ประสบการณ์เล็ก ๆ น้อย ๆ จากประเทศออสเตรเลียค่ะ
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2551
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
10 ธันวาคม 2551
 
All Blogs
 
วันวานไม่หวนกลับ 6

หลังจากเรียนที่เพิร์ธสองปีกว่า ดิฉันก็ตัดสินใจเลือกทำโทต่อที่เมลเบิร์น ความรู้สึกตอนนั้น คิดว่าควรจะมีการเปลี่ยนแปลงในชีวิตบ้าง จะได้ไม่ยึดติดกับสิ่งเดิม ๆ ที่เลือกเมลเบิร์นเพราะมีมหาวิทยาลัยเยอะ เมืองสวย อากาศเย็นสบาย ที่สำคัญมีหิมะ เป็นอะไรที่ค่อนข้างตรงกันข้ามกับเพิร์ธโดยสิ้นเชิง ก็วกกลับมาที่งานร้านอาหารกันนะคะ จะได้จบ ๆ เป็นเรื่องไป

พอมาถึงได้ซักพัก ดิฉันก็รีบหางานพิเศษทำ เพราะเรียนโทภาคค่ำ มีเวลาว่างมาก ถึงแม้จะให้เวลากับการอ่านหนังสือและการเรียนแล้ว ก็ยังมีเวลาเหลือที่จะทำอย่างอื่นได้อีก ปัจจัยผลักดันอีกอย่างหนึ่งก็คือ ค่าใช้จ่ายที่เมลเบิร์นสูงกว่าที่เพิร์ธ ดิฉันเคยจ่ายค่าเช่ายูนิต (ออสซี่เค้าเรียกยูนิต เป็นที่อยุ่อาศัยเหมือนกับอพาร์ตเม้นท์บ้านเรา) อยู่เกือบใจกลางเมือง มีหนึ่งห้องนอน หนึ่งห้องน้ำ ห้องรับแขกและห้องครัวรวมกัน ที่จอดรถและห้องซักผ้า ค่าเช่าอยู่ที่ 135 เหรียญต่ออาทิตย์ ตอนนั้นค่าเงินยังไม่ตกนะคะ ก็คูณด้วยยี่สิบเก้าบาทไทย ค่ารถบัสรถไฟ ถ้าเป็นนักเรียนก็เหรียญกว่า ๆ แต่พอมาเมลเบิร์น ดิฉันเช่าบ้านอยู่กับออสซี่ เป็นห้องคล้ายๆ กับห้องเดิม แต่อยู่ไกลเมืองประมาณสี่สิบนาทีขับรถ ค่าเช่าตกที่ 120 เหรียญ รวมน้ำไฟ ซึ่งก็ถูกนะคะ แต่แรก ๆ จะไปแพงที่ค่ารถไฟ เพราะราคาเริ่มต้นก็ สามเหรียญกว่า ๆ เข้าไปแล้ว ที่เมลเบิร์นก็ไม่มีส่วนลดให้กับนักเรียนต่างชาติเหมือนกับที่เพิร์ธ
จริงๆ ถ้าบ้านอยู่ไกลเมือง มีรถไว้ก็ดี เพราะถ้าซื้อตั๋วรายวัน ก็ตกที่หกเหรียญกว่า ซึ่งเงินจำนวนนี้ สามารถจ่ายค่าน้ำมันรถเล็กได้หลายลิตรเลยล่ะค่ะ

ตอนแรกดิฉันก็ทำงานร้านไทย (อีกแล้ว) ทุกอย่างก็ดีหมดล่ะค่ะ แต่ดิฉันไม่ชอบเนื้อหาของงาน เคยเป็นเด็กเสิร์ฟ ก็อยากจะทำแค่เสิร์ฟ พอร้านใหม่เค้าให้ล้างหม้อ กระทะ มีการเกี่ยงกันเล็กน้อย เพราะมีเด็กคนจีนอีกสองคน ซึ่งทำงานก่อนดิฉัน พูดลำบากน่ะค่ะ จะต้องมาทะเลาะกันเพราะเงินแค่สิบสองเหรียญ มันไม่คุ้มกับสภาพจิตใจ อีกอย่าง จะทำให้เครียดและกระทบกับการเรียน เลยตัดสินใจลาออก จากนั้นก็ทำอีกหลายร้าน แต่ไม่ถูกใจ คือบ้านไกลไงคะ เดินทางแทบตาย เงินค่าแรงต่อคืนหมดไปกับค่าเดินทาง เพราะบางร้านให้เก้าเหรียญ สิบเหรียญ ดิฉันก็นั่งดูเวบไซด์ร้านอาหารในเมลเบิร์น ซึ่งเค้าจะมีการให้ดาว ว่าร้านไหนดี แพง อร่อย ที่ดิฉันดูก็ไม่ได้จะไปเรตอะไรกับเค้านะคะ แค่ดูที่อยุ่ว่าใกล้บ้านเราหรือเปล่า หลังจากนั้นก็จัดการโทรไปฝากเนื้อฝากตัว เผื่อว่าจะมีงานให้เราทำบ้าง ส่วนมากถ้าเค้ามีคนอยู่แล้วก็จะให้ฝากชื่อและเบอร์โทรไว้ ถ้าขาดคนเมื่อไหร่ก็จะโทรกลับ แนะนำว่าไม่ให้รอนะคะ หาไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะได้

ดิฉันก็ไปได้งานเด็กเสิร์ฟ ที่ภัตตาคารจีน แต่ก็ไปไม่รอด หนึ่งเพราะดิฉันไม่รู้ภาษาจีน สองไม่รู้ชื่อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะร้านเดิมไม่เคยขาย สามใช้เครื่องทำกาแฟไม่เป็น และสี่ดวงจะไม่ได้ทำ ก็ไม่ได้ทำล่ะค่ะ วัฒนธรรมไม่เหมือนกันด้วย หรือดวงจะซวยด้วย โดนเจ้าของด่าต่อหน้าลูกค้า แถมไม่พอเดินบอกลูกค้าแต่ละโต๊ะ ว่าดิฉันเป็นคนไทย เคยทำเสิร์ฟมาก่อน แต่เสิร์ฟไม่ได้เรื่อง สอนเราล้างเครื่องทำกาแฟ ก็โยนผ้าเช็ดเครื่องให้เรา เกือบโดนหน้าน่ะค่ะ พยายามทำได้สองอาทิตย์เพราะไม่อยากโทรกลับบ้านขอเงินพ่อแม่ มีวันนึงไม่ไหว เดินไปร้องไห้กับพ่อครัวหลังร้าน คือพ่อครัวชอบไปเที่ยวเมืองไทย ชอบอาหารไทย ชอบคนไทย ทั้งร้านก็คงจะมีเค้าคนเดียวที่มีความเป็นมนุษย์หลงเหลืออยู่ เค้าก็ทำไอศกรีมกล้วยทอดให้ และบอกให้ไปพักหลังร้าน ดิฉันก็ยังไปลามาไหว้เจ้าของอยู่ ไม่อยากแสดงกริยาต่ำ ๆ ให้ฝรั่งหรือลุกค้าเห็น ดิฉันคิดว่าไม่ว่าเหตุการณ์จะร้ายอย่างไร ก็ต้องรักษาความเป็นเรา ศักดิ์ศรีและ ความเป็นคนไทยไว้ ในเมื่อเค้าประกาศให้ใครต่อใครรู้แล้วว่าเราเป็นเด็กเสิร์ฟคนไทยที่ไม่เอาไหน แต่มารยาทก็ไม่ควรจะต่ำทรามเหมือนกับที่เค้าทำ ว่าแล้วอีกวันก็โทรไปร้องไห้กับคุณพ่อที่เมืองไทย

ปกตินะคะ ใครทำอะไรลูกเราเราก็ไม่พอใจ แต่ที่คุณพ่อดิฉันข้องใจก็คือ ดิฉันทนทำไปได้อย่างไร ตั้งสองสามอาทิตย์ ไม่มีเงินทำไมไม่บอก ไม่มีก็จะหาให้ ดิฉันก็ร้องไห้อีกยกใหญ่ รุ้แล้วว่าเมื่อไหร่ที่เราเจ็บ พ่อแม่เราเจ็บกว่า โทรหาเพื่อนระบายความในใจ เพื่อนก็บอก มึงทนไปได้ยังไง บอกกูมาจะเอาขี้ไปปาร้านมัน (ตอนนั้นเพื่อนอยุ่เพิร์ธนะคะ) เราก็ร้องไห้ไปขำไป คิดถึงเพื่อนขึ้นมาจับใจ มีคิดเสียใจบ้าง ว่าไม่น่าย้ายมาให้มันลำบากเลย
ก็สรุป อีกวันก็เอาเสื้อไปคืนให้กับพ่อครัว เค้าก็พยักหน้าเข้าใจและขอให้โชคดี พอลาออกมาได้ก็รู้สึกโล่งใจมาก ๆ รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก เหมือนกับว่าโลกนี้มันสดใสเหลือเกิน ถึงไม่มีจะกินก็ตาม ถึงจะรู้ว่าเงินที่มีอยุ่มันคงไม่พอสำหรับอีกสองสามอาทิตย์ข้างหน้า แต่มันมีความสุขทางใจ คงจะเหมือนกับที่เค้าว่า คับที่อยุ่ได้ คับใจอยุ่ยาก

ไม่ยอมแพ้นะคะ ก็ยังเรียนไปหางานไป จนเจอร้านไทย ดีเท่า ๆ กับร้านที่เคยทำที่เพิร์ธ เจ้าของร้านมีมนุษยธรรม เพื่อนร่วมงานนิสัยดี ค่าจ้างก็ดี เลี้ยงอาหารดี ๆ จะมีอะไรที่แรงงานอย่างดิฉันต้องการอีกละคะ ก็ทำร้านนี้จนเกือบจะสองปี จนจบการศึกษา มีเงินจ่ายค่าบิล มีอาหารเย็นให้สี่วันต่ออาทิตย์ เรียนจบมาได้ ครึ่งหนึ่งก็ยกความดีให้เค้าล่ะค่ะ







Create Date : 10 ธันวาคม 2551
Last Update : 10 ธันวาคม 2551 12:24:25 น. 2 comments
Counter : 139 Pageviews.

 
ขอบคุณสำหรับประสบการณ์ที่มาแบ่งปันกันครับ...


โดย: Mega-Batt วันที่: 10 ธันวาคม 2551 เวลา:17:55:28 น.  

 
ขอบคุณสำหรับเรื่องเล่าจากประสบการณ์นะครับ


โดย: bite25 วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:16:45:56 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Valentine's Month


 
Indian Butterfly
Location :
Melbourne Australia

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สวัสดีค่ะ ท่านผู้อ่านทุกท่าน เคยติดตามอ่านบล็อกมาหลายสำนัก ก็เล็งเห็นประโยชน์มากกว่าโทษ อ่านแล้วได้ความรู้สารพัดอย่าง เลยคิดว่าดิฉันควรจะทำอะไรให้เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมบ้าง ที่เคยคิดว่าจะเป็นครู พยาบาล นางสาวไทย ก็คิดนานซะจนอายุล่วงเลยมาจะสามสิบ จะไปสมัครงานที่ไหนใครก็คงไม่รับ นางงามไม่ต้องพูดถึง แต่มิสคานทองยังพอไหวนะคะ พออ่านมาก ๆเข้า ก็เกิดไอเดีย ว่าการเขียนก็เป็นการแบ่งปันเหมือนกัน วัตถุดิบก็มาจากประสบการณ์ ไม่ต้องซื้อ ไม่ต้องขาย ไม่มีค่าลิขสิทธิ์ให้เสียเวลา ใครอยากอ่านก็อ่าน อยากแสดงความคิดเห็นก็เชิญ รู้สึกว่าเป็นอิสระ และมีความเป็นส่วนตัวดี แถมอาจจะยังให้ประโยชน์ (อันน้อยนิด) ไม่มากก็น้อย

ดิฉันจะนำเสนอ เรื่องราว ประสบการณ์ที่คั่งค้างอยู่ในความทรงจำ ที่พูดไม่ออก บอกคนใกล้ชิดไม่ได้ แต่บอกผ่านตัวกลางแล้วสบายใจ แอบเข้าข้างตัวเองค่ะ ว่าเราคงมีพรสวรรค์ด้านการถ่ายทอดอยู่บ้างล่ะน่า น่าจะมีคนติดตามอ่าน หรือรู้สึกชอบเรื่องราวบางตอนบ้างก็ได้ ลองอ่านกันเลยดีกว่า รู้สึกไม่ดี ไม่ชอบอย่างไร คอมเม้นต์กันได้นะคะ ไม่โกรธไม่เคือง เปิดกว้างทางความคิดค่ะ

ผุ้อ่านท่านใดชอบอ่านบล็อกนี้ก็ขอบพระคุณไว้ ณ ที่นี้เลยนะคะ ส่วนท่านที่คิดว่ามันไม่ค่อยเข้าท่าเท่าไหร่ ก็ไม่เป็นไรค่ะ ยินดีรับคำติชมเสมอ
Friends' blogs
[Add Indian Butterfly's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.