการเกิดอาการแพ้โปรตีนไข่ขาว

+ อาหารแปรรูป
เมื่อลูกโตขึ้นเมนูอาหารอาจหลากหลายตามช่วงวัย
บางครั้งคุณพ่อคุณแม่อาจมองหาผลิตภัณฑ์แปรรูป
เป็นเมนูทางเลือกของลูกมาประกอบอาหาร

ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์แปรรูปต่างๆ อาจมีส่วนผสมของสารกระตุ้น
ทำให้เกิดอาการแพ้

นอกจากอาหารที่กล่าวมามีข้อมูลที่พบว่า
เด็กที่มีอาการแพ้อาหารในช่วงวัยเด็ก
เป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะเกิดภาวะภูมิแพ้อื่นๆ ตามมาได้ง่าย
กว่าเด็กปกติทั่วไป เช่น โรคหืด หรือโรคภูมิแพ้อากาศ
คุณพ่อคุณแม่จึงควรระมัดระวังในเรื่องสภาพแวดล้อม
ที่เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดอาการ เช่น ไรฝุ่นในบ้าน แมลงสาบ
หรือสัตว์เลี้ยง


แพ้อาหาร...อาการเป็นอย่างไร

+ ทางผิวหนัง
เป็นอาการที่พบได้บ่อยที่สุด
เช่น มีผื่นขึ้นบริเวณใบหน้า แก้ม แขน ขา คนโบราณมักเรียกผื่นชนิดนี้ว่า ‘กลากน้ำนม’
ขอให้คุณแม่ตั้งข้อสังเกตกับอาการว่า นอกจากมีผื่นเกิดขึ้นแล้ว
ลูกน้อยมีอาการคันร่วมด้วยหรือไม่ เช่น มีอาการหงุดหงิดไม่สบายตัว
เอาหน้าถูไถไปมากับที่นอน

โดยเฉพาะในรายที่มีอาการแพ้รุนแรง ผื่นจะมีลักษณะนูนแดง
คล้ายกับผื่นลมพิษ แม้พบไม่บ่อยแต่ก็ต้องระวังและคอยสังเกตอาการ

+ ทางระบบทางเดินอาหาร
โดยทั่วไปเบื้องต้นลูกอาจแสดงอาการหงุดหงิด เพราะรู้สึกไม่สบายท้อง
อาเจียน หรือถ่ายเหลวบ่อยครั้ง
โดยเฉพาะการแพ้โปรตีนนมวัวนั้น อาจมีอาการถ่าย หลายครั้ง
ตั้งแต่ถ่ายเล็กน้อย จนถึงอาการถ่ายเรื้อรัง แม้ว่าจะได้รับการรักษาแล้ว
หรือในรายที่มีอาการแพ้มาก อาจถ่ายเหลวบ่อยครั้งต่อวัน
หรือถ่ายเป็นเลือดปนออกมาด้วย ซึ่งควรพาลูกไปพบแพทย์ทันที

+ ทางระบบทางเดินหายใจ
ลูกมีอาการหายใจ เสียงดังครืดคราด หายใจไม่สะดวก
มักมีอาการเรื้อรังไม่หาย ในรายที่มีอาการแพ้รุนแรง
อาจพบอาการของโรคหืดร่วมด้วย แต่ก็พบได้ไม่บ่อย

การป้องกัน
วิธีที่ดีที่สุดก็คือ ให้ลูกได้รับสารอาหารครบถ้วน ช่วยส่งเสริม
การเจริญเติบโต ซึ่งก็คือนมแม่ตั้งแต่แรกเกิด
เพื่อลดโอกาสเสี่ยงต่อการแพ้โปรตีนในนมวัว และอาหารต่างๆ

+ เมื่อคุณพ่อคุณแม่สงสัยหรือทราบว่าลูกมีอาการแพ้อาหาร
ควรพาลูกน้อยไปพบกุมารแพทย์ เพื่อทำการวินิจฉัย
และขอคำแนะนำ ที่เหมาะสม

+ ช่วงเริ่มอาหารเสริม
การให้อาหารแต่ละชนิดแต่ละครั้งควรเริ่มให้ครั้งละน้อยๆ
ถ้าไม่มีอาการแพ้ จึงค่อยๆ เพิ่มอาหารชนิดอื่น
จะช่วยป้องกัน ลดโอกาสเสี่ยงที่ลูกจะเกิดอาการแพ้จากอาหาร
ที่กินเข้าไปได้

+ หลีกเลี่ยงอาหารที่ก่อให้เกิดอาการแพ้
โดยเฉพาะเด็กที่มีปัญหาแพ้โปรตีนนมวัว ควรเลี่ยงนมที่มีส่วนผสมของนมวัว

+ ลดปัญหาอาการแพ้อาหาร ด้วยการปรุงอาหารให้ลูกกินเอง
หากต้องเลือกซื้ออาหารโดยเฉพาะผลิตภัณฑ์แปรรูป
ควรเลือกผลิตภัณฑ์ ที่มีคุณภาพ มีการระบุข้อมูลทางโภชนาการที่ชัดเจน
สามารถสอบถามข้อมูลหรือขอรายละเอียดจากผู้ผลิต
ในกรณีที่เกิดปัญหาได้


การดูแล

กรณีที่เกิดอาการแพ้แล้วนั้น คุณพ่อคุณแม่ควรดูแลตามอาการ เช่น

+ มีการอาเจียน ถ่ายบ่อย ควรเลี่ยงอาหารนั้นๆ ควรระมัดระวัง
ภาวะขาดน้ำ ให้ลูกดื่มน้ำเกลือแร่

+ ถ้าเป็นลักษณะของผื่น อาการคัน อาจใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำ
เช็ดบริเวณที่มีอาการ และเลี่ยงการอยู่ในที่ๆ มีอากาศร้อน
เพราะมีส่วนต่อการกระตุ้นให้เกิดอาการคัน หากเกิดเป็นแผล
อาจทำให้มีอาการ แทรกซ้อนอื่นๆ ตามมา

+ ส่วนอาการทางระบบทางเดินหายใจ คุณแม่อาจใช้น้ำเกลือล้าง
หรือเช็ดบริเวณจมูก เพื่อให้ลูกหายใจได้สะดวกขึ้น

แม้ว่า..
การแพ้อาหารในเด็กเกิดจากปัจจัยใหญ่ๆ 2 อย่าง
ได้แก่ พันธุกรรม เช่น พ่อ แม่ หรือมีลูกคนก่อนในครอบครัว
เป็นโรคภูมิแพ้ ก็อาจทำให้ลูกน้อยมีโอกาสเกิดการแพ้อาหาร ไ
ด้มากกว่าเด็กคนอื่นๆ

และประการต่อมา..
เกิดจากอาหารที่เป็นสิ่งกระตุ้นก่อให้เกิดอาการแพ้
หากอาการแพ้อาหารแต่ละชนิด ที่กล่าวมานั้น

เมื่อลูกโตขึ้นอาการแพ้จะค่อยๆ หายไปด้วย
เพราะระบบการย่อยอาหาร เซลล์เยื่อบุลำไส้ทำงานได้สมบูรณ์
มีความสามารถในการยับยั้งสารอาหารที่เป็นตัวกระตุ้นการแพ้ได้
ทำให้เกิดปัญหาน้อยลง

แต่อาหารบางประเภท เช่น อาหาร-ทะเล หรือถั่วลิสง
ยังทำให้เกิดอาการแพ้ไปได้ตลอดชีวิต
จึงควรหลีกเลี่ยงอาหารที่แพ้เหล่านี้


สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ต้องระวังคือ
อาการแพ้อาหารขั้นรุนแรง ซึ่งมักเกิดอาการขึ้นในทันที
เมื่อกินอาหารที่มีส่วนกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้
เช่น อาหารทะเล นม จะมีผื่นบวมแดงที่ใบหน้าหรือปาก
และอาจเกิดอาการช็อกได้

//www.momyweb.com/forums/index.php?topic=785.0






Create Date : 08 มิถุนายน 2553
Last Update : 8 มิถุนายน 2553 11:03:29 น. 2 comments
Counter : 650 Pageviews.

 
แวะเข้ามาอ่าน ได้ความรู้มากมาย ขอบคุณนะคะ


โดย: บ้านสามออ วันที่: 10 มิถุนายน 2553 เวลา:20:33:06 น.  

 
ขอบคุณข้อความดีๆ คะ แวะเข้ามาอ่านจ้า..


โดย: pim คุณแม่ลูกสอง IP: 61.19.66.59 วันที่: 13 มิถุนายน 2553 เวลา:21:33:42 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

คุณพ่อมือ1
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




คุณแม่ 2 ลูก ..
ที่ยึดล๊อคอินคุณพ่อมา..
วิ่งเล่นไป วิ่งเล่นมาในเวปพันทิพ.. ..

ก่อนที่จะ..
กระโดดมานั่งเฝ้าชานเรือนอย่างจริงๆ จัง ..


หลายๆ เรื่องราว..
และหลายๆข้อความที่..
ถูกหลายๆ คนตั้งกระทู้ขึ้นมา..
ทำให้อดไม่ได้ที่จะ .. .. ต้องตามไปตอบ

โดยอาศัยข้อมูล และความเห็น ..
จาก..
ที่ได้อ่านมาบ้าง ..
ที่ได้รู้และพูดคุยกับคนอื่นๆมาบ้าง..
ที่ได้ปรึกษาและสอบถามคุณหมอมาบ้าง..
และที่สำคัญคือ..ที่เจอะเจอมากับตัวเองเต็มๆ ..

โดยหวังว่า..
ข้อความ หรือความเห็นต่างๆที่ได้ ตอบลงไป..
จะไม่เป็นการรู้มากเกินไป (นะคะ)

เพราะอันไหนสิ่งไหน ..
ถ้าเราไม่รู้จริงๆ ก็อาจจะข้าม ..
หรือตอบได้แบบสั้นๆ และตามด้วย ..

" ลองปรึกษาคุณหมอดูนะคะ .. "


และหวังว่า สุดท้ายนี้..
น้ำใสกับใบบัวจะได้รู้จัก ..
เพื่อนๆ และป้าๆ หรือคุณพี่(ยังสาว) อีกเยอะเยอะเลยนะคะ
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2553
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
8 มิถุนายน 2553
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add คุณพ่อมือ1's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.