"ทุกสิ่งทุกอย่างในโลก มันถูกต้องอยู่แล้ว มีแต่ความเห็นของเราเท่านั้นที่ผิด (หลวงพ่อชา สุภัทโท)"
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2550
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
26 มิถุนายน 2550
 
All Blogs
 
กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ ผู้ตั้งชื่อ "เดือน" ของไทย



เคยสงสัยหรือไม่ว่าชื่อเดือนแต่ละเดือนที่คนไทยใช้กัน ทั้ง 12 เดือน คือ มกราคม กุมภาพันธ์ มีนาคม เมษายน...ไปจนถึงธันวาคมนั้น มีที่มาที่ไปอย่างไร? ใครช่างอัจฉริยะตั้งมาได้?

คำตอบได้มาว่า สมเด็จพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ คืออัจฉริยะผู้นั้น

เริ่มต้นมาจากทรงสนใจและทรงได้ศึกษาเรียนรู้ค้นคว้าเกี่ยวกับปฏิทิน ที่ปัจจุบันกลายมาเป็นส่วนสำคัญในชีวิตของคนทุกคน เพราะคนเราต้องอาศัยปฏิทินตั้งแต่ลืมตาเกิด ในการดูวัน เวลา นัดหมาย และเป็นสิ่งเตือนความจำในวันสำคัญได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นวันสำคัญทางศาสนา วันสำคัญทางโลก กระทั่งวันหยุดต่างๆ

นอกเหนือจากพระราชกรณียกิจในราชการแผ่นดินที่ได้ทรงปฏิบัติจนเกิดประโยชน์ต่อแผ่นดินอย่างอเนกอนันต์ในเรื่องของการต่างประเทศแล้ว สมเด็จพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ สนพระทัยเรื่องของโหราศาสตร์มาตั้งแต่แรก

เมื่อเสด็จไปราชการต่างประเทศในยุโรป ปี 2430 ทรงซื้อหนังสือที่เป็นตำราโหราศาสตร์ว่าด้วยสุริยุปราคาจากกรุงเบอร์ลินมา 1 เล่ม ภายในเล่มนี้มีแผนที่ทางสุริยุปราคาอยู่เกือบเต็มทั้งเล่ม การที่ทรงสนพระทัยในเรื่องโหราศาสตร์นี้ อาจเป็นเพราะทรงได้รับอิทธิพลทางความคิดเกี่ยวกับโหราศาสตร์จากพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ซึ่งเป็นพระราชบิดา ความชำนาญเรื่องโหราศาสตร์ของ สมเด็จฯ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ จึงต้องเกี่ยวพันไปกับการตรวจตรา ตรวจสอบดูปฏิทินด้วย เพราะต้องเรียนรู้การคำนวณ วัน เดือน ปี โดยตรง

เมื่อต้องเกี่ยวข้องกับปฏิทินโดยตรง จึงทำให้เกิดที่มาของชื่อเดือน ดังที่กล่าวมา คำว่า "ปฏิทิน" ที่เราใช้ในปัจจุบัน สามารถเขียนได้เป็น "ประติทิน" ภาษาสันสกฤต หรือ "ประฏิทิน" บาลีแผลง "ประดิทิน" หรือ "ประนินทิน" ก็ได้
การพิมพ์ปฏิทินมีขึ้นเป็นครั้งแรกในเมืองไทย เมื่อวันที่ 14 มกราคม พ.ศ.2385 ปลายสมัยรัชกาลที่ 3

ขณะนั้นปฏิทินยังคงใช้ตามแบบ "จันทรคติ" การนับ วัน เดือน ปี ถือการโคจรของดวงจันทร์เป็นหลัก ต่อมาจึงมีวิธีนับวัน เดือน ปี ตามการหมุนเวียนของโลกรอบดวงอาทิตย์ เรียกว่า "สุริยคติ"
เมืองไทยประกาศใช้ปฏิทินแบบใหม่ตามสุริยคติอย่างเป็นทางราชการ ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 แม้เราจะใช้ปฏิทินตามสุริยคติ แต่ทางจันทรคติเราก็ยังใช้ควบไปด้วย

ดังนั้น เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงจากจันทรคติที่นับตั้งแต่เดือนอ้าย เดือนยี่...ถึง เดือนสิบสอง มาเป็นแบบสุริยคติ จึงได้มีการกำหนดชื่อเดือนขึ้นมาใหม่ โดยสมเด็จฯ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ ทรงเป็นผู้คิดปฏิทินไทยใช้ตามสุริยคติ ซึ่งนับวันและเดือนแบบสากล ขึ้นทูลเกล้าฯถวายรัชกาลที่ 5 จากนั้นทรงโปรดเกล้าฯ ให้ใช้เป็นประเพณีบ้านเมืองตั้งแต่ พ.ศ.2432 เรียกว่า "เทวะประติทิน" ที่เป็นต้นแบบปฏิทินไทยในวันนี้



สมเด็จฯ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ ทรงคิดตั้งชื่อเดือนมกราคม ถึง ธันวาคม ที่ใช้มาจนถึงปัจจุบัน โดยทรงใช้ตำราจักรราศี หรือการโคจรของดาวเคราะห์รอบดวงอาทิตย์ในหนึ่งปี ประกอบด้วย 12 ราศี ตามวิชาโหราศาสตร์มาใช้กำหนดชื่อเดือนทั้ง 12 เดือน
ทั้งนี้ แบ่งเดือนที่มี 30 วัน และเดือนที่มี 31 วัน ให้ชัดเจน ด้วยการลงท้ายเดือนต่างกัน คือ คำว่า "ยน" และ "คม"

ส่วนคำนำหน้านั้นมาจากชื่อราศีที่ปรากฏในช่วงเวลานั้นๆ เป็นวิธีนำคำ 2 คำมา "สมาส" กัน คำต้นเป็นชื่อราศี คำหลังคือคำว่า "อาคม" และ "อายน" แปลว่า "การมาถึง" เริ่มตั้งแต่...

มกราคม คือ มกร (มังกร) + อาคม แปลว่า การมาถึงของราศีมังกร

กุมภาพันธ์ คือ กุมภ์ (หม้อ) + อาพนธ แปลว่า การมาถึงของราศีกุมภ์

มีนาคม คือ มีน (ปลา) + อาคม แปลว่า การมาถึงของราศีมีน

เมษายน คือ เมษ (แกะ) + อายน แปลว่า การมาถึงของราศีเมษ

พฤษภาคม คือ พฤษภ (วัว,โค) + อาคม แปลว่า การมาถึงของราศีพฤษภ

มิถุนายน คือ มิถุน (ชายหญิงคู่) + อายน แปลว่า การมาถึงของราศีมิถุน

กรกฎาคม คือ กรกฎ (ปู) + อาคม แปลว่า การมาถึงของราศีกรกฎ

สิงหาคม คือ สิงห (สิงห์) + อาคม แปลว่า การมาถึงของราศีสิงห์

กันยายน คือ กันย (สาวพรหมจารี) + อายน แปลว่า การมาถึงของราศีกันย์

ตุลาคม คือ ตุล (ตาชั่ง ตราชู) + อาคม แปลว่า การมาถึงของราศีตุล

พฤศจิกายน คือ พิจิก, พฤศจิก (แมงป่อง) + อายน แปลว่า การมาถึงของราศีพิจิก

ธันวาคม คือ ธนู (ธนู) + อาคม แปลว่า การมาถึงของราศีธนู


อีกทั้งกำหนดให้วันขึ้นปีใหม่ของไทย คือเดือนเมษายน เดือน 4 ทางสุริยคติ แต่เป็นเดือน 5 ทางจันทรคติ ใช้มาจนถึง พ.ศ. 2483 จากนั้นวันที่ 1 มกราคม 2484 จึงเป็นวันขึ้นปีใหม่แบบสากลนิยมปีแรกของไทยในสมัยรัชกาลที่ 6 และทรงใช้คำว่า "ปฏิทิน" แทน "ประติทิน" มาโดยตลอด ลงไว้ในประกาศวิธีนับวัน เดือน ปี ลงวันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2455



สำหรับ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ ผู้นี้ ในหนังสือ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ โดย วิมลพรรณ ปีตธวัชชัย บอกเล่าไว้อย่างละเอียด แต่ขอสรุปมาเล่าต่ออย่างคร่าวๆ

คือทรงเป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 กับ สมเด็จพระปิยมาวดี ศรีพัชรินทรมาตา โดยทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 42 ในรัชกาลที่ 4 ส่วนสมเด็จพระปิยมาวดี ศรีพัชรินทรมาตา นั้น เดิมคือเจ้าจอมมารดาเปี่ยม เกิดในสกุลสุจริตกุล เป็นธิดาของหลวงอาสาสำแดง และท้าวสุจริตธำรง (นาค) ซึ่งเป็นต้นราชนิกุล "สุจริตกุล" ได้รับสถาปนาเป็นเจ้าคุณจอมมารดาในสมัยรัชกาลที่ 5 และได้รับสถาปนาพระอัฐิเป็น "สมเด็จพระปิยมาวดี ศรีพัชรินทรมาตา" ในรัชกาลที่ 6

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ ทรงมีพระนามเดิม ว่า "พระองค์เจ้าเทวัญอุไทยวงษ" ประสูติในพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันเสาร์ที่ 27 พฤศจิกายน ปีมะเมีย พ.ศ.2401 เมื่อทรงพระเยาว์ ทรงได้รับการศึกษาแรกเริ่มเยี่ยงลูกหลานเจ้านายทั่วไป โดยศึกษาขั้นต้นเขียน อ่านภาษาไทยในสำนัก พระองค์เจ้าหญิงมณี และพระองค์เจ้าหญิงกฤษณา (พระเจ้าลูกเธอในรัชกาลที่ 3) ทรงศึกษาภาษามคธ แล้วเข้าชั้นมัธยมศึกษาในสำนัก พระยาปริยัติธรรมธาดา (เปี่ยม)

จนกระทั่งโสกันต์ จึงผนวชเป็นสามเณร ไปประทับอยู่วัดบวรนิเวศวิหาร ทรงศึกษาพระธรรมวินัยในสำนักสมเด็จกรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ ทรงเล่าเรียนภาษาอังกฤษที่โรงเรียนหลวง ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงตั้งขึ้นภายในกรมทหารมหาดเล็ก ในพระบรมมหาราชวัง กระทั่งลาผนวช และเข้ารับราชการ

สมเด็จฯ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ ทรงมีคุณูปการอย่างล้นเหลือต่อชาติบ้านเมือง ทรงบริหารราชการแผ่นดินถึง 3 รัชกาล จากรัชกาลที่ 4 ถึงรัชกาลที่ 6 ด้วยพระปรีชาสามารถ สุขุมคัมภีร์ภาพ ทรงเป็นแบบฉบับแห่งข้าแผ่นดินผู้เทิดทูนองค์พระมหากษัตริย์ไว้ตลอดพระชนม์ชีพ

ทรงเป็นพระบิดาแห่งการต่างประเทศของไทย ทรงดำรงหลายตำแหน่งที่สำคัญทางราชการ และทรงมีบทบาทสำคัญด้านการทูต เป็นผู้เจรจาข้อพิพาทกับฝรั่งเศส ครั้งวิกฤต ร.ศ.112 ทรงมีพระอัจฉริยภาพในงานพระนิพนธ์หนังสือหลายเล่ม

เพื่อเป็นการสดุดีและถวายพระเกียรติคุณ สมเด็จฯ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้บูรณะตำหนักใหญ่ วังเทวะเวสม์ ไว้เป็นมรดกทางด้านวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์แก่แผ่นดินและเป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของไทย

ชื่อเดือนของฝรั่ง

ชื่อเดือนของฝรั่งในหนึ่งปีที่มี 12 เดือนนั้น มีชื่อมาตั้งแต่สมัยโรมัน แต่ส่วนใหญ่มักจะไม่ได้มาจากชื่อของเทพเจ้า แต่มักจะมาจากตัวเลขลำดับที่ของแต่ละเดือนในภาษาโรมัน

January (มกราคม)
เป็นชื่อสำหรับเทพเจ้า Janus ของชาวโรมันโบราณ จึงเรียกเดือนนี้ว่า "Januarius"

February (กุมภาพันธ์)
เป็นชื่อสำหรับเทพเจ้า Februus ของชาวอิตาเลียนโบราณ บางครั้งเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า "Februa" เป็นเดือนที่มีเทศกาลเฉลิมฉลองกรุงโรม

March (มีนาคม)
เป็นชื่อเดือนแรกของชาวโรมัน โดยใช้ชื่อของเทพเจ้าสงครามแห่งดาวอังคาร (the war-god Mars)

April (เมษายน)
ชื่อเดือนมาจากคำว่า "Aprilis" มีรากศัพท์มาจากคำว่า "Aperire" หมายถึง "เปิด" (To open) ซึ่งอาจมาจาก "ดวงอาทิตย์"

May (พฤษภาคม)
เป็นเดือนลำดับที่ 3 ในปฏิทินโรมัน ชื่อของเดือนอาจมาจากชื่อของเทพธิดา Maiesta ซึ่งเป็นเทพธิดาแห่งความเกียรติยศ และชื่อเสียง

June (มิถุนายน)
เป็นเดือนลำดับที่ 4 ในปฏิทินโรมัน ชื่อของเดือนเป็นชื่อเทพเจ้า Juno

July (กรกฎาคม)
เป็นเดือนที่กษัตริย์ Julius Ceasar ประสูติ โดยตั้งชื่อเดือนนี้เป็นเกียรติแก่พระองค์ เมื่อปี ค.ศ.44 ซึ่งเป็นเดือนที่ถูกลอบปลงพระชนม์ และเรียกชื่อเดือนนี้อีกชื่อหนึ่งว่า "Quintilis" หมายถึง "เดือนลำดับที่ 5" (the fifth month)

August (สิงหาคม)
ชื่อเดือนเดิมเรียกว่า "Sextilis" มาจากคำว่า "Sexus" แปลว่า "หก" (Six) แต่ภายหลังได้เปลี่ยนเป็นชื่อ Augustus เพื่อเป็นเกียรติแก่กษัตริย์องค์แรกของชาวโรมัน

September (กันยายน)
เป็นเดือนลำดับที่ 7 ในปฏิทินโรมัน มาจากคำว่า "Septem" แปลว่า "เจ็ด" (Seven)

October (ตุลาคม)
เป็นเดือนลำดับที่ 8 ในปฏิทินโรมัน มาจากคำว่า "Octo" แปลว่า "แปด" (Eight)

November (พฤศจิกายน)
เป็นเดือนลำดับที่ 9 ในปฏิทินโรมัน มาจากคำว่า "Novem" แปลว่า "เก้า" (Nine)

December (ธันวาคม)
เป็นเดือนลำดับที่ 10 ในปฏิทินโรมัน มาจากคำว่า "Decem" แปลว่า "สิบ" (Ten)

ขอขอบคุณ
โดย สุชาฎา ประพันธ์วงศ์
ที่มา : //www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01pra01170249&day=2006/02/17









Create Date : 26 มิถุนายน 2550
Last Update : 26 มิถุนายน 2550 19:24:53 น. 24 comments
Counter : 1712 Pageviews.

 
มาแล้วค่ะ...
ขอบคุณมากๆ เลยค่ะลุงกล้วย นี่เพิ่งรู้นะคะว่าท่านเป็นคนตั้งชื่อเดือนของไทยด้วยนอกจากบิดาแห่งการต่างประเทศ (เดือนมกราคมหายค่ะ)

ภาพของท่านดูใจดีจังนะคะ

ขอให้ลุงกล้วยมีความสุขมากๆ ค่ะ


โดย: the Vicky วันที่: 26 มิถุนายน 2550 เวลา:5:51:43 น.  

 
สวัสดีครับคุณวิค
สงสัยไม่อยากแก่เลยแกล้งทำเดือนขึ้นปีใหม่หายไปครับ555+
ขอบคุณมากครับคุณวิค ลุงกล้วยนำมาใส่ครบแล้วครับ..ฮิฮิ


โดย: ลุงกล้วย วันที่: 26 มิถุนายน 2550 เวลา:6:08:21 น.  

 
ขอบคุณค่ะ

โหย...ใครกล้าว่าลุงกล้วยแก่คะ เดี๋ยววิคจัดการให้


โดย: the Vicky วันที่: 26 มิถุนายน 2550 เวลา:6:22:20 น.  

 





ดี.มาส่งความสุขยามเช้าก่อนบล็อกปิด 2-3 ชั่วโมงคาะ
แหม๋!!เกือบมาไม่ทัน







โดย: d__d (มัชชาร ) วันที่: 26 มิถุนายน 2550 เวลา:7:19:36 น.  

 
สวัสดีครับคุณดี
ลุงกล้วยกลับมาตอนที่บล็อกปรับปรุงเสร็จแล้วครับ..ฮิฮิ


โดย: ลุงกล้วย วันที่: 26 มิถุนายน 2550 เวลา:10:19:33 น.  

 
สายสวัสดีค่ะ ลุงกล้วย

ลุงกล้วยเดินทางมาดาวโลกกับเทพองค์ไหนคะ?


โดย: เป๋อน้อย วันที่: 26 มิถุนายน 2550 เวลา:10:34:00 น.  

 
สายสวัสดิ์ครับคุณเป๋อ
เดี๋ยวขอไปดูสูจิบัตรก่อนนะครับ..


โดย: ลุงกล้วย วันที่: 26 มิถุนายน 2550 เวลา:10:48:04 น.  

 
-ขอบคุณ สำหรับความรู้ใหม่ๆครับ

แวะมาเยี่ยมบล็อกผมได้นะครับ
ขอบคุณครับ



โดย: K_chang วันที่: 26 มิถุนายน 2550 เวลา:13:15:33 น.  

 
แบบนี้ถ้ามีคำถามความรู้รอบตัวเกี่ยวกับเดือน เราต้องตอบได้แล้วล่ะคะ เพราะว่าลุงกล้วยอัพบล็อกนี้ให้เราอ่านกันแล้ว ...

// ประสบการณ์ผึ้งต่อยจนทำให้ลุงกล้วยกลายเป็นเขยมือโตนี่ทำเอาเสียวๆ เหมือนกันนะคะ

อ่านเรื่องนี้ก็เลยนึกถึงแม่ เพราะว่าเค้าก็คล้ายๆ ลุงกล้วยเหมือนกัน เจอแตนมั้งค่ะ แบบถือไม้สอยจะเอาสอยมะปรางข้างบ้าน ปรากฏว่าเอามือจับปิดรูของไม้สอยพอดี๊ พอดี เลยกลายเป็นว่าไปปิดทางเข้าอออกของแตนมัน มันเลยต่อยเอาให้ ไม่สอย มะปรางทิ้งไว้อย่างนั้นแล้ววิ่งเสียงหลงมาใส่ยาในบ้านเลยค่ะ


โดย: JewNid วันที่: 26 มิถุนายน 2550 เวลา:13:42:59 น.  

 
5555...แวะมาทักทายลุงกล้วยหลังอาหารเที่ยงค่ะ
อิๆๆระวังห่วงยางนะค่ะ
เอ๋..ผุ้ชายส่วนมากห่วงกันจังเลย

เราก็ยังสับสนปฎิทินอยู่นะค่ะระหว่างนับไทย นับจีน นับฝรั่ง
งง..เหมือนกันค่ะนิ
แต่เรานับไทยค่ะ..นับจีนแก่ไปตั้งปีหนึ่งแนะ
มายเอามายเอาค่ะ55555

มีความสุขเสมอนะค่ะ





โดย: catt.&.cattleya.. วันที่: 26 มิถุนายน 2550 เวลา:15:02:29 น.  

 
สวัสดีครับคุณK_chang
แล้วลุงกล้วยจะตามไปครับ


สวัสดีครับคุณพู่
แหมดีนะครับคุณแม่ท่านยังทิ้งไม้ได้ แต่ลุงกล้วยถ้าทิ้งรถ อืมๆๆๆๆสาหัสครับ555+


โดย: ลุงกล้วย วันที่: 26 มิถุนายน 2550 เวลา:15:12:08 น.  

 
สวัสดีครับคุณแคท
เล่นจุดตายเลยนะครับนั่น555+
บางครั้งเขาก็บอกว่าเป็นผู้มีอันจะรับประทานครับ..ฮิฮิ นับจีนเร็วกว่าเหรอครับ ลุงกล้วยก็กลัวแก่เร็วครับ เลยใช้นาฬิกาเรือนใหญ่ครับ เผื่อว่ารอบมันกว้างเวลาจะได้ช้าลงหน่อยครับ


โดย: ลุงกล้วย วันที่: 26 มิถุนายน 2550 เวลา:15:20:05 น.  

 
สงสัยค่ะลุงกล้วย.... รัตน์เคยสงสัยมานานแล้วค่ะ... ทั้งชื่อวัน ททั้งเดือน ทั้งปีเลยค่ะ ว่าใครเป็นคนตั้ง แล้วตั้งโดยเอามาจากไหน....

.... ขอบคุณลุงกล้วยมาก ๆ เลยค่ะ สำหรับสาระ ความรู้ดี ๆ แบบนี้ค่ะ...

วันนี้หายสงสัยเรื่องเดือนแล้วค่ะ.... อิอิ
.........................

ลุงกล้วยสบายดีนะคะ.... ไม่เจอกันนานเลยค่ะ คิดถึงนะคะ

ยังไงก็รักษาสุขภาพด้วยนะคะ....


โดย: largeface วันที่: 26 มิถุนายน 2550 เวลา:16:10:27 น.  

 
เยี่ยมเลยค่ะ
ต้องสารภาพเลยหละค่ะว่าเรียกชื่อเดือนแต่ละเดือนได้มาตั้งนานแล้ว และชีวิตก็ต้องเกี่ยวข้องกับปฏิทินมานานโข แต่ไม่เคยรู้เลยว่าใครเป็นให้กำเนิดปฏิทินแบบสุริยคติในบ้านเรา ซึ่งจริงๆแล้วก็ไม่ทราบด้วยซ้ำว่าปฏิทินมีสองแบบ น่าทึ่งมากค่ะ ดีใจมากที่ได้รู้ คราวหลังจะได้เอาไปคุยให้ใครๆฟังได้
...................
กำลังอยากรู้เลยค่ะลุงกล้วย ว่าเพลงนี้ชื่อเพลงอะไรและใครเป็นคนร้อง กำลังนึกสงสัยว่าจะไปหาจากที่ไหนดี ประทับใจจากที่ได้ดูโฆษณาตัวนึงค่ะ เข้าบล็อกลุงกล้วย ปรากฏว่าเอามาอัพบล็อกเรียบร้อยแล้ว ชื่อเพลงอะไร ใครเป็นคนร้องคะลุงกล้วย
....................
ขอบคุณมากนะคะที่หาเรื่องราวดีๆมาให้อ่านเสมอค่ะ
มีความสุขมากๆนะคะ


โดย: เราสองคน (ฝากเธอ ) วันที่: 26 มิถุนายน 2550 เวลา:16:30:20 น.  

 
ขออนุญาตเก็บความรู้นี้กลับบ้านด้วยนะคะ...จะเอาไปให้เด็กอ่านค่ะ...
ลุงกล้วยสบายดีนะคะ


โดย: ratana_sri วันที่: 26 มิถุนายน 2550 เวลา:17:34:58 น.  

 


โดย: ม่วงคราม (the violetblue home ) วันที่: 26 มิถุนายน 2550 เวลา:18:22:39 น.  

 
ความรู้แน่นกลับไปตามเคย
แวะมาทักทายนะคะ
ลุงกล้วย


โดย: ยิปซีสีน้ำเงิน วันที่: 26 มิถุนายน 2550 เวลา:19:40:10 น.  

 
สวัสดีค่ะ ลุงกล้วย
อัดแน่นด้วยความรู้ค่ะ ลุงกล้วย
เพลงเพราะมากๆๆค่ะ


โดย: whitelady วันที่: 26 มิถุนายน 2550 เวลา:19:52:13 น.  

 
นู๋เพิ่งจะรู้ว่า กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ เป็นคนตั้งชื่อเดือนไทย
หนูไม่รู้แม่กระทั้งว่าท่านเป็นใคร

ถ้าลุงกล้วยไม่เอามาบอกให้ฟัง..

ขอบคุณความรู้ดีดี ที่มีให้นู๋และเพื่อนเสมอนะคะ รักลุงแมวค่ะ..





โดย: นู๋ญ่า (kayook ) วันที่: 26 มิถุนายน 2550 เวลา:21:37:33 น.  

 

หวัดดีค่ะพี่ต้อ...กลับมาแล้วค่ะ คิดถึงจังเลย เดี๋ยวไปอัพบล๊อกก่อนแล้วมาหาใหม่นะคะ...

ขอบคุณพี่ต้อมากๆที่แวะไปเฝ้าบ้านให้ทุกวันเลย....น่ารักที่สุดค่ะ


โดย: Htervo วันที่: 26 มิถุนายน 2550 เวลา:23:12:05 น.  

 

เพิ่งแวะมาอ่านเรื่องเดือนค่ะ ดีจังเลย ได้ความรู้ด้วยค่ะ
บุ๋มเกิดเดือนหน้าคือเป็นปู อิอิ ถึงว่า เดินไม่ค่อยตรงทางอ่ะค่ะ...นอนหลับฝันดีค่ะพี่ต้อ


โดย: Htervo วันที่: 27 มิถุนายน 2550 เวลา:0:21:16 น.  

 
โอ้ ยอดเยี่ยมมากเลยค่ะ
ความรู้ใหม่เลย ชอบ ชอบ





โดย: January Friend วันที่: 14 สิงหาคม 2550 เวลา:15:34:53 น.  

 
ขออนุญาตนำความรู้ที่ได้รับจากคุณลุงกล้วยไปเผยแพร่ให้เด็ก ๆได้อ่านนะคะ...
ขอให้มีความสุขในวันหยุดพักผ่อนค่ะ


โดย: ภัคญดา กิตติสุทธกุล IP: 124.121.95.123 วันที่: 23 ตุลาคม 2550 เวลา:17:55:11 น.  

 
whenever you felt that your heart is going to breakdown
feel it with the love of God ask for his and then you will
find out what is the truth love in Your life as he does for me!

GOD always forgive your mistake
the one that you cant even forget,
he always does it and always being with us
to help and blesss us for us whose heart is full of him


โดย: da IP: 124.120.15.123 วันที่: 19 เมษายน 2553 เวลา:1:42:33 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ลุงกล้วย
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 17 คน [?]




เมื่อเด็กกำลังเติบโตเป็นวัยรุ่น มีความต้องการเป็นตัวของตัวเองสูง ผู้ใหญ่ที่ไม่เข้าใจและใจแคบมักจะมองว่าเด็กดื้อ คนเราจิตตกได้เป็นครั้งคราว อาจทำอะไรที่ไม่เหมาะสมได้ การรู้ตัวเองและให้อภัยตัวเอง จึงเป็นสิ่งสำคัญ ให้เคารพแนวคิดของผู้อื่นบ้าง เสมือนหนึ่งเป็นอีกแนวคิดหนึ่งที่ต่างไปจากเราเท่านั้นเอง ตนเองเสียเมื่อไหร่ที่คิดดี คิดชอบเป็นอยู่คนเดียว ทำไปเพราะไม่รู้ ให้อภัยกันได้ รู้แล้วยังทำ คือ ความดื้อ ความทุกข์ของมนุษย์ 100% เกิดจากการพยายามฝืนความจริงของธรรมชาติ หากอยากได้อะไร ก็ควรเสียอะไรบ้าง ทำอะไรก็แล้วแต่ ควรมีหลักการบ้าง แต่ต้องระวังอย่ายึดเป็นกฎเกินไป อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิดเป็นคำพื้นๆ ที่ใช้มาเตือนสติเราได้ดีตลอดกาล อะไรก็ตามแต่ แม้ว่ามันจะจริง จะถูกต้อง แต่ถ้าการพูดออกไปนั้นมันไม่มีประโยชน์มีแต่ผลเสีย อย่าพูดดีกว่า
Friends' blogs
[Add ลุงกล้วย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.