"ทุกสิ่งทุกอย่างในโลก มันถูกต้องอยู่แล้ว มีแต่ความเห็นของเราเท่านั้นที่ผิด (หลวงพ่อชา สุภัทโท)"
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2556
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
2 กรกฏาคม 2556
 
All Blogs
 
คนธรรมดาผู้ปั่นจักรยานไปทั่วโลก2


จักรยานคู่ชีพบนแผ่นดินพาทาโกเนียประเทศอาร์เจนตินา

เป็นการขี่จักรยานออกนอกประเทศครั้งแรก
ใช่ครับ ราวปี ๒๐๐๓ ผมไปขี่จักรยานกับเพื่อนในประเทศจีน ระยะทางประมาณ ๔,๐๐๐ กิโลเมตร ใช้เวลา ๓ เดือน โดยใช้เส้นทางผ่านทางด้านตะวันตกของทิเบต ตลอดทางเราพบคนทิเบตอัธยาศัยดี เป็นมิตร และซื่อสัตย์ แต่ระหว่างทางจักรยานของเพื่อนผมถูกขโมย มีคืนหนึ่งเราพักค้างคืนชายป่าห่างไกลเมือง ตั้งเต็นท์ข้างลำธารมีเสียงน้ำไหล เราผูกจักรยานไว้กับต้นไม้ข้างเต็นท์ เราเข้านอนแต่หัวค่ำเพราะเหนื่อยจากการเดินทาง ฝนตกปรอยๆ พอตกดึกผมลุกออกไปฉี่ แสงจันทร์ทำให้ผมมองเห็นจักรยานเหลือคันเดียว ผมกลับเข้าไปในเต็นท์ ปลุกเพื่อนว่าจักรยานคุณไปไหน เขาตอบว่าจอดอยู่ข้างๆ ของคุณไง ผมบอกว่าไม่มีแล้ว
เขากระโจนออกนอกเต็นท์พบว่ามันหายไปจริงๆ เขาหัวเสียและเสียใจมาก เพราะจักรยานคันนั้นเป็นจักรยานที่พิเศษมาก เขาทำงานในอินโดนีเซียเกือบ ๘ ปี ค่อยๆ สร้างจักรยานด้วยไม้ไผ่เกือบทั้งคันด้วยตัวเอง

เราพากันไปหาตำรวจให้ช่วยติดตามแต่ก็ไม่เจอ เขาเสียใจมากถึงกับบินกลับบ้านทันที ผมจึงเดินทางขี่จักรยานต่อไปคนเดียวจนจบทริป ปีต่อมาผมมีทริปปั่นจักรยานจากทิเบต ผ่านประเทศไทยและประเทศพม่า ในปี ๒๐๐๕ ผมขี่จักรยานในทิเบตอีกครั้ง โดยใช้เส้นทางด้านตะวันออกของทิเบต ระยะทางประมาณ ๓,๐๐๐ กิโลเมตรในช่วงฤดูใบไม้ผลิ จากนั้นเดินทางกลับไปสอนที่ออสเตรเลียอีกครั้งเพื่อเตรียมแผนการเดินทาง ครั้งใหญ่ในปี ๒๐๐๖ คือปั่นจักรยานจากเมืองคุนหมิง ประเทศจีน ไปถึงเมืองกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล ข้ามภูเขาระยะทางประมาณ ๔,๐๐๐ กิโลเมตร ใช้เวลาราว ๕ เดือน นั่นเป็นทริปที่ใหญ่มาก

คุณข้ามผ่านชายแดนประเทศจีนเข้าไปทิเบตได้อย่างไร เพราะไม่ใช่เรื่องง่ายนัก
ผมต้องทำผิดกฎหมายโดยการลักลอบเข้าไป มันเป็นหนทางเดียวที่จะทำได้ โดยเฉพาะเมื่อต้องผ่านแดนบริเวณด่านตรวจที่ตั้งอยู่ตามชายแดนของทิเบต หากคุณมากับรถยนต์และคนขับรถชาวจีนมีใบอนุญาตถูกกฎหมายก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่หากคุณเดินทางอิสระแบบปั่นจักรยานมาเอง คุณต้องทำผิดกฎเพื่อข้ามแดน ผ่านเจ้าหน้าที่ดูแลด่านด้วยการแอบผ่านแดนตอนกลางคืน ผมตื่นตอนตีสามเก็บสัมภาระพร้อมเดินทางตอนตีสี่ ต้องขี่จักรยานผ่านประตูกั้นเขตแดนก่อนตีห้า คือก่อนที่เจ้าหน้าที่จะตื่นมาตรวจการณ์ ผมทำอย่างนี้ประมาณ ๕ ด่าน ต้องดันจักรยานลอดผ่านประตูและต้องคอยระวังสุนัขตรวจการณ์อีกด้วย ขณะที่ผมผ่านมีเจ้าหน้าที่ ๒ คนนอนหลับในตู้ยาม โดยส่วนมากจะเป็นเช่นนั้นเพราะพวกเขาตรวจการณ์อยู่จนเกือบเที่ยงคืน พอตีสามตีสี่พวกเขาก็หลับ และพวกเขาก็คอยฟังแต่เสียงรถยนต์มากกว่า จึงไม่ทันได้ระวังเสียงของจักรยาน

คุณไม่กลัวถูกเจ้าหน้าที่จีนจับติดคุกหรือ
ไม่ครับ เพราะผมเคยถูกจับตรงชายแดนจีนจากการเดินทางครั้งก่อน ตอนนั้นผมถูกขังอยู่ในโรงแรมและถูกส่งตัวขึ้นรถบัสเที่ยวต่อไปเพื่อกลับเข้า เมือง ผมไม่เคยถูกจับขังในคุกหรือด่านกักกันเลย อาจจะเพราะความเป็นฝรั่งผิวขาวของผมทำให้เจ้าหน้าที่จีนไม่ต้องการมีปัญหา วุ่นวายกับสถานทูตในกรุงปักกิ่ง คงไม่คิดจะจับผมติดคุกเพราะเห็นว่าโทษไม่หนักหนา เลยรีบจัดการส่งผมออกไปให้พ้นๆมากกว่า เช่นกันกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพม่า ผมถูกจับในพม่า ๒ ครั้งขณะขี่จักรยาน เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นของรัฐแค่ต้องการให้ผมออกไปให้พ้นจากพื้นที่ที่เขาดูแล ความจริงผมก็กลัวถูกเจ้าหน้าที่จับ แต่ผมกลัวสุนัขมากกว่า เพราะสุนัขสามารถทำร้ายคุณได้ มีนักปั่นจักรยาน ๒ คนถูกสุนัขกัดจนบาดเจ็บ ปัญหาใหญ่เกี่ยวกับสุนัขคือพอตกเย็นเจ้าหน้าที่จีนจะปล่อยสุนัขออกมารักษา ความปลอดภัย ตามชายแดนและตามด่านเส้นทางเข้าเมืองจะมีสุนัขวิ่งโดยรอบทั้งสุนัขตรวจการณ์ และสุนัขของชาวบ้านที่จะคอยไล่กวด

คุณป้องกันตัวจากสุนัขเหล่านี้อย่างไร
เมื่อสุนัขไล่กวดคุณ มีอยู่ ๓ สิ่งที่คุณต้องทำเพื่อป้องกันตัวเอง อย่างแรกคือความเร็ว ปั่นจักรยานให้เร็วที่สุด อันที่ ๒ คือก้อนหิน คุณต้องหาก้อนหินในมือให้มากพอแล้วปาออกไปให้โดนตัวสุนัข แต่วิธีที่ดีที่สุดสำหรับผมคืออันสุดท้าย ใช้ไส้กรอกที่คุณหาซื้อได้ทั่วไปในประเทศจีน ครั้งหนึ่งผมโดนสุนัข ๓ ตัวรุม ตัวแรกกัดล้อจักรยานเพื่อจะให้รถผมหยุด อีก ๒ ตัวมุ่งหน้ามาหาตัวผมเพื่อจะไล่กัด ผมโยนไส้กรอกที่แขวนไว้บนแฮนด์ข้ามไปข้างหลัง สุนัขก็หันไปให้ความสนใจกับไส้กรอก ปล่อยให้ผมผ่านไปได้ ดังนั้นผมจะมีไส้กรอกแขวนไว้ที่แฮนด์รถตลอดในทุกเส้นทางที่อยู่นอกเมือง

ผมอาจโชคดีไม่เคยถูกสุนัขเห่าหรือไล่กวดตรงบริเวณด่านตรวจชายแดน ส่วนใหญ่จะก่อนถึงด่านหรือหลังพ้นด่านตรวจไปแล้ว ผมค่อนข้างจะโชคดี แต่จริงๆ แล้วสุนัขโผล่มาให้เห็นได้ตลอดเวลาไม่ว่าจะตรงบริเวณชายแดนหรือใจกลางเมือง เราไม่สามารถรู้ได้ว่ามันมาจากตรงไหน ในความมืด เช้าตรู่ตอนตีสี่ ระดับความสูง ๔,๐๐๐ เมตร หนาวจัดติดลบ ๒๐ องศาเซลเซียส คุณสามารถถูกสุนัขไล่กวดได้ นั่นเป็นความกลัวที่สุดของผม ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะตอนที่ถูกจับผมรู้ว่าตำรวจทำแค่กักคุณไว้และหาวิธีส่งคุณออกนอกประเทศ เท่านั้น

ยังไม่จบเน่อมี 4 ตอนครับ นี่ตอนที่ 2ครับ

วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์, นิตยา วงษ์สวัสดิ์
ภาพ : ปีเตอร์ เบเรกครี



Create Date : 02 กรกฎาคม 2556
Last Update : 2 กรกฎาคม 2556 5:45:05 น. 8 comments
Counter : 2002 Pageviews.

 
โอ้โห มุ่งมั่นมากๆ
หลบเข้าเมือง ลอบผ่านด่าน หนีฝูงหมา


โดย: VELEZ วันที่: 2 กรกฎาคม 2556 เวลา:8:21:53 น.  

 
สุนัขกับ จักรยาน มอเตอร์ไซด์ นี่ของคู่กั๊นคู่กัน



โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 2 กรกฎาคม 2556 เวลา:9:12:16 น.  

 
ไม่ง่ายเหมือนกันนะคะกับการที่จะปั่นจักรยานไปทั่วโลก
ต้องใช้ความพยายามมากทีเดียว แค่ต้องปั่นจักรยานอย่างเดียวเป็นระยะทางไกลๆ
พอคิดก็แหยงๆแล้ว ยังต้องเจอปัญหาอุปสรรค อันตรายและอีกหลายๆเรื่อง
ถ้าใจไม่รักจริงก็คงทำไม่ได้แน่นอนค่ะ



โดย: ฝากเธอ2 วันที่: 2 กรกฎาคม 2556 เวลา:10:18:45 น.  

 
สวัสดีค่ะลุงกล้วย

การขี่จักรยานท่องเที่ยวแบบนี้ ลุงกล้วยคงต้องฟิตร่างกายให้แข็งแรง เตรียมความพร้อมเต็มที่ นี่ปั่นที่ต่างแดนด้วย อุปสรรคต่าง ๆ ต้องเป็นประสบการณ์ที่น่าสนใจ และประทับใจแน่ ๆ

ต้องติดตามค่ะ

ปั่นจักรยานยามเช้า มักเจอหมา เช่นกันค่ะ พอเวียงเห่ามา ก็สอยขายิก เสียวน่องค่ะ555


โดย: ตาลเหลือง วันที่: 2 กรกฎาคม 2556 เวลา:10:46:47 น.  

 

Like ให้เป็นคนที่ 1
เป็นข้อมูลที่เป็นการตลุยปั่นไปในที่ต่างๆ
ที่เป็นแรงฮึดในการต่อสู่อุปสรรคได้ดีค่ะลุงกล้วย



โดย: อุ้มสี วันที่: 2 กรกฎาคม 2556 เวลา:11:31:46 น.  

 
สวัสดีค่า คุณลุงกล้วย ^^
ปาตาโกเนียนี่นุ่นอยากไปมากๆเลยค่ะ
ธารน้ำแข็งที่สวยที่สุด เคยเอามาลงหน้าบล็อคด้วย อยากไปๆๆ

เก่งมากเลย ปั่นจักรยานได้รอบโลกจริงๆ


โดย: lovereason วันที่: 2 กรกฎาคม 2556 เวลา:23:39:18 น.  

 
แอบย่องมาอ่านช่าวงดึกและโหวตให้คร้า
น่าสงสารเพื่อนเขานะค่ะที่ถูกกโมยจักรยาน
ไม่ค่อยสบสยคร้าคุณลุงกล้วยช่วงนี้
เพิ่งตื่นมาอาบน้ำหลังกลับจากไปหาคุณหมอมาค่ะ
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ลุงกล้วย Topical Blog


โดย: tui/Laksi วันที่: 2 กรกฎาคม 2556 เวลา:23:45:18 น.  

 
https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=1105497&month=07-2013&group=1&date=04&gblog=20


โดย: deco_mom วันที่: 29 กรกฎาคม 2556 เวลา:14:53:52 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ลุงกล้วย
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 17 คน [?]




เมื่อเด็กกำลังเติบโตเป็นวัยรุ่น มีความต้องการเป็นตัวของตัวเองสูง ผู้ใหญ่ที่ไม่เข้าใจและใจแคบมักจะมองว่าเด็กดื้อ คนเราจิตตกได้เป็นครั้งคราว อาจทำอะไรที่ไม่เหมาะสมได้ การรู้ตัวเองและให้อภัยตัวเอง จึงเป็นสิ่งสำคัญ ให้เคารพแนวคิดของผู้อื่นบ้าง เสมือนหนึ่งเป็นอีกแนวคิดหนึ่งที่ต่างไปจากเราเท่านั้นเอง ตนเองเสียเมื่อไหร่ที่คิดดี คิดชอบเป็นอยู่คนเดียว ทำไปเพราะไม่รู้ ให้อภัยกันได้ รู้แล้วยังทำ คือ ความดื้อ ความทุกข์ของมนุษย์ 100% เกิดจากการพยายามฝืนความจริงของธรรมชาติ หากอยากได้อะไร ก็ควรเสียอะไรบ้าง ทำอะไรก็แล้วแต่ ควรมีหลักการบ้าง แต่ต้องระวังอย่ายึดเป็นกฎเกินไป อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิดเป็นคำพื้นๆ ที่ใช้มาเตือนสติเราได้ดีตลอดกาล อะไรก็ตามแต่ แม้ว่ามันจะจริง จะถูกต้อง แต่ถ้าการพูดออกไปนั้นมันไม่มีประโยชน์มีแต่ผลเสีย อย่าพูดดีกว่า
Friends' blogs
[Add ลุงกล้วย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.