All Blog
"8 อาหารที่ช่วยเผาผลาญไขมัน" เพื่อหุ่นสวย รูปร่างดี!



Other Link
ลดน้ำหนักกับ Longderse ปรึกษาฟรี
บทความอื่นๆ

วันนี้ของนำเสนอ 8 อาหารที่ช่วยเผาผลาญไขมันเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยให้รูปร่างดีได้อย่างรวดเร็วซึ่งเหมาะกับคุณผู้หญิงที่กำลังมองหาตัวช่วยในการลดน้ำหนักหรือลดควาอ้วนอยู่ได้สมใจแล้วค่ะ แล้วด้วย 8 อาหารที่ช่วยเผาผลาญไขมัน เพื่อหุ่นสวย รูปร่างดีคงจะเป็นอีกหนึ่งทางรัดเพื่อให้คุณเร่งการเผาผลาญไขมันได้มากขึ้นและดียิ่งขึ้นค่ะ อยากรู้กันแล้วรึยังค่ะว่า 8 อาหารที่ช่วยเผาผลาญไขมัน มีอะไรกันบ้าง แต่ไม่ต้องกังวลนะค่ะว่า 8 อาหารที่ช่วยเผาผลาญไขมัน นั้นจะหายากเพราะเชื่อว่าหาไม่ยากหากว่าคุณนั้นจริงจังอยากลดน้ำหนัก 8 อาหารที่ช่วยเผาผลาญไขมันมีตามซุปเปอร์มาเก็ตและตลาดทั่วไปนะค่ะ บอกแหล่งซื้อกันซะขนาดนี้คุณคงไม่พลาด 8 อาหารที่ช่วยเผาผลาญไขมันเพื่อหุ่นสวย รูปร่างดี กันจริงไหมเอ่ย...

8 อาหารที่ช่วยเผาผลาญไขมัน

1. น้ำเปล่า
ใช่แล้วล่ะคะน้ำเปล่าคือหนึ่งในตัวช่วยของการเผาผลาญไขมันที่ดีมากตัวหนึ่งเลยแถมยังหาดื่มได้ง่ายอีกต่างหาก โดยการดื่มน้ำจะไปช่วยกำจัดเซลล์ไขมันและเพิ่มอัตราเมตาบอลิซึมซึ่งช่วยให้ร่างกายเผาผลาญไขมันได้มากขึ้นในแต่ละวัน เพราะฉะนั้นแล้วจงดื่มน้ำเปล่าแทนเครื่องดื่มประเภทอื่นๆ ดีกว่าค่ะ

2. ชาเขียว
มีการวิจัยพบว่า ในชาเขียวมีสารประกอบที่ชื่อว่า คาเตชินซึ่งจะช่วยให้การออกซิเดชั่นไขมันดีขึ้น และนอกจากชาเขียวจะช่วยกำจัดไขมันในร่างกายแล้วมันยังเร่งอัตราการเผาผลาญไขมันในร่างกายได้ดีด้วยค่ะ แถมยังมีสารช่วยต่อสู้กับโรคมะเร็งและช่วยสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายด้วยล่ะ

3. อะโวคาโด
หลายคนเข้าใจว่า อะโวคาโดมีไขมันสูงแต่จริงๆ แล้ว ไขมันเหล่านั้นล้วนเป็นไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวซึ่งเป็นไขมันที่ดีต่อสุขภาพแถมยังช่วยเร่งอัตราการเมตาบอลิซึ่มให้คุณสาวๆ ได้ด้วย

4. โยเกิร์ต
การวิจัยของสหรัฐฯ บอกกับเราว่า คนที่ทานโยเกิร์ตควบคู่ไปพร้อมกับการทานอาหารแต่ละมื้ออยู่เสมอสามารถลดน้ำหนักได้มากกว่าคนที่ไม่ทานโยเกิร์ตถึงร้อยละ 22 และลดไขมันในร่างกายได้มากกว่าคนที่ไม่ทานโยเกิร์ตถึงร้อยละ 61 อ้อ...แต่หากจะทานโยเกิร์ตอย่าลืมเลือกโยเกิร์ตรสธรรมชาติที่ไม่เติมน้ำตาลหรือผลไม้ลงไปจะดีที่สุดค่ะ

5. พริก
สาวๆ คนไหนที่ชอบอาหารรสแซ่บๆ คงถูกใจเป็นแน่ เพราะในพริกมีสารที่ชื่อว่า แคปไซซินที่จะไปช่วยเพิ่มความร้อนในร่างกายและยังสามารถเผาผลาญไขมันให้คุณสาวๆ ได้ด้วย

6. ขิงและกระเทียม
อาหารธาตุร้อนๆ อย่างขิงและกระเทียมจะช่วยทำให้อุณหภูมิในร่างกายของคุณสูงขึ้น ซึ่งจะไปช่วยเร่งอัตราการเผาผลาญไขมันได้เช่นกัน

7. ข้าวโอ๊ต
คาร์โบไฮเดรตจากข้าวโอ๊ตจะไม่ดูดซึมแล้วแปรเปลี่ยนเป็นน้ำตาลในร่างกาย เพราะฉะนั้นมั่นใจได้เลยว่า หากทานข้าวโอ๊ตแล้วมันจะช่วยให้น้ำหนักของคุณลดลงได้อย่างน่าแปลกใจ นอกจากนี้ข้าวโอ๊ตยังทำให้คุณอิ่มได้นานและทำให้คุณไม่เกิดความรู้สึกอยากทานอาหารมากเกินไปด้วย

8. อัลมอนด์
ถั่วอัลมอนด์มีทั้งโปรตีน และไฟเบอร์ในปริมาณสูงแถมยังช่วยเร่งอัตราเมตาบอลิซึมในร่างกายได้ และหากทานอัลมอนด์ทุกๆ วัน จะช่วยระงับความหิวและยังให้สารอาหารชั้นดีในยามที่คุณไดเอ็ตอีกด้วย

Other Link
ลดน้ำหนักกับ Longderse ปรึกษาฟรี
บทความอื่นๆ



Create Date : 11 มิถุนายน 2554
Last Update : 11 มิถุนายน 2554 11:31:13 น.
Counter : 6794 Pageviews.

0 comment
ทริค! วิธีลดน้ำหนักด้วยการออกกำลังกาย อย่างได้ผล



Other Link
ลดน้ำหนักกับ Longderse ปรึกษาฟรี
บทความอื่นๆ

วันนี้ของนำเสนอทริควิธีลดน้ำหนักด้วยการออกกำลังกายอย่างได้ผลสำหรับคุณผู้หญิงที่อยากลดน้ำหนักหรือลดความอ้วนด้วยการออกกำลังกายกันบ้างค่ะ สำหรับ วิธีลดน้ำหนักด้วยการออกกำลังกาย นี้จะทริคและเทคนิคที่ดีอย่างมากที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเผาผลาญแครอรี่หรือไขมันของคุณได้รวดเร็วมากยิ่ง นับได้ว่าคุณจะไม่ผิดหวังกับ วิธีลดน้ำหนักด้วยการออกกำลังกาย ที่เรานำฝากนี้กันเลยค่ะ หากคุณได้ลองใช้ทริควิธีลดน้ำหนักด้วยการออกกำลังกายนอกจะช่วยในเรื่องการลดน้ำหนักและลดความอ้วนได้เป็นอย่างดีแล้วยังจะช่วยกระชับสัดส่วนต่างๆ ให้เฟิร์มกระชับอีกด้วยค่ะ ฉะนั้นห้ามพลาดกับทริคเด็ดๆ แบบนี้นะค่ะ

ทริค! วิธีลดน้ำหนักด้วยการออกกำลังกาย

1. ใช้ปากช่วยกระชับหน้าท้อง
เพื่อให้ช่วงกลางลำตัวกระชับแน่นเวลาทำท่าครันช์หรือซิตอัพคุณควรหายใจออกในตอนที่เกร็งตัวด้วยการห่อปากราวกับกำลังจะเป่าลมออกมากล้ามเนื้อหน้าท้องของคุณจะเกร็งได้มากขึ้น

2. ใช้ลูกบอล
ลูกบอลยางราคาแค่ไม่กี่สตางค์สามารถช่วยให้คุณมีเรียวขาเงินล้านได้ ในระหว่างทำท่าครันช์หรือบริหารหน้าท้องอื่นๆ การหนีบลูกบอลขนาด 8-12 นิ้ว เอาไว้ที่หัวเข่าหรือข้อเท้าจะทำให้ต้นขาด้านในและก้นของคุณต้องทำงานไปด้วยซึ่งเป็นการบริหารขาไปพร้อมกัน

3. เร่งจังหวะ
การศึกษาชี้ว่า คุณจะสามารถลดน้ำหนักได้มากกว่าโดยเฉพาะในส่วนกลางของร่างกาย ด้วยการออกกำลังแบบหนักๆ ช่วงสั้นๆ หรืออินเทอร์วัลมากกว่าการออกกำลังแบบสม่ำเสมอเป็นช่วงเวลานานๆ และนี่คือเทคนิคการออกกำลังแบบอินเทอร์วัล จากพอล คาทามิ เทรนเนอร์คนดังของฮอลลีวู้ดที่ละลายทั้งความเบื่อหน่ายและไขมัน เริ่มด้วยการวอร์มอัพด้วยการวิ่งเหยาะๆ หรือเดินเร็วสัก 5 นาที จากนั้นเร่งความเร็วขึ้น 30 วินาที แล้ววิ่งเหยาะๆ 30 วินาที และเร่งความเร็ว 45 วินาที ตามด้วยการผ่อนความเร็ว 45 วินาที เพื่อพักเหนื่อย เพิ่มเวลาขึ้น 15 วินาทีไปจนกระทั่งถึงหนึ่งนาทีครึ่ง จากนั้นลดลงไปจนเหลือ 30 วินาที ถ้าคุณใช้เครื่องแบบอื่นที่ไม่ใช่เครื่องวิ่งก็ไม่มีปัญหาแค่เร่งความเร็วเครื่องที่คุณใช้นั้นขึ้นมาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

4. ตั้งเวลา
การดูเวลาไปด้วยในขณะที่บริหารร่างกายอาจทำให้เวลา 20 นาทีของการวิ่งบนเครื่องวิ่งไฟฟ้ายาวนานราวกับวิ่งมาราธอนหันมาหาความช่วยเหลือจากเครื่องจับเวลา แค่ตั้งเวลาตามที่ต้องการเอาไว้แล้วก็ลืมมันไปเสียคุณจะสามารถตั้งสมาธิกับการออกกำลังได้มากกว่า

5. เริ่มจากด้านล่าง
เวลาออกกำลังสร้างความแข็งแกร่งเริ่มต้นที่ส่วนล่างของร่างกายก่อนโดยขาเป็นกลุ่มกล้ามเนื้อที่ใหญ่ที่สุดของเรา ซึ่งการเคลื่อนไหวขาจะต้องการพลังงานมากกว่าการเคลื่อนไหวร่างกายส่วนบน การบริหารร่างกายท่อนล่างในเวลาที่คุณยังสดชื่นอยู่จะทำให้คุณบริหารมันอย่างได้ผลมากกว่า

6. เผาผลาญหน้าท้อง
หน้าท้องเป็นหนึ่งในกล้ามเนื้อที่แข็งแรงที่สุดของคุณได้เพราะคุณใช้มันในยามนั่งและยืน แต่นั่นก็หมายความว่ามันต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการกระชับหน้าท้อง ก็คือ ให้ทำท่าบริหารหน้าท้องทั้งหมดติดต่อกันจนถึงจุดที่ทำต่อไปไม่ไหวแล้ว

7. เพิ่มการเผาผลาญ
เพิ่มการเคลื่อนไหวของการวิ่งในขณะใช้เครื่องอิลิปติคอลคุณจะสามารถเผาผลาญแคลอรีได้มากกว่า ปรับแรงต้านของเครื่องเพิ่มขึ้นอีกสักหน่อยและแกว่งเขนแบบเดียวกับเวลาวิ่ง พร้อมยกเท้าขึ้นจากแผ่นรองเท้าสักครึ่งหรือหนึ่งนิ้วคุณจะใช้แรงโน้มถ่วงของเครื่องน้อยลงและใช้แรงของร่างกายเพิ่มขึ้น

8. ลดความเจ็บปวด
กล้ามเนื้อที่ปวดเมื่อยอาจทำให้คุณหมดแรงออกกำลังหรืองดออกกำลังไปเลย เพราะฉะนั้นอย่าลืมยืดกล้ามเนื้อสม่ำเสมอมันช่วยขับกรดแลคติกออกจากกล้ามเนื้อและทำให้กล้ามเนื้อฟื้นตัวได้เร็วกว่า

9. หยุดนับ
วิธีที่เร็วที่สุดในการปั้นกล้ามเนื้อก็คือการทำให้มันเหนื่อยล้าที่สุด แต่การเข้มงวดกับจำนวนครั้งมากเกินไปอาจทำให้คุณไม่ได้ออกกำลังอย่างเต็มที่ เช่น ถ้าคุณตั้งว่าจะทำ 12 ครั้ง คุณก็จะหยุดทันทีเมื่อถึง 12 ถึงแม้คุณจะทำได้มากกว่าก็ตาม ลองเปลี่ยนมาใช้วิธีนี้นั่นคือตั้งตัวเลขที่คุณอาจจะทำเอาไว้ แต่ถึงจะครบแล้วก็ให้ทำต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าคุณจะทำไม่ไหว ถ้าคุณพบว่าตัวเองสามารถทำได้มากครั้งกว่าเยอะก็ขอแสดงความยินดีด้วยคุณแข็งแรงกว่าที่คุณคิดและสามารถเปลี่ยนไปใช้น้ำหนักที่มากขึ้นได้แล้ว

10. สลับความหนักเบา
การสร้างความหลากหลายให้แก่การยกน้ำหนักจะเพิ่มโอกาสในการสร้างกล้ามเนื้อหนึ่งวันแต่ละสัปดาห์ ให้ทำจำนวนครั้งให้มากครั้งที่สุด (15-20 ครั้ง) สำหรับน้ำหนักเบา ๆ (8-12 ปอนด์) เพื่อสร้างความอดทน และอีกหนึ่งวันให้ทำจำนวนครั้งน้อยลง (5-8 ครั้ง) โดยใช้น้ำหนักมากขึ้น (15-20 ปอนด์) เพื่อสร้างความแข็งแรง

TIP
การยืนตัวตรงในขณะที่วิ่งหรืออยู่บนเครื่องอิลิปติคอลจะเพิ่มการเกร็งของกล้ามเนื้อเนื่องจากหน้าท้องและกล้ามเนื้อหลังต้องช่วยในการพยุงตัว ฉะนั้นให้ศีรษะของคุณเป็นเส้นเดียวกับกระดูกสันหลังเสมอ การศึกษาใน Medical and Science in Sports and Exercise พบว่า น้ำเย็นๆ สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการออกกำลังให้คุณได้ นักปั้่นจักรยานสามารถออกกำลังได้นานขึ้น 23% เมื่อดื่มน้ำเย็น เมื่อเทียบกับการดื่มเครื่องดื่มที่มีอุณหภูมิเท่ากับร่างกาย

Other Link
ลดน้ำหนักกับ Longderse ปรึกษาฟรี
บทความอื่นๆ



Create Date : 09 มิถุนายน 2554
Last Update : 9 มิถุนายน 2554 23:14:14 น.
Counter : 4026 Pageviews.

0 comment
รูปร่างดีใน 4 สัปดาห์
Other Link
ลดน้ำหนักกับ Longderse ปรึกษาฟรี
บทความอื่นๆ

คุณจะดูเพรียวลงและแข็งแรงขึ้นในช่วงเวลาไม่นาน เพียงทำตามตารางต่อไปนี้แค่ 4 ครั้ง ก็เห็นผล
 
วันจันทร์
ตั้งเป้าไปที่ บั้นท้าย ขาและหน้าท้อง
ท่าปฏิบัติ
•    ท่าบริหารหัวใจ 20 นาที หากคุณเข้าโรงยิมเป็นประจำอยู่แล้ว ลองวิ่งบนเครื่องวิ่ง หรือไม่ก็ปั่นจักรยานที่มีแรงต้านเล็กน้อย แต่หากคุณออกกำลังกายที่บ้าน ลองเดินอย่างกระฉับกระเฉงหรือไม่ก็จ็อกกิ้งดู 
•    ท่านั่งย่อยืด 20 ครั้ง ยืนปล่อยแขนไว้ข้างลำตัว ค่อยๆ นั่งโดยทิ้งน้ำหนักไปด้านหลังกระทั่งต้นขาขนานกับพื้น ขณะเดียวกันยกแขนขึ้นด้านหน้า เพื่อสร้างความสมดุลแล้วกลับไปไท่าเริ่มต้น    
•    ท่าแทงเข่า 20 ครั้ง ยืนเอามือท้าวสะโพก ใช้เท้าขวาก้าวไปด้านหน้า พร้อมย่อเข่าลงกระทั่งต้นขาขนานกับพื้น กลับไปที่ท่าเดิมแล้วเปลี่ยนเป็นขาซ้าย
•    ท่าถ่วงน้ำหนัก 20 ครั้ง ยืนถือเวทขนาด 3-5 ปอนด์โดยให้มืออยู่บริเวณหน้าขา โน้มตัวไปด้านหน้าโดยใช้ช่วงเอว กระทั่งนิ้วของคุณแตะพื้นแล้วกลับไปที่ท่าเริ่มต้น 
•    ท่าขาตั้งฉาก 40 ครั้ง นอนราบกับพื้นมือแนบลำตัว 
พยายามยกขาทั้งสองให้ตั้งฉากกับเพดาน จากนั้นค่อยๆ วางขาลงจนห่างจากพื้น 2-4 ฟุต 

วันอังคาร 
มุ่งไปยัง แขนและหน้าอก 
ท่าปฏิบัติ 
•    ท่าบริหารหัวใจ 20 นาที 
•    ทำท่าซิทอัพ โดยชันหรือวางเข่าราบกับพื้น 15-20 ครั้งหรือพยายามทำเท่าที่คุณสามารถทำได้ 
•    ท่าชูขึ้น 20 ครั้ง นอนราบกับพื้นในมือถือเวทหนัก 3-5 ปอนด์ งอแขนเข้าโดยให้มืออยู่บริเวณไหล่ ฝ่ามือหันเข้าหากัน ค่อยๆ ยกเวทขึ้นกระทั่งแขนตึง โดยพลิกฝ่ามือหันไปทางปลายเท้า เสร็จแล้วกลับไปที่ท่าเริ่มต้น 
•    ท่าโน้มตัว 20 ครั้ง นั่งลงที่ขอบเก้าอี้โดยให้เข่างอไว้ วางน้ำหนักลงที่ส้นเท้า ปลายนิ้วเท้าของคุณควรชี้ไปด้านหน้า ใช้มือจับส่วนหน้าของเก้าอี้ระหว่างขาให้แน่น พยายามตั้งหลังให้ตรงไว้ ค่อยๆโน้มตัวไปด้านหน้าโดยใช้ลำแขนช่วยดึงลำตัวลงไป กระทั่งข้อศอกของคุณอยู่ในระดับเดียวกับหัวไหล่ กลับไปที่ท่าเริ่มต้น

วันพุธ 
มุ่งไปยัง หลังและไหล่
ท่าปฏิบัติ
•    ท่าบริหารหัวใจ 20 นาที 
•    ท่ากางปีก 20 ครั้ง ยืนให้ปลายเท้ากว้างในระดับไหล่โดยมือทั้งสองถือเวทหนัก 3-5 ปอนด์ในมือ หันฝ่ามือเข้าหาลำตัว จากนั้นค่อยๆ กางแขนทั้งสองขึ้นจนกระทั่งสูงขึ้นถึงระดับไหล่ แล้วค่อยๆ วางลงอย่างช้าๆ 
•    ท่ายกขึ้นด้านหน้า 40 ครั้ง (ข้างละ 20 ครั้ง) ยืนตรงในมือถือเวทหนัก 3-5 ปอนด์ ค่อยๆ ยกแขนขวาขึ้นทางด้านหน้าจนถึงระดับไหล่ ค่อยๆ วางลงแล้วเปลี่ยนแขน 
•    ท่ายกเหยียด 20 ครั้ง ยืนตรงในมือถือเวทหนัก 3-5 ปอนด์ ค่อยๆ งอแขนเข้าหาลำตัวโดยให้ฝ่ามือหันออกด้านหน้า เหยียดแขนทั้งสองตรงเหนือศีรษะแล้วค่อยๆ วางลงอย่างช้าๆ 

วันพฤหัสบดี
มุ่งไปยัง บั้นท้าย ขาและหน้าท้อง 
ท่าปฏิบัติ 
•    ท่าบริหารหัวใจ 20 นาที 
•    30 ท่าดึงถีบ (ข้างละ 15 ครั้ง) ทำท่าหมอบโดยพยายามให้หลังตรงเข้าไว้ ดึงเข่าขวาให้ขึ้นมาถึงหน้าอกแล้วถีบออกด้านหลังให้ขายืดตรง เริ่มทำใหม่โดยเปลี่ยนขา 
•    ท่านั่งย่อยืด 20 ครั้ง 
•    ท่าแทงเข่า 15 ครั้ง 
•    ท่ายกกระดูกเชิงกราน นอนราบกับพื้น ชันเข่าทั้งสองข้างขึ้นและแขนแนบลำตัว ค่อยๆ ยกบั้นท้ายขึ้นกระทั่งสูงเหนือพื้นประมาณ 3-5 นิ้ว ค่อยๆ วางลงอย่างช้าๆ 
•    ท่ายกบิด 40 ครั้ง (ข้างละ 20 ครั้ง) นอนราบกับพื้น ชันเข่าทั้งสองข้างขึ้นแล้วเอามือรองไว้ใต้ศีรษะ พยายามใช้กล้ามเนื้อหน้าท้องโดยการยกศีรษะและหัวไหล่ขึ้นจากพื้น ในขณะเดียวกันหมุนลำตัวไปทางด้านขวามือ เสร็จแล้วเปลี่ยนข้าง 

วันศุกร์ 
มุ่งไปยังส่วนที่คุณมีปัญหา
ท่าปฏิบัติ
•    ท่าบริหารหัวใจ 20 นาที 
•    จากนั้น พิจารณาดูว่าถ้าแขนของคุณยังไม่ฟิตพอ ให้ใช้ท่าบริหารของวันอังคาร แต่หากหลังและไหล่รู้สึกอ่อนแอเหลือกำลัง ให้คุณทำท่าของวันพุธ ก้น ขา และช่องท้องเกิดต้องการการบริหารมากกว่าเท่าที่ทำไปเมื่อวันจันทร์และพฤหัสบดี ให้นำท่าของวันจันทร์มาทำอีกครั้ง ด้วยวิธีนี้คุณจะไม่ทำท่าที่ซ้กับวันก่อน ซึ่งอาจทำให้กล้ามเนื้อส่วนบนเกิดอาการเจ็บปวด 

วิธีเลือกรับประทาน
หากต้องการลดน้ำหนักไปพร้อมๆ กัน ต่อไปนี้คือสิ่งที่คุณต้องวางแผนสำหรับเมนูอาหารในเดือนนี้
•    ทำอาหารมื้อกลางวัน และมื้อค่ำด้วยเนื้อไม่ติดมัน
•    เลือกผักใบสีเขียวเข้ม เช่น ผักโขม แต่หลีกเลี่ยงพวกที่เป็นแป้ง อย่างมันฝรั่ง 
•    หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ ซึ่งมีส่วนผสมของน้ำตาล เมื่อสามารถทำได้     
•    ไม่ควรรับประทานผลไม้ เขตร้อนที่มีแคลอรีสูง อาทิ สับปะรด กล้วย และมะพร้าว 
•    หนีห่างขนมหวานที่มีปริมาณน้ำตาบสูง 
•    ลองเปลี่ยนเป็นน้ำแข็งใสใส่ผลไม้ อาจช่วยบรรเทาความอยากของคุณได้

Other Link
ลดน้ำหนักกับ Longderse ปรึกษาฟรี
บทความอื่นๆ



Create Date : 09 มิถุนายน 2554
Last Update : 9 มิถุนายน 2554 19:54:03 น.
Counter : 685 Pageviews.

0 comment
การอดอาหาร ลดอาหาร


Other Link
ลดน้ำหนักกับ Longderse ปรึกษาฟรี
บทความอื่นๆ

     
     รู้หรือไม่ครับว่า ? การลดน้ำหนักด้วยการอดอาหาร หรือการกินอาหารที่ให้พลังงานต่ำ อาจจะทำให้เกิดผลกระทบ ที่ทำให้การลดความอ้วน ไม่เป็นไปอย่างที่เราคิดได้นะครับ แล้วมันจะยิ่งทำให้ขั้นตอนการลดความอ้วน สลับซับซ้อน มีปัญหายากๆ ที่ทำให้น้ำหนักไม่ลดอย่างใจคิด ความอ้วนไม่หายไปอย่างใจอยาก เรื่องพวกนี้ไม่ใช่ไสยศาสตร์ครับ เราทำความเข้าใจ และหาคำอธิบายให้มันได้ ถ้าคุณเป็นคนนึง ที่กำลังต่อสู้อยู่ในสงครามกับความอ้วน แล้วหละก็ มาฟังบรรยาย ยุทธศาสตร์การพิชัยสงคราม เพื่อคุมชัยชนะไว้ในกำมือเราให้ได้ กันดีกว่าครับ

เหตุของปัญหา
     เวลา ที่เราเริ่มลดน้ำหนัก ด้วยการอดอาหาร หรือกินอาหารที่มีแคลอรี่ต่ำ ร่างกายเราก็จะเริ่มรู้สึกเหมือนกับว่า เราอยู่ในภาวะที่กำลังจะอดอยาก ร่างกายไม่รู้แน่ชัดว่าในอนาคต จะอดอยากกว่านี้อีกมั๊ย เพื่อความแน่ใจ ไม่ให้เจ้าของร่างเนื้อนั้นตาย ร่างกายจึงเลือกที่จะเก็บสะสมไขมันไว้ให้มากที่สุด เพื่อว่าอย่างน้อยจะได้ใช้เป็นพลังงานในอนาคต กระบวนการนี้แหละ ครับ เป็นส่วนนึง ที่ทำให้การลดน้ำหนักด้วยวิธีที่ว่า มันจะยิ่งยากขึ้นเมื่อดำเนินไปในระยะนึง อีกทั้งยังมีผลทำให้มีการเปลี่ยนแปลง ระดับฮอร์โมนหลายอย่าง ซึ่งก็จะยิ่งทำให้ลดยากมากขึ้นอีกในที่สุด ทีนี้ถ้าเรายังลดน้ำหนัก ด้วยวิธีเดิมต่อมาอีกเป็นระยะเวลานานขึ้น ร่างกายเราก็จะมีการเปลี่ยนแปลงกระบวนการมากขึ้น โดยมันจะไปดึงเอา กล้ามเนื้อออกมา เพื่อใช้เป็นแหล่งพลังงาน เวลาที่มันดึงเอาโปรตีนออกมาใช้งาน มันจะมีกระบวนการทางเคมีเกิดขึ้น ซึ่งจะมีผลลัพธ์อย่างนึงออกมาเป็น "ไนโตรเจน" ซึ่งร่างกายเราก็จะหาทางกำจัดเจ้า ไนโตรเจน ที่ว่านี้ออกไป โดยปลดปล่อยไปกับน้ำ ที่ดึงออกจากเนื้อเยื่อเซลล์ต่างๆ ซึ่งจะส่งผลให้มีการสุญเสียมวลน้ำในร่างกาย และจะทำให้น้ำหนักตัวเราลดลงไปซึ่งตอนนั้นเอง เป็นช่วงเวลาที่หลายๆคน กำลังดีใจกระหยิ่มยิ้มย่อง ว่าฉันลดได้แล้ว.... แต่หารู้ไม่ว่า....
     อันดับแรก น้ำหนักของมวลน้ำที่สูญเสียไปนั้น มันแค่ภาพลวงตาครับ เพราะมันพร้อมจะกลับมาเมื่อไหร่ก็ได้ ทันทีที่คุณดื่มอะไรซักอย่าง

     อันดับที่สำคัญ ไอ้การที่เราต้องสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ ไปกับการถูกเปลี่ยนมาเป็นพลังงาน นี่แหละจะไม่เป็นผลดีต่ออัตราเผาผลาญพลังงาน ในระยะยาว

ทำไมหละ ?
     เพราะ ว่าไอ้กล้ามเนื้อนี่แหละครับ เป็นตัวที่ทำให้มีการกระตุ้นการเผาผลาญพลังงาน ร่างกายเราจะต้องใช้พลังงานจำนวนนึง ไปให้กับการรักษาสภาพของกล้ามเนื้อไว้ นั่นหมายความว่ายิ่งเรามีมวลกล้ามเนื้อในร่างกาย มากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งต้องใช้พลังงานมากขึ้นตลอดเวลา ไม่เว้นแม้แต่เวลานั่งหรือเวลานอน
     ตัวอย่างนะครับ สมมุติว่ากล้ามเนื้อ 1 lbs จะใช้พลังงานวันๆนึง อย่างน้อย 50 cal (คิดเฉพาะนั่งเฉยๆทั้งวัน)แล้ว ถ้าเราเสียมวลกล้ามเนื้อไปซัก 10 lbs ไประหว่างที่เราอดอาหาร นั่นหมายถึงว่าวันๆนึง เราจะใช้พลังงานลดลงถึง 500 cal เชียวนะครับ แล้วถ้าเรายังกินเท่าเดิมอยู่ อย่างดีก็อาจจะแค่ถึงทางตัน คือลดไม่ลง แต่ถ้าเจออย่างเลวหละครับ ก็คืออาจจะอ้วน หรือมีไขมันสะสมเพิ่มมากขึ้นด้วยก็เป็นไปได้ ซึ่งก็คือ นน.ตัวอาจจะเท่าเดิม แต่กล้ามเนื้อลดลง ไขมันแอบๆสะสมเพิ่มขึ้น 

     ต่อจาก ตัวอย่างข้างต้นนะครับ อย่างที่รู้ๆกัน ก็คือคนอดอาหาร หรือลดอาหารใครจะไปคุมได้จนตาย ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ทีนี้พอเราอดอาหารจนเราได้นน.ตัวอย่างที่ต้องการแล้ว (โดยที่ กล้ามเนื้อสูญหายไปแยะเลย) แล้วเรากลับมากิน ตามแบบเดิมๆ ทีนี้หละครับ จะยิ่งอ้วนง่ายมากขึ้นกว่าเก่าเอง เพราะเราได้ทำลายเตาเผาพลังงาน ในร่างกายเราไปแล้ว ในการอดอาหารรอบแรก นี่แหละครับ บ่อยครั้งที่หลายคนเมื่ออดอาหาร แล้วพอหยุด มันเกิดอ้วนขึ้นมาเท่าเดิม หรือมากกว่าเดิมได้ไม่ยาก บางทีก็มีคนเรียกแบบนี้ว่าโยโย่... ทั้งหลายทั้งปวงก็เพราะสาเหตุข้างบนนี่แหละครับ

Other Link
ลดน้ำหนักกับ Longderse ปรึกษาฟรี
บทความอื่นๆ



Create Date : 08 มิถุนายน 2554
Last Update : 8 มิถุนายน 2554 17:26:45 น.
Counter : 1127 Pageviews.

0 comment
6 วิธีลดหน้าท้อง ลดพุง
Other Link
ลดน้ำหนักกับ Longderse ปรึกษาฟรี
บทความอื่นๆ


1. กินอาหารอุดมโอเมก้า-3 ช่วยลดเครียดและไขมันหน้าท้อง และช่วยลดหน้าท้องได้อย่างดี


2. ผ่อนคลายทุกวัน การฝึกหายใจเข้าให้เต็มปอด การทำสมาธิ และผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ลดพุงได้ดีจากการกำจัดฮอร์โมนที่เกี่ยวข้อง


3. ไม่กินแก้เครียด เนื่องจากอาจส่งผลให้คุณได้รับคาร์โบไฮเดรตและไขมันมากเกินไป จนกลายเป็นปัญหา และไม่เป็นการแก้ปัญหาที่ตรงจุด


4. กินอาหารสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน พวกผักปลา ช่วยลดน้ำหนักและขจัดความเครียดเรื้อรัง


5. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ช่วยลดน้ำหนักได้โดยตรง ทั้งยังช่วยลดความเครียด


6. มองโลกให้สดใส ชีวิตจะห่างไกลความเครียด ช่วยลดหน้าท้องได้


Other Link
ลดน้ำหนักกับ Longderse ปรึกษาฟรี
บทความอื่นๆ



Create Date : 08 มิถุนายน 2554
Last Update : 8 มิถุนายน 2554 14:20:18 น.
Counter : 826 Pageviews.

3 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  

ChaiKU
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]



รับสมัครผู้สนใจหารายได้ทาง Internet
และให้คำปรึกษาผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก