ย้ายบ้านแล้วครับผม มีดอทคอมเป็นของตัวเองเรียบร้อยครับ
10000tip.com
หมื่นทิพ's Movie Review

BlogGang Popular Award#13


 
เทพบุตรตบะแตก!!
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 115 คน [?]




ค้นหารีวิวหนังเก่าๆ ได้ที่นี่ครับ
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2558
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
11 มิถุนายน 2558
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add เทพบุตรตบะแตก!!'s blog to your web]
Links
 

 
Highlander II: The Quickening (1991) ล่าข้ามศตวรรษ 2




แนวหนัง แอ็กชัน ไซไฟ

ภาคแรกดังเลยมีการทำภาคต่อชื่อ Highlander II: The Quickening ออกมา แต่ผลลัพธ์ที่ได้เป็นคนละเรื่องกับภาคที่แล้วเลยครับ

หนังกลายเป็นไซไฟโลกอนาคตครับ เล่าถึงปี 2024 ที่คอนเนอร์ แม็คคลาวน์ (Christopher Lambert) ยังมีชีวิต (แต่แก่ตัวลงเยอะ) และภารกิจในภาคนี้คือการกู้โลกอันเนื่องมาจากปัญหาชั้นโอโซนที่ถูกทำลายจนไม่เหลือ (เข้ากับกระแสสมัยนั้นทีเดียว)

พล็อตภาคนี้แหวกไปจากภาคแรกเยอะครับ หนังเขียนบทให้กลายเป็นว่าพวกคนอมตะน่ะเป็นมนุษย์ต่างดาว แล้วยังเขียนให้รามิเรซ (Sean Connery) กลับมามีบทบาทอีก ซึ่งอันนี้เป็นความต้องการของ Lambert โดยตรงเลยครับ เพราะเขาสนุกกับการร่วมงานกับปู่ Sean ในภาคก่อนมากๆ เลยสั่งให้คนเขียนบทต้องเอาเขากลับมาให้ได้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม ไม่งั้นเขาจะไม่กลับมาบทแม็คคลาวน์แสดงเด็ดขาด

แต่พล็อตเปลี่ยนไปเยอะครับ ภาคแรกมันแนวแฟนตาซีผสมตำนานและเรื่องศักดิ์ศรีนักรบ แต่คราวนี้มีมนุษย์ต่างดาว มีนักล่าที่มาพร้อมปีก (ทำให้บินได้) มีปมเรื่องปัญหาโอโซน และตัวร้ายประจำภาคที่โคตรจะโรคจิต (แสดงได้อย่างเกรียนโดย Michael Ironside) ดังนั้นคนที่ชอบภาคแรกมาก็ต้องทำใจพอสมควรกับความเปลี่ยนแปลงต่างๆ เหล่านี้ครับ

ดูแล้วผมนึกถึง Exorcist เลยครับ ภาคแรกกับภาค 2 ไปคนละลู่เหมือนกัน ความสนุกก็ต่างกัน สำหรับ Highlander นี่ก็ทำเอาแฟนๆ หลายคนอึ้งไม่รับหนังเรื่องนี้ไปเลยก็มี

ส่วนผมนั้นก็ถ้าดูแบบไม่คิดมากก็พอไหวครับ ได้เห็น Lambert กลับมาเป็นแม็คคลาวน์ ได้เห็นปู่ Sean มาเล่นบทผสมอารมณ์ขัน (โดยส่วนตัวแล้วปู่เขาช่วยภาคนี้ไว้ได้พอสมควรเลยครับ) แล้วก็จินตนาการแปลกๆ เช่น ฉากที่นายพลคาทาน่าตัวร้ายขับรถไฟใต้ดินแบบซิ่งจนน่ากลัว หรือนักล่าที่ติดอุปกรณ์บินได้มาไล่ฆ่าแม็คคลาวน์ มันก็พอมีลูกเล่น เพียงแต่บทหนังมันยังไม่กลมกล่อมพอเท่านั้นเอง

ผู้กำกับ Russell Mulcahy จากภาคแรกกลับมาทำภาคนี้ต่อ แต่ระหว่างการทำงานนั้น Mulcahy เปิดเผยว่าเขาไม่มีความสุขเลยครับ ต้องตีกับผู้สร้างตลอด บทก็เปลี่ยนโน่นเปลี่ยนนี่บ่อยๆ จนเขาเองก็ตระหนักว่าภาคนี้มันคนละเรื่องกับภาคแรกจริงๆ

ว่ากันว่าตอนฉายรอบปฐมทัศน์ Mulcahy ทนดูหนังได้แค่ 15 นาทีก็เดินออกจากโรงโดยไม่หันหลังกลับ ใช่ครับ เขารับผลงานชิ้นนี้ไม่ได้ จนถึงขั้นขอให้ผู้สร้างเอาชื่อเขาออกและใส่ชื่อ Alan Smithee (ชื่อที่มีไว้ใส่เครดิตผู้กำกับ ในกรณีที่ผู้กำกับรับหนังตัวเองไม่ได้ และไม่ต้องการจะมีส่วนร่วมให้เสียเครดิต) แต่ผู้สร้างไม่ยินยอมครับ ขู่จะฟ้องด้วยหาก Mulcahy ยังเรื่องมากล่ะก็

ส่วน Lambert ก็พอกันครับ แม้ตอนแรกจะโอเคกับการกลับมารับบทเดิมและสนุกที่ได้ร่วมงานกับ Connery แต่เพราะบทมันชักจะออกทะเลขึ้นทุกทีๆ เขาเลยคิดจะถอนตัวอยู่หลายหน แต่เพราะสัญญานี่แหละครับที่ทำให้ Lambert จำต้องเล่นต่อให้จบ (ไม่งั้นโดนกฎหมายเล่นงานแน่ๆ)

ก็ลองดูได้นะครับ สำหรับคนชอบหนังชุดนี้ ขอเพียงทำใจไว้บ้าง

อย่างไรก็ดี แม้จะมีทั้งภาคต่อและซีรี่ส์ตามออกมา แต่ทุกเรื่องหลังจากนี้ต่างก็สร้างออกมาโดยยึดพล็อตภาคแรกเป็นหลัก และทำเสมือนว่าภาคนี้ไม่เคยเกิดขึ้น (ว่าง่ายๆ คือไม่มีเรื่องที่คอนเนอร์เป็นมนุษย์ต่างดาวโผล่มาอีกเลย 555)

ไม่ถึงสองดาวครับ

1/2


ข้อมูลจาก IMDB ครับ


Create Date : 11 มิถุนายน 2558
Last Update : 11 มิถุนายน 2558 2:17:50 น. 0 comments
Counter : 1504 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.