ย้อนรอยอดีต+++ณ ดินแดนแห่งอาทิตย์อุทัย+++สงกรานต์ปี 2550 ตอน ตะลุย"อะซากุสะ"

มาถึงภาคต่อของ ย้อนรอยการเดินทางและท่องเที่ยวในญี่ปุ่นค่ะ
ตอนนี้ก็จะขอเ่ล่าต่อจากตอน ตะลุยดีสนีย์แลนด์ในภาคกลางวันนะคะ

หลังจากออกมาจากดิสนีย์แลนด์ ก็ไปเที่ยวกันต่อที่ อะซากุสะ ค่ะ

วันที่ 12 เมษายน 2550

มาอ่านประวัติกันก่อนนะคะ

วัดเซ็นโซจิ (SENSOJI) หรือที่เรียกกันว่า วัดอาซากุสะ (ASAKUSA TEMPLE) เพราะที่ตั้งอยู่ในย่านอาซากุสะ ซึ่งวัดนี้เป็นวัดเก่าและมีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของโตเกียว สร้างขึ้นมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 628-645   วัดนี้มีตำนานเล่าขานกันว่า มีสองพี่น้องตระกูล ฮิโนะคูมะ (HINOKUMA)ผู้มีอาชีพหาปลา ณ วันหนึ่งได้มาหาปลาที่แม่น้ำสุมิดะ แล้วได้เหวี่ยงแหพบกับ เทวรูปคันนง ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งความเมตตาเข้าโดยบังเอิญ  และแม้ว่าคนทั้งคู่จะนำรูปปั้นนี้กลับไปคืนแม่น้ำอีกสักกี่ครั้ง ก็จะมีเหตุให้รูปปั้นกลับมาอยู่ในมือของคนทั้งสองเสมอ ดังนั้น ด้วยความศรัทธาของสองพี่น้องและชาวบ้านของ หมู่บ้านละแวกนั้น จึงได้อัญเชิญเทวรูปคันนงประดิษฐาน ณ วัดแห่งนี้ 





เชื่อกันว่าเจ้าแม่กวนอิมองค์นี้ศักดิ์สิทธิ์มาก ขอพรอะไรก็ได้ตามปรารถนา และตำนานยังมีต่ออีกว่าในช่วงเวลาใกล้เคียงกันกับที่พบรูปปั้นได้ปรากฎมังกรทองตัวหนึ่งเลื้อยลงมาจากสวรรค์  จึงเป็นวัดที่เหล่าโชกุนและซามูไรให้ความเลื่อมใสศรัทธาเป็นอย่างมากในอดีต   ปัจจุบันนี้วัดแห่งนี้เป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดของกรุงโตเกียว



 จุดเด่นของวัดแห่งนี้คือ โคมแดงขนาดยักษ์ที่ตั้งอยู่ที่บริเวณ ประตูคามินาริมง (Kaminarimon) (ประตูสายฟ้าฟาด) สร้างในปี 1960 ทั้งสองข้างของโคมแดงจะเป็นรูปปั้นของ 2 เทวบาลผู้รักษาประตู ได้แก่ ฟูจิน (FUJIN)เจ้าแห่งสายลม มีอำนาจต่อสายลม แสงแดดและเมฆหมอก รูปองค์สีดำมืดเหมือนเมฆฝน หน้าตาน่ากลัว  ห่มหนังเสือดาว มีถุงลมใหญ่พาดไหล่ทั้งสองข้าง ซึ่งอยู่ทางด้านขวา ส่วนด้านซ้าย คือ ไรจิน (RAIJIN) เจ้าแห่งอสุนีบาต รูปองค์สีแดง  มีกลองเป็นเครื่องมือในการทำให้ฟ้าแลบและฟ้าผ่า



และเมื่อผ่านประตูนี้เข้าไป จะพบกับ ถนนนาคามิเซะ(NAKAMISE) หรือถนนคนเดินถนนคนเดินที่มีร้านขายของที่ระลึกพื้นเมือง เช่น ของที่ระลึก ตุ๊กตา เสื้อผ้า  และขนมแบบญี่ปุ่น และของกินมากมายเรียงราย  แบบเฉพาะญี่ปุ่นอยู่ที่เรียกกันว่า  ถนนนาคามิเสะโดริ  คล้ายกับเป็นการรวมเอาความเป็นญี่ปุ่นมาไว้ที่แห่งนี้   และยังมี ชินนาคามิเซะ (SHIN-NAKAMISE) เป็นถนนคนเดินที่มีหลังคาคลุมตลอด ถนนเส้นนี้ร้านค้าเป็นแบบเปิดปิดได้   แบบห้องแถว มีร้านค้าและและร้านอาหารให้เลือกอีกมากมาย



ภายในวัดก็จะมีให้สักการะเทพเจ้าคันนน โดยการรดน้ำ และตรงกลางวัดจะมีกระถางธูปขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นความเชื่อว่า ไปรับควันนี้ติดตัวมา จะโชคดีมีสุข  เพราะฉะนั้นคนที่ไป ก็จะไปยืนอังรับเอาไอควันนั้นเข้าตัว และการทำบุญไหว้พระ ด้วยการโยนเหรียญลงในกล่อง และการเสี่ยงเซียมซี หรือ โอมิกุจิ (Omiguji)



ส่วนเจ้าแม่กวนอิมจะประดิษฐานอยู่ภายใน ก่อนถึงจะถึงองค์เจ้าแม่กวนอิม จะต้องผ่านประตูที่สองที่เป็นประตูชั้นในประตูนี้มีชื่อว่า โฮโซมน (HOZOMON)หรือประตูแห่งขุมทรัพย์หรือความหมายที่แท้จริงก็คือ พระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้านั่นเอง ด้านซ้ายมือของที่ประดิษฐานเจ้าแม่กวนอิม คือ ศาลเจ้าอาซากุสะ



ศาลเจ้าแห่งนี้สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยเอโดะ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองที่กรุงโตเกียวถูกฝ่ายสัมพันธมิตรทิ้งระเบิดได้รับความเสียหายอย่างหนักแต่ศาลเจ้าแห่งนี้ไม่ได้รับความเสียหายแม้แต่น้อย



ไหว้พระเสร็จ เดินชมรอบๆ แล้วก็ยังไม่ค่อยเห็น ดอกซากุระเท่าไรค่ะ มีแค่ของปลอมนี่แหละค่ะ เลยถ่ายรูปสักหน่อย



นอกจากนี้ จะมีร้านขายของที่ระลึกเรียงรายอยู่ตลอดเส้นของถนนนากามิเสะ ที่ทอดยาวไปสู่ประตูอีกด้าน ของวัด ร้านส่วนใหญ่จะขายของที่ระลึกที่เป็นแบบเฉพาะของญี่ปุ่นที่เดียวในโตเกียว เช่น ตุ๊กตาแมวกวัก ,พวงกุญแจ, ดาบซามูไร,ร่มญี่ปุ่น,ชุดกิโมโน , ขนมญี่ปุ่นและ“ขนมอาเกมันจู” ขนมขึ้นชื่อของวัดอาซากุสะ ทุกวันนี้ “วัดอาซากุสะ” หรือ “วัดเซ็นโซจิ” ยังคงเป็นวัดเก่าแก่และมีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของโตเกียว และเป็นสถานที่ยอดนิยมของนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาติอื่นๆ ที่ต้องแวะไปสักการะเจ้าแม่กวนอิมทองคำ หรือเทพเจ้าคันนน เพื่อความโชคดีและเป็นศิริมงคลแก่ตนเอง



คนยังไม่ค่อยเยอะเท่าไรค่ะ เดินโล่งๆ ได้สบายค่ะ แต่พอตกเย็น คนก็เริ่มมาเดินกันหนาแน่นค่ะ



ดอกซากุระ มีไม่มากค่ะ พอได้เห็นแค่ไม่กี่ต้นนะคะ ก็สวยดีค่ะ



เดินซื้อของที่ระลึกกันค่ะ



ก็มีของฝาก ขนม แบบญี่ปุ่น เยอะมากค่ะ ที่อยากได้มากๆ เลยก็ ตุ๊กตาซามูไร ค่ะ
อยากซื้อกลับมาบ้านมากๆ แต่คนญี่ปุ่นบอกว่ามันจะแตกได้นะ เอากลับลำบาก เลยไม่ได้ซื้อเลยค่ะ แต่ถ้าได้ไปคราวหน้าก็คิดว่าจะซื้อนะ



เดินซื้อของกันไปเรื่อยๆ พวกขนมเป็นของฝากค่ะ แล้วก็ เริ่มหิวค่ะ ก็เดินแวะไปหามื้อเย็นกินกันค่ะ



เดินไปถ่ายภาพไปค่ะ ก็สวยดีค่ะ ดูเมืองเค้าสะอาดมากเลยค่ะ



มื้อนี้เป็นมื้อที่ได้สมปราถณาแล้วค่ะ เย้ๆๆๆ อาหารญี่ปุ่น เต็มๆ ค่ะ Smiley
ก็แบบว่าคนญี่ปุ่นถามว่าอยากกินอะไร ก็เลยบอกเค้าว่า "ซาชิมิ" 555
อร่อยมากๆค่ะ ชอบๆๆ



หลังจากอิ่มหนำกันแล้วก็เดินกลับมาทางเดิมค่ะ แวะถ่ายรูปเป็นที่ระลึกหน่อย อากาศก็เริ่มเย็นลงค่ะ เพราะค่ำแล้ว



ค่ำแล้วขบวนพาเหรดที่ดิสนีย์แลนด์กำลังจะเริ่ม และแล้วก็ยังกลับไม่ถึงดิสนีย์แลนด์ค่ะ

เอาไว้มาติดตามกันตอนต่อไปนะคะ Smiley

 

ที่มาของประวัติวัดเซ็นโซจิ
//www.oknation.net/blog/thaifreeman/2009/05/29/entry-1




 

Create Date : 17 พฤษภาคม 2555
2 comments
Last Update : 17 พฤษภาคม 2555 21:02:20 น.
Counter : 1914 Pageviews.

 

คราวหน้าถ้าไปอีก พาเค้าไปด้วยน่ะ อยากไปญี่ปุ่นอ่ะ...^^

 

โดย: นายวันวัน 17 พฤษภาคม 2555 21:33:29 น.  

 

ถ้าได้ไปอีกจะมาชวนนะ ไปด้วยกันเลย ไปแบบลุยๆนะ น่าสนุกดี (⌒▽⌒)

 

โดย: Sawnoy 18 พฤษภาคม 2555 6:06:03 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


Sawnoy
Location :
ฉะเชิงเทรา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]







free counters

free counters
Start counter on 28/6/2012

แค่แวะมาทักทายกันก็ดีใจแล้ว
ยินดีที่ได้พบกับมิตรภาพดีๆ



New Comments
Group Blog
 
 
พฤษภาคม 2555
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
17 พฤษภาคม 2555
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Sawnoy's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.