ประสบการณ์เล็ก ๆ น้อย ๆ จากประเทศออสเตรเลียค่ะ
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2552
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
6 มิถุนายน 2552
 
All Blogs
 
วันวานไม่หวนกลับ 10

เพิ่งมาดูไดอารี่สุดท้าย ก็ประมาณสามเดือนเกือบสี่เดือน เหมือนจะทิ้งช่วงนานมาก จนไม่น่าจะเป็นไดอารี่เลยนะคะ พอดีว่าเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน สูญเสียบุคคลที่เคารพรัก หลังจากนั้นก็ทนทรมานกับการแก่งแย่งชิงดี เหมือนที่เค้าว่า เงินทองไม่มีพี่ ไม่มีน้อง เพื่อนแท้ดีกว่าญาติสนิท ทำนองนั้น รวม ๆ ก็ผ่านมาได้ โชคดีที่เกิดมาเป็นคนพุทธ ทำให้หาทางดับทุกข์ได้ง่ายขึ้น ผ่านไปแค่สามเดือนก็ดูเหมือนดิฉันจะรับมือคนได้หลายประเภท ซึ่งเมื่อก่อนจะจิตตก ใครว่า ใครทำอะไร ดิฉันก็จะเต้นระบำตามเค้าไปหมด จนไม่หลับไม่นอน คิดแต่เรื่องไร้สาระ จนเจอแจ๊คพอต คนสนิทให้บทเรียนที่ลืมไม่ลง ก็ปลงล่ะค่ะ ปลงไปมากทีเดียว ตอนนี้อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด ช่วงที่ยังมีชีวิตอยู่ก็พยายามทำจิตใจให้ดี ทำความดีอย่างที่เค้าว่า ซึ่งก็ดีจริงๆ นะคะ เราก็ไม่ต้องไปสนใจ พัวพันกับสิ่งที่ทำให้เรากระวนกระวายใจอีกต่อไป

กลับเข้ามาที่ประเทศออสเตรเลียกันดีกว่านะคะ หลังจากอารัมภบทไปนานเกี่ยวกับชีวิตตัวเอง นอกจากเรื่องเศรษฐกิจย่ำแย่ที่เหมือนกับประเทศอื่นแล้ว ล่าสุด ก็มีเหตุการณ์ที่สำคัญเกิดขึ้นกับนักเรียนต่างชาติที่นี่ ดิฉันคิดว่าการเผยแพร่เหตุการณ์นี้ อาจเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านชาวไทย ที่กำลังจะมาประเทศออสเตรเลีย เพื่อที่ว่าจะได้หาทางป้องกันตัว และระแวดระวังให้มากขึ้น

เรื่องก็มีอยู่ว่า มีนักเรียนชาวอินเดียหลายคน โดนลอบทำร้ายระหว่างเดินทางกลับบ้าน ปัญหาอยุ่ที่ว่า เด็กนักเรียนไปร้องเรียน แจ้งความกับตำรวจ แต่ตำรวจไม่ได้ให้ความสนใจ ไม่ติดตามหาตัวคนร้าย เลยทำให้เกิดการประท้วงว่ามีการเหยียดสีผิว ซึ่งก็ผ่านไปเมื่ออาทิตย์ที่แล้วเองนะคะ เด็กนักเรียนชาวอินเดียประมาณห้าพันคน เดินประท้วงใจกลางเมืองเมลเบิร์น พี่แขก (ที่เรามักจะเรียกกัน) เค้ารักกันจริงนะคะ อะไรที่เค้าคิดว่ามันไม่ยุติธรรมเค้าก็จะเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหา ซึ่งเค้าก็จะเริ่มจากการเดินประท้วง จนเป็นข่าวไปทั่วประเทศออสเตรเลีย เพื่อที่ว่า ประเด็นนี้จะได้ถูกเผยแพร่ให้รับรู้โดยทั่วกัน ซึ่งก็ได้ผลนะคะ ตอนนี้รัฐบาลจีนก็ออกมาสนับสนุนทางอ้อม โดยกล่าวว่า ทางรัฐบาลจีนเอง ก็เคยได้รับเรื่องร้องเรียนมาจากนักเรียนจีน ว่าถูกทำร้ายในประเทศออสเตรเลีย และไม่ได้รับการเอาใจใส่จากตำรวจ และทางรัฐบาลจีนอาจจะดำเนินมาตรการเหมือนกับรัฐบาลอินเดีย โดยชะลอการสนับสนุนนักเรียนของเค้าให้มาเรียนที่ออสเตรเลีย เค้ารอดูนะคะ ว่าทางรัฐบาลออสเตรเลียจะออกมาตรการควบคุมเด็กต่างชาติในประเทศออสเตรเลียอย่างไร เพื่อที่ว่าเด็กจะได้ตำรงชีวิตการเป็นนักเรียนอย่างปลอดภัย

ตอนนี้ทางออสเตรเลียเองก็คงคิดหนักเหมือนกัน เพราะสถิติเด็กนักเรียนจากประเทศจีนและอินเดียก็หลายหมื่นคนต่อปี คุณและบวกค่าเทอมต่อปีต่อหัว ก็ทำรายได้ให้กับประเทศเยอะอยู่เหมือนกัน นี่ยังไม่รวมถึงธุรกิจประเภทอื่นนะคะ เช่น บริษัทมือถือ ซึ่งเด็กนักเรียนต้องซื้ออย่างน้อยก็คนละเครื่องสองเครื่อง บ้านเช่า บริษัทขายรถ น้ำ ไฟ แก๊ส และธุรกิจอย่างอื่นที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน ถ้าจำนวนเด็กนักเรียนลดลง ธุรกิจอย่างอื่นก็พลอยย่ำแย่ไปด้วย

ก่อนหน้านี้ ทางรัฐบาลไม่ได้ประชาสัมพันธ์ให้กับคนท้องถิ่นได้รับรู้เรื่องนี้เท่าไหร่นะคะ จริง ๆ สิ่งที่เค้าควรจะทำก็คือ เปิดเผยข้อมูลสถิติเด็กนักเรียนต่างชาติให้คนออสซี่ได้รู้ และเปิดเผยรายได้ต่อปี ที่ประเทศได้รับจากเด็กนักเรียนต่างชาติว่ามันมากมายขนาดไหน เพื่อที่ว่าคนออสซี่เองจะได้ให้เกียรติเรา และปฏิบัติกับเราเหมือนเราเป็นเพื่อนเค้าคนหนึ่ง

ในความเป็นจริงแล้ว ในคนบางกลุ่ม มักจะแย่งแยกเด็กต่างชาติว่าเป็นคนต่างถิ่น เหมือนกับมาอาศัยประเทศเค้า ซึ่งจริงๆแล้วไม่ใช่ เราเป็นเด็กนักเรียน เราจ่ายค่าเรียนและค่าวีซ่าให้กับเค้า เราไม่ได้มาแบบเป็นคนอพยพ หรือที่เรียกว่า refugee เรามาในฐานะลูกค้าของเค้า และเค้าควรจะมีมาตรการทีปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของเรา เหมือนอย่างที่เค้าป้องกันคนของเค้าเอง

ชาวจีนและชาวอินเดียมีอิทธิพลค่อนข้างมากในการต่อรอง เนื่องจากเค้ามีประชากรเยอะมาก และที่ออกนอกประเทศมาเป็นเด็กนักเรียนในประเทศออสเตรเลียเองก็มากเหมือนกัน เหมือนกับเป็นประเทศหลัก ๆ ที่นำรายได้เข้าสู่ประเทศออสเตรเลียอย่างมหาศาล ซึ่งถ้าเค้าเจรจาต่อรองได้สำเร็จ เราชาวไทย และชาติอื่น ๆ ก็พลอยผลประโยชน์ไปด้วยนะคะ ถ้าเค้าออกมาตรการป้องกันเหตุร้ายต่าง ๆ ก็จะออกมาเพื่อครอบคลุมเด็กต่างชาติทั้งหมด

เด็กไทยหลายคนก็เคยโดนทำร้ายจากคนท้องถิ่นนะคะ ไม่เว้นแม้แต่ผู้หญิง ผลที่ออกมาก็คือตำรวจไม่สามารถติดตามหาคนร้ายได้ ถึงแม้ว่าจะมีกล้องติดบนรถบัส และรถไฟก็ตาม เหมือนกับไม่ใช่เรื่องสำคัญ เป็นที่รู้กันว่าตำรวจที่นี่ขี้เกียจมาก ถ้าไม่ฆ่ากันตาย หรือขับรถเร็วเกินลิมิต ตำรวจเค้าไม่มาใส่ใจเลยล่ะค่ะ ฐานเสียงของเราค่อนข้างน้อย ก็ได้แต่ภาวนาว่า รัฐบาลออสเตรเลียจะทำอะไรสักอย่าง เด็กนักเรียนไทยรุ่นหลังที่มาเรียนต่อที่นี่ หรือมาทำงานที่นี่จะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

คุณผู้อ่านสามารถติดตามข่าวได้ทางเวบไซด์นี้นะคะ

//news.theage.com.au/breaking-news-national/indian-student-attacked-in-melbourne-20090603-bvl3.html

//in.reuters.com/article/topNews/idINIndia-40080120090604

หรือจะลองหาในกูเกิล โดยพิมพ์ indian students attack หรือไม่ก็ chinese government concern student attack in australia ก็จะมีหลายข่าวให้อ่านกันค่ะ


Create Date : 06 มิถุนายน 2552
Last Update : 6 มิถุนายน 2552 10:58:01 น. 0 comments
Counter : 1159 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Indian Butterfly
Location :
Melbourne Australia

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สวัสดีค่ะ ท่านผู้อ่านทุกท่าน เคยติดตามอ่านบล็อกมาหลายสำนัก ก็เล็งเห็นประโยชน์มากกว่าโทษ อ่านแล้วได้ความรู้สารพัดอย่าง เลยคิดว่าดิฉันควรจะทำอะไรให้เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมบ้าง ที่เคยคิดว่าจะเป็นครู พยาบาล นางสาวไทย ก็คิดนานซะจนอายุล่วงเลยมาจะสามสิบ จะไปสมัครงานที่ไหนใครก็คงไม่รับ นางงามไม่ต้องพูดถึง แต่มิสคานทองยังพอไหวนะคะ พออ่านมาก ๆเข้า ก็เกิดไอเดีย ว่าการเขียนก็เป็นการแบ่งปันเหมือนกัน วัตถุดิบก็มาจากประสบการณ์ ไม่ต้องซื้อ ไม่ต้องขาย ไม่มีค่าลิขสิทธิ์ให้เสียเวลา ใครอยากอ่านก็อ่าน อยากแสดงความคิดเห็นก็เชิญ รู้สึกว่าเป็นอิสระ และมีความเป็นส่วนตัวดี แถมอาจจะยังให้ประโยชน์ (อันน้อยนิด) ไม่มากก็น้อย

ดิฉันจะนำเสนอ เรื่องราว ประสบการณ์ที่คั่งค้างอยู่ในความทรงจำ ที่พูดไม่ออก บอกคนใกล้ชิดไม่ได้ แต่บอกผ่านตัวกลางแล้วสบายใจ แอบเข้าข้างตัวเองค่ะ ว่าเราคงมีพรสวรรค์ด้านการถ่ายทอดอยู่บ้างล่ะน่า น่าจะมีคนติดตามอ่าน หรือรู้สึกชอบเรื่องราวบางตอนบ้างก็ได้ ลองอ่านกันเลยดีกว่า รู้สึกไม่ดี ไม่ชอบอย่างไร คอมเม้นต์กันได้นะคะ ไม่โกรธไม่เคือง เปิดกว้างทางความคิดค่ะ

ผุ้อ่านท่านใดชอบอ่านบล็อกนี้ก็ขอบพระคุณไว้ ณ ที่นี้เลยนะคะ ส่วนท่านที่คิดว่ามันไม่ค่อยเข้าท่าเท่าไหร่ ก็ไม่เป็นไรค่ะ ยินดีรับคำติชมเสมอ
Friends' blogs
[Add Indian Butterfly's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.